“อานนท์...” เสียงแผ่วเบาที่ออกมาจากปลายฝน เธอรู้สึกละอายเกินกว่าจะร้องขอให้เขาช่วยเธอ เพราะทั้งหมดมันเป็นเพราะเธอทะนงตัวคิดไปเองว่าเธอจะสามารถจัดการปัญหาด้วยตัวเองได้ หากเธอบากหน้าไปขอร้องเขาแต่แรกหรือยอมบอกพ่อของเธอ เธอคงไม่ถูกจับตัวอยู่อย่างนี้
ครั้นจะบอกให้เขาหนีไปอย่างที่เธอบอกกับคนอื่น เธอก็แอบหวั่นใจว่าเขาจะทำตามที่เธอบอกโดยไม่ลังเล เพราะสิ่งที่เขาปฏิบัติต่อเธอตลอดที่ผ่านมาคือการพยายามอยู่ให้ห่างไกลจากเธอ แม้ปากของเธออยากจะบอกให้เขาหนีไป แต่ใจของเธอก็ยอมรับแต่โดยดีว่ามีแค่เพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะแก้ไขทุกอย่างที่เธอทำพลาดลงไป เธอรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาจริง ๆ
“อานนท์งั้นเหรอ?” จอมพลเหมือนคนยิ้มแต่ไม่ได้ยิ้มออกมา เขามองอานนท์อย่างแปลก ๆ ขณะกล่าวต่อว่า “ถึงว่าสิ ทั้งเปลี่ยนชื่อแถมยังสีผมที่เปลี่ยนไปอีก ไม่แปลกใจเลยที่ตลอดห้าปีที่ผ่านมาคนของฉันถึงหาแกไม่เจอเลย”
ตอนนี้สีผมของอานนท์กลับมาเป็นสีดำอีกแล้ว มันไม่ได้เป็นสีเงินอย่างที่จอมพลเข้าใจ เพื่อทำลายลำแสงปืนใหญ่ลมหายใจปีศาจ อานนท์จำเป็นต้องใช้พลังหลักของเขาในการทำลายลำแสง ทำให้เขาจำเป็นต้องเร่งพลังของเขาให้สูงยิ่งกว่าพลังของลำแสงปืนใหญ่ เมื่อพลังของเขาสูงกว่า ด้ามดาบจึงเลือกดูดพลังจากเขาแทน จึงทำให้สีผมของเขากลับมาเป็นสีดำอีกครั้ง เขากลับมาดูเป็นอานนท์ที่ไร้พลัง เขาไม่มีรัศมีที่เย็นชาและน่ากลัวอย่างที่จอมพลเคยเจอมาก่อน หากอานนท์ไม่เปิดเผยตัวออกมาเช่นนี้ ก็ไม่มีวันที่จอมพลรวมถึงทั้งกองทัพศิขาจะควานหาตัวเขาเจอ
“เจ้าก็มาได้ไกลมากเลยนะสำหรับหนูขี้ขโมยอย่างเจ้า” อานนท์มองจอมพลอย่างเหยียดหยาม สายตาเขาราวกับทุกสรรพสิ่งเป็นเพียงก้อนกรวดที่เขาใช้เหยียบย่ำเท่านั้น
ตอนนี้อานนท์มั่นใจแล้วว่าคนที่คอยไล่ล่าเขามาตลอดห้าปีคือจอมพลคนนี้ ไม่ใช่กุนซือมารอย่างที่เขาคิด เพราะเขาได้จัดการกุนซือมารไปแล้ว และได้รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของกุนซือมารแล้วว่าเขาเป็นเพียงร่างเงาที่เกิดมาจากเวทมนตร์ชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่เขาไม่มั่นใจว่าใครคือเจ้าของร่างเงากุนซือมารกันแน่
ยิ่งเมื่อมาเห็นจอมพลถือครองปลายดาบดำของเขาเช่นนี้ เขายิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีกว่าต้องเป็นชายคนนี้ที่เขาตามหา
แน่นอนว่าเขาเลือกจะประจันหน้าและจัดการกับเข้าตั้งแต่แรกเลยก็ได้ แต่เขาไม่มั่นใจว่าคนที่เขาตามหาคือใครกันแน่ และเขาไม่ต้องการฆ่าคนทั้งโลกเพื่อตามล่าหาคนคนเดียว อานนท์จึงเลือกที่จะหลบซ่อนและค่อย ๆ สืบหาว่าเขากลายเป็นใครและอยู่ที่ใด
จอมพลยักไหล่ “ก็ค่าผ่านทางมันแพงเกินไป ฉันถึงกับต้องสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไป ฉันก็เลยขอหยิบอะไรติดไม้ติดมือมาบ้างเพื่อให้มันคุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป”
“แล้วใครใช้ให้แกเข้ามามิทราบ?” มีความขุ่นเคืองในน้ำเสียงของอานนท์
“แหม นาน ๆ ทีแกจะนอนหลับสักที โอกาสดีขนาดนี้ใครจะอยากพลาด” จอมพลแสยะยิ้มออกมา
“อย่างนั้นสินะ เจ้าคงคิดว่าเจ้าโชคดีที่สุดในโลก แต่ตอนนี้โชคของเจ้าได้หมดลง” น้ำเสียงของอานนท์เย็นชาจนเสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกสันหลังคนฟัง “เพราะถึงเจ้าจะเข้ามาได้ แต่เจ้าก็ไม่มีวันออกไปได้”
“ทำไมฉันถึงต้องกังวลเรื่องนั้นด้วย? ในเมื่อแกก็อยู่ตรงนี้แล้ว” จอมพลพูดอย่างอวดดี
“แล้วทำไมข้าถึงต้องช่วยพาเจ้าออกไปด้วย?” อานนท์ตอบด้วยคำถามกลับไป เขาขมวดคิ้วเพราะรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี
และก็เป็นอย่างที่เขากังวล จอมพลใช้ปลายดาบดำกระดิกชี้ไปยังปลายฝนและพูดว่า “แกจะยอมช่วยกันเพราะตัวประกันสุดน่ารักคนนี้ไง”
“ทำไมข้าต้องสนใจเธอคนนั้นด้วย? เธอจะเป็นตายร้ายดียังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับข้าสักหน่อย” อานนท์พยายามพูดด้วยท่าทีปกติเพื่อปกปิดความกังวลในน้ำเสียงของเขา