หลี่จิ้งไม่ปล่อยให้โอกาสที่ซวนหยวนสร้างขึ้นผ่านไปอย่างเสียเปล่า
เขารู้ดีว่า "เขตแดนแห่งกฎ" คือพลังอำนาจของนักสู้ระดับดาวฤกษ์ ซึ่งมีพลังเกินกว่าที่นักสู้ทั่วไปจะควบคุมได้
แม้ว่าในความเป็นจริง ซวนหยวนยังไม่ถึงระดับพลังนั้น แต่การที่เขาสามารถใช้พลังในรูปแบบนี้ได้อย่างสมบูรณ์ มันแสดงถึงความสามารถและศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ความหวังที่เคยริบหรี่กลับจุดประกายขึ้นในใจของทุกคน
การที่พวกเขาสามารถทำให้ดราโกเนียต้องถอยได้นั้นเป็นสัญญาณที่ดี และหมายความว่าพวกเขาอาจมีโอกาสเอาชนะมัน
“กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้า!”
หลี่จิ้งควบคุมพลังแห่งสายฟ้าของเขา หอกอัสนีบาตถูกก่อร่างขึ้นอีกครั้งด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
“ทุกคน บุกพร้อมกัน! อย่าให้มันได้พัก!”
เขาสั่งการเสียงดังพร้อมพุ่งตัวออกไป กองทัพนักสู้พันธุกรรมและเหล่านักรบแห่งสำนักดาบโบราณและสำนักมังกรก็รีบเข้าร่วมการโจมตีทันที พวกเขาทั้งหมดพร้อมใจกันพุ่งเข้าไปเพื่อไม่ให้ดราโกเนียมีโอกาสฟื้นตัวจากการโจมตีของซวนหยวน
“โฮกกกกกกกกกกกกกก!”
ทว่ามีหรือที่ดราโกเนียจะยอมปล่อยไปโดยง่าย
ร่างสีดำขนาดยักษ์ของมันยังคงเต็มไปด้วยพลังที่ล้นเหลือ ดวงตาสีทองของมันเปล่งประกายด้วยความโกรธเกรี้ยว ราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดออก มันปล่อยเสียงคำรามอันดังกึกก้องทั่วท้องฟ้า ร่างของมันเริ่มสั่นสะเทือนด้วยพลังที่รวบรวมอยู่ภายใน
ดราโกเนียกางปีกขนาดมหึมาของมันออกมา ปีกที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีดำเงางามแผ่ขยายออกจนปกคลุมทั้งท้องฟ้า ปีกทั้งสองข้างของมันเป็นอาวุธที่ทรงพลังพอที่จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล มันกางปีกและขยับตัวด้วยความเร็วที่ไม่อาจติดตามได้ พุ่งทะยานผ่านหมู่นักสู้ที่พุ่งเข้ามา ร่างของนักสู้พันธุกรรมากมายนับร้อยถูกปีกที่แข็งแกร่งของดราโกเนียฟาดขาดเป็นสองส่วนทันที
“ฉัวะ!ฉัวะ!ฉัวะ!ฉัวะ!”
เสียงกรีดร้องและเสียงร่างกระเด็นกระทบพื้นดังก้องไปทั่วอากาศ เลือดกระจายไปทั่วบริเวณ นักสู้หลายคนที่พุ่งเข้าไปหามันต่างถูกทำลายล้างในชั่วพริบตา ไม่มีใครสามารถติดตามการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและรุนแรงของดราโกเนียได้
ปีกของมันที่กางออกเต็มไปด้วยพลังที่ไร้เทียมทาน ราวกับเป็นใบมีดขนาดยักษ์ที่พร้อมจะตัดทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“อะ..ไอ้บัดซบ!”
หลี่จิ้งเองก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นการตอบโต้ที่โหดเหี้ยมของดราโกเนีย
เขากำหมัดแน่นและจ้องมองไปที่สัตว์ร้ายที่ยังคงทวีความรุนแรงของการโจมตี เขาตะโกนเรียกความมุ่งมั่นจากเหล่านักสู้ที่เหลืออยู่
“เราไม่อาจจะปล่อยให้มันทำลายพวกเราไปทีละคนแบบนี้!”
“ระวังและรวมกลุ่มกัน! อย่าให้มันได้เข้าถึงตัวเราได้ง่ายๆ!”
ร่างของดราโกเนียขยับตัวอีกครั้ง ปีกของมันฟาดฟันออกไปด้วยความเร็วสูง นักสู้หลายคนไม่อาจหลบหนีได้ทันและถูกปีกที่แข็งแกร่งตัดขาดออกในพริบตา ความโหดเหี้ยมและพลังที่ไร้ขีดจำกัดของดราโกเนียทำให้หลายคนรู้สึกถึงความสิ้นหวัง
ซวนหยวนที่อยู่ห่างออกไป มองเห็นการทำลายล้างที่เกิดขึ้นกับพวกพ้องของเขา เปลวไฟในร่างของเขาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
แม้ว่าร่างกายของเขาจะเริ่มอ่อนแรง แต่ความมุ่งมั่นในใจกลับไม่ยอมถอย
เขารวบรวมพลังแห่งกฎไฟอีกครั้ง เตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยการโจมตีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพื่อหยุดยั้งสัตว์ร้ายที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้
“เราจะไม่ยอมแพ้! เพื่อทุกชีวิตที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ พวกเราต้องหยุดมันให้ได้!”
ในขณะที่ซวนหยวนกำลังรวบรวมพลังเพื่อต่อสู้ ดราโกเนียก็ไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสตอบโต้
“เร็วมาก—?!!”
แววตาของมันแข็งกร้าวและเปลี่ยนเป้าหมายมุ่งตรงไปยังหลี่จิ้งและซวนหยวน ร่างขนาดมหึมาพุ่งเข้าไปพร้อมกับกรงเล็บขนาดใหญ่ที่ถูกยกขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนที่จะถูกฟาดออกด้วยความรวดเร็วและพลังที่รุนแรงกว่าทุกครั้ง
กรงเล็บนั้นไม่เพียงแค่เป็นการโจมตีทางกายภาพ แต่ยังมาพร้อมกับกฎต้นกำเนิดแห่งทองที่น่าสะพรึงกลัว
พลังแห่งทองคำที่ดราโกเนียควบคุมสามารถเสริมพลังการโจมตีให้กลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจป้องกันได้
กรงเล็บของมันแผ่พลังอำนาจแห่งกฎทองคำที่ส่องประกายเป็นแสงเจิดจ้า ก่อให้เกิดการทำลายล้างอย่างรุนแรง
“อะ..อ๊ากกกกกกกกกกก!”
หลี่จิ้งและซวนหยวนพยายามรวบรวมพลังเพื่อป้องกัน ใบหน้าซีดเผือดประหนึ่งไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง
“ปัง!”
แต่แรงกระแทกจากกรงเล็บของดราโกเนียเกินกว่าที่พวกเขาจะต้านทานได้ ชุดเกราะที่พวกเขาสวมใส่ถูกพังทลายลงทันที เมื่อถูกปะทะด้วยพลังมหาศาลที่แฝงอยู่ในกฎต้นกำเนิดแห่งทอง โลหะที่เคยทนทานแตกหักและกระจายเป็นเสี่ยงๆ เศษเกราะปลิวกระจายออกไปทั่วท้องฟ้า
ทั้งหลี่จิ้งและซวนหยวนต่างได้รับบาดแผลสาหัส บนร่างกายโลหิตไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ซวนหยวนทรุดตัวลงไปหนึ่งเข่า พยายามใช้มือพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลง ขณะที่หลี่จิ้งเองก็ยืนอยู่ด้วยความลำบาก
“นะ..นี่มันจบสิ้นแล้วจริงๆ?”
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวด โลหิตที่สาดกระเซ็นไปทั่วทำให้คนที่เหลือรอดต่างมองเห็นภาพนั้นอย่างเต็มตา
ความหวังที่เคยมีอยู่ในดวงตาของพวกเขา เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังอย่างชัดเจน
หลี่จิ้งและซวนหยวนที่เป็นนักสู้ระดับแนวหน้าของโลกยังถูกโจมตีจนสาหัส และพลังของดราโกเนียก็ยังคงแผ่ขยายออกไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด นักสู้ที่เหลือที่เคยมีความหวังว่าพวกเขาอาจเอาชนะดราโกเนียได้ ต่างเริ่มรับรู้ถึงความเป็นจริงที่น่าสะพรึงกลัว
“นี่มัน...มันเกินไปนะ”
นักสู้พันธุกรรมคนหนึ่งพึมพำออกมา ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว
เขามองดูภาพของผู้นำและนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดถูกทำลายลงตรงหน้า ความมั่นใจที่เคยมีในความสามารถของพวกเขาค่อยๆถูกทำลายลงไปในทันที ความหวังที่เคยจุดประกายกลับดับสิ้นท่ามกลางแสงแห่งการทำลายล้างของดราโกเนีย
“โฮกกกกกกกกกกกกกก!”
ดราโกเนียคำรามออกมาอีกครั้ง เสียงของมันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความไม่พอใจ
มันก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทั้งสองคนอีกครั้ง ดวงตาสีทองที่เปล่งประกายจ้องมองพวกเขาด้วยความโหดร้าย ราวกับเตรียมพร้อมที่จะทำลายล้างให้สิ้นซาก มันกางปีกขนาดใหญ่ขึ้นอีกครั้ง เตรียมที่จะโจมตีด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทาน
“——!!”
หลี่จิ้งและซวนหยวนเห็นแบบนั้นก็พยายามลุกขึ้นมาต่อสู้
“ขะ...ข้ายังไม่ยอมแพ้!”
ซวนหยวนพูดออกมาอย่างยากลำบาก ขณะที่พยายามรวบรวมพลังเพื่อโจมตีครั้งสุดท้าย เปลวเพลิงในร่างกายของเขาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง แม้จะเป็นเปลวเพลิงที่ริบหรี่ แต่ก็เป็นเปลวเพลิงที่ยังคงส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด
ทว่าในตอนนั้นเอง ซวนหยวนที่บาดเจ็บและกำลังพยายามต่อสู้กับดราโกเนียก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ไม่ปกติ หยางจินเหินผู้ที่เป็นเสมือนน้องชายของเขา ยังคงลอยนิ่งอยู่และไม่ได้ลงมือช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ท่ามกลางการโจมตีอันหนักหน่วงจากดราโกเนีย
การนิ่งเฉยของหยางจินเหินนั้นสร้างความสงสัยให้กับซวนหยวน เขาจึงตะโกนเรียกและสั่งให้เขาลงมือเข้าช่วยเพื่อจัดการดราโกเนีย
“หยางจินเหิน! เจ้ามัวรออะไรอยู่? ลงมือเดี๋ยวนี้!”
ซวนหยวนตะโกนเสียงดัง ขณะที่พยายามยืนหยัดต่อหน้าดราโกเนียที่กำลังเตรียมโจมตีเขาอีกครั้ง
“พี่ใหญ่...”
หยางจินเหินเงยหน้าขึ้นช้าๆมองไปยังซวนหยวน ดวงตาของเขาดูแปลกประหลาด มีบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทางที่เงียบเฉยนั้น มันไม่ใช่การแสดงออกของความโกรธหรือความมุ่งมั่นแบบเดิม แต่กลับเป็นความเย็นชาและไร้อารมณ์ใดๆ
...
ไอ้นี่แปลกๆนะ?