ระบบฝึกยุทธ์ในต่างโลก : เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 หมัดคือหลักฐาน

            ความเงียบเข้าปกคลุมในทันที

            บรรยากาศอบอวลไปด้วยความกระอักกระอ่วน

            ไม่นานนักชายหัวโล้นขยิบตาให้ลูกน้องทั้งสอง พวกมันทั้งสามตกลงกันได้โดยไม่ต้องเอ่ยจึงพร้อมใจกันหันหลังหมายจะหนีไป 

            ด้วยฝีมือเมื่อครู่ของต้วนจื่อต่อให้พวกมันทั้งสามคนช่วยกันรุมก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้ตอนนี้ทำได้เพียงล่าถอยไปก่อนแล้วกลับไปปรึกษาหารือกับผู้ว่าจ้างเพื่อหาทางออกในภายหลังแต่ก่อนที่พวกมันจะได้ทันก้าวออกจากร้าน ต้วนจื่อกลับเคลื่อนไหวราวกับเงาด้วยความเร็วเหลือเชื่อ มาดักรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว

            "ก่อเรื่องวุ่นวายแล้วจะจากไปง่ายๆนึกว่าที่นี่เป็นที่วิ่งเล่นของเด็กๆ หรือไร?"

            "หนีอะไรกันพวกเราต่างหากที่จะไปยื่นหลักฐานฟ้องร้องที่จวนเจ้าเมืองว่าร้านโอสถหมอเทวดาคืนชีพของพวกเจ้า ขายยาที่ปนเปื้อนแมลงปีกแข็งการกระทำชั่วช้าเช่นนี้ ใครๆ ก็สาปแช่ง จงเตรียมตัวรับโทษปิดร้านไปเสียเถิด!"ชายหัวโล้นและพวกเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบสายตาต้วนจื่อจิตใจร้อนรนหวาดหวั่นสุดขีด

            "อ้อ อย่างนั้นหรือ?" ต้วนจงใจส่งเสียงอุทานพลางยิ้มจากนั้นก็เท้าคางพลางมองด้วยรอยยิ้มที่คล้ายไม่ยิ้ม "ข้าจะบอกอะไรให้รู้ไว้ที่จริงแล้วข้ามีหลักฐานพิสูจน์ว่าเจ้าไม่ได้กินแมลงปีกแข็งเข้าไป"

            ชายศีรษะโล้นผงะเล็กน้อย ท่าทีภายนอกเฉยเมยแต่ภายในใจกลับหัวเราะในลำคอ

            เรื่องที่เขากินแมลงปีกแข็งเข้าไปเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาทั้งหมดแม้แต่เงาของแมลงปีกแข็งมันยังไม่เคยเห็นมาก่อน การที่ต้วนจื่อจะนำหลักฐานมายืนยันจึงเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี

            "งั้นก็งัดออกมาสิถ้าหลักฐานของเจ้าพิสูจน์ไม่ได้ ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้เข็ดหลาบ!"

            "ไม่มีปัญหา" ต้วนจื่อเผยรอยยิ้มจากนั้นก็กำหมัดแน่นชกเข้าที่ท้องของชายหัวโล้นอย่างจัง

            "โอ๊ย!"

            แรงมหาศาลถาโถมเข้ามา ชายหัวโล้นเบิกตากว้างสิ่งที่กินเข้าไปก่อนหน้านี้พรั่งพรูออกมาจนหมดสิ้น ใบหน้าบิดเบี้ยวกุมท้องทรุดเข่าลงกับพื้น เหงื่อกาฬไหลทะลัก สีหน้าซีดเผือด เจ็บปวดแทบขาดใจ

            ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ทุกคนต่างงุนงง

            หลักฐานของต้วนจื่อคือ การทำร้ายร่างกาย?

            การกระทำเช่นนี้ช่างไร้สมองสิ้นดี?

            ลูกน้องทั้งสองคนของชายหัวโล้นกระตุกมุมปากเมื่อได้สติก็รีบตะโกน "ทุกคนดูสิเจ้านี่อ้างเรื่องหลักฐานมาทำร้ายพวกเราชัดๆ ไม่ต้องสงสัยเลยนี่มันร้านโอสถเถื่อน!"

            ผู้คนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่รู้จะเชื่อดีหรือไม่

            ต้วนจื่อยกมือไขว้หลัง ยิ้มพลางส่ายหน้า"อาหารต้องใช้เวลาหลายชั่วยามกว่าจะถูกย่อยในร่างกายสิ่งที่นายของเจ้าอาเจียนออกมา นอกจากสุราแล้วก็แทบไม่มีสิ่งอื่นใดอีกเลยการกินโอสถจึงเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นอย่างชัดเจนส่วนเรื่องแมลงปีกแข็งยิ่งเหลวไหลสิ้นดี"

            เมื่อกล่าวเช่นนั้นลูกน้องทั้งสองคนของชายหัวโล้นก็เบิกตากว้างด้วยความตะลึงงันไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน

            รองเจ้าของร้านลอบปรบมือชื่นชมในใจต้วนจื่อใช้กลอุบายนี้ นอกจากจะเป็นการสั่งสอนชายหัวโล้นแล้วยังพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายไม่ได้กินแมลงปีกแข็งเข้าไป ช่างชาญฉลาดนัก

            "ไอ้สารเลว กล้าดียังไงมาทำร้ายข้าเจ้า... เจ้ารนหาที่ตายนัก!" เมื่ออาการทุเลาลงชายหัวโล้นทนความอัปยศอดสูนี้ไม่ได้อีกต่อไป ในดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธโดยไม่สนใจสิ่งใดอีก เขากัดฟันทนความเจ็บปวด คว้าเก้าอี้ใกล้ตัวหวังจะทุบต้วนจื่อให้ตายคาที่

            "วูบ!"

            ทว่าก่อนที่ชายหัวโล้นจะได้ลงมือต้วนจื่อก็เร็วกว่าหนึ่งก้าวมีดสั้นวาววับเย็นเยียบจ่อที่ลำคอราวกับจะกรีดเป็นแผลเหวอะในชั่วพริบตา

            "กลืน!"

            เมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นที่คอชายหัวโล้นก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อเย็นไหลทะลักออกมาจากหน้าผากตัวสั่นเทา สีหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว

            ลูกน้องทั้งสองคนของมันมองสายตาเย็นชาที่ต้วนจื่อส่งมาให้ ความเย็นเยือกแผ่ซ่านมาจากก้นบึ้งของหัวใจรีบวิ่งหนีออกจากร้านไปทันที ที่ไหนจะมีแก่ใจมาทุกข์สุขร่วมกับชายหัวโล้นกัน

            ชายหัวโล้นสบถด่าทอในใจ แล้วรีบยอมจำนนพลางส่งยิ้มแหยๆ ปนหวาดหวั่นให้ต้วนจื่อ ""พี่...พี่ชาย วางมีดลงก่อนได้หรือไม่ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันดีกว่านะหากมีเลือดนองพื้น จะทำให้ร้านดูไม่น่าพิสมัย""

            "ที่เจ้าว่ามาก็มีเหตุผล"ต้วนจื่อพยักหน้า จากนั้นก็เก็บมีดสั้น

            ชายหัวโล้นถอนหายใจโล่งอกในดวงตาฉายแววเย็นเยียบ

            เจ้าหนู จงใจพองโตไปก่อนเถิดเมื่อข้าออกจากที่นี่ได้เมื่อไหร่ จะส่งคนมาสังหารเจ้า

            "ฮัดเช้ย!" ชั่วขณะที่ความเคียดแค้นของชายหัวโล้นปะทุ ต้วนจื่อก็จามออกมาขัดจังหวะ

            "หืม? ข้าจามได้อย่างไรเข้าใจแล้ว ที่แท้เจ้ากำลังสาปแช่งข้าอยู่!"

            "เปล่าๆๆ ข้ามิกล้า..."

            "ยังจะปากแข็งอยู่อีกหรือ?"ก่อนที่ชายหัวโล้นจะได้ทันเอ่ยคำแก้ตัวต้วนจื่อก็ระเบิดหมัดใส่กลางท้องของเขาอย่างรุนแรงใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลริน

            "เหตุใดถึงไม่พูดหรือยังสงสัยเรื่องหลักฐานอยู่หรือไร งั้นข้าจะซัดให้เจ้าอีกหมัดช่วยเจ้าสำรอกออกมา!"

            "หายห่วงได้เลย หากมีแมลงปีกแข