ตอนที่ 122 งานเลี้ยงและการเจรจา 2
เซล่าเดินเข้าไปในพร้อมกับทีมคุ้มกันและคนติดตามของเธอแต่ว่าหลังจากเข้าไปพวกเธอก็พบว่าทางโรงแรมให้เข้าไปได้แค่สองคนเท่านั้นทำให้เซล่าน่าเลือกริโอน่าเข้าไปกับเธอส่วนคนที่เหลือก็พาไปพักผ่อนยังห้องที่เตรียมไว้ให้
“พวกเขาถือว่าพยายามได้ดี”ริโอน่ากล่าวพร้อมกับมือที่ขยับแว่นขึ้นและสายตากวาดสายตามองไปรอบตัว
“เมืองปลายเป็นเมืองระดับเล็กแม้แต่ในเขตรัฐเท่านั้น” เซล่ากล่าว
แต่ว่าในตอนนั้นพอทั้งสองเข้าไปด้านในก็ต้องมีสีหน้าตื่นตกใจเมื่อเห็นว่ามีแขกในงานราว ๆ 2-300คนอยู่ด้านในที่สำคัญกว่านั้นคือเธอกลับจดจำแขกหลายคนได้ว่าพวกเขาคือนักธุรกิจไม่ก็ระดับผู้บริหาร
บริษัทระดับเมืองในรัฐคานันที่เธอจำได้อย่างแม่นยำเพราะติดต่อด้านธุรกิจก่อนบ่อย มีบริษัทในระดับรัฐจำนวนมากด้วยซึ่งแต่ละไม่เหมือนจะตกใจไม่ต่างจากเธอและพวกเขาก็พยายามพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
แต่ว่ามีจุดหนึ่งที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด พวกที่มาจากบริษัทระดับสหพันธรัฐพวกเขากำลังเผชิญหน้ากันอยู่ แม้ว่าแต่ละคนจะมีรอยยิ้มบนใบหน้าแต่สายตาของพวกเขากำลังเชือดเฉือนกัน
“คาสัน ตัวแทนจากบริษัทมาสเตอร์มอนสเตอร์”
“นั้นคือเบรเดนเป็นผู้บริหารดาวรุ่งของบริษัทมังกรฟาร์มฟู้ด กรุ๊ป”
เซล่าพึมพำออกมา ทั้งสองคนนั้นกำลังจับมือกันแต่ก็เห็นได้ชัดว่าทำไปพอเป็นพิธี
ในตอนนั้นริโอน่าเหมือนจะเห็นใครบางคนจึงเรียกให้คุณหนูของเธอดูในทันที “คุณหนูดูทางนั้นเป็นเขาใช่ไหม ชายที่สวมแว่นตาใบหน้าดุดันคนนั้นตำนานจากบริษัทฮิลล์สโตนที่สามารถพาบริษัทขึ้นไปเป็นบริษัทชั้นนำของสหพันธรัฐได้”
“อัลเบิร์ต ทาดิโอ้” เซล่าพึมพำชื่อออกมา เธอจดจำชื่อนี้ได้ดีเพราะเป็นหนึ่งในบุคคลที่เธออยากจะพบมากที่สุดคนหนึ่ง
เขาเป็นเหมือนตำนานที่มีลมหายใจของนักธุรกิจหนุ่มสาวทุกคน
“ไม่คิดว่าเขาก็มาที่นี่ด้วย” เซล่าอยากจะเดินเข้าไปทักทายแต่ก็พบว่าชายคนนั้นถูกล้อมรอบไปด้วยตัวแทนจากบริษัทชั้นนำในระดับรัฐจำนวนมากจนเธอไม่มีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยด้วยเลย
ในตอนนี้ฉากตรงหน้าเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากถ้าโลกภายนอกได้รับรู้ว่างานเลี้ยงอย่างไม่เป็นทางการในเมืองปลายฝนเล็ก ๆของรัฐคานันจะรวบรวมตัวแทนจากบริษัทระดับโลกจำนวนมากมารวมกันที่นี่ได้เพียงแค่เรื่องการเจรจาที่ดินเท่านั้น
...
