ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่48 หญ้ารวมปราณ

            กลุ่มของหนิงเฟยหลงหนีออกมาได้แล้วก็ทำหาถ้ำทำการพักฟื้นในช่วงเวลานี้ไม่มีใครที่จะมีพลังเพียงพอจะทำสิ่งใดได้อีก ต่างใช้พลังกันไปจนหมดลมปราณต่างเหือดแห้งสีหน้าขาวซีด จะมีเพียงก็แต่หนิงเฟยหลงที่สีหน้ายังสดใสอยู่บ้างทว่าแววตากลับมีความอ่อนล้าอยู่เล็กน้อย อันเนื่องมาจากการถูกดูดกลืนพลังวิญญาณและยังฝืนฝึกฝนพลังจิตต่อซึ่งเป็นการพร่องโหว่ของพลังวิญญาณ

     

              “พวกเราพักอยู่ที่นี่สักคืนก่อนเถอะ”หนิงเฟยหลงกล่าวกับพวกของตนแล้วเดินไปที่ก้อนหินรูปร่างแบนราบเฉียงลงมาเล็กน้อยนอนลงอย่างสบายใจไม่นานก็หลับสนิทไป หนิงอันอันเองก็เดินเข้าไปนอนใกล้ๆพี่ชาย

     

              “เอ่อ...นี่มัน...ไม่ใช่ว่าพวกเราควรจะฟื้นคืนพลังก่อนหรือ?เหตุใดพี่น้องคู่นี้ถึงนอนหลับได้อย่างสบายใจเช่นนี้เล่า” จูเหยียนเอ่ยอย่างมึนงงซ่งจิ่นติ้งเองก็เช่นกัน มันไม่เข้าใจกับสิ่งที่พี่น้องคู่นี้ทำจริงๆทั้งคู่หันมองกันแล้วส่ายศีรษะอย่างอดไม่ได้จากนั้นจึงแยกย้ายไปโคจรลมปราณฟื้นพลัง

     

              ..........

     

              “โธ่เว้ย! เจ้าเด็กนั่นดวงดีชะมัด มันรอดไปได้อีกแล้ว ข้าอุตส่าห์วางแผนลวงมันทำให้สัตว์อสูรตนนั้นหลับไปต้องเสียทรัพยากรไปเท่าไหร่แต่เจ้านั่นนอกจากจะสังหารมันได้ แล้วยังรอดพ้นจากสัตว์อสูรที่เข้าห้อมล้อมเสียอีกมันจะดวงดีไปไหน!!” ชายผู้สวมชุดครามอันแสดงถึงผู้ตำแหน่งผู้อาวุโสฝ่ายนอกกล่าวขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

     

              “ฮ่าฮ่า..พี่ถูไหนท่านบอกข้าว่าแผนการนั้นวางไว้อย่างดีแต่ไฉนถึงได้คว้าน้ำเหลว”

     

              เสียงเยาะเย้ยดังขึ้นแว่วมาแต่ไกลถูลู่หลิ่งสะบัดหน้าไปมองชายสวมชุดเกราะขุนพลที่กำเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมปลดปล่อยรังสีสังหารออกไปทว่าเมื่อรังสีสังหารไปใกล้ถึงตัวของชายผู้นั้นมันก็ได้สลายไปอย่างง่ายดาย

     

              ดวงตาถูลู่หลิ่งเบิกกว้างเล็กน้อยแล้วหดลงเท่าเดิมแล้วพลางขบคิดขึ้น “ไม่เสียทีที่เป็นยอดขุนพลมีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ยิ่งแต่มันน่าเจ็บใจนักบังอาจมาล้อข้าได้ คงต้องยอมไปเสียก่อน”

     

              ถูลู่หลิ่งปรับเปลี่ยนอารมณ์เสียใหม่ปั้นหน้ายิ้มออกแล้วว่า “ท่านแม่ทัพขออภัยที่เสียมารยาทเมื่อสักครู่ข้าคิดว่าเป็นสุนัขตัวไหนมาเห่าหอนจึงได้ลงมือไป ขออภัยๆ”

     

              ขุนพลผู้นั้นได้ฟังก็หุบยิ้มที่เบิกบานลงหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แสยะขึ้นมาอีกครั้งและแววตาที่ดูแฝงมีเลศนัย“ดี! ดีมาก กล่าวได้ดี!ข้าจะถือสาอะไรท่านได้เล่าแต่หากว่าท่านเสนารู้เข้าว่ามีคนทำงานพลาดท่านจะรู้สึกเช่นไรนะ

     

            และงานนั้นก็ให้ลงมือกับเด็กน้อยเท่านั้นก็ยังจัดการไม่ได้แต่ว่าข้านั้นจะไม่โทษท่านหรอกนะข้ารู้ดีว่าท่านต้องต่อกรกับอัจฉริยะแห่งยุคเลยทีเดียวคงต้องยากเป็นธรรมดาแต่ทว่าอย่างไรเสียนั่นมันก็แค่เด็ก ไม่เอาๆ ข้าไม่พูดต่อแล้วล่ะนะท่านสบายใจได้ข้าไม่นำเรื่องนี้ไปฟ้องท่านเสนาเป็นแน่ นั่นเพราะ ข้า ไม่ ใช่ คนขี้ ฟ้อง!”

             

            ระหว่างที่ขุนพลผู้นั้นกล่าวออกมาแต่ละคำใบหน้าของถูลู่หลิ่งก็ยิ่งอัปลักษณ์มันเกิดโทสะอย่างยิ่งอยากที่จะลงมือฉีกชายผู้อยู่ด้านหน้ามันฉีกเป็นชิ้นๆเสียหากไม่ติดว่าตนมีฝีมือด้อยกว่าและยังจำเป็นต้องใช้งานขุนพลนี้อยู่คงจะลงมือไปแล้ว

             

              ถูลู่หลิ่งไม่สามารถมีข้อโต้เถียงได้ในคราวนี้มันทำงานพลาดจริงๆจำเป็นต้องยอมรับ และในการทดสอบครั้งนี้คงไม่สามารถลงมือได้อีก คงต้องรอครั้งต่อไป

     

            หากลงมือต่อหากทางสำนักตรวจสอบขึ้นมาก็รังแต่จะโดนตัวมันอยู่ดีนั่นเพราะการทดสอบนี้อยู่ในความรับผิดชอบของมันโดยตรงหากเกิดข้อผิดพลาดย่อมต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น

             

            “หึ คราวหน้าเจ้าเด็กนั่นไม่รอดแน่! แต่ในช่วงนี้คงไม่อาจลงมือได้อีก และการที่ท่านเข้ามาหาโดยพละการแบบนี้ย่อมเป็นเป้าสายตาของผู้คน ท่านนั้นสับเพร่าไปหน่อยนะ ที่สำคัญการทดสอบต่อไปนี้จะเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้!”

             

            ..........

             

            หนึ่งคืนผ่านไปกลุ่มของหนิงเฟยหลงพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ในคืนนั้นไม่มีสิ่งใดมารบกวนจนกระทั่งรุ่งเช้ามีเสียงคำรามอยู่หน้าถ้ำมันไม่ใช่ใครที่ไหนแต่มันก็คือหมีคลั่งเพียงแต่ตัวของมันเล็กกว่าสัตว์อสูรครึ่งก้าวระดับสี่อยู่เท่าหนึ่ง คล้ายว่าเจ้าตัวนี้จะอ่อนแอกว่าและยังพึ่งจะเข้าสู่ระดับสามแต่กลับมาเจอศัตรูในถ้ำของตนเองเสียแล้ว

             

            หมีคลั่งเกิดระเบิดโทสะอย่างเดือดดาล! วิ่งพุ่งเข้ามาภายในถ้ำเสียงดังสนั่น พวกของหนิงเฟยหลงไหนเลยจะไม่รู้ตัวทว่าอย่างไรที่นี่ก็เป็นรังของมันและที่แคบนั้นไม่สามารถฝ่าออกไปได้หากจะให้ต่อสู้กันต่อให้ไม่พ่ายแพ้ ก็ต้องสูญเสียพละกำลังและลมปราณเป็นอันมาก สิ่งเดียวที่พวกมันควรจะทำในตอนนี้คือการหนีเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำ

             

            ถึงแม้ว่าทั้งสี่คนจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ตลอดคืนแต่นั่นไม่ได้ทดแทนในเรื่องกำลังภายในที่สูญเสียไป พลังบางส่วนยังไม่กลับคืนร่างกายนั้นก็ยังไม่หายจากอาการเหนื่อยล้า จำเป็นต้องทำการพักฟื้นสภาพอีก

             

            “นั่นมันหมีคลั่งเฮ้อ...พวกเราพึ่งจะได้พักกันคืนเดียวกลับต้องมาเจอสัตว์สัตว์อสูรระดับสามอีกยังดีที่ไหวตัวทันหลบหนีเข้ามายังส่วนลึกของถ้ำทันท่วงที”คำกล่าวของจูเหยียนแฝงไปด้วยความตัดพ้อเจ็ดส่วนและความโล่งใจสามส่วนอย่างน้อยในเวลานี้พวกมันก็ไม่จำเป็นต้องปะทะกับหมีคลั่งตัวนั้น

             

            ทั้งที่ในคราแรกเจ้าหมีตัวนั้นแสดงท่าทีที่ดุดันวิ่งไล่ตะพัดตะเพิดพวกมัน แม้กระทั่งปะทุพลังโจมตีอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่ได้ติดตามเข้ามาคล้ายว่าจะกลัวสิ่งใดที่อยู่ภายในส่วนลึกของถ้ำ ทันทีที่พวกมันย่างก้าวเข้าสู่ปากถ้ำขนาดเท่าตัวคนรอดผ่านเจ้าหมีคลั่งนั่นก็ได้รีบวิ่งกลับไปยังที่ของตน

             

            ลักษณะที่พวกหนิงเฟยหลงอยู่นั้นคล้ายถ้ำซ้อนถ้ำจะเห็นว่าแต่ละพื้นที่จะมีปากทางเข้าเป็นชั้นๆ

             

            หนิงเฟยหลงกวาดสายตาไปทั่วพลางขบคิดถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการกระทำเมื่อสักครู่ของเจ้าหมีคลั่งทำให้รู้สึกถึงความผิดปกติของถ้ำแห่งนี้

             

            “ที่แห่งนี้ใหญ่โตนักคงไม่ได้เป็นที่อยู่ของหมีคลั่งตัวเดียวเป็นแน่ทั้งขณะที่เข้ามาในส่วนนี้ก็พบว่าพลังแห่งฟ้าดินนั้นหนาแน่น พลังหยวนพุ่งพล่าน ทำให้รู้สึกสดชื่นไม่แน่ว่าที่นี่อาจจะมีพืชวิเศษอยู่ก็เป็นได้และไม่แน่ว่านอกจากกลุ่มของเรายังจะมีผู้อื่นอยู่อีก”

             

            “ทุกคนระวังตัวด้วยอย่าได้ประมาทเชียว” หนิงเฟยหลงกล่าวกำชับ จากนั้นพากันเดินสำรวจในส่วนลึกของถ้ำเพื่อหาทางออกอีกทางและยังจะต้องหาสถานที่เหมาะแก่การพักฟื้นอีก

             

              ยิ่งเข้าไปลึกกระแสพลังแห่งฟ้าดินก็ยิ่งรุนแรงทำให้รู้สึกถึงความเต็มเปี่ยมด้วยพลัง หนิงอันอัน ซ่งจิ่นติ้ง และจูเหยียนรู้สึกเบิกบานใจยิ่ง เหมือนว่าการเข้ามาในครั้งนี้จะดีมากกว่าร้ายสวรรค์ถึงกับได้ประทานพลังฟ้าดินนี้มาให้ในเวลาที่วิกฤตเช่นนี้

     

              ทั้งสามรับรู้ได้เลยว่าสภาวะคอขวดที่ติดอยู่มาตั้งแต่ก่อนหน้าเข้ารับการทดสอบจวบจนถึงการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสามอย่างแมงมุมหกขานั้น ได้ช่วยให้พลังยุทธ์นั้นเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นคล้ายจะทะลวงสู่ขั้นถัดไปเต็มทน

     

              แต่ทว่าคล้ายมีเส้นบางๆมาหยุดรั้งพวกมันไว้อยู่แต่เมื่อได้รับกระแสพลังฟ้าดินที่หนาแน่นเช่นนี้ทั้งสามจึงรับรู้ได้ถึงความพร้อมในการทะลวงสู่ขั้นถัดไปแล้ว

     

            และนั่นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีไม่น้อยอย่างน้อยต่อจากนี้กลุ่มของหนิงเฟยหลงก็เรียกได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดในบรรดากลุ่มผู้เข้าร่วมการทดสอบแล้วถึงแม้ว่าจะไม่มีผู้ใดอยู่ขั้นสิบเลยก็ตามนั่นเพราะในกลุ่มยังมีผู้ที่ทรงพลังมากเสียกว่าขั้นที่สิบอยู่อีก และมันไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากคุณชายตระกูลหนิง‘หนิงเฟยหลง’

             

            “พี่หนิงเฟยหลงข้าคิดว่าพวกเราควรหยุดอยู่ตรงนี้เสียก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อ” ซ่งจิ่นติ้งที่เงียบมานานได้กล่าวขึ้นใบหน้าของมันเผยรอยยิ้มที่ไม่อาจปิดบังด้วยความยินดี แววตาก็บังเกิดความตื่นเต้น

             

            หนิงเฟยหลงเกิดความฉงนใจเล็กน้อย หันไปมองผู้ร่วมกลุ่มที่อีกสองคนทั้งสองคนนั้นก็มีสีหน้าแววตาที่เหมือนกันชายหนุ่มครุ่นคิดชั่วครู่แล้วจึงเอ่ยขึ้น “พวกเจ้าคงจะอยากทะลวงขั้นใช่หรือไม่?”

             

            ทั้งสามพยักหน้าตอบรับพลางยิ้มด้วยความเคอะเขินเล็กน้อยหนิงเฟยหลงเมื่อเห็นดังนั้นก็รู้สึกพึงพอใจถือว่าการต่อสู้ครั้งนี้ได้ช่วยให้พวกมันก้าวหน้าขึ้นถึงแม้จะเข้าสู่ช่วงความเป็นความตายก็นับว่าคุ้มค่า

             

            “แต่ข้าว่าอย่าพึ่งเลยดีกว่า หากเจ้ารีบทะลวงตอนนี้อาจจะได้เสียใจในช่วงไม่กี่ร้อยอึดใจต่อมานะ”ชายหนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมกับแววตาที่เป็นประกาย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอย่างเจือจาง

             

            สายตาจดจ้องไปยังสถานที่ที่อยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนักมองจากจุดนี้จะเห็นแสงระยิบระยับคล้ายหิ่งห้อยบินวนอยู่ในบริเวณนั้นการกระพริบไปมาทำให้ที่นั่นดูสว่างไสวเป็นระยะ และมีความงดงามที่สะดุดตา

             

            “พวกเจ้าดูนั่นถ้าข้าคาดไม่ผิดล่ะก็ตรงนั้นจะต้องมีสมุนไพรหรือพืชวิเศษเป็นแน่แท้พวกเจ้ายังจะรีบทะลวงขั้นอีกหรือไม่?” ชายหนุ่มชี้นิ้วไปทางด้านหน้าให้คนในกลุ่มดู

             

            ซ่งจิ่นติ้งได้เห็นก็เกิดความตื่นเต้นขึ้นไปอีกมันจึงรีบที่จะก้าวเดินไปไม่สามารถอดกลั้นต่อสิ่งยั่วยุเช่นนี้ได้ของวิเศษนี่หอมหวนเกินไปยากที่จะนิ่งเฉยได้

             

            อันที่จริงตั้งแต่ที่รู้ว่าตนเองสามารถทะลวงขั้นพลังยุทธ์ได้ก็ตื่นเต้นอยากจะรีบทำการเลื่อนขั้นมากพออยู่แล้วแต่พอได้เห็นแสงระยิบระยับอันเป็นการบ่งบอกถึงของวิเศษนั้นพวกมันยิ่งเกิดความตื่นเต้นดีใจลิงโลดอยากที่จะเข้าไปถือครอง

             

            ซ่งจิ่นติ้งมาจากตระกูลระดับต่ำไหนเลยจะมีเงินทองซื้อสมุนไพรวิเศษการเห็นของวิเศษก็เหมือนเห็นเหรียญทองกองโตสำหรับคนปกติที่มีมูลค่ามหาศาล

             

            ทั้งสี่เดินตามกันไปเข้าใกล้เรื่อยๆมองไปโดยรอบก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งหมดจึงเริ่มชื้นใจขึ้นเมื่อมองใกล้ขึ้น

             

            นัยน์ตาก็ปรากฏเป็นรูปเงาใบหญ้าพลิ้วไสวไปมาใบหญ้านั้นมีแสงสว่าง เรืองรองออกมาจากตัวของมันเองเป็นสีเหลืองม่วงสลับกับสีขาวไปมา

             

            สีหน้าของทั้งสี่เผยให้เห็นถึงความตื่นเต้นทว่าจังหวะนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทุ้มต่ำข้างหูของพวกมัน

             

            “พวกเจ้าทั้งสี่เป็นผู้มีวาสนาจงรับเอาหญ้ารวมปราณไปคนละต้น จะมีเพียงผู้หนึ่งที่จะไม่ได้รับตัดสินใจให้ดีว่าใครจะเป็นผู้เสียสละ” กล่าวถึงตรงนี้เสียงนั้นก็ได้หายไปไม่มีที่มาและไม่มีที่ไปคล้ายเสียงนั้นถูกส่งมาจากสถานที่ที่ห่างไกลก็ไม่ใช่ใกล้ก็ไม่เชิง

             

            “ท่านผู้อาวุโสขอบพระคุณท่านมาก”หนิงเฟยหลงกล่าวขึ้นพร้อมประสานมือคารวะ

             

            “เรียนถามผู้อาวุโสสถานที่แห่งนี้มีทางออกอื่นอีกหรือไม่?”ไม่ได้มีเสียงตอบกลับแต่อย่างใดกระแสเสียงนั้นหายไปแล้วคล้ายว่าผู้เยี่ยมยุทธ์กำลังส่งกระแสเสียงเพื่อบอกกล่าวกับพวกมันเท่านั้นไม่สามารถสนทนาด้วยกันได้

             

            “เช่นนั้นพวกเจ้าทั้งสามก็จงรับเอาหญ้ารวมปราณนี้ไปส่วนข้าไม่ต้องการ”หนิงเฟยหลงกล่าวขึ้น

             

            “แต่ว่าท่านเป็นหัวหน้ากลุ่มสมควรได้รับอย่างยิ่งการพัฒนาของท่านสำคัญต่อพวกเรามาก” จูเหยียนกล่าวค้านขึ้น

             

            หนิงอันอันเองก็เห็นด้วยนางพยักหน้าเห็นด้วยกับจูเหยียน

             

            ทว่าซ่งจิ่นติ้งนั้นกลับมีสีหน้าที่ปั้นยากจึงกล่าวอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก“นั่นสิท่านสมควรได้รับมัน” แม้จะกล่าวเช่นนี้แต่สายตาของมันก็ไม่ได้ละเว้นจากหญ้ารวมปราณแม้แต่ลมหายใจเดียว

             

            หนิงเฟยหลงเห็นอาการของซ่งจิ่นติ้งจึงอดยิ้มไม่ได้จึงเดินไปเด็ดเอาหญ้ารวมปราณทั้งสามขึ้นมา จากนั้นก็นำมาให้คนในกลุ่มทั้งสาม“พวกเจ้ารับไป ในเมื่อข้าเป็นหัวหน้ากลุ่มย่อมต้องดูแลพวกเจ้าให้ดี”กล่าวจบชายหนุ่มก็หลับตาลงนั่งขัดสมาธิคล้ายไม่ยีระต่อหญ้ารวมปราณแม้แต่น้อย

             

            ทั้งสามคนเมื่อได้รับก็สะกดความตื่นเต้นไม่ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งซ่งจิ่นติ้งที่บัดนี้เร่งทำการดูดซับอย่างรวดเร็วคล้ายจะกลัวว่าสิ่งนี้จะสลายหายไป หากมันไม่รีบทำการดูดซับ

             

            กระแสพลังรวมหลอมเข้ากับทะเลลมปราณเกิดเสียงดังอื้ออึงอยู่ภายในขณะนี้ทั้งสามกำลังทำการดูดซับหญ้ารวมปราณพร้อมกับเริ่มการทะลวงระดับขั้นพลังยุทธ์!

             

            ครั้นดูดซับพลังเสร็จสรรพพลังที่น่าอัศจรรย์ก็ไหลทะลักปากเขื่อนพร้อมจะจะทะลวงออกทั้งสามเร่งการโคจรลมปราณขึ้นอีกขั้น ก็ประจวบเหมาะกับกำแพงนั้นถูกฉีกขาดสะบั้นลง! ก่อเกิดกระแสพลังโหมกระหน่ำสาดซัดเข้าไปทำให้รู้สึกถึงความเจ็บปวดเหลือคณาที่ท้องน้อยต่อมาก็แล่นไปตามเส้นลมปราณทั้งแปดเส้น ไม่เพียงเท่านั้น ในตอนนี้ลมปราณที่บ้าคลั่งมันกำลังมาจดจ่ออยู่ที่เส้นลมปราณที่เก้าแล้วคล้ายเตรียมการจะโจมตีเข้าไป หยุดนิ่งอยู่ครู่ระลอกใหม่จึงเริ่มขึ้น

             

            ตู้ม!

             

            กระแสลมปราณที่บ้าคลั่งทะลวงเข้าสู่เส้นลมปราณที่เก้าขยายเส้นลมปราณให้ใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัวรอยยิ้มได้บังเกิดขึ้นที่ใบหน้าของทั้งสามคนที่ในยามนี้สามารถทะลวงขอบเขตแดนกายขั้นที่เก้าได้แล้ว

             

            รอยยิ้มไม่ทันได้หุบไปก็บังเกิดความน่าตื่นตะลึงจากเดิมที่กระแสลมปราณที่ควรจะหยุดลงเพียงเท่านี้ กลับโหมซัดมาสมทบอีกครั้ง! “นั่นมันพลังจากหญ้ารวมปราณ!”ในใจของพวกมันกล่าวคำนี้ขึ้นพร้อมๆกัน พร้อมกับความตื่นตะลึงที่เกินกว่าจะคาดคิด

             

            แม้มันจะคาดไว้ว่าของวิเศษนี้จะช่วงให้มันทะลวงเส้นลมปราณที่เก้าได้แต่กลับไม่ได้คาดคิดว่าจะสามารถช่วยมันได้ถึงเพียงนี้

             

            “พวกเจ้าตั้งสติหน่อยต่อไปขับเคลื่อนกระแสลมปราณอย่างละเอียดอ่อนค่อยๆทะลวงในยามแรกครั้นเมื่อรับรู้ได้ถึงเวลาเหมาะจงอย่าลังเลที่จะพุ่งทะลวงเข้าไปอย่างรุนแรงวิธีนี้จะช่วยทำให้พวกเจ้าประหยัดเวลาและยังจะทำสำเร็จได้โดยดี เพียงแต่หากผิดพลาดจะต้องพักฟื้นอีกแรมปี”หนิงเฟยหลงกล่าวชี้แนะขึ้น

             

            เรื่องพวกนี้ชายหนุ่มจะไม่รู้ได้อย่างไรอย่างน้อยในอดีตมันก็เคยผ่านพ้นมาแล้วจึงมีวิธีการในการเลื่อนขั้นพลังยุทธ์อยู่แล้วเพียงแต่ในขั้นที่สิบนี้พิสดารนัก ด้วยต้องทะลวงเส้นลมปราณถึงสามเส้น ค่อนข้างใช้เวลานานหากกระแสลมปราณไม่มีพลังเพียงพอใช้อย่างสิ้นเปลืองก็ไม่อาจจะทะลวงผ่านพ้นไปได้หากไม่มีผู้รู้คอยชี้แนะยิ่งแล้วใหญ่นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่ติดค้างกันอยู่ในขั้นที่เก้าไม่สามารถฝึกฝนต่อได้

             

            แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นหลังจากการชี้แนะของหนิงเฟยหลงจบลงไม่ถึงสิบลมหายใจหนิงอันอันก็ได้เลื่อนเข้าสู่ขั้นที่สิบสำเร็จ

             

            นั่นทำให้สีหน้าของชายหนุ่มนั้นเปลี่ยนไปมันครุ่นคิดขึ้นแต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะชี้แนะไปเช่นนั้นแต่อย่างน้อยก็สมควรต้องใช้เวลาสามสิบลมหายใจขึ้นไปถึงจะถูก แต่นี้รวดเร็วเกินไปคล้ายว่าไม่ได้เกิดจากการชี้แนะ แต่เกิดจากตัวนางเองเสียมากกว่า

             

            เมื่อนึกถึงตรงนี้สีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนอีกครั้งแต่คราวนี้สดใสขึ้นมันนึกได้แล้วว่าเพราะอะไร ‘ร่างบงกชเหมันต์!’   

             

             

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258