ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    หาเรื่องเจ็บตัว

    หาเรื่องเจ็บตัว

    “หึเจ้าจะต้องได้รับเสียงหัวเราะจากผู้คนทั่วทั้งงาน” เสียงนางเอ่ยกับตัวเองก่อนที่ขานางจะยื่นออกมาขวางทางเดินเล็กๆ ที่ลี่ถิงกำลังเดินผ่าน  ทางฝั่งของลี่ถิงที่กำลังเดินมานั้นหลังจากที่นางแสดงจบลงแล้วได้ยินเสียงผู้คนเอ่ยชมก็รู้สึกเขินอายอย่างมากนางจึงรีบเดินกลับเข้าไปนั่งที่รวมกับคนอื่นๆให้เร็วๆ โดยไม่ได้ดูด้วยซ้ำมามีอะไรมาขวางทางเดินหรือไม่

    “เอาะ ขาขาฉัน” เสียงร้องของหญิงสาวที่เปล่งออกมาอย่างเจ็บปวดนางไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนี้ลี่ถิงที่เดินผ่านอย่างเร็วไม่ได้มองอะไรกลับเผลอเหยียบเท้าของคุณหนูเทียนหลิ่งเจียที่ยื่นออกมาอย่างเต็มแรง

    “ขา ขาข้าเจ้าๆ เจ้าเหยียบเท้าข้า เจ้าจะเดินหนีไปไหน” เทียนหลิ่งเจียร้องออกมาตามหลังลี่ถิงที่เดินออกไปอย่างไม่ได้หันกลับมามองที่นางด้วยซ้ำ

    “คุณหนูเทียนหลิ่งเจียถึงการแสดงของท่านแล้วขอรับเชิญเดินออกไปได้แล้ว” ผู้คุมที่เดินเข้ามาเอ่ยกับนางต่อไปจะเป็นการแสดงของนางแล้วแต่ดูขานางตอนนี้สิ

    “แต่ว่าขาข้าเจ็บ”เทียนหลิ่งเจียจากที่ต้องร้องตามลี่ถิงก็ต้องหยุดหันมาสนใจเรื่องของตนที่ต้องจัดการตรงหน้านี้ก่อน

    “แต่ว่าถึงลำดับของท่านแล้วถ้าไม่ทำการแสดงถือว่าสละสิทธิ์” ผู้คุมเอ่ยออกมาก่อนจะละจากนางไป

    “บ้าเอ้ยทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้” เทียนหลิ่งเจียได้เพียงเอ่ยคำสบถกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นแล้วพาตัวเองก้าวออกไปยังกลางเวทีเท้าที่เจ็บของนางไหนเลยจะเดินสะดวกได้นางได้แต่พยายามเกร็งให้ดูปกติขนาดไหนแต่ก็ปกปิดได้ไม่หมด

    “ผู้เข้าประกวดเทียนหลิ่งเจีย” เสียงชายสูงวัยเอ่ยออกมาเป็นสัญญาณเริ่มการแสดงของนางขึ้นเมื่อดนตรีบรรเลงขึ้นนางก็ต้องร่ายรำไปทั้งๆ ที่เท้ายังเจ็บอยู่

    “ทำไมคุณหนูผู้นี้ร่ายรำแปลกๆเจ้าว่าไหม”  “ทำไมหน้าตานางผู้นี้นางถึงได้บึ้งตึงเหมือนข่มอารมณ์อะไรสักอย่างเอาไว้กัน”เสียงผู้คนเริ่มวิจารณ์นางออกมาเมื่อการแสดงผ่านไปเรื่อยๆนางรึจะหยุดการแสดงลงให้เป็นที่อับอายอย่างไรก็ต้องแสดงให้จบ  แต่เมื่อถึงท่าสุดท้ายที่นางจะต้องกระโดดขึ้นละปล่อยตัวลงมาเพื่อเป็นท่าปิดการแสดงกลับไม่เป็นไปตามที่ได้ซักซ้อมมา

    ‘พรึบบ’เสียงดังขึ้นกลางเวทีที่หญิงสาวกำลังแสดงอยู่ท่าสุดท้ายในการแสดของนางไม่เป็นตามคาดนางกระโดดแต่กลับผิดท่าจนร่างทั้งร่างของนางไปกองอยู่ที่พื้นอย่างหมดสภาพ

    “โอ้ยยยยย”เสียงเทียนหลิ่งเจียร้องขึ้นเสียงดังเมื่อนางเกิดผิดพลาดจนได้ล้มกองอยู่ที่พื้นเช่นนี้

    “หลิ่งเจีย”เสียงบิดานางที่มาเป็นหนึ่งในกรรมการร้องขึ้นเมื่อเห็นบุตรสาวล้มพับลงไป

    “เร็วเข้าไปช่วยคุณหนู”หลายเสียงที่เอ่ยออกมาผู้คุมก็ไม่นิ่งนอนใจรีบเข้าไปช่วยเหลือนางอย่างเร็ว

    “หมอ หมอตามหมอเร็วเข้า”ฮูหยินเทียนก็มิต่างกันนางร้องเรียกหาหมอให้มาดูอาการบุตรสาวแล้วพร้อมกับขาที่รีบเดินเข้าไปดูอาการของบุตรสาวทันที

    “โอ้ยๆท่านแม่ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ” เทียนหลิ่งเจียเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นมารดาเดินเข้ามา

    “เจ้าทำใจดีๆไว้นะ เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว พวกเจ้าเร็วเข้าไปตามหมอให้เร็ว”นางเอ่ยกับบุตรสาวแล้วยังมิวายหันไปสั่งคนของตนไปตามหาหมอมาทั้งๆที่ก่อนหน้าที่ก็สั่งให้คนไปตามมาแล้ว

    “ท่านแม่ข้าเจ็บมากเลยเจ้าค่ะท่านแม่ช่วยข้าด้วย” เทียนหลิ่งเจียเสียงนางไม่อาจหยุดลงได้จึงได้เพียงเอ่ยร้องอย่างเจ็บปวดออกมาเท่านั้น

     

               ทางด้านของชิงเถาที่นั่งดูและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนอื่นอาจจะเห็นใจนางอยู่บ้าง แต่สำหรับชิงเถานั้นนางไม่ใช่อยู่แล้ว

    “หึสมน้ำหน้าแกล้งคนอื่นดีนัก” ชิงเถาเอ่ยออกมา ก่อนหน้านี้เชี่ยนเชี่ยนมาบอกแก่นางแล้วเรื่องที่เกิดกับพี่สาวนางตอนเชี่ยนเชี่ยนเล่าว่าพี่สาวนางเหยียบเท้าของเทียนหลิ่งเจียไปเต็มๆก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ไปแล้ว แต่ไม่คิดว่านางจะเจอกรรมตามสนองเร็วขนาดนี้นี้มันให้ทุกข์แก่ตนเองชัดๆ เจอกลับไปเป็นสองเท่าเลย

    “เถาเอ๋อร์อย่าเอ่ยอย่างนั้นกับคนเจ็บสิลูก”นางลี่จูเอ่ยว่าบุตรสาวออกมาเมื่อได้ยินที่บุตรสาวพูด

    “ก็มันน่าหนิเจ้าคะคนนิสัยอย่างนี้เจอแบบนี้ไปก็สมควร” ชิงเถาเอ่ยบอกมารดาออกมางอนๆที่โดนมารดาเอ็ดเอา

    “ถึงอย่างไรเราก็ไม่ควรไปทับถมคนอื่นนะลูก”นางลี่จูยังไม่หยุดที่จะเตือนบุตรสาว

    “ไม่ใช้คนอื่นเจ้าค่ะนี่ชิงเถาเองที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของคุณหนูเทียนหลิ่งเจียไงเจ้าคะนี่ยังมิได้ทำอะไรเลยนางก็ทำตัวเองไปเสียแล้ว”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างมีความสุขโดยไม่สนใจหน้ามารดาด้วยซ้ำ

    “จะเอ่ยจะทำอะไรก็ระวังตัวด้วยนะลูกแม่เป็นห่วงเจ้ามากนะ”นางลี่จูที่ไม่รู้จะขัดบุตรสาวอย่างไรเลยได้แต่เอ่ยเตือนเรื่องบุตรสาวออกไปเพียงเท่านั้น

    “เจ้าค่ะลูกจะจำไว้ให้ดี” ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างขอบคุณที่มารดาไม่ได้เอ่ยค้านหัวชนฝาเหมือนหลายเรื่องที่ผ่านมา

     

               เมื่อเหตุการณ์ของเทียนหลิ่งเจียผ่านไปการแสดงก็กลับมาดำเนินไปต่อจนแล้วเสร็จทุกคนเมื่อการแสดงจบลงรอเพียงไม่นานเสียงผู้ดำเนินการประกวดก็เอ่ยขึ้น

    “ต่อไปข้าจะเอ่ยชื่อผู้ที่เป็นสาวงามของเมืองหลวงเริ่มที่อันดับที่ห้า”เสียงอันทรงพลังที่เปล่งออกมาให้ยินไปทั่วทั้งงานจนทุกคนอดที่จะหยุดหายใจรอลุ้นไปไม่ได้

    “เหวินมี่จู”เสียงเขาเอ่ยออกมาเสียงผู้เข้าชมก็โห่ร้องดีใจดังขึ้นทันทีโดยเฉพาะผู้ที่มาให้กำลังใจนาง

    “ต่อไปต้องมีชื่อพี่สาวข้าตื่นเต้นมาก”  “พี่ใหญ่ลี่ถิงพี่สาวเยว่ซิน” สองแฝดตอนนี้ร้องตะโกนแข่งกับผู้อื่นจนคอจะแตกแล้ว เสียงผู้คนก็เอ่ยชื่อผู้ที่ตนมาสนับสนุนออกมาทั่วทั้งงาน

    “อันดับที่สี่กวงเยว่ซิน” “เฮ้ฮฮฮฮฮ” เมื่อเสียงประกาศออกมาครอบครัวชิงเถาก็ร้องเฮดังออกมาเสียงดังไปทั่วงานเพราะด้วยจำนวนผู้ที่เฝ้าชมนางที่นี้มีกันหลายสิบชีวิตเชียว

    “พี่สาวเยว่ซินๆ”  “ชื่อพี่สาวเยว่ซินหนิ”สองแฝดร้องขึ้นอย่างดีใจเป็นอย่างมากเมื่อชื่อที่พวกเขาเฝ้าคอยปรากฏออกมาแล้ว

    “ใช่พี่สาวพวกเจ้าช่างเก่งกาจและงดงามมาก”นางลี่ถิงเอ่ยออกมาอย่างยินดีไม่แพ้ผู้อื่นเลย ตอนนี้นางหุบยิ้มไม่ได้ด้วยซ้ำถึงแม้ว่าในใจจะอดเป็นกังวลกับลี่ถิงบุตรสาวคนโตของนางอยู่

    “อันดับสามฮุ่ยอ้ายหนิง”เสียงผู้ประกาศยังเปล่งชื่อออกมาให้ผู้ชมได้ร้องตามอยู่ แต่ผิดกับครอบครัวชิงเถาที่กลับมากดดันอีกครั้งเพราะยังเหลืออีกชื่อที่พวกเขาเฝ้ารออยู่

    “ต่อไปอันดับที่สอง”เสียงผู้ประกาศเอ่ยออกมาเสียงเขาหยุดไปแต่กลับมาแทนที่ด้วยเสียงดนตรีที่ยิ่งทำให้ผู้คนลุ้นหนักเข้าไปใหญ่

    “หญิงสาวผู้นั้นก็คือ”เสียงทุกอย่างเงียบลงรอฟังเสียงเขาเป็นอย่างยิ่ง

    “คือ”

    “มีหญิงสาวสองคนที่มีคะแนนสูงสุดเท่ากันในปีนี้ฉะนั้นทางเราจะจัดรอบแข่งขันพิเศษขึ้น” เมื่อเขาเอ่ยออกมา เสียงผู้คนก็เริ่มร้องตกใจออกมาเสียงดังเพราะเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย

    “ส่วนหญิงสาวทั้งสองที่ต้องทำการแข่งขันกันอีกรอบก็คือจ้าวจูหลิว และ” เสียงผู้ประกาศเอ่ยออกมาและหยุดไปเสียงหายใจของหลายคนก็หายไปเช่นกันตอนนี้พวกเขาลุ้นกันมากลุ้นจนอึดอัดไปทั้งตัวแล้ว

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน