ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 31 ไฟแค้นที่ไม่เคยมอดดับ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 31 ไฟแค้นที่ไม่เคยมอดดับ



            ยามเช้าภายในศาลบรรพชน


            เมื่อคืนนี้เขาชี้แนะมาคัสทั้งคืน ทั้งด้วยวาจา และการปฏิบัติจริง ทำเอามาคัสในความฝันสะบักสะบอมไปทั้งร่าง ลุกแทบไม่ขึ้น


            ดีที่มันเป็นเพียงความฝัน เป็นฝันที่จินควบคุมได้แทบทุกอย่าง ต่อให้มาคัสบาดเจ็บเจียนตายอย่างไร จินก็ทำให้มาคัสกลับมามีร่างกายเต็มร้อยได้ทุกเมื่อ กลับมารองมือรองเท้าเขาได้ตลอดเวลา


            ไม่ใช่แค่มาคัสที่ได้ผลประโยชน์จากการฝึกฝนในความฝัน แต่เป็นตัวของจินเองด้วยที่สามารถออกกระบวนท่าหมัดแปดทิศให้ลื่นไหลไปกับร่างกายได้ดั่งที่ใจคิด


            ถึงแม้จะเข้าใจเคล็ดวิชาอย่างถ่องแท้ในทุกแง่มุม แต่ร่างวิญญาณของจินไม่เคยฝึกปรือฝีมือให้สอดรับกับความเข้าใจที่มีเลย การซ้อมมาคัส......เอ่อ หมายถึงฝึกซ้อมกับมาคัสในความฝัน จึงช่วยให้จินขยับร่างกายไปตามกระบวนท่าได้ดีมากขึ้น นับเป็นประโยชน์ที่ได้รับร่วมกันทั้งสองฝ่าย


            'คงถึงเวลาอันสมควรแล้วสินะ' จินรำพึงในใจยามเมื่อเห็นแสงอาทิตย์ยามเช้า ตอนนี้ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว


            ร่างวิญญาณตัดสินใจหยิบยันต์เร่งการฝึกฝนออกมาถือไว้ในมือ แต่ในขณะนั้นเอง......


            กึก กึก แอ๊ด


            ประตูไม้สีแดงหน้าศาลบรรพชนค่อยๆ ถูกดันเปิดออกช้าๆ


            เสียงประตูเปิดทำให้จินหยุดมือแล้วหันไปทางต้นเสียง


            'ใครกัน? มาศาลบรรพชนเช้าขนาดนี้ มาคัส? หรือจะเป็นข้ารับใช้?' ร่างวิญญาณโปร่งแสงจ้องไปที่ร่างหลังประตู


            แสงจากดวงอาทิตย์ยามเช้าสาดเข้ามาผ่านประตูหน้า เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่ง ไม่ใช่ร่างสูงใหญ่กำยำ แต่หากจะบอกว่าเป็นร่างแบบบางของอิสตรีก็ไม่ใช่อีก


            ร่างนั้นค่อยๆ เดินเข้ามาช้าๆ เผยให้จินเห็นเค้าโครงแจ่มชัดมากขึ้นทีละนิด


            เป็นชายหนุ่มที่มีโครงหน้าชัดเจน ผมสีน้ำตาลเข้มยามเมื่อต้องแสงเผยให้เห็นประกายสีแดงแวววาวเป็นบางช่วง รูปร่างสูงโปร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเข้ารูปไม่ได้ปูดโปนจนน่าเกลียด


            เมื่อดูภาพรวมแล้ว นับว่าเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาคนหนึ่ง


            ทั้งยังเป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลรุ่นเยาว์ เป็นลูกหลานรุ่นที่แปดของจิน...คาลอส...


            ร่างของชายหนุ่มเดินอาดๆ มาตรงหน้าป้ายบรรพชน ก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่า


            ร่างวิญญาณบรรพบุรุษอย่างจินที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดโดยตลอด ก็รีบเปิดคลังระบบแล้วหยิบยันต์เพิ่มแต้มระบบสองเท่าขึ้นมาแทนยันต์ใบที่ถืออยู่ในมือทันที


            “ใช้งานยันต์เพิ่มแต้มระบบสองเท่า!!” จินโพล่งออกมาสุดเสียง แต่แน่นอนว่าไม่มีมนุษย์คนใดในบริเวณนี้ได้ยินเสียงเขาอย่างแน่นอน


            [ท่านยืนยันจะใช้ 'ยันต์เพิ่มแต้มระบบสองเท่า' ใช่หรือไม่?]


            “เออ ยืนยัน!” จินตอบกลับไปอย่างรำคาญ


            ทันใดนั้นยันต์ภายในมือก็ลุกไหม้ ละอองแสงกระจายออกแล้วคลุมไปทั่วร่างของจิน ไม่มีปรากฏการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก


            ทุกสิ่งเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ลมหายใจ


            จินจ้องมองไปที่ร่างของคาลอสที่กำลังก้มคำนับต่อหน้าป้ายบรรพชน ภายในใจสั่นรัว


            [ได้รับแต้มระบบ 90 แต้ม]


            [ผลจากยันต์เพิ่มแต้มระบบสองเท่าทำงาน ได้รับแต้มระบบเพิ่มอีก 90 แต้ม]


            “ฟู่ว” เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบร่างวิญญาณโปร่งใสก็ถอนหายใจออกมาทันที


            'โชคดีที่ยังทัน' ร่างวิญญาณคิดในใจ ก่อนพยักหน้าให้กับคาลอสที่กำลังทำความเคารพบรรพชน


            หากช้ากว่านี้อีกนิดเขาคงเสียแต้มระบบจำนวนเก้าสิบแต้มนี้ไปซะแล้ว ดีว่าเขามีการตัดสินใจที่รวดเร็ว เลือกเปลี่ยนมาใช้ยันต์เพิ่มแต้มระบบสองเท่าแทนยันต์เร่งการฝึกฝนห้าสิบเท่า


            วิญญาณบรรพบุรุษยิ้มยินดีกับความสำเร็จเล็กๆ ของตนเองก่อนจะมุ่งความสนใจไปที่คาลอส


            “ขอบคุณท่านบรรพบุรุษที่ช่วยปกป้องสมาชิกในตระกูลให้อยู่รอดปลอดภัย นำพาทุกคนกลับมาโดยสวัสดิภาพ รวมถึงขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ในคราวก่อนด้วย” หลังจากทำความเคารพเสร็จ คาลอสก็เริ่มเปิดปากพูด


            “ข้าไม่มีอะไรจะตอบแทนท่านได้นอกจากคำสัญญาว่าข้าจะฝึกฝนให้หนัก จะต้องเป็นที่พึ่งให้แก่ตระกูลให้ได้ ข้าจะไม่ทำให้คนในตระกูลต้องผิดหวังอีก”


            ขณะที่พูด สายตาของคาลอสก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างลำตัว


            มันมีหลายเรื่องเหลือเกินที่อยู่ภายในใจ ทั้งเรื่องของตระกูล เรื่องการฝึกฝน เรื่องความแค้นเคืองที่ทำได้แต่เก็บไว้ และเรื่องที่เขาทำให้คนในตระกูลต้องผิดหวัง


            อัจฉริยะของตระกูลกลับไม่อาจพาตระกูลไปเชิดหน้าชูตากับใครเขาได้ ล้มไม่เป็นท่าตั้งแต่ก้าวแรก อนาคตที่สดใสกลายเป็นหมองหม่น


            สิ่งที่เขาทำได้อย่างเดียวในตอนนี้ก็คือฝึกฝน ฝึก แล้วก็ฝึกอยู่ทุกวัน ฝึกฝนวิชาจนไม่ให้มีเวลาเหลือไปคิดเรื่องราวอย่างอื่น ยิ่งได้วิชาบ่มเพาะพยัคฆ์เมฆา การฝึกฝนของเขาก็ยิ่งทวีความหนักหน่วงขึ้นไปอีกขั้น เพราะความหวังที่เคยริบหรี่มืดมน บัดนี้เหมือนมีแสงไฟมาส่องสว่างนำทาง


            จากที่คิดว่าไม่มีหนทาง บัดนี้เริ่มเห็นความเป็นไปได้ แม้ไม่รู้ว่าสถาบันอเวกเคนเนอร์นั่นจะเสริมสร้างผู้คนให้ยิ่งใหญ่ได้เพียงใด แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่ได้ไร้อนาคตเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว


            ไม่แน่......เขาอาจจะตามหลังคนที่มันขโมยสิ่งที่ควรจะเป็นของเขาไปได้ทันก็เป็นได้


            หลังจากเหม่อมองป้ายบรรพชนอยู่ครู่ใหญ่ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน โค้งคำนับอีกหนึ่งครั้งก่อนจะเดินออกจากศาลบรรพชน มุ่งหน้าไปส่วนลึกของสวนในเขตตระกูล


            ร่างวิญญาณโปร่งใสทอดสายตามองชายหนุ่ม ก่อนจะตัดสินใจลอยตามไป


            เห็นร่างของชายหนุ่มคนเมื่อครู่กำลังออกกำลังอย่างหนักหน่วง ฝึกทั้งกระบวนท่า ฝึกทั้งร่างกายอย่างเอาเป็นเอาตาย แววตาขณะที่ปล่อยหมัดกระแทกกับท่อนไม้ตรงหน้าดูบ้าคลั่งคับแค้นใจ