ลุคมองทุกอย่างหลังม่านฉาก แม้ว่าในห้องจะมีแค่ตัวแทนแต่ลุคก็สัมผัสได้ว่าทุก ๆ นาทีจะมีคลื่นพลังที่แข็งแกร่งกวาดผ่านทุกอย่างไม่หยุด
คลื่นพลังพวกนั้นมีตั้งแต่ระดับ E ระดับ D และแม้แต่ระดับ C ก็มีซึ่งถ้าไม่ใช่ของตัวแทนก็เป็นผู้ติดตามที่มาคอยคุ้มกันคนพวกนี้แน่นอน
“ช่างมีตัวตนที่แข็งแกร่งเยอะจริง ๆ”
งานเลี้ยงที่ถูกจัดขึ้นครั้งนี้ได้รับการแนะนำมาจากเจฟฟ์แม้มันจะไม่เป็นทางการแต่ก็จำเป็นเนื่องจากว่าทุกบริษัทที่เข้ามาเพื่อจะเจรจามีจำนวนมากเกินไปและไม่ว่าบริษัทไหนพวกเขาก็ไม่สามารถไปมีเรื่องได้
ซึ่งถ้าจะให้รอพูดกันทีละบริษัทพวกเขาคงต้องใช้เวลาหลายสิบวันแล้วยังต้องมาปวดหัวว่าจะเลือกบริษัทไหนก่อนและหลังด้วย
แต่การจัดงานนี้ขึ้นมาเท่ากับเป็นการรวบรวมทุกคนมาที่นี่ในครั้งเดียวเพื่อจัดการเรื่องปัญหาทั้งหมดพร้อม ๆ กันลุคเห็นว่าสายตาของแต่ละคนก็รู้ความคิดในการจัดงานเลี้ยงไม่เป็นทางการนี้ดี
ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็กำลังรอว่าลุคจะใช้วิธีการไหนแต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาหลายคนเตรียมใช้อำนาจและน้ำลายในการแย่งชิงพื้นที่ดีที่สุดมาให้ได้อยู่แล้ว
“พร้อมหรือยัง” ลุคหันไปหาเจฟฟ์
“ยัง” เจฟฟ์พยายามผูกเนกไทของตัวเองด้วยมือที่สั่นเท่าในตอนนั้นเองนิโคลก็เดินเข้ามาในชุดราตรีพร้อมกับช่วยพ่อของเธอผูกเนกไท
“พ่อใจเย็น ๆ หน่อย ตอนนี้เป็นโอกาสของพ่อแล้วนะ”นิโคลเผยรอยยิ้มอ่อนแอออกมา
“พ่อรู้แล้ว เราไปกันเถอะ” เจฟฟ์และนิโคลเดินขึ้นเวทีคู่กันไป
ส่วนลุคไม่ได้ขึ้นไปด้วย เพราะเขาไม่คิดจะแผ่นตัวออกไปไม่ใช่เพราะว่าเขาอยากทำให้มันลึกลับอะไร แต่เพราะเขาต้องระวังตัวไว้สิ่งที่เขาถือไว้นั้นมีค่ามากมายเกินไปจนถึงขนาดที่คนพวกนี้อาจจะรวมหัวกันฆ่าเขาได้
“คงได้เวลาเจรจาลับแล้ว” ลุคมองดูหน้าจอทั้ง 4 ที่อยู่ในกล้องวงจรปิดมันกำลังจับภาพของตัวแทนสามบริษัทชั้นนำของสหพันธรัฐไว้กับอีกสองสาวที่กำลังหาทางเข้าไปเจรจากับทุกคนอยู่
“ส่งคำเชิญไปให้พวกเขา” ลุคสั่งการ
“ค่ะท่าน” บริกรสาวทั้งสี่รับคำ ก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
...
ด้านหน้าเวทีที่มีเพลงบรรเลงมาสักพัก ตั้งแต่เย็นจนท้องฟ้าด้านนอกมืดแล้วในตอนนั้นก็มีชายและหญิงเดินออกมาทุกคนต่างหันไปมองเพราะคิดว่าเป็นลุคซันเดอร์ชายที่พวกเขาอยากจะเจอตัว
แต่พอเห็นว่ากลับเป็นชายวัยกลางคนก็ต้องขมวดคิ้วแถมหญิงสาวด้านข้างก็ไม่น่าจะใช้ลุคซันเดอร์ด้วย
“ทุกท่านผมเป็นตัวแทนของบริษัทอมีตี้ที่จัดการเรื่องที่ดินทั้งหมดของคุณลุคซันเดอร์” เจฟฟ์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังเท่าที่เขาจะทำได้มันเป็นการแสดงอำนาจการต่อรองอย่างหนึ่ง
แต่ทันทีที่พูดจบทุกคนต่างก็พากันแสดงความไม่พอใจในทันที
“หมายความว่ายังไงตัวแทน หรือนายลุคนั้นจะออกมา”
“เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน แม้แต่หน้าก็ไม่คิดมาพบพวกเรา”
“ใช่ พวกเราเสียเวลารออยู่ที่นี่มาตั้ง 1 ชั่วโมงแล้วแต่กลับไม่คิดจะมาพบพวกเรา”
“บัดซบ แค่คนจากเมืองเล็ก ๆ แต่กล้าไม่ออกมาหาพวกเราด้วยตัวเองรู้ไหมพวกเราเป็นบริษัทในระดับรัฐเลยนะ สามารถซื้อทั้งเมืองนี้ได้ด้วยซ้ำ”
เสียงตะโกนดังขึ้นเรื่อย ๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงพวกเขามาที่นี่เพราะอยากจะซื้อที่ดิน แต่ไม่คิดว่าแม้แต่เจ้าของตัวเล็ก ๆคนนั้นก็ไม่คิดจะออกมาเจอหน้า ทำให้รู้สึกหงุดหงิดเป็นเรื่องปก
อำนาจของแต่ละคนมีมากขนาดที่แม้แต่เมืองปลายฝนก็ไม่อยู่ในสายตาพวกเขาด้วยซ้ำ
เจฟฟ์ที่แม้จะคาดการไว้แล้วว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้หลายคนจะต้องไม่พอใจ แต่ไม่คิดว่าจะเกินเลยไปมากขนาดนี้พวกเหมือนจะบุกเข้ามาลากคอเขาลงมาด้วยซ้ำ
‘ถ้าปล่อยไว้งานนี้ล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มแน่’เจฟฟ์พยายามใช้ประสบการณ์มาควบคุมสติของตัวเองในฐานะที่เคยบริหารบริษัทใหญ่มาก่อนถึงจะไม่ใหญ่เท่าคนพวกนี้ก็ตาม แต่เขาก็เป็นผู้บริการที่มีความสามารถคนหนึ่ง
ในตอนนั้นสายตาของเขาก็หันไปมองลูกสาวที่ยืนให้กำลังใจอยู่
“พ่อ...” นิโคลพยักหน้าให้กับพ่อของเธอ
เจฟฟ์กลับมามีกำลังใจอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสงบนิ่งมากขึ้นก่อนจะหลับตาและในพริบตาที่เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มว่า
“ทุกท่านใจเย็นก่อน ถ้าท่านไหนไม่พอใจก็สามารถจากออกไปได้เลย”
หลายที่พากันโวยวายกลับต้องสะดุดลงกับคำพูดของเจฟฟ์ อยู่ ๆก็ไม่มีการพูดหรือพยายามอธิบายอะไร แต่เชิญออกไปจากห้องเลย
มีบางคนไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครคิดจะออกไปจากห้องนี้
เจฟฟ์พอใจที่ทุกคนเงียบลงไปให้เขาได้พูดต่อ
“ผมรู้ว่าทุกท่านไม่พอใจแต่ว่าพวกท่านทั้งหลายไม่ได้มาเพื่อเจอกับลุค ซันเดอร์ แต่มาเพื่อที่ดินจริงหรือไม่?”เจฟฟ์ยิงคำถามไปอีกครั้ง
ทุกคนพอได้ยินดังนั้นก็อ้าปากเหมือนจะพูดอะไร ก่อนจะพากันหุบปากเพราะไม่อาจจะเถียงเจฟฟ์ได้
“มันก็จริงถ้าพวกเขาทำการซื้อที่ดินได้ ต่อให้พบหรือไม่พบลุคซันเดอร์ก็ไม่สำคัญ”
“แต่เราจะซื้อขายที่ดินกันยังไง”
“คุณมีอำนาจในการตัดสินใจแทนเขาร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่หรือไม่”
“ใช่ ๆ บอกมาเร็ว ๆ เรามีเวลาไม่มากนักหรอกนะตอนนี้ท้องฟ้าด้านนอกมืดแล้วด้วย”
เจฟฟ์หันไปมองลูกสาว นิโคลพยักหน้า ก่อนจะเปิดบางสิ่งออกมามันคืออุปกรณ์ฉายภาพโฮโลแกรม ไม่ใช่เทคโนโลยีระดับไกอาแต่ว่าก็นับเป็นเทคโนโลยีราคาแพงที่ลุคสั่งมาใช้เพื่องานนี้โดยเฉพาะ
ทุกคนเคยเห็นจึงไม่ได้ตื่นตาตื่นใจอะไรมากแต่ว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกสนใจ นั้นคือแผนภูมิแปลงที่ดินที่ฉายอยู่ในตอนนี้
มันถูกฉายอยู่ใจกลางห้อง พวกเขาขยายตัวแหวกออกกันในทันที
“สิ่งที่ทุกท่านเห็นอยู่ในตอนนี้คือแผนภูมิประเทศของเมืองปลายฝนและป่ากลายพันธุ์เอราบีเต้ส่วนที่ท่านเห็นเป็นสีน้ำเงินนั้นคือแปลงที่ดินทั้งหมดที่ทางเราครอบครองอยู่”เจฟฟ์ชี้ให้ทุกคนเห็น นิโคลขยับมันตามคำพูดของพ่อเธอ
ทุกคนรู้ว่าลุคครอบครองที่ดินจำนวนมากแต่ว่าพอมาเห็นแบบนี้ก็ยิ่งทำให้พวกเขาอ้าปากค้างยิ่งกว่าเก่าเพราะที่ดินทั้งหมดของลุคครอบคลุมผืนป่ากลายพันธุ์เอราบีเต้ไว้ตรงกลางและยังลากยาวออกไปรอบๆ อย่างจงใจ
ถ้ามีคนมาบอกว่านี่ไม่ใช่การซื้อที่ดินเพื่อเกร็งกำไรจากประตูมิติทุกคนคงถุยน้ำลายท่วมคนผู้นั้นเป็นแน่
“เจ้าเล่ห์จริง ๆ” คาสันพูดออกมา
“หึ ชายคนนี้ไม่โง่ก็ฉลาดมาก” เบรเดนกล่าวชมเชยออกมา
อัลเบิร์ตขยับแว่นตาของตัวเองและไม่พูดอะไรทั้งนั้น
“คุณหนูที่ดินทั้งหมดนี้เกรงว่าถ้าขายเขาอาจจะเป็นชายที่รวยอันดับต้นๆ เลย เราต้องระวังเขาไว้” ริโอน่ากล่าวเตือน
“อืม แต่ว่าถ้าเขาขายฉันก็ผิดหวังอยู่เล็กน้อย” เซล่ายิ้มมุมปาก
ริโอน่าส่ายหัวเล็กน้อย เธอกลับมาจดจำแปลงที่ดินเหล่านี้อีกครั้ง
แต่ในตอนนั้นเองก็มีบริกรสาวเดินเข้ามาคนหนึ่ง
“คุณผู้หญิงค่ะ ท่านลุคเชิญไปที่ห้องส่วนตัวทางด้านข้างค่ะ”บริกรสาวกล่าว
“เชิญ” เซล่าและริโอน่ามองตากันด้วยความสับสนแต่ขณะที่กำลังมองดูอยู่เธอก็เลือกที่จะตามไป
ในอีกสามจุดในห้องจัดเลี้ยงก็มีบริกรเข้าไปเชิญแขกคนสำคัญคือคาสันจากบริษัทมาสเตอร์มอนสเตอร์ เบรเดนจากบริษัทมังกรฟาร์มฟู้ด กรุ๊ปและอัลเบิร์ตจากบริษัทฮิลล์สโตนด้วย
มีคนไม่มากที่สังเกตเห็นเพราะความสนใจของพวกเขาทั้งหมดนั้นกำลังสนใจกับแผนภูมิพื้นที่ซึ่งกำลังแสดงอยู่ในกลางห้อง
“ทุกท่านในขณะนี้พวกท่านน่าจะเห็นถึงแปลงที่ดินและมีการจับจ้องไว้ในใจแล้วเรามาพูดถึงวิธีการกันเถอะ ทางเราบริษัทอมีตี้ไม่คิดจะขายที่ดินเหล่านี้แต่เราสามารถทำสัญญาเช่าระยะยาว 10 ปี 30 ปีและ 50 ปีกับทุกท่านได้”เจฟฟ์เปิดด้วยเรื่องสำคัญต่อในทันที
“หึ พวกคุณไม่คิดว่าจะโลภไปหน่อยเพราะถึงยึดพื้นที่ทั้งหมดไว้แบบนี้”
นิโคลมองหันไปมองชายที่พูดคนนั้น สุดท้ายเธอก็กล่าวขึ้นมา“นี่คือที่ดินของพวกเรา ถ้าคุณไม่ต้องการเช่าก็แค่ปล่อยให้คนอื่นเช่า”
“เธอ...รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร คนอื่น ๆ ก็คิดแบบเดียวกับฉันใช่ไหม”
ชายคนนั้นอยากจะพูดออกมา แต่ว่าเขาพบว่าคนรอบ ๆกลับเริ่มส่งเสียงสนับสนุนหญิงสาวคนนั้น ที่ดินมีจำกัดแต่ทุกคนอยากได้กันทุกคนและไม่จำกัดด้วย
และในเมืองเจ้าของเขาไม่ขายก็เท่ากับทุกคนจะไม่ได้ซื้อไปถึงอย่างนั้นก็ยังได้เช่าในสัญญาระยะยาว มันก็คือว่าสมเหตุสมผลสัญญาเช่าเปลี่ยนกันได้ แต่ถ้าซื้อแล้วไม่มีใครยอมขายแน่นอน
ในเมื่อไม่มีใครสักคนซื้อได้แล้วจะมาโวยวายทำไมถ้าไม่อยากเช่าก็ออกไปเลยจะได้มีคู่แข่งน้อยลง
สายตาของทุกคนบ่งบอกอย่างชัดเจนชายคนนั้นกัดฟันแน่นเขาเป็นเจ้าของบริษัทในเมืองใกล้ ๆ เมืองปลายฝนเลยคิดอยากจะซื้อที่ดินพวกนี้เพื่อโอกาสแต่ว่าตอนนี้เขากลับโดนสายตาทุกคนดูถูก เขาก็ไม่กล้าตอบโต้อยู่ดีแต่ละคนสามารถใช้อำนาจทางการค้าทำลายบริษัทของพวกเขาได้
“แล้วเราจะแบ่งแปลงที่ดินเช่ากันยังไง”
“ใช่ ในเมื่อทุกคนก็อยากได้แปลงที่ดีที่สุดอยู่แล้วจริงไหม ฉันยินดีเสนอราคามากกว่าคนอื่นๆ 2 เท่าเลย”
“ฉันให้ 3 ของแปลงนี้เป็นยังไง”
“แปลงนี้ฉันจองแล้ว ถอยออกไปเลย”
แต่ละเริ่มเสนอราคากันเป็นเท่าตัวเพื่อแย่งชิงการเช่าที่ดินเหล่านั้นซึ่งราคาเริ่มไม่ใช่แค่หลักล้านเครดิตแน่นอน
“ทุกท่านใจเย็นก่อน ทางเราเตรียมวิธีการที่เป็นธรรมไว้แล้วเราจะทำการประมูลที่ดินกัน แบบ 3 รอบ” เจฟฟ์ยกนิ้วสามนิ้วขึ้นโชว์และพูดต่อว่า“ที่ดินแต่ละแปลงจะกำหนดราคาขั้นต่ำไว้รวมถึงราคาในการเพิ่มตัวเลขด้วยพวกท่านสามารถเข้าประมูลราคากันแบบเป็นความลับได้ โดยจะเสนอได้ 3ครั้งต่อบริษัทต่อที่ดิน 1 แปลง ใครเสนอราคาสูงสุดจะได้ไปส่วนในที่ดินแปลงไหนที่ราคาเสนอเท่ากันผู้เสนอราคาสูงสุดจะสามารถเข้ารวมประมูลในรอบที่2 ถ้ามาถึงรอบที่ 3 จะเปิดให้แข่งกันแบบเปิดราคากับคนนอกได้ ซึ่งจะเป็นรอบสุดท้าย”
“เช่นที่ดินแปลงนี้ราคาเช่า 10 ล้านต่อปี เพิ่มครั้งละ 1ล้านเป็นอย่างต่ำ ถ้ามี 3 ท่านเสนอราคาที่ 12 ล้าน อีกท่าน 15 ล้าน และท่านสุดท้าย16 ล้าน ท่านที่เสนอ 16 ล้านเครดิตจะได้ไป แต่ว่าถ้าท่านสุดท้ายเสนอในราคา 15 ล้านซึ่งเท่ากับท่านที่ 2 ที่เสนอราคา 15 ล้านเช่นกัน แบบนั้นท่านที่ 2 และ 3จะสามารถประมูลในรอบที่ 2 ได้ โดยเสนอได้ 3 ครั้งเหมือนเดิมและถ้ายังเท่ากันอยู่ในรอบที่ 3 เราจะเปิดราคาสู้กัน โดยคนนอกสามารถเข้ารวมได้ทุกท่านคิดว่ายังไง” เจฟฟ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ตอนแรกที่ทุกคนได้ยินก็เห็นด้วยมันยุติธรรมดาดีแต่ว่าพอได้ยินกฎในรอบที่ 3 พวกเขาก็ปากกระตุกกันทันทีเพราะมันเป็นการบีบให้คนที่ประมูลในรอบที่ 2 ต้องทำการเสนอราคาให้ชนะแบบนั้นทุกคนที่มาถึงรอบนี้จะแย่งกันเพิ่มราคาอย่างบ้าคลั่งเพราะถ้าไม่ทำที่ดินที่พวกเขาหมายตาจะถูกเปิดราคาแล้วให้คนที่ไม่อยู่ในรอบที่ 2มาประมูล แบบนั้นจะยิ่งเป็นการแย่งกันอย่างบ้าคลั่งมากกว่าเดิม
“โหดเหี้ยมจริง ๆ” ทุกคนนิยามให้กับชายวัยกลางคนตรงหน้าเจฟฟ์ยิ้มให้กับคำชมของพวกเขา
ถึงจะรู้ แต่ทุกคนก็พากันตื่นเต้นและอยากที่จะประมูลกันแล้วสำหรับนักธุรกิจที่มีอำนาจเงินล้นฟ้า การประมูลที่ดินแบบนี้ไม่ต่างจากการพนันมันทำให้อะดรีนาลีนพวกเขาหลังออกมา ทุกคนมั่นใจในไหวพริบและอำนาจเงินที่ตัวเองมี
การเดิมพันครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่เป็นอนาคตของบริษัทเลยก็ว่าได้ซึ่งก็ไม่รู้ว่าในชีวิตนี้จะมีประตูมิติโลกสมบูรณ์ปรากฏออกมาอีกหรือไม่เนื่องจากตั้งแต่ประตูโลกสมบูรณ์แห่งที่ 2 เปิดขึ้นมาจนถึงประตูโลกสมบูรณ์แห่งที่3 ก็ห่างกันเกือบ 50 ปีเลยทีเดียว
“พวกท่านทุกคนสามารถใช้แหวนเครือข่ายไกอาเพื่อเข้ารวมสนุกกันได้แบบนั้นจะทำให้น่าเชื่อถือยิ่งกว่า” เจฟฟ์เปิดให้พวกเขาเข้ามาเริ่มการประมูลพร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มราคาแพงที่ทยอยมาเสิร์ฟงานเลี้ยงนี้จึงเริ่มคึกคักมากขึ้นหลายเท่าตัว