บทที่ 19: ศึกที่หน้าศาลเจ้า (Battle in Shrine Front)
“จงดับสลายไปซะ เจ้านังลูกหมา” ในจังหวะเดียวกันกับที่นางเทวีอสูรฯ กำลังจะแทงง้าวโลกันตร์เข้าที่ร่างคิทสึเนะ ก็มีลำแสงสีขาวขนาดเล็กถูกยิงออกมาเฉียดที่ใบหน้าของนางเทวีอสูรฯ เมื่อหันมาที่ต้นตอก็พบมิโกะสาวนางหนึ่งผู้มีผมสีน้ำตาลเข้มอมดำทรงฮิเมะคัทที่ยาวตรงสลวยถึงบริเวณสะโพก และดวงตาสีเหลืองอ่อนกำลังน้าวคันธนูออกมาและเล็งไปที่นางเทวีอสูร ลูกธนูเวทย์ที่เรือนแสงประกายอันแวววาวนั้นจะปรากฏขึ้นที่กลางคันธนู เมื่อกระบี่คันศรถูกน้าวออกมา“ข้าไม่นึกเลยว่าจะได้พบกับเจ้าอีกครั้ง...นังโทโมเอะ โกเซ็น มิโกะผู้เป็นอดีตซามูไรหญิงแห่งตระกูลมินาโมโตะ”“นางเทวีอสูรฯ ข้าไม่ยอมปล่อยให้เจ้าทำเรื่องตามใจชอบแน่”โทโมเอะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่มีต่อนางเทวีอสูรฯ“วิญญาณท่านเซ็นเซย์ของเจ้าไปสบายแล้วรึยัง”นางเทวีอสูรฯ เอ่ยถามด้วยด้วยสีหน้าที่เย้ยยันโทโมเอะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ความโกรธเกรี้ยวนั้นก็ยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้นจนแทบจะคลุ้มคลั่ง เธอยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นเปลวไฟอันร้อนแรงที่สมกับเป็นไฟแห่งความพิโรธที่สุมอยู่ในอก แต่ถึงกระนั้น นางเทวีอสูรก็ปล่อยพลังปีศาจธาตุเตโชออก มาต้านทานพลังของอีกฝ่ายจนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น“จริงๆ ข้าเองก็อยากจะอยู่ช่วยพวกเจ้าอยู่หรอกนะ แต่ตอนนี้ข้าต้องรีบไปแล้ว ข้ามีธุระอย่างอื่นที่จะต้องทำ แต่สบายใจได้ เพราะข้าได้เสกสร้อยอัญมณีกันอสูรให้เด็กสาวคนนั้นแล้ว ฝากเจ้าไปบอกโทโมเอะให้ช่วยไปบอกเด็กสาวคนนั้นด้วยว่าให้สวมมันไว้ตลอด และสวดภาวนาให้มากๆ เพื่อให้ความแค้นภายในใจของนางเทวีอสูรฯ แผ่วเบาลงไปบ้าง”ทางด้านเทพีอินาริในร่างมนุษย์ทำการฟื้นฟูพลังกายให้กับคิทสึเนะ ก่อนที่จะคลี่พัดออกมาและเดินจากพวกเธอไปพร้อมกับสายลมที่โชยพัดราวกับวายุ“ในตอนนั้นเจ้ารอดไปได้ แต่คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ ข้าจะปลิดชีวิตของเจ้าซะตรงนี้ นางเทวีอสูรฯ”ทางด้านโทโมเอะ หลังจากที่พูดจบ เธอก็ยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นสายฟ้าสีครามที่ผ่าลงมาเรียงรายเป็นแนวตรง แต่นางเทวีอสูรฯ ก็สามารถหลบไปด้านข้างได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ตวัดง้าวปล่อยคลื่นใบมีดออกมาตอบโต้อีกฝ่าย คลื่นใบมีดพุ่งไปที่โทโมเอะด้วยความเร็วสูง แต่โทโมเอะก็น้าวคันศรเป็นการสร้างบาเรียป้องกันไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว ก่อนที่จะยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นลูกพายุทอร์นาโดลูกพายุทอร์นาโดนั้นพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วสูง แต่นางเทวีอสูรฯ ก็เสกบาเรียป้องกันลูกพายุเอาไว้ได้ แต่ทันใดนั้น โทโมเอะได้ทำการเปลี่ยนรูปแบบอาวุธจากกระบี่คันศรไปเป็นดาบคาตานะคู่แบบโค้ง และพุ่งเข้าโจมตีใส่นางเทวีอสูรฯ ด้วยความเร็วสูง แต่นางสามารถป้องกันการโจมตีไว้ได้ทันด้วยดาบเจ็ดเขี้ยวที่มือซ้าย“ฝีมือไม่ธรรมดานี่มิโกะซัง สมกับเป็นอดีตซามูไรหญิงแห่งตระกูลมินาโมโตะเสียจริงๆ...”“นังศิษย์เอกของสุซุกะ โกเซ็น”นางเทวีอสูรฯ ปัดคมคาบคู่ชนิดโค้งไปที่อื่น ก่อนที่จะยกง้าวขึ้นและฟันเข้าที่ร่างงามของโทโมเอะ แต่โทโมเอะก็ปัดคมง้าวไว้ได้ทัน ก่อนที่จะฟาดฟันใส่นางเทวีอสูรฯ อย่างต่อเนื่องด้วยดาบคาตานะคู่ชนิดโค้ง แต่นางก็ปัดการโจมตีของอีกฝ่ายไปได้ทั้งหมดด้วยง้าวและดาบเจ็ดเขี้ยว เสียงของโลหะที่กระทบกระทั่งกันนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณหน้าศาลเจ้า ปากคู่งามของโทโมเอะก็พลางเอ่ยกับนางเทวีอสูรฯ ด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “เจ้าอย่าได้ริบังอาจ...มาเอ่ยนามของท่านเซ็นเซย์ของข้า นางเทวีอสูรฯ”“แกร๊ง!!” คมดาบคาตานะคู่ชนิดโค้งของโทโมเอะนั้นเข้าต้านทานกับคมดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพและง้าวโลกันตร์ของนางเทวีอสูรฯ ใบหน้าผ่องใสของโทโมเอะนั้นนิ่วด้วยความโกรธเกรี้ยว พลางกัดฟันแน่นภายในปากคู่งาม ในขณะเดียว กัน ใบหน้างามของนางเทวีอสูรฯ นั้น แสยะยิ้มออกมาด้วยความชั่วร้ายอันเต็มเปี่ยมสักพัก ทั้งสองฝ่ายต่างก็กระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลัก ในระหว่างนั้นเอง คิทสึเนะ ภูติพิทักษ์ในร่างจิ้งจอกคมดาบก็รีบพุ่งเข้าไปหานางเทวีอสูรฯ จากทางด้านหลัง ก่อนที่จะฟันเข้าที่กลางแผ่นหลังด้วยดาบคาตานะที่คาบไว้ในปากอย่างรวดเร็ว จนทำให้ร่างของนางเทวีอสูรฯ นั้นหมุนกลับหลังและทรุดลงกับพื้นโทโมเอะรีบฉวยโอกาสยิงธนูเวทย์เรือนแสงออกมาเป็นแท่งผลึกน้ำแข็งที่ผุดขึ้นจากบนพื้นเป็นแนวตรง จนทำให้ร่างของนางเทวีอสูรฯ ถูกแช่แข็งอยู่ภายในผลึกน้ำแข็ง จากนั้นก็ยิงธนูเวทย์เรือนแสงขึ้นบนท้องฟ้าในแนวเฉียง จนเกิดเป็นกลุ่มสายฟ้าสีเหลืองอ่อนที่ฟาดผ่าลงมาที่ร่างของนางเทวีอสูรฯ เข้าอย่างจัง จนทำให้แท่งผลึกน้ำแข็งแตกสลายลงทั้งหมด ร่างของนางทรุดตัวลงกับพื้น พร้อมกับถูกสายฟ้าไหลเวียนไปทั่วร่าง“หึ หึ หึ” สักพัก ร่างของนางเทวีอสูรฯ ก็ได้รับการฟื้นฟูจนหายจากอาการบาดเจ็บเพียงชั่วพริบตา จากนั้น ทั้งสองฝ่ายก็เข้าเผชิญหน้ากับแบบ 2 รุม 1นางเทวีอสูรฯ กับโทโมเอะต่างก็พุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด เสียงการปะทะกันของโลหะนั้นดังสนั่นไปทั่วบริเวณจนแทบจะหูอื้อ สักพัก โทโมเอะกับนางเทวีอสูรฯ ก็ต้านทานกันไปมาด้วยอาวุธคู่กาย ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะกระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลัก จากนั้นคิทสึเนะ ในร่างจิ้งจอกคมดาบก็พุ่งเข้าปะทะกับนางเทวีอสูรฯ ด้วยดาบคู่กายที่คาบไว้ที่ปาก สักพักดาบที่คาบไว้ในปากก็เข้าต้านทานกับดาบเจ็ดเขี้ยวของนาง ก่อนที่จะถอยหลังออกมาจากนั้น โทโมเอะก็ยิงธนูเวทย์เรือนแสงออกมาเป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นจากบนพื้นเป็นแนวตรง นางเทวีอสูรฯ ถูกอีกฝ่ายโจมตีด้วยน้ำพุขนาดใหญ่จนแทบจะเสียท่า โทโมเอะรีบน้าวคันธนูค้างไว้เป็นการชาร์จธนูเวทย์เรือนแสง เพื่อเตรียมที่จะยิงลำแสงอัสนีพิฆาตขนาดใหญ่ออกมาเป็นการปิดบัญชี ทางด้านคิทสึเนะก็รีบทำการชาร์จพลังที่คมดาบ เพื่อเตรียมที่จะปล่อยคลื่นดาบขนาดใหญ่เป็นการปิดบัญชีด้วยเช่นกัน จากนั้นทั้งสองก็เริ่มเปิดฉากเผด็จศึกใส่นางเทวีอสูรฯ ทันทีแต่ทว่า ยาฉะ โนะ ฮาชิฮิเมะ นางอสูรพิโรธ ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกสมุนของนางเทวีอสูรฯ ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น และช่วยป้องกันการโจมตีเผด็จศึกของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน“นี่เจ้าเองหรือ ฮาชิฮิเมะ”“ท่านอิซานามิ เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันทีหลัง แต่ตอนนี้พวกเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะเจ้าคะ พวกคนอื่นๆ กำลังรอการกลับมาของท่านอยู่”ฮาชิฮิเมะรีบทำการเปิดช่องว่างมิติเป็นการเปิดทางให้นางเทวีอสูรฯ ผู้เป็นนายรีบหนีไปจากบริเวณตรงนั้นทันที ทางด้านโทโมเอะกับคิทสึเนะ เมื่อได้เห็นใบหน้าของฮาชิฮิเมะ ก็พลางนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตอันโหดร้ายของทั้งสองที่เกิดจากนางเทวีอสูรฯ ร่วมกับนางอสูรพิโรธ ฮาชิฮิเมะทั้งสองต่างก็รู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก จึงเปิดฉากโจมตีใส่ฮาชิฮิเมะทันที โดยโทโมเอะนั้นจะยิงธนูเวทย์อัสนีออกมา ส่วนคิทสึเนะก็ปล่อยคลื่นดาบใส่อีกฝ่าย แต่ฮาชิฮิเมะสามารถปัดการโจมตีของอีกฝ่ายลงได้ทั้งหมด“สักวัน พวกเราจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง โทโมเอะ โกเซ็น และก็คิทสึเนะ”ฮาชิฮิเมะกล่าวทิ้งท้ายกับโทโมเอะกับคิทสึเนะด้วยใบหน้าที่แสยะยิ้มออกมาด้วยความชั่วร้าย ก่อนที่จะหนีหายไปในช่องว่างมิติ“รอเดี๋ยว” โทโมเอะกับคิทสึเนะรีบวิ่งตามฮาชิฮิเมะไป แต่นางก็หนีไปได้ซะก่อน“โธ่โว้ย” คิทสึเนะสบถออกมาด้วยความเจ็บใจ สักพัก ทั้งสองต่างก็รีบพาสองพี่น้องยูกินะกับสึบากิเข้าไปพักฟื้นที่บ้านพักภายในศาลเจ้าทันที