หลังจากที่กันต์เดินออกไปอย่างรีบร้อน เกล้าก็ลืมตาขึ้นมา น้ำตาไหลอาบแก้ม เขานอนมองเพดานและนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ความรู้สึกผิดและความสับสนพุ่งเข้ามาในใจเขา แต่มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
เนิ่นนานกว่าเกล้าจะสงบลง และบอกกับตัวเองว่าจะไม่ให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก
ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและกันต์ควรหยุดลงแค่นี้ ยังไงเขาก็เป็ผู้ชายไม่ได้เสียหายอะไร เื่เมื่อคืนถือว่าได้เปิดประสบการณ์ใหม่
เกล้าหายใจลึก ๆ แล้วลุกขึ้นอย่างยากลำบากเพราะเจ็บช่องทางด้านหลัง ความเ็ปทางกายเป็เครื่องเตือนใจถึงเหตุการณ์ เมื่อคืนที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก
ไม่ว่าเขาจะเ็ปแค่ไหน เขาจะต้องก้าวต่อไป และไม่ยอมให้ตัวเองอ่อนแออีก
เขาเช็ดน้ำตาแล้วเดินไปเปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง พยายามเข้มแข็ง แต่ความรู้สึกผิดและความสับสนยังคงอยู่ในแววตาของเขา
จากนั้นเกล้าก็เดินไปอาบน้ำ เขายังต้องไปทำงาน แต่ก็ต้องใเมื่อเห็นรอยแดงจากการดูดเต็มลำคอ หน้าอก ไม่ใช่สินี่มันทุกส่วนของร่างกายเขาเลย
“นี่มันอะไรกัน เขามันโรคจิตชัด ๆ ” เกล้าพึมพำกับตัวเองด้วยความไม่พอใจ
เกล้าหายใจลึก ๆ พยายามเลิกคิดถึงเื่นั้น แล้วเข้าไปอาบน้ำ เพราะนี้เขาจะไปทำงานสายแล้ว
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เกล้าก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เพื่อหาเสื้อที่เขาพอจะใส่ได้ กลับพบว่าเสื้อผ้าทั้งหมดของเขาถูกนำมาไว้ที่นี่หมดแล้ว
แต่ตัวเสร็จแล้ว เกล้าก็เดินออกมาจากห้องนอน ก็พบกับห้องโถงกว้างที่มองเห็นวิวมุมสูง
ติ๊ง เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น เกล้าจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นว่าเป็ข้อความจากธารา
[เกล้า มึงไปทำงานไหม มึงหายแฮงค์หรือยัง กูเคาะหน้าห้องมึงตั้งหลายที ทำไมไม่มีเสียงตอบรับล่ะ?]
[ไป ๆ พอดีกูจะแวะซื้อของนิดหน่อยเลยออกมาก่อน โทษทีไม่ได้บอกมึง]
ไม่นานธาราก็ตอบกลับมา
[ไม่เป็ไร งั้นเดี๋ยวเจอกันที่ทำงานนะ]
[อื้ม]
เกล้าเก็บโทรศัพท์แล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ สลัดความรู้สึกแย่ ๆ ออกจากใจ เดินออกไปจากห้อง
….
ติ๊ง!
เสียงลิฟท์ดังขึ้น เกล้าสูดหายใจเข้าแล้วก้าวออกไป ทุกอย่างกล้าเดินช่างทรมาน เพราะเจ็บแสบช่องทางด้านหลัง
“พี่แพร คุณภูผา สวัสดีครับ” เกล้าเอ่ยทักทายทั้งสองคน แล้วหันไปพยักหน้าทักทายธารา
ภูผาพยักหน้ารับเล็กน้อย ส่วนผ้าแพรตอบรับด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีจ้า เกล้าแล้วนี่เรามาคนเดียวเหรอ? ”
ผ้าแพรถามและหันมองไปด้านหลัง เกล้ามึนงงจึงถามกลับไป “แล้วผมต้องมากับใครครับ? ”
“อะแฮ่ม” ภูผากระแอมออกมา ทำให้ผ้าแพรยิ้มแห้ง แล้วเอ่ยปัด “ไม่มีอะไรจ้า พี่พูดเล่น”
เกล้าพยักหน้ารับแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
แต่เพียงหย่อนก้นลงนั่งก็ต้องกระเด้งก้นขึ้นเพราะเขานั่งลงเร็วเกินไป จึงเจ็บจี๊ดขึ้นมา
“เกล้าเป็อะไรหรือเปล่า” ธาราที่เห็นท่าทางของเกล้า จึงถามขึ้นมา
“ไม่มีอะไร” เกล้าปฏิเสธสั้น พร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ ให้ธารา
จากนั้นเขาก็พยายามทำหน้าให้เป็ปกติ แล้วปรับท่านั่งให้สบายมากหขึ้นและเริ่มทำงาน
ครืน
เสียงสั่นแจ้งเตือนข้อความของเกล้าดังขึ้น
กันต์ : [เกล้าอยู่ไหน?]
เกล้ามองข้อความที่หน้าจอ แต่เขาไม่ได้เปิดอ่านและจับโทรศัพท์คว่ำลง
วินาทีต่อมา โทรศัพท์ของภูผาดังขึ้น
“ครับท่าน” ภูผารับโทรศัพท์ด้วยเสียงที่แสดงถึงความเคารพ แล้วหันมองเกล้าที่นั่งทำงานอยู่ด้านข้าง
“อยู่ครับ” ภูผาตอบปลายสาย
เกล้ารู้ว่าต้องเป็กันต์แน่ เขาจึงทำท่าทางไม่สนใจมากนัก ตั้งใจทำงานของตัวเองต่อไป
….
เวลาผ่านไปจนถึงเวลาเลิกงาน แต่กันต์ก็ไม่เข้ามาทำงาน เกล้าลุกขึ้นจากโต๊ะ ขณะครุ่นคิดว่าเขาจะไปนอนที่ไหนดีวันนี้ เพราะห้องที่พักถูกคืนไปแล้ว
“เกล้า เดี๋ยวพี่ไปส่ง” เสียงของภูผาดังขึ้น
เกล้าและธาราหันมองหน้ากัน และหันมองภูผาด้วยความมึนงง
“เอ่อ...ไม่เป็ไรครับพี่ภูผา ผม....ผมกลับเองได้ อีกอย่างผมก็กลับพร้อมธารา เราสองคนอยู่คอนโดเดียวกัน คอนโดก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง” เกล้าตอบเลี่ยง เพื่อไม่ให้ภูผาไปส่ง
“คุณกันต์บอกว่าห้องเกล้าถูกคืนไปแล้วไม่ใช่เหรอ และนี่เป็คำสั่งของคุณกันต์ที่บอกให้พี่ไปส่งเกล้าให้ถึงห้อง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้เกล้าก็ปฏิเสธทันที “ไม่ครับ ผมจะไม่กลับไปที่นั่นอีก”
ภูผาเงียบไป แล้วหันหน้าไปมองธาราที่อยู่ด้านข้าง ร่างเล็กมีท่าทางใเล็กน้อย
“เกล้าเห็นใจคุณภูเถอะ นี่เป็คำสั่งของท่านประธาน คุณภูผาก็หนักใจเหมือนกัน” ธาราพูดเกลี้ยกล่อม
“ใช่แล้ว คำสั่งท่านประธาน หากทำไม่ได้ก็ต้องถูกลงโทษ” ผ้าแพรพูดเสริม
เกล้าลังเลเล็กน้อย เขาไม่อยากกลับไปที่นั่น แต่ก็ไม่อยากให้ภูผาเดือดร้อนเพราะเขา
เมื่อเห็นเกล้ามีท่าทางอ่อนลง ภูผาก็เอ่ยขึ้น “เราไปกันเถอะ ธาราเองก็กลับด้วยกันนี่แหละ”
พูดจบภูผาก็เดินนำไป ธาราจึงเดินไปจับแขนเกล้าให้เดินตาม “เกล้าเราไปกันเถอะ”
ระหว่างทางในรถเต็มไปด้วยความเงียบ เพราะภูผาเป็คนไม่ค่อยพูด ธาราก็เกร็งภูผาและเกล้าก็จมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง ว่าจะทำอย่างไรเขาจะหลุดจากความสัมพันธ์นี้ได้
ไม่กี่นาที่ รถสปอร์หรูเขามาจอดในที่จอดประจำ ก่อนจะเดินนำเกล้าและธาราไปที่ลิฟต์
ภูผาแตะคีการ์ดและลิฟต์ก็เปิดออก จากนั้นภูผาก็หันมามองเกล้า
เกล้าถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะเดินเข้าไปในลิฟต์ ก่อนที่ลิฟต์จะปิดลง
ขณะอยู่ในลิฟต์เกล้ายังคิดไม่ออกว่าจะจบความสัมพันธ์นี้ยังไง และตอนนี้เขายังไม่พร้อมเจอหน้าของกันต์
ติ๊ง
เสียงลิฟต์ดังขึ้น แต่เกล้ายังคงนิ่งอยู่ที่เดิม
เฮ้อ เกล้าถอนหายใจออกมา แล้วเดินออกจากลิฟต์ไป
“กลับมาแล้วเหรอ? ”
เกล้าเงยหน้ามองตามเสียง เห็นกันต์ยืนพิงประตูมองมาทางเขา เกล้าหยุดชะงักแล้วถามขึ้น
“คุณให้ผมกลับมาที่นี่ทำไม? ”
กันต์มองเกล้าที่ยืมมองเขา แววตามีแต่ความเศร้า
“อาบอกเกล้าแล้วไง ว่าอาไม่มีวันปล่อยเกล้าไป!”
“คุณจะรั้งผมไว้ทำไม ผมไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงทำร้ายผมแบบนี้!”
กันต์หยุดชะงักกับคำกล่าวนี้
“ป่าป๊า ทำไมพี่เกล้าถึงกลับมาช้าจังเลยคะ? ”
เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ผิวขาว ดวงตากลมโต เพียงเห็นครั้งแรกเกล้าก็รู้สึกชอบ เดินออกมาจากประตูมา
แต่คำกล่าวของหนูน้อยกลับทำให้เกล้าอึ้งไป
“ป่าป๊า นั่นใช่พี่เกล้าพี่ชายของน้องเกลหรือเปล่าคะ? ” เสียงของเด็กสาวเอ่ยขึ้น
ป่าป๊า? พี่ชาย? น้องเกล? หรือว่า...
“ใช่แล้วครับ นั่นพี่เกล้าพี่ชายของน้องเกล” คำตอบของกันต์ช่วยยืนยันความคิดของเกล้า ทำให้เขารู้สึกราวกับฟ้าผ่าลงมากลางหน้า หูดับ ชาไปหมดทั้งตัว
เกล้ารู้สึกใและสับสนอย่างมาก สถานการณ์นี้เกินกว่าที่เขาจะคาดคิดได้ เขาพยายามควบคุมอารมณ์และตั้งสติ
“พี่เกล้าของน้องเกล น้องเกลคิดถึงพี่เกล้าจังเลย อยากเจอพี่เกล้ามานานแล้ว” เด็กสาวยิ้มและวิ่งมากอดเกล้า ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสดใสและความไร้เดียงสา
เกล้ายังคงตกตะลึงที่อยู่ดี ๆ เขาก็มีน้องสาวขึ้นมา และเครื่องยืนยันก็อยู่บนใบหน้าของเธอ เพราะน้องเกลเหมือนแม่ของเขามาก
เกล้ายืนน้ำตาคลอ ตอนนี้เขาสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร?
…..