อัสนีมาแลกชิปเป็นบัตรเงินสด 180 ล้าน อัสนีสั่งให้เจ้าหน้าที่ระบุชื่อลูกสาว ลูกชายของเฮียตง คนละ45 ล้าน และระบุเป็นชื่อภรรยา 90 ล้าน
ซึ่งการ์ดเงินสดนี้ออกโดยธนาคารสิงค์โปร์ไม่ต้องเสียภาษี ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบของทางการเวลาใช้ก็สามารถเบิกตามตู้เอทีเอ็ม หรือไปที่ธนาคารได้ทุกแห่งเสียแค่ค่าธรรมเนียมโอนจากต่างประเทศมาเท่านั้น
อัสนีเก็บบัตรท่ามกลางสายตาของคนนมากมาย เขาหาได้เกรงกลัวใครไม่
เฮียไช้ กับเฮียปลาถึงกับเข้ามากระซิบบอกเขา
“ เฮียตงลื้อไม่กลัวพวกมันคิดแย่งเงินลื้อหรือไง”
“ฉันระบุชื่อเป็นลูกเมียเรียบร้อยแล้ว พวกมันไม่มีทางเอาไปได้”
“หากมันจับลูกเมียลื้อ แล้วข่มขู่ให้เบิกเงินให้จะทำอย่างไรเล่า”
เฮียปลาเตือนด้วยความเป็นห่วง
“ หากมันกล้าบ่อนของมันจะมีใครกล้าเข้ามาอีก เงินแค่นี้สำหรับพวกมันแล้ว เล็กน้อยแต่หากไม่มีลูกค้า พวกมันจะอยู่ได้อย่างไร”
อัสนีในร่างของเฮียตงก็เดินส่ายอาดๆกลับออกไป จากบ่อนกิเลนไฟทันที
พอเขาเดินออกมาจากบ่อนได้ไม่มีร้อยเมตรก็พบว่า มีคนชุดดำ เกือบสิบคนยืนดักเขาเอาไว้ แล้วชักปืนออกมาขู่ให้เขา เดินเข้าไปในซอยเปลี่ยว
“ พวกแกทำเช่นนี้ไม่กลัวลูกค้าจะไม่เข้ามาเล่นหรือไง”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่าเรื่องนี้แกไม่ต้องห่วง ฉันให้ไอ้ขี้ยาแถวนี้คอยรับผิดอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงเอาบัตรเงินสดออกมาเดี๋ยวนี้” หัวซาหัวหน้าบอดี้การ์ด เอ่ยขึ้น อัสนีแค่มองผ่านผ้าปิดหน้าของพวกมันก็รู้ว่าพวกมันเป็นใครโดยเฉพาะเป้าหมายของเขาซึ่งมันก็มาด้วยตัวเองอย่างที่เขาคิดเอาไว้ มันคือ คุณชายสามนที กิเลนทอง
“ ที่แท้ คุณชายนทีกิเลนทอง ก็มาร่วมปล้นด้วยตัวเองเลยหรือนี่”
อัสนีมองไปที่ชายคลุมหน้าชุดดำที่ยืนอยู่ด้านในสุด คุณชายสามที่ถูกเรียกชื่อก็สะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ
“ ไอ้บ้าตงนี่แกจำฉันได้อย่างไงวะ”
“ เฮอะอย่างว่าแต่แกเลย หัวหน้าคุมบ่อน หัวซา ก็ร่วมปล้นกับเขาด้วย”
หัวซาถึงกับหัวเราะและ ดึงผ้าที่ปิดเอาไว้ออกมา
“ในเมื่อแกรู้เช่นนี้ ก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก คืนบัตรเงินสดมาซะ”
“ฉันลงชื่อเป็นของลูกเมียฉันแล้ว พวกแกไม่มีทางเบิกได้หรอกเว้ย”
“ ฆ่าแกแล้วจับเมียกับลูกแกมา ดูซิว่า พวกมันจะกล้าไม่คืนไหม ตอนนี้ ถึงเวลา ตายของแกแล้วตายไปซะ”
หัวหน้าบอดี้การ์ดหัวซาลั่นไกปืนใส่อาตงทันที
เปรี้ยง !!!
อาตงที่ถูกจับล็อคแขนเอาไว้ทั้งสองข้างดึงร่างของคนจับสองคนมาขวางลูกปืนเอาไว้กระสุนเจาะเข้ากลางหัวของมันทั้งสองคนตายคาที่ แต่พอจะทะลุหัวของอาตงเขาก็หลบได้ทัน แล้วผลักศพคนตายทั้งสองเข้าใส่ หัวซา มันถึงกับเสียหลักล้มลงไป
อาตงในตอนนี้เคลื่อนไหวไปทางซ้ายแล้วจับพวกมันคนหนึ่งหักคอล้มลงไปกับพื้น คนที่เหลือ ชักปืนเล็งใส่อาตงแต่ว่าเขากลิ้งตัวหลบแล้วหยิบปืนของคนตายออกมา แล้วยิงปืนสวนออกไปทีเดียว เก้านัดหมดแม๊กพอดี พวกคนร้ายตายคาที่จนหมด เหลือเพียงหัวซา ที่ลุกขึ้นมาและกำลังจะเหนี่ยวไกปืน แต่อาตงพุ่งเข้ามาจับปืนเอาไว้แล้วแย่งออกมาจากมืออย่างรวดเร็ว หัวซา ถึงกับอ้าปากค้างกระสุนปืนเลยพุ่งเข้าปากของมัน ทะลุหัวของมันตายคาที่
อัสนีมองไปที่คุณชายนทีตอนนี้วิ่งหนีสุดชีวิต กำลังวิ่งออกไปจากซอยเปลี่ยวแห่งนี้มันดีใจที่คิดว่าใกล้จะถึงปากซอยแล้วคงรอดแน่ๆ แต่ทว่า อาตงกลับลอยตัวมายืนดักหน้ามันแล้วถีบเข้ากลางอกของมันจนกระเด็นปลิวเข้าไปในซอยอีกครั้ง
“ อาตง แกปล่อยฉันไปฉันเป็นคนของตระกูลกิเลนทองนะเว้ย หากฉันตาย ครอบครัวของแก ก็ต้องตายจนหมดสิ้น”
อัสนีไม่ตอบแต่เตะเข้าปลายคางของมันจนหงายท้องไปอีกครั้ง
“เคยมีคนบอกไม่ให้ฉันฆ่าแก แต่คำพูดของแกเมื่อกี๊ ทำให้ฉันไม่อาจปล่อยแกไปได้”
อัสนีเตะเข้ากลางหว่างขาของคุณชายนทีจนพวงสวรรค์ของมันแตกเลือดทะลักออกมา
คุณชายนทีไม่มีเสียงร้องออกมาเพราะมันจุกไปถึงคอของมัน แต่มันก็พยายามจะถามว่า
“ ใคร..เป็นคนสั่ง..”
อัสนีเข้ามาใกล้ๆมันแล้วบีบคอของมันแล้วยกขึ้นกลางอากาศ
“ มูมู่แกรู้จักชื่อนี้ไหม” อัสนีไม่อาจทำตามที่มูมู่ร้องขอได้ หักคอของคุณชายนที
ตายไปด้วยสีหน้าแตกตื่นกลัวสุดขีด
อัสนีเดินออกมาจากซอยอย่างช้าๆแล้วก็เดินไปเรื่อยๆ มาถึงร้านบะหมี่ เห็นลูกทั้งสองคน กำลังช่วยแม่เก็บร้านบะหมี่พวกเขาพอเห็นอาตงเดินเข้ามา ก็รีบวิ่งไปหาแม่ทันที
“อย่านะอย่าทำอะไรม๊าอีกนะ” เด็กชายยืนเผชิญหน้ากับอาตง ไม่ยอมถอยหนีไปได้เด็กน้อยเพิ่งจะอายุไม่ถึง 7 ขวบเลย กล้าหาญเหลือเกินน้องสาวก็เข้ามายืนข้างพี่ชาย กางแขนขวางเขาเอาไว้เช่นกัน
“ ป๊า ห้ามตีม๊า นะ”
อัสนีเห็นแล้วก็คุกเข่ากอดเด็กสาวกับเด็กชายเอาไว้ทั้งสองพยายามดิ้นออก แต่เขาก็ไม่ปล่อย
“ปล่อยลูกของฉันเดี๋ยวนี้” เมียของอาตงถือมีด ตัวสั่นไปทั้งตัว พร้อมสู้กับเขาสุดชีวิต
“ ไม่ต้องกลัวเฮียเอาเงินมาคืน” อัสนียื่นเงินหมื่นให้ลูกชายเอาไปให้มาม๊า
“ เป็นไปได้ยังไงเฮียเล่นได้?”
“ ใช่ ต่อไปนี้เธอไม่ต้องกลัวเฮียอีก เฮียเลิกเล่นแล้ว นี่เป็นบัตรกดเงินสดของลูกของเราและของเธอด้วย มันเป็นเงินที่เฮียเล่นได้มาคืนนี้ส่วนรหัสเบิกเงินฉันจะส่งข้อความมาให้ มันเหมือนกันทั้งสามใบ”
อัสนียื่นบัตรสามใบให้ลูกสาวให้นำไปให้มาม๊า
“ ฉันไม่ต้องการเงินสกปรกเหล่านี้เฮียเอาคืนไปเถอะ ต่อไปเฮียอย่ามายุ่งกับพวกเราก็พอแล้ว”
“ เฮียสัญญาต่อไปนี้เฮียจะไม่มาหาเธอกับลูกอีกแล้ว รับมันเอาไว้เถอะนะขอให้เฮียทำเพื่อครอบครัวเป็นครั้งสุดท้าย”
“ เฮียแน่ใจนะต่อไปจะไม่มายุ่งกับพวกเราอีก”
อัสนีพยักหน้า แล้วเขาก็หันหลังกลับไปเดินไปที่ซอยมือเปลี่ยวที่มีร่างของอาตงที่ถูกขี้ยาแทงตาย
“ ม๊า ป๊าจะไปไหน”เด็กสาวเห็นภาพพ่อที่เดินจากไปอย่างเศร้าสร้อยก็อดสงสารไม่ได้
“ปล่อยให้ป๊าไปดีแล้ว ม๊าจะได้ไม่ต้องถูกตีอีก” ลูกชายเอ่ยออกไปตามความรู้สึก
แต่ว่าเมียของอาตงกลับรู้สึกคำพูดของ อาตงรู้สึกแปลกๆ กว่าทุกครั้ง
แต่ด้วยความทรงจำที่ผ่านมาเธอกับลูกล้วนถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจมาตลอด เลยไม่สนใจอาตงอีกรีบเก็บร้านกลับเข้าไปในตึกที่เช่าเอาไว้ไม่สนอะไรอีก
จนกระทั่งตีห้ามีญาติมาเคาะเรียก บอกว่า อาตงถูกขี้ยาแทงเสียชีวิตแล้ว ที่ซอยถัดไป เมียอาตงถึงกับทรุดตัวร้องไห้แม้นจะโกรธแค้นเพียงใด ก็ยังไม่อยากให้อาตงต้องมาตายแบบนี้ยิ่งคิดถึงคำพูดสุดท้ายของอาตง ยิ่งทำให้เธอต้องร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
ในขณะนั้นเองก็มีเสียงข้อความดังขึ้นที่มือถือของเธอ พอเปิดอ่านก็พบว่า มีข้อความที่อาตงหรืออัสนีได้บอกรหัส กดเงิน คือ เดือนและปีที่แต่งงานของทั้งสองคนและบอกยอดเงินทั้งหมดในบัตรทั้งสามใบ 180 ล้านบาท เมียอาตงถึงกับปล่อยโฮออกมาแล้วรีบวิ่งไปหาศพของ อาตงที่ซอยถัดไปทันที
คืนนี้มีฆาตกรรมเกิดขึ้น ทั้งสองซอย คือซอยหนึ่ง มีคนถูกฆ่าตาย สิบเอ็ดศพตำรวจได้แต่มืดแปดด้านไม่รู้ว่าฆาตรกรเป็นใครกันแน่ มันถึงได้กล้าสังหารคุณชายสามนายนทีกิเลนทองอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้
ส่วนอีกซอยหนึ่งก็สามารถจับฆาตกรที่ฆ่าอาตงได้ไม่ยากเย็นนัก เพราะมันเมายาไม่ได้สติเสื้อผ้าและมือของมันยังเต็มไปด้วยเลือดของอาตงเต็มไปหมด
ณ ศาลเจ้าตระกูลกิเลนทอง
ใจกลางห้องโถงมีศพของคุณชายสามนที กิเลนทอง นอนอยู่ มีชายกลางคนผมขาวไปทั้งหัวถือไม้เท้ายืนมองอย่างนิ่งเฉย ด้านหน้ามีคนของตระกูลกิเลนทองนับสิบๆ คน ด้านซ้าย คุณชายรองเมฆา
ก้มหัวรอให้ บิดา นายอาฑิตย์กิเลนทอง ผู้นำตระกูล พูดออกมา
“ ใครเป็นคนฆ่าเจ้าสาม”
“ คืนนั้นเจ้าสามไปจัดการกับ อาตงเรื่องเงิน 180 ล้านบาท ทีแรกผมก็สงสัยอาตงคนนี้ แต่ทว่ามันกลับถูกขี้ยาแทงตายในซอยถัดไป ตอนนี้ผมก็ไม่ทราบจริงๆ ว่าใครเป็นคนทำรายงานตำรวจบอกว่า คนร้าย มีเพียงคนเดียว และอาวุธที่ใช้ก็เป็นของพวกเราทั้งนั้น”
“ตอนนี้มันมีศัตรูที่ไหนบ้าง” นายอาฑิตย์เอ่ยอย่างช้าๆ
“ เจ้าสามมีนิสัยเจ้าชู้มีเรื่องไปทั่ว แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาตามมาเลยสักครั้ง”
“แล้วเรื่องผู้หญิงที่มันจับตัวมาขังเอาไว้เล่า เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่”
“ ผมสืบมาแล้วผู้หญิงคนนั้นไม่น่าถูกน้องสามจับขัง เพราะคืนที่เกิดเรื่องนางก็ออกจากคอนโดไปคนเดียว เหมือนกับว่า ไม่ได้ถูกกักขังอย่างที่คุยโวเอาไว้เลย”
“ แกคงยังไม่รู้ผู้หญิงคนนี้เคยเป็นเด็กของเจ้าห้า ล่าสุดถูกคนของ ตระกูลหาญเทวัญจับตัวไปบูชายัณแล้วสุดท้ายกลับรอดมาได้ ลูกชายคนเล็กของตระกูลหาญเทวัญ ถูกฆ่าตาย ณที่เกิดเหตุ แล้วเจ้าสามยังไปพาตัวผู้หญิงคนนี้มาที่ห้องอีกเป็นไปได้หรือไม่ว่า พวกตระกูลหาญเทวัญ มันคิดว่า เจ้าสามมีส่วนเกี่ยวข้องเลยส่งนักฆ่ามาแก้แค้นเจ้าห้า”
คำพูดของท่านอาฑิตย์ทำให้ทุกๆ คนถึงกับอึ้งไป แล้วก็เริ่มจะพยักหน้าเห็นด้วย
“ แต่ว่า น้องสาม ไม่ได้ส่งคนไปฆ่าคนของตระกูลหาญเทวัญอย่างแน่นอน” คุณชายรองยืนยัน
“ แกคิดว่าพวกหาญเทวัญ มันคิดแบบเดียวกับแกอย่างนั้นเร๊อะ”
“ นายพลพร้อมพงษ์ตอนนี้มีอำนาจทั้งในรัฐบาล และ ในกองทัพ หากพวกเราคิดแก้แค้น เกรงว่าพวกเราคงสู้ไม่ได้แน่ๆ” คุณชายเมฆาเอ่ยออกมาอย่างกังวลใจ
“ ฉันติดต่อกับเจ้าใหญ่แล้ว เขาได้หาคนที่จะมาช่วยเราแล้ว”
“ ใครกันครับ”
“ นักพรตไคจินจากสำนักไท่ซาน อาจารย์ของเจ้าใหญ่ ท่านรับปากจะมาเมืองไทยพร้อมกับเจ้าใหญ่และลูกศิษย์สองคนเพื่อช่วยหาคนที่ฆ่าเจ้าสาม เจ้าสี่ เจ้าห้า พวกเราในช่วงนี้ห้ามเคลื่อนไหว ต้องระมัดระวังตัว อย่าได้ก่อเรื่องเด็ดขาด”
คุณชายรองเมฆาพยักหน้ารับ รอให้พี่ใหญ่เวหากับอาจารย์นักพรตไคจินมาช่วยเหลือ...........