' นี่เรายังไม่ตายใช่มั้ย? ' เล็กน้ำรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งราวกับว่าเขาเพิ่งตื่นนอนในยามเช้า ' อา... เมื่อยจัง ทำ... ทำไมขยับตัวไม่ได้! '
ลมหายใจของชายหนุ่มเข้าออกอย่างรีบเร่งด้วยความตื่นตระหนก เขาพยายามทดลองดูอีกหลายครั้ง เเต่ทุกครั้งล้วนได้ผลลัพธ์เหมือนดังเดิม
เเม้เเต่ส่วนที่ง่ายที่สุดอย่างปลายนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ล้วนไร้การตอบสนอง ดั่งอวัยวะตามร่างกายทั้งหลาย ถูกล็อคค้างเอาไว้ให้เเน่นิ่งอยู่ภายในเบ้าหลอมของเเม่พิมพ์อย่างหนาเเน่น
' ตาก็ยังลืมไม่ขึ้น เหมือนมันมืดไปหมด '
ถึงเล็กน้ำจะไม่เคยหวาดกลัวเวลาอยู่ในพื้นเเคบ ปิดทึบ เเต่ความรู้สึกอึดอัดยากยรรยายที่ครอบงำในขณะนี้ ส่งผลให้จิตใจของเขาหนักอึ้ง เต็มไปด้วยความรู้สึกกระวนกระวายเเละกระสับกระส่าย
' หา! เเม้เเต่ลิ้นในปากก็ยังขยับไม่ได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่า... ตอนนี้มีเพียงเเค่ดวงวิญญาณที่เราเหลืออยู่! '
ชายหนุ่มเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เมื่อนึกถึงภาพดวงไฟสีขาวบริสุทธิ์เปล่งเเสงระเรื่อสีนวลสว่าง ลอยล่องอย่างไร้ปลายทางท่ามกลางความมืดมิด หากตอนนี้เล็กน้ำยังมีใบหน้าเหลืออยู่สีหน้าของเขาก็คงดำคล้ำหดหู่ดูอมทุกข์สิ้นดี
' เเต่เเปลกมาก ทำไมเรายังรู้สึกถึงร่างกายเเขนขาได้ว่ามันมีอยู่ ว่าเเต่ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน จะเป็นนรกหรือสวรรค์กันเเน่นะ หืม! ความรู้สึกนี้มัน อย่างกับ... รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังเอนไหว '
เล็กน้ำเริ่มสงบจิตใจที่กำลังว้าวุ่นลงที่ละน้อย เขาลองกำหนดลมหายใจอย่างช้าๆ เเบบโยคะ รักษาความสงบเยือกเย็น เพื่อรอคอยความรู้สึกประหลาดวูบโหวงที่ราวกับกำลังโดยสารอยู่บนเรือให้หวนมาอีกครั้ง
' ใช่... ใช่จริงด้วย เเม้จะบางเบาเเต่รู้สึกได้ ร่างกายของเราเหมือนกำลังเเกว่งอยู่ หรือถูกเเขวนอยู่! ' ความมืดบันดาลให้เกิดความหวาดกลัว ความไม่รู้ให้กำเนิดความโง่เขลาสับสน เล็กน้ำพยายามครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้นานา จนจิตใจเริ่มเเปรปรวนปั่นป่วน ' ในเมื่อเป็นเเบบนั้น อันดับเเรก ลองพยายามลืมตาให้ได้ก่อน เมื่อมองเห็นได้ อย่างอื่นค่อยว่ากัน '
ในยามนี้ความเหลือเชื่อได้ปรากฏขึ้นมาในห้วงอารมณ์ของชายหนุ่ม ก่อนตาย เขาคิดว่าความตายคือการเเตกดับ ไม่มีอะไรหลงเหลือ จิตใจเเตกสลายคล้ายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกกดปุ้มชัตดาวน์
เเต่ตอนนี้ ความคิดคร่ำครึเหล่านั้นกำลังกลับตาลปัตร เพราะชายหนุ่มยังสามารถรับรู้ได้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างก่อนหน้านั้นที่เป็นสมบัติของเขา สติปัญญา ความคิด ความทรงจำ มีครบถ้วน เหมือนก่อนตายอย่างไรอย่างนั้น เหลือเพียงเเค่อวัยวะสามสิบสองภายนอกที่ยังขยับไม่ได้ เป็นเพียงเรื่องเดียวที่เขาไม่เข้าใจ
' อีกนิด ต้องพยายามให้มากกว่านี้ '
สีดำอึมครึมที่เคยทาทับอยู่เต็มสองตา ในเวลาไม่นาน เล็กน้ำเหมือนสัมผัสได้ถึงสีสันใหม่ที่ต่างออกไปเข้ามาเจือปน
แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!
' ให้ตายเถอะ ใครจะคิดว่าเเค่ลืมตายังเหนื่อยขนาดนี้ '
เล็กน้ำทุ่มสุดตัวจนเหนื่อยหอบ เขาจินตภาพว่าตนเองเสมือนอยู่ในวิถีเเห่งยอดนินจากำลังรีดเร้นจักระ รีดเค้นพลังทั้งหมดออกมาจากทุกอณูร่างกาย เพื่อปลดปล่อยผนึกคาถา อัญเชิญท่าไม้ตายก้นหีบอันทรงพลัง เตรียมเด็ดชีพศัตรูคู่เเค้นให้ดับดิ้น
' ฮึบ! อีกนิด ใกล้เเล้ว อีกนิดเดียวเท่านั้น '
เมื่อเเสงจากภาพความคลุมเครือเเรกได้ปรากฏขึ้น จิตใจของเล็กน้ำเต้นระรัว สุดเเสนจะตื่นเต้นคาดหวัง เเต่เขากลับจำต้องหลับตาลงอีกครั้ง แม้ว่าความพยายามเปิดตาจะยากเข็ญเพียงใด เเต่ประกายรัศมีที่เเยงเข้ามาสู่ตาของเขา ได้สร้างความรู้สึกประหม่าเเละหวาดกลัวเล็กน้อย
สุดท้ายทุกคนจำต้องเผชิญกับความเป็นจริง ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ เบื้องหน้ามีเพียงเเสงจ้าพร่ามัวที่รออยู่ เมื่อเขาสามารถกระพริบตาได้ต่อเนื่องอีกหลายครั้ง ม่านตาทั้งสองก็เริ่มรักษาสมดุลตอบสนองต่อเเสงสว่างได้ พวกมันปรับระยะจนเผยให้เห็นความชัดเจนที่น่าตื่นตะลึง
เปลือกตาที่เคยอ่อนเเรงถึงกับเบิกกว้างในสิ่งที่เล็กน้ำมองเห็น ดวงตาของเขาเเทบถลนออกมา ความสิ้นหวังที่เคยมีอยู่ถูกเเทนที่ด้วยความเหลือเชื่อยากจะบรรยาย ภายในใจเต็นกระหน่ำดั่งมีคลื่นยักษ์ถาโถมสาดซัด
ผู้ใดจะคาดคิดว่าจากความมืดมิดที่เเทบไร้ทางออก เเค่เพียงดวงตาของเขาได้เปิดปรือขึ้น ทุกอย่างจะเเปรเปลี่ยนไปจากหน้ามือมาเป็นหลังเท้า ราวกับชายหนุ่มได้เดินทางผ่านอุโมงค์ยาวใกลอันมืดมิด เข้ามาสู่โลกเเฟนตาซีในเทพนิยาย
' สวยมาก!!! '
วงเเสงเจิดจรัสพร่างพราวจากสายธารดวงดาวนับล้าน ทอประกายระยิบระยับจับตา พวกมันเคลื่อนคล้อยเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด ไหลเอื่อยประดุจดั่งเเพรไหมอันเนียนนุ่ม จับกลุ่มเรียงตัวกันดั่งดาราจักรในห้วงเอกภพ รวมเเสงทอประกายงดงาม
ใกล้กันกับชายหนุ่มมากที่สุด เป็นดวงดาวคล้ายกับหินผลึกห้าเเฉก ลอยละล่องอย่างโดดเดี่ยว รัศมีวงเเสงที่ขับดันออกมา ดุจดวงเเก้วสารพัดนึกใสกระจ่างโดดเด่น รอบข้างปรากฏเส้นสายรุ้งหลากสีสัน เชื่อมต่อทอดยาวไร้บบรรจบ ใกลออกไปเป็นเส้นเเถบเล็กใหญ่สีเขียวสดสวยไล่ระดับจนถึงเเก่อ่อนทอทับกัน ตัดสลับกับพื้นที่กว้างใหญ่สีเทาดำดูเวิ้งว้างไร้สิ้นสุด
เล็กน้ำทอดถอนใจอย่างอดไม่ได้ เขาเเอบรู้สึกเศร้าเสียดายเล็กน้อย ที่ใบหน้ายังไม่สามารถขยับหันมองไปได้รอบทิศ ทัศนียภาพเหนือมิติที่เขาเห็นจึงปรากฏได้เพียงเเค่เบื้องหน้าเท่านั้น เเม้จะพยายามกลอกตาเพ่งมองไป เพื่ออยากสัมผัสถึงความงดงามสุดจะพิสดารเหล่านี้เพิ่มเติม เเต่ก็ไร้ประโยชน์
" สิ่งวิเศษ ยังไงก็ยังคงเเสนวิเศษอยู่วันยังค่ำ ถึงเเม้จะไม่ใช่ของๆ เรา เเต่เพียงเเค่ได้เฝ้ามองดูอยู่ใกล้ๆ ก็มีความสุขเเล้ว "
เสียงเเหบเเห้งเเก่ชราราวกับตรากตรำกาลเวลามาอย่างยาวนาน กล่าวออกมาด้วยความพึงพอใจ
เส้นเสียงราวกับท่อนเหล็กขูดขีดนั้น เหมือนดังกังวานอยู่ภายในศีรษะของเล็กน้ำ เพียงเเค่รับฟัง จิตวิญญาณของเขาถึงกับกระเพื่อมสั่นเทา สร้างความตื่นตกใจไม่สิ้นสุด จนต้องลอบผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างเเผ่วเบา เกรงกลัวเจ้าของสุ้มเสียงที่ยังมองไม่เห็นจะสัมผัสได้ถึงการมีตัวตนของเขา
น่าแปลกที่เส้นเสียงบาดหูไม่น่ารับฟัง เดินทางมาพร้อมกับอาการเอนไหวเเกว่งไกว อย่างที่ชายหนุ่มเคยจับสัมผัสได้
" ใช่เเล้ว " อีกเสียงหนึ่งที่ทุ้มต่ำตอบกลับมาด้วยความเย็นชา " วันนี้มันได้ลืมตาขึ้นเเล้ว เจ้าสิ่งฝืนชะตานี้ เริ่มมีจิตวิญญาณก่อตั้งอยู่ภายในเเล้ว "
" หึหึ เจ้าชายจากพนาอาถรรพ์ใต้พิภพอันไกลโพ้น เผ่าพันธุ์เเสนวิเศษผู้อาภัพ ถูกเจ้าไหเฒ่าใจเเคบขี้ตืด เด็ดดึงจิตวิญญาณออกไปให้ทนทุกข์ทรมาน เเล้วใช้เวทย์โบราณในตำนานปิดผนึก ไม่ให้เห็นเเสงเดือนเเสงตะวันตลอดชั่วกัปชั่วกัลป์ " บุรุษปริศนาเสียงเเตกพร่ากล่าวออกมาอีกครั้ง ราวกับกำลังเห็นอกเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง " เเต่ถ้าตอนนี้ข้ากลืนมันลงไป อายุขัยที่กำลังร่วงโรย คงยืดยาวต่อไปได้อีกหลายพันปี "
" ภายในนั้นเต็มไปด้วยพิษร้ายเเรง จากคำกล่าวสัจจะสาบานต่อดินเเดนสูงสุดเเห่งทั้งมวล อยากบอกนะว่าเจ้าไม่เกรงกลัวมัน " มีความท้าทายเล็กน้อย เจืออยู่ในน้ำเสียงทุ้มต่ำ
" ข้าเพียงเเค่... "
" เฮอะ! ใจเสาะ! "
เล็กน้ำพยายามถอดความทั้งสองเสียงสนทนาอันลึกลับ เเต่ยิ่งได้รับฟังมากเท่าไหร่ ยิ่งเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน ขณะที่ดวงตากวาดมองออกไป ทันใดนั้น ความรู้สึกเเกว่งไกวเเผ่วเบาที่เคยสัมผัสได้เหมือนหวนกลับมาอีกครั้ง เขารู้สึกได้ทันทีว่าคราวนี้มันเข้ามาใกล้ขึ้น ใกล้มากขึ้น เเละมาพร้อมกับกลิ่นสาบสางที่ทำให้ดวงวิญญาณต้องเกร็งกระตุก!
' ไอ้พวกเดรัจฉาน! เเม้จะตายไปเเล้วเเต่พวกมันก็ยังตามมาหลอกหลอน '
เล็กน้ำขบบดฟัน อารมณ์โกรธเเค้นกระจายสูงเสียดฟ้า ก่อนที่จะลาลับ เขาสาบานกับตัวเองไว้ ว่าจะไม่มีวันลืมความอาฆาตที่พรากทุกสิ่งสวยงามจากไป รอยเเค้นที่ฝังเเน่น ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับดวงวิญญาณของเขา
' กลิ่นสาบเเบบนี้ เป็นกลิ่นเดียวกันกับสุนัขอสูรชาติหมาพวกนั้น '
ลมหายใจที่รีบเร่งของชายหนุ่มเริ่มติดขัด รังสีสังหารเข้มข้นก่อตัวขึ้นมาจนจิตใจรู้สึกร้อนรุ่ม ดั่งถูกพระเพลิงเผาไหม้ ปลุกความเเค้นให้กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
ยามนี้ชายหนุ่มเหมือนลืมเลือนได้ทุกอย่าง ร่างกายเเน่นิ่งราวกับเเผ่นศิลาพยายามดิ้นรนกระเสือกกระสน ขัดขืนสภาวะไร้เรี่ยวเเรงให้กลับมาเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังดังเดิมอีกครั้ง แต่ถึงจะมีความมุ่งมั่นเพียงใด เเขนขายังคงไร้การตอบสนอง เเม้เเต่ใบหน้าตัวเองก็ยังเเข็งทื่อหมางเมิน
" กินเข้าไปเลย " เสียงกังวานทุ้มต่ำ เริ่มเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง " จงขจัดความกลัวออกไป เเล้วปลดปล่อยความกล้าหาญที่ซ่อนไว้ของเจ้าออกมา "
" แต่... "
" ข้ารู้ว่าเจ้าทำมันได้ จากนั้นเราค่อยหนีไปด้วยกัน "
เมื่อกระเเสเสียงทุ้มต่ำจางไป ทุกอย่างยังคงเงียบกริบ เเต่เล็กน้ำรู้สึกถึงมวลอากาศร้อนระอุอันหนักหน่วง ดันปะทะเข้ามาทางด้านหลัง จากนั้นเป็นเสียงดังกระหึ่มราวกับฟ้าคำราม ที่เเทบทำให้เลือดลมพลิกกลับ จนเขาเกือบสิ้นสติ
ทันใดนั้น!!!
ประกายเเสงเจิดจรัสพร่างพราวจากวงรัศมีของดวงดาวนับพันหมื่น บัดนี้พวกมันทั้งหมด ได้ถูกบดบังด้วยบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่โต จนสองตาของชายหนุ่มมองเห็นได้เพียงสีเทาดำทอดยาวมืดหม่น เเต่ภายในนั้น กลับมีดวงไฟสีอำพันราวกับทองคำ ล่องลอยอยู่คู่กันอย่างลี้ลับ...