            แม้จะดูเหมือนคาลอสนั้นขยันขันแข็งดี แต่ภายในใจของจินกลับรู้สึกกังวล


            'การขยันขันแข็งเช่นนี้ย่อมเป็นสิ่งที่ดี บวกกับพรสวรรค์ในด้านการฝึกฝนระดับสูง ระดับพลังจะต้องก้าวกระโดดกว่าผู้ใดในตระกูลก็เป็นแน่ แต่ว่า......' ร่างวิญญาณที่แอบติดตามมาเฝ้าดูชายหนุ่มฝึกซ้อมจ้องมองไปที่แววตาคู่นั้นของอีกฝ่าย


            มันเต็มไปด้วยความแค้น ความคับข้องใจ ซึ่งสิ่งนี้เองที่เป็นพลังใจในการฝึกซ้อมอย่างบ้าคลั่งของคาลอส


            มองเผินๆ มันเป็นเรื่องที่ดี เป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้คนคนหนึ่งมุ่งมั่นในการทำอะไรสักอย่าง


            แต่ในสายตาของจินที่เคยใช้ชีวิตมาแล้วหนึ่งชั่วชีวิต เขาไม่ค่อยชอบสิ่งนี้เท่าไหร่ ความคั่งแค้น ความไม่พอใจที่เก็บลึกอยู่ภายใน มันเป็นแรงผลักดันด้านลบที่รุนแรง อาจส่งผลต่อการพัฒนาในระยะยาวได้


            ในตอนนี้คาลอสเองก็อายุแค่สิบแปดปี ยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเลยด้วยซ้ำ การที่จะต้องมาแบกรับภาระของตระกูล รวมถึงความคั่งแค้นที่สั่งสมไว้ตั้งแต่อายุเท่านี้มันออกจะเกินไปหน่อย


            ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ แต่ในฐานะที่เขาเป็นบรรพบุรุษ เขาไม่อยากให้ลูกหลานของตนเองต้องก้าวเดินไปผิดทาง หรือมีจิตใจที่หลงผิดในภายหลัง สิ่งนี้จึงจำเป็นต้องแก้ไข


            'เรื่องนี้ไม่อาจปล่อยเอาไว้ได้นาน เอาเป็นว่าฉันจะลองหาทางสงบจิตใจของเจ้าหนูนี่ดู ต้องเฝ้าระวังไม่ให้เขาก้าวเดินไปผิดทาง' จินเฝ้ามองด้วยสายตาเป็นห่วง แต่ก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป จึงวางแผนว่าจะนำไปไตร่ตรองหาทางแก้ไขอีกที ในช่วงนี้ก็คงต้องปล่อยให้อีกฝ่ายฝึกซ้อมอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ไปก่อน


            เขาสังเกตการฝึกซ้อมของคาลอสตลอดจนถึงจุดที่คาลอสเริ่มเปลี่ยนไปนั่งขัดสมาธิ ฝึกฝนพลังงานภายใน


            จินจึงตัดสินใจใช้ยันต์เพิ่มเร่งการฝึกฝนทั้งตระกูลห้าสิบเท่า เพื่อช่วยส่งเสริมการฝึกฝนของคาลอสและคนอื่นๆ ในตระกูล ผลของยันต์ชนิดนี้จะหมดลงในสามสิบวันหลังจากใช้งานเช่นเดียวกับยันต์เพิ่มแต้มระบบสองเท่า


            ยันต์ในมือของจินค่อยๆ กลายเป็นละอองแสงกระจายออกไปทั่วเขตตระกูล สมาชิกตระกูลคนใดก็ตามที่กำลังฝึกฝนพลังอยู่ ล้วนรู้สึกได้ถึงความเร็วในการฝึกฝนที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล


            บ้างก็ตกใจจนลืมตาตื่น บ้างก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย บางคนถึงกับลืมตาขึ้นมองไปยังที่ตั้งของศาลบรรพชน และคาลอสเองก็เป็นคนจำพวกหลังนี้


            เขามองไปยังทิศทางที่ศาลบรรพชนตั้งอยู่ก่อนจะโค้งหัวให้เล็กน้อย จากนั้นจึงฝึกฝนพลังตามวิชาพยัคฆ์เมฆาต่อไป


            เวลาล่วงเลยจากเช้าไปจนเที่ยง


            ตอนนี้จินเดินทางกลับมายังศาลบรรพชนเป็นที่เรียบร้อย ส่วนทางด้านเรือนหลักของตระกูล มาคัสเองก็กำลังเรียกประชุมคนในตระกูลทั้งหมดเพื่อแจ้งเรื่องราวอีกครั้งหนึ่ง







    คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน