การท่องเที่ยวชมเมืองชิงะยังคงดำเนินต่อไปตามแผนการที่ทาดาชิได้วางเอาไว้ วันนี้มาถึงคิวของการไปเยี่ยมชมหอกลางน้ำอุคิมิโดะของวัดมังเกสึ ที่นี่เป็นหอชมวิวที่ยื่นตัวออกไปในทะเลสาบบิวะ อาหารเที่ยงถูกจัดขึ้นกลางศาลาที่มีฉากหลังเป็นภาพของทะเลสาบสวยงามกว้างใหญ่ที่พื้นน้ำส่องระยิบระยับเมื่อต้องเข้ากับแสงอาทิตย์ ไกลออกไปสามารถมองเห็นวิวภูเขาที่ต้นไม้กำลังเปลี่ยนสี มีทั้งสีเหลืองส้มแดงสลับกันไปทอดยาวไปบนภูเขาลูกโตที่เชื่อมต่อไปยังแคว้นอื่น ทิวทัศน์อลังการชวนน่าประทับใจทำให้ร่างเล็กเบิกตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่งกับความสวยงามของธรรมชาติ ทาดาชิดูพึงพอใจเมื่อเห็นว่าชิเอโกะนั้นถูกอกถูกใจที่นี่เป็นอย่างมาก สายลมเย็นพัดกระทบเบาๆ เข้ามาเป็นระรอกสร้างความโรแมนติกให้เกิดขึ้นระหว่างการทานอาหารกลางวันรสเลิศ ทาดาชิมองดูชิเอโกะด้วยแววตาที่อบอุ่นก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก
"จะว่าไปแล้ว… เรื่องเมื่อคืนน่ะ เจ้า… พูดจริงหรือไม่" แววตาของเขาดูมีความหวังพลางมองสีหน้าของร่างเล็ก รอยยิ้มบางปรากฏขึ้น ชิเอโกะเอ่ยตอบแบบสงวนท่าที
"หากว่าเป็นความจริง แล้วท่านจะยอมตามใจข้าทุกอย่างหรือไม่เจ้าคะ" ทาดาชิหัวเราะร่วน แน่นอนว่าต้องเป็นเช่นนั้น
"ข้าพร้อมให้เจ้าได้ทุกอย่างตามที่เจ้าต้องการ แม้แต่เดือนและดาว ข้าก็จะหามาให้" ชิเอโกะหัวเราะคิกกับคำหวานที่ร่างสูงเอ่ยออกมาโดยไม่เขินอายปากหนักเหมือนกับซามูไรชั้นสูงคนอื่นที่มักจะเย็นชาไม่ยอมเอ่ยถ้อยคำหวานออกมาได้ง่ายๆ ชิเอโกะสบเข้ากับสายตาคมที่ยังคงดูเจ้าชู้ไม่เปลี่ยนแปลง แต่บัดนี้เขาใช้มันมองมาที่ชิเอโกะเพียงคนเดียวเท่านั้น ชิเอโกะคิดอะไรบางอย่างแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง
"ในเมื่อมาถึงชิงะแล้ว ถ้าเช่นนั้น… ท่านช่วยเล่าเรื่องของท่านไดเมียวมาซาโตะให้ฟังหน่อยได้ไหมเจ้าคะ" ทาดาชิเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ อย่างสงสัยว่าทำไมจู่ๆ คนตรงหน้าถึงถามเกี่ยวกับไดเมียวมาซาโตะขึ้นมา
"ทำไมจู่ๆ ถึงอยากรู้ขึ้นมางั้นรึ" ชิเอโกะยังคงยิ้มบางและเอ่ยบอกสิ่งที่คนตรงหน้าต้องการฟังมากที่สุด เพื่อหว่านล้อมให้เขาพูดในสิ่งที่ตนเองอาจจะยังไม่รู้ออกมา
"เพราะว่าข้าเริ่มชอบที่นี่เข้าเสียแล้ว หากเป็นไปได้ ทุกวันหยุดของท่านข้าก็อยากจะมาพักผ่อนเยี่ยมชมที่นี่ และหากได้ทราบนิสัยใจคอของท่านไดเมียวแห่งเมืองชิงะคงจะดีไม่น้อย ข้าจะได้ตัดสินใจถูกว่าควรเลือกที่นี่เป็นที่พักสำหรับเราทั้งสองดีหรือไม่เจ้าค่ะ" สุ้มเสียงไพเราะเสนาะหูทำเอาหัวใจของทาดาชิเต้นรัวเร็วเมื่อได้ทราบว่าคนตรงหน้าก็เริ่มคิดถึงอนาคตที่มีเขาอยู่ด้วยในนั้น เขาไม่เคลือบแคลงสงสัยสิ่งใดแม้เพียงนิด หนำซ้ำยังรีบเล่าสิ่งที่คนตรงหน้าอยากทราบให้ฟัง แต่ก็มิวายที่จะแอบเล่าข่าวลับวงในที่ตนได้ทราบมา
"ท่านไดเมียวมาซาโตะเพิ่งได้ตำแหน่งเมื่อไม่กี่ปีก่อนจากไดเมียวคนก่อนที่ทำการสังหารตัวแทนของท่านโชกุน แต่ว่านะ…" เขาเงียบไปก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเอ่ยต่อ
"ด้วยความที่ท่านโชกุนก็มีสายสืบมากมาย ดังนั้นข้าจึงเคยได้ข่าวมาว่าแท้จริงแล้วไดเมียวคนก่อนถูกใส่ร้ายโดยการวางยาฮิกังบานะ จึงทำให้เขาเผลอลงมือฆ่าตัวแทนโชกุนเข้าให้ ซึ่งก็คงจะเป็นไปตามแผนของท่านมาซาโตะแบบพอดิบพอดี" ราวกับโดนฟ้าผ่าลงมากลางหัว ชิเอโกะตัวแข็งทื่อ เลือดในกายเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง ชิเอโกะที่ดูตกตะลึงไม่น้อยทำให้ทาดาชิโน้มตัวเข้ามากระซิบราวกับว่ากลัวคนอื่นจะได้ยินทั้งๆ ที่ตรงนั้นมีเพียงแค่พวกเขาสองคนที่อยู่บนศาลากลางน้ำ
"ข้าน่ะ… พอจะสนิทกับสายสืบของท่านโชกุนอยู่บ้าง เขาว่ากันว่าไม่กี่เดือนก่อนเกิดเรื่องมีคนไปถามหาซื้อยาฮิกังบานะจากผู้เฒ่าโฮชิที่อยู่ในภูเขาท้ายวัง สืบไปสืบมาจึงรู้ว่าเป็นคิมูระ โชตะ ที่ตอนนั้นเขาก็ยังเป็นซามูไรชั้นผู้น้อยอยู่น่ะนะ แต่พอท่านมาซาโตะได้รับอำนาจและขึ้นเป็นไดเมียว จู่ๆ ก็แต่งตั้งคิมูระ โชตะให้เป็นพ่อบ้านประจำตระกูลทันที เจ้าคิดว่ามันแปลกหรือไม่ล่ะ หึหึ" หอกดาบแหลมคมทิ่มแทงเข้ามาในดวงใจของชิเอโกะอย่างเลือดเย็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแผลที่เคยหายดีปริแตกออกกว้างขึ้นกว่าเดิม ชิเอโกะที่ขอบตาร้อนผ่าวเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
"จะว่าไปแล้ว ฮิกังบานะคือชื่อของดอกไม้มิใช่หรือเจ้าคะ ทำไมถึงกลายเป็นชื่อยาไปได้ล่ะเจ้าคะ" ทาดาชิเอ่ยตอบในทันที
"มันเป็นชื่อของยาหลอนประสาทชนิดรุนแรงที่น้อยคนนักจะรู้จัก เจ้าคงจะทราบว่าดอกฮิกังบานะนั้นมีพิษแล้วก็มักจะถูกปลูกรอบๆ หลุมศพใช่หรือเปล่าล่ะ มันเป็นดอกไม้แห่งความตาย ดังนั้นคนที่โดนยานี้มักจะมีอาการหลอนประสาทขั้นรุนแรง สายตาพร่ามัว เหงื่อแตกพลั่ก หูแว่วได้ยินเสียงประหลาด มองเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น ส่วนมากมักจะเป็นสิ่งที่ตัวเองกลัวมากที่สุดจนทำให้เป็นบ้าและคลุ้มคลั่ง แต่ถึงแม้ฤทธิ์มันจะรุนแรงมากแต่ก็อยู่ได้ไม่นานนัก แล้วแต่ว่าจะใช้มากใช้น้อยน่ะนะ" เอ่ยสาธยายยืดยาวโดยที่ไม่ทันได้สังเกตถึงความร้าวรานที่ฉายอยู่ในแววตาของผู้ฟัง ชิเอโกะหัวใจแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เขาพยายามฝืนยิ้มแล้วเอ่ยถามต่อเพื่อเอาข้อมูลให้ได้มากที่สุดแม้ความจริงที่ได้รับจะฆ่าตัวเองให้ตายทั้งเป็น
"แล้วท่านโชกุนทราบเรื่องนี้หรือไม่เจ้าคะ เรื่องที่ไดเมียวคนก่อนถูกใส่ร้ายน่ะเจ้าค่ะ" ทาดาชิพยักหน้าเนิบๆ เป็นคำตอบทำเอาชิเอโกะเผลอกลั้นลมหายใจเพื่อยับยั้งความเจ็บปวดที่กำลังโถมเข้ามารุนแรงอย่างหนัก ทาดาชิเอ่ยด้วยน้ำเสียงสลดเล็กน้อย
"ชิงะเป็นเมืองที่อยู่นอกเหนืออำนาจการปกครองของท่านโชกุน การเปลี่ยนขั้วอำนาจในตระกูลหรือโดนชิงตำแหน่งไดเมียวเป็นเรื่องที่โชกุนไม่อาจสอดมือเข้าไปยุ่งได้ ดังนั้นท่านทำได้แค่รับรู้ แล้วอีกอย่างแม้จะเป็นแผนการของท่านมาซาโตะ แต่ไดเมียวคนก่อนก็ได้ทำการสังหารตัวแทนของท่านโชกุนจริง การทำพิธีเซ็ปปุกุทั้งตระกูลก็ถือว่าเป็นการชดใช้อย่างเหมาะสมที่สุดแล้ว" ชิเอโกะนิ่งเงียบ เขาไม่สามารถเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดอีกต่อไปได้ หัวใจดวงน้อยกำลังถูกบดขยี้อย่างรุนแรงไม่ปราณี ความคับแค้นใจที่มีมหาศาลพุ่งขึ้นมาจนมือเล็กเผลอกำเข้าหากันแน่นจนมันสั่นระริก ใบหน้าของมาซาโตะลอยเข้ามาในหัวและนั่นก็ทำให้เพลิงแค้นยิ่งแผดเผา 'สักวันข้าจะเอาเลือดของมันมาเซ่นหลุมศพของท่านพ่อ' สัญญากับตนเองด้วยแววตาเร่าร้อนดั่งเปลวเพลงที่เต้นระริก ทาดาชิที่เห็นว่าชิเอโกะเงียบไปเขาก็เริ่มคิดว่าเมื่อครู่ตนคงจะพูดมากไปเสียแล้วพลันเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกของร่างบางที่ต้องมารับรู้ความโหดร้ายเช่นนี้
"เป็นเช่นไร… รู้แบบนี้แล้วเจ้ายังอยากที่จะเลือกเมืองนี้เป็นที่พักผ่อนสำหรับเราอยู่อีกหรือไม่" ดวงตากลมโตฉายแววมุ่งมั่นขึ้นมาในทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงคำถาม ความเคียดแค้นสุมไหม้ซ่อนเร้นอยู่ในดวงตาที่แดงก่ำ ชิเอโกะพยักหน้ารับแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
"ถ้าความจริงเป็นเช่นนั้น ก็คงไม่มีที่ใดเหมาะไปกับข้ามากกว่าที่นี่อีกแล้วเจ้าค่ะ"
นิยายอัพเป็นประจำทุกวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ค่ะ