“ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ ข่าวจากรองแม่ทัพลี่หยางขอรับ”
“เอามาให้ข้าดูซิ”
อีกไม่ถึงครึ่งชั่วยาม กองทัพของเขาจะถึงจุดหมาย แต่เขายังไม่ได้รับรายงานว่าควรเข้าไปสมทบหรือไม่ อย่างไร เมื่อรู้ว่ามีข่าวส่งมาเสียที เขาจึงรีบเปิดอ่านด้วยความรวดเร็ว
ตัวหนังสือโย้เย้ไม่เรียบร้อยเพราะถูกเขียนขึ้นด้วยความเร่งรีบระบุว่าทั้งสองสามารถเข้าตีฐานที่มั่นในเมืองได้ แต่เซียวซีาเ็ หากเป็ไปได้ก็อยากจะได้รับกองกำลังเสริมจากเขาโดยด่วน ไม่ว่าเขาจะสามารถจัดการกับข้าศึกที่ช่องแคบได้หรือไม่
คำว่าเซียวซีาเ็ทำให้เืในกายของเขาเย็นเฉียบ ไม่มีการระบุเพิ่มว่าาเ็มากแค่ไหน เขาพลิกหน้ากระดาษไปมา แต่ไม่มีรายละเอียดอื่นใดให้คลายกังวลเลยแม้แต่น้อย
“มีสิ่งใดผิดปกติหรือขอรับ”
เฉิงอี้กลืนน้ำลายลงคอ เงยหน้ามองคนถามด้วยดวงตาสีเข้มมืดมิด
“เข้าตีที่มั่นของพวกมันได้แล้ว เราต้องรีบตามไปสมทบเดี๋ยวนี้”
“เป็ข่าวดีเสียจริง” ชายหนุ่มดีใจลิงโลด เฝ้ารอคำสั่งของเขาให้เคลื่อนทัพเร็วขึ้น เขาจึงส่งสัญญาณเร่งการเดินทัพเพราะตัวเองก็อยากจะไปพบเซียวซีใจจะขาด
ประตูเมืองสูงตระหง่านเปิดอ้าเอาไว้ กำแพงมีร่องรอยเสียหาย บางส่วนติดไฟลุกไหม้ บางส่วนถล่มพังทลายลงมา เขาชักม้าผ่านประตูเข้าไปราวกับเป็ผู้ปกครองเมืองแล้วเรียบร้อย ชาวบ้านวิ่งพล่านหลบหนีเมื่อเห็นว่ากองทหารที่เคลื่อนเข้ามาไม่ใช่ฝ่ายตน เขาไม่นิยมการปล้นจี้และฆ่าประชาชนจึงไม่ได้สนใจพวกที่แห่เอาตัวรอด แต่หากเจอคนหนุ่มที่กล้าจับอาวุธขึ้นสู้ เขาก็จะทำตรงกันข้าม
ยิ่งเดินทัพเข้าไปไกลเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นศพกองพะเนินมากขึ้นเท่านั้น เขาได้ยินเสียงการต่อสู้ดังอยู่ทั่วทุกสารทิศ ป่านนี้ข่าวคงไปถึงแล้ว เขาเตรียมจัดแถวทหารเพื่อรอว่าลี่หยางจะขอให้กองทัพเข้าประกบในลักษณะใด แต่กลายเป็ว่าลี่หยางเพียงแต่้าใช้จำนวนคนเข้าข่ม แค่เพียงเขาพากองทัพโผล่เข้าไปปิดล้อมจากทางด้านหลัง พวกฏก็แตกตื่นแล้วดิ้นรนหนีเอาตัวรอดอย่างไม่คิดคำนึงถึงหน้าที่
เป็อีกครั้งที่ท้องฟ้าถูกย้อมเป็สีแดงฉาน ั์ตาของเฉิงอี้เบิกโตแต่กลับไม่รับรู้ถึงสิ่งใดเลยนอกจากเืที่พุ่งกระเซ็นรอบทิศทาง เขาเพียงแต่อยากให้สมรภูมินี้จบลงโดยเร็ว นี่ไม่ต่างอันใดกับการเชือดหมูในเล้าแม้แต่น้อย พวกมันวิ่งพล่าน กรีดร้องแล้วทรุดลงในที่สุด
“เซียวซีล่ะ เซียวซีอยู่ที่ใด” เขาถลาเข้าไปถามสหายคนสนิทที่ขี้ม้ากะปลกกะเปลี้ยเข้ามาหา
ลี่หยางชี้ไปทางจวนด้านหลัง เขาชักม้าตามไปโดยไม่รอช้า รู้ดีว่ารองแม่ทัพจะช่วยสั่งการณ์เื่การเก็บกวาดแทนตัวเองได้ ในเมื่อจับตัวหัวหน้าไว้ได้แล้วก็ไม่มีอะไรให้ทำมากนักนอกจากข่มขู่ ทรมานเล็กน้อยแล้วพากลับไปสำเร็จโทษที่วังหลวง
“ท่านแม่ทัพใหญ่” ทหารยามลุกพรวดพราดเข้ามาช่วยเขาลงจากหลังม้า ส่วนเขาก็ไม่รั้งรอถามไถ่ใด ๆ ทั้งสิ้น รีบเปิดประตูเข้าไปด้านใน ถลาเข้าไปหาร่างที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
เซียวซีลืมตาขึ้นมองช้า ๆ ก่อนจะส่งยิ้มละมุนซึ่งเขามองว่าไม่เข้ากับสถานการณ์แม้แต่น้อย ริ้วรอยาแบนหน้าไม่มีอะไรร้ายแรงนัก เขาไล่สายตาสำรวจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าท้องซึ่งมีเืซึมเป็วง
“แผลที่ท้องงั้นรึ ไม่ฉลาดเลยนะ”
คนป่วยหลุดหัวเราะ ก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เซียวซีพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เขาดันให้กลับไปนอนลงตามเดิม
“ถึงจะนอนเ้าก็พูดได้นี่ จะลำบากลุกขึ้นมาทำไม”
“ข้างนอกเป็อย่างไรบ้าง”
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ โดนแทงที่ท้องไม่ใช่ว่าจะหายได้โดยง่าย ดีไม่ดีจะทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่เสียด้วยซ้ำ” เขาหย่อนตัวนั่งริมขอบเตียง จับผ้าห่มคลุมถึงหน้าอกของด้วยความเบามือ “ไม่มีทหารคอยคุ้มกันหรือ”
“มี แต่เื่เช่นนี้เกิดขึ้นได้เสมอ ท่านก็รู้ดี”
“หรือเพราะเ้าไม่มีของนำโชค นี่คือบทลงโทษของการเอาเครื่องรางของพระสนมกุ้ยเฟยให้ข้าอย่างนั้นหรือเปล่า”
“ข้านึกว่าท่านไม่เชื่อเื่เหลวไหลพวกนี้”
“ก็ไม่เชื่อน่ะสิ เพียงแต่...” เขาหยุดเฟ้นหาคำพูดที่เหมาะสม มองใบหน้าซีดเซียวของอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่ประหวั่นพรั่นพรึงอย่างไม่อาจห้ามได้ คนเช่นเขามีความกลัวเพียงไม่กี่เื่ หนึ่งในนั้นคือกลัวว่าจะได้ฝังศพของคนที่เติบโตมาด้วยกันจนเกิดสายใยผูกพันเช่นเซียวซี
“เพียงแต่อะไร”
“เพียงแต่มันก็อดคิดไม่ได้ว่าข้าปลอดภัยดี ทั้งที่บุกทะลวงเข้าไปในเส้นทางอันตรายเยี่ยงนั้น ที่ข้าวางแผนทุกอย่างก็เพื่อให้ทัพหลักเข้าตีฐานที่มั่นของพวกมันได้ง่ายขึ้น แต่กลับกลายเป็ว่าเ้าาเ็เสียได้”
“เป็เื่ปกติธรรมดา อย่าคิดมากไปเลย เราได้ชัยชนะมาก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ”
เฉิงอี้กระตุกสร้อยออกจากคอ โน้มตัวไปสวมมันคืนให้เ้าของ ชั่วขณะที่ความใกล้ชิดสนิทสนมเกินควรบันดาลให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดในช่องท้อง เขาก็รีบผละออกด้วยกลัวจะทำสิ่งไม่เหมาะสม
“ข้าขอเอาคืนเ้า ขอให้โชคดีทั้งหลายกลับมาที่เ้าเช่นเดิมด้วย”
ริมฝีปากซีดเผือดขยับยิ้มแม้จะปวดระบมไปทั้งร่าง แต่เมื่อเห็นคนคุ้นเคยนั่งอยู่เคียงข้าง ความเจ็บนั้นก็ทุเลาเบาบางลงไปมาก ถึงจะต้องนอนอยู่บนเตียงขยับไปไหนไม่ได้ แต่มันก็ยังพอทน เมื่อมีเฉิงอี้คอยอยู่เป็เพื่อน
“ข้าอยากกลับไปฉลองชัยจะแย่แล้ว”
“เ้าจะยังดื่มไม่ได้จนกว่าแผลจะสมานติดกันดี” เขาสั่งเสียงเฉียบ กวาดตามองไปรอบห้องไร้ของตกแต่งและสิ่งฟุ่มเฟือย สภาพทุกอย่างยังอยู่เรียบร้อยดีราวกับเ้าของไม่เคยจากไปไหน แต่แท้จริงแล้วตอนนี้มันคงกำลังโดนทัณฑ์ทรมานอย่างสาหัสสากรรจ์
“กว่าแผลจะสมานติดกันดี อาจเป็ตอนที่เราต้องนำทัพเข้าสู้ศึกใหม่แล้วก็ได้”
“บอกเสด็จพ่อของเ้าว่าพักทำาบ้างเถิด แค่าชิงตำแหน่งรัชทายาทก็ดุเดือดพอแล้ว” เฉิงอี้ทำเสียงเหนื่อยหน่าย “ว่าแต่หมอไปไหน ไม่ต้องคอยเฝ้าสังเกตอาการเ้าหรอกหรือ”
“ท่านเก่งกว่าหมอเสียอีก อยู่กับข้าเสียที่นี่เลยสิ”
“ไม่ต้องบอกข้าก็ต้องเฝ้าอยู่แล้ว มิเช่นนั้นเ้าจะทำตัวดื้อดึงและหาเื่ให้ตัวเองเดือดร้อน”
เขาจิ้มหน้าผากเซียวซีเบา ๆ ก่อนจะลุกไปที่โต๊ะกลางห้อง เขย่ากาน้ำชาไปมา แต่ไม่ไว้ใจในกลลวงของศัตรู จึงเดินออกไปหาน้ำสะอาดและกลับเข้ามาอีกครั้ง เซียวซีก็ผล็อยหลับไปแล้วเพราะฤทธิ์าแ เขาทรุดตัวนั่งข้างเตียง ยกมือเกลี่ยผมออกจากใบหน้าราวกับรูปสลักแ่เบา