(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 148 ทำไมถึงยังไม่ลงมือ!

            หลี่จิ้งไม่ปล่อยให้โอกาสที่ซวนหยวนสร้างขึ้นผ่านไปอย่างเสียเปล่า


            เขารู้ดีว่า "เขตแดนแห่งกฎ" คือพลังอำนาจของนักสู้ระดับดาวฤกษ์ ซึ่งมีพลังเกินกว่าที่นักสู้ทั่วไปจะควบคุมได้


            แม้ว่าในความเป็นจริง ซวนหยวนยังไม่ถึงระดับพลังนั้น แต่การที่เขาสามารถใช้พลังในรูปแบบนี้ได้อย่างสมบูรณ์ มันแสดงถึงความสามารถและศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ความหวังที่เคยริบหรี่กลับจุดประกายขึ้นในใจของทุกคน


            การที่พวกเขาสามารถทำให้ดราโกเนียต้องถอยได้นั้นเป็นสัญญาณที่ดี และหมายความว่าพวกเขาอาจมีโอกาสเอาชนะมัน


            “กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้า!”


            หลี่จิ้งควบคุมพลังแห่งสายฟ้าของเขา หอกอัสนีบาตถูกก่อร่างขึ้นอีกครั้งด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม


            “ทุกคน บุกพร้อมกัน! อย่าให้มันได้พัก!”


            เขาสั่งการเสียงดังพร้อมพุ่งตัวออกไป กองทัพนักสู้พันธุกรรมและเหล่านักรบแห่งสำนักดาบโบราณและสำนักมังกรก็รีบเข้าร่วมการโจมตีทันที พวกเขาทั้งหมดพร้อมใจกันพุ่งเข้าไปเพื่อไม่ให้ดราโกเนียมีโอกาสฟื้นตัวจากการโจมตีของซวนหยวน


            “โฮกกกกกกกกกกกกกก!”


            ทว่ามีหรือที่ดราโกเนียจะยอมปล่อยไปโดยง่าย


            ร่างสีดำขนาดยักษ์ของมันยังคงเต็มไปด้วยพลังที่ล้นเหลือ ดวงตาสีทองของมันเปล่งประกายด้วยความโกรธเกรี้ยว ราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดออก มันปล่อยเสียงคำรามอันดังกึกก้องทั่วท้องฟ้า ร่างของมันเริ่มสั่นสะเทือนด้วยพลังที่รวบรวมอยู่ภายใน


            ดราโกเนียกางปีกขนาดมหึมาของมันออกมา ปีกที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีดำเงางามแผ่ขยายออกจนปกคลุมทั้งท้องฟ้า ปีกทั้งสองข้างของมันเป็นอาวุธที่ทรงพลังพอที่จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล มันกางปีกและขยับตัวด้วยความเร็วที่ไม่อาจติดตามได้ พุ่งทะยานผ่านหมู่นักสู้ที่พุ่งเข้ามา ร่างของนักสู้พันธุกรรมากมายนับร้อยถูกปีกที่แข็งแกร่งของดราโกเนียฟาดขาดเป็นสองส่วนทันที


            “ฉัวะ!ฉัวะ!ฉัวะ!ฉัวะ!”


            เสียงกรีดร้องและเสียงร่างกระเด็นกระทบพื้นดังก้องไปทั่วอากาศ เลือดกระจายไปทั่วบริเวณ นักสู้หลายคนที่พุ่งเข้าไปหามันต่างถูกทำลายล้างในชั่วพริบตา ไม่มีใครสามารถติดตามการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและรุนแรงของดราโกเนียได้


            ปีกของมันที่กางออกเต็มไปด้วยพลังที่ไร้เทียมทาน ราวกับเป็นใบมีดขนาดยักษ์ที่พร้อมจะตัดทุกสิ่งที่ขวางหน้า


            “อะ..ไอ้บัดซบ!”


            หลี่จิ้งเองก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นการตอบโต้ที่โหดเหี้ยมของดราโกเนีย


            เขากำหมัดแน่นและจ้องมองไปที่สัตว์ร้ายที่ยังคงทวีความรุนแรงของการโจมตี เขาตะโกนเรียกความมุ่งมั่นจากเหล่านักสู้ที่เหลืออยู่


            “เราไม่อาจจะปล่อยให้มันทำลายพวกเราไปทีละคนแบบนี้!”


            “ระวังและรวมกลุ่มกัน! อย่าให้มันได้เข้าถึงตัวเราได้ง่ายๆ!”


            ร่างของดราโกเนียขยับตัวอีกครั้ง ปีกของมันฟาดฟันออกไปด้วยความเร็วสูง นักสู้หลายคนไม่อาจหลบหนีได้ทันและถูกปีกที่แข็งแกร่งตัดขาดออกในพริบตา ความโหดเหี้ยมและพลังที่ไร้ขีดจำกัดของดราโกเนียทำให้หลายคนรู้สึกถึงความสิ้นหวัง


            ซวนหยวนที่อยู่ห่างออกไป มองเห็นการทำลายล้างที่เกิดขึ้นกับพวกพ้องของเขา เปลวไฟในร่างของเขาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง


            แม้ว่าร่างกายของเขาจะเริ่มอ่อนแรง แต่ความมุ่งมั่นในใจกลับไม่ยอมถอย


            เขารวบรวมพลังแห่งกฎไฟอีกครั้ง เตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยการโจมตีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพื่อหยุดยั้งสัตว์ร้ายที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้


            “เราจะไม่ยอมแพ้! เพื่อทุกชีวิตที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ พวกเราต้องหยุดมันให้ได้!”


            ในขณะที่ซวนหยวนกำลังรวบรวมพลังเพื่อต่อสู้ ดราโกเนียก็ไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสตอบโต้


            “เร็วมาก—?!!”


            แววตาของมันแข็งกร้าวและเปลี่ยนเป้าหมายมุ่งตรงไปยังหลี่จิ้งและซวนหยวน ร่างขนาดมหึมาพุ่งเข้าไปพร้อมกับกรงเล็บขนาดใหญ่ที่ถูกยกขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนที่จะถูกฟาดออกด้วยความรวดเร็วและพลังที่รุนแรงกว่าทุกครั้ง


            กรงเล็บนั้นไม่เพียงแค่เป็นการโจมตีทางกายภาพ แต่ยังมาพร้อมกับกฎต้นกำเนิดแห่งทองที่น่าสะพรึงกลัว


            พลังแห่งทองคำที่ดราโกเนียควบคุมสามารถเสริมพลังการโจมตีให้กลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจป้องกันได้


            กรงเล็บของมันแผ่พลังอำนาจแห่งกฎทองคำที่ส่องประกายเป็นแสงเจิดจ้า ก่อให้เกิดการทำลายล้างอย่างรุนแรง


            “อะ..อ๊ากกกกกกกกกกก!”


            หลี่จิ้งและซวนหยวนพยายามรวบรวมพลังเพื่อป้องกัน ใบหน้าซีดเผือดประหนึ่งไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง


            “ปัง!”


            แต่แรงกระแทกจากกรงเล็บของดราโกเนียเกินกว่าที่พวกเขาจะต้านทานได้ ชุดเกราะที่พวกเขาสวมใส่ถูกพังทลายลงทันที เมื่อถูกปะทะด้วยพลังมหาศาลที่แฝงอยู่ในกฎต้นกำเนิดแห่งทอง โลหะที่เคยทนทานแตกหักและกระจายเป็นเสี่ยงๆ เศษเกราะปลิวกระจายออกไปทั่วท้องฟ้า


            ทั้งหลี่จิ้งและซวนหยวนต่างได้รับบาดแผลสาหัส บนร่างกายโลหิตไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ซวนหยวนทรุดตัวลงไปหนึ่งเข่า พยายามใช้มือพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลง ขณะที่หลี่จิ้งเองก็ยืนอยู่ด้วยความลำบาก


            “นะ..นี่มันจบสิ้นแล้วจริงๆ?”


            ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวด โลหิตที่สาดกระเซ็นไปทั่วทำให้คนที่เหลือรอดต่างมองเห็นภาพนั้นอย่างเต็มตา


            ความหวังที่เคยมีอยู่ในดวงตาของพวกเขา เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังอย่างชัดเจน


            หลี่จิ้งและซวนหยวนที่เป็นนักสู้ระดับแนวหน้าของโลกยังถูกโจมตีจนสาหัส และพลังของดราโกเนียก็ยังคงแผ่ขยายออกไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด นักสู้ที่เหลือที่เคยมีความหวังว่าพวกเขาอาจเอาชนะดราโกเนียได้ ต่างเริ่มรับรู้ถึงความเป็นจริงที่น่าสะพรึงกลัว


            “นี่มัน...มันเกินไปนะ”


            นักสู้พันธุกรรมคนหนึ่งพึมพำออกมา ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว


            เขามองดูภาพของผู้นำและนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดถูกทำลายลงตรงหน้า ความมั่นใจที่เคยมีในความสามารถของพวกเขาค่อยๆถูกทำลายลงไปในทันที ความหวังที่เคยจุดประกายกลับดับสิ้นท่ามกลางแสงแห่งการทำลายล้างของดราโกเนีย


            “โฮกกกกกกกกกกกกกก!”


            ดราโกเนียคำรามออกมาอีกครั้ง เสียงของมันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความไม่พอใจ


            มันก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทั้งสองคนอีกครั้ง ดวงตาสีทองที่เปล่งประกายจ้องมองพวกเขาด้วยความโหดร้าย ราวกับเตรียมพร้อมที่จะทำลายล้างให้สิ้นซาก มันกางปีกขนาดใหญ่ขึ้นอีกครั้ง เตรียมที่จะโจมตีด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทาน


            “——!!”


            หลี่จิ้งและซวนหยวนเห็นแบบนั้นก็พยายามลุกขึ้นมาต่อสู้


            “ขะ...ข้ายังไม่ยอมแพ้!”


            ซวนหยวนพูดออกมาอย่างยากลำบาก ขณะที่พยายามรวบรวมพลังเพื่อโจมตีครั้งสุดท้าย เปลวเพลิงในร่างกายของเขาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง แม้จะเป็นเปลวเพลิงที่ริบหรี่ แต่ก็เป็นเปลวเพลิงที่ยังคงส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด


            ทว่าในตอนนั้นเอง ซวนหยวนที่บาดเจ็บและกำลังพยายามต่อสู้กับดราโกเนียก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ไม่ปกติ หยางจินเหินผู้ที่เป็นเสมือนน้องชายของเขา ยังคงลอยนิ่งอยู่และไม่ได้ลงมือช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ท่ามกลางการโจมตีอันหนักหน่วงจากดราโกเนีย


            การนิ่งเฉยของหยางจินเหินนั้นสร้างความสงสัยให้กับซวนหยวน เขาจึงตะโกนเรียกและสั่งให้เขาลงมือเข้าช่วยเพื่อจัดการดราโกเนีย


            “หยางจินเหิน! เจ้ามัวรออะไรอยู่? ลงมือเดี๋ยวนี้!”


            ซวนหยวนตะโกนเสียงดัง ขณะที่พยายามยืนหยัดต่อหน้าดราโกเนียที่กำลังเตรียมโจมตีเขาอีกครั้ง


            “พี่ใหญ่...”


            หยางจินเหินเงยหน้าขึ้นช้าๆมองไปยังซวนหยวน ดวงตาของเขาดูแปลกประหลาด มีบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทางที่เงียบเฉยนั้น มันไม่ใช่การแสดงออกของความโกรธหรือความมุ่งมั่นแบบเดิม แต่กลับเป็นความเย็นชาและไร้อารมณ์ใดๆ


            ...

            ไอ้นี่แปลกๆนะ?


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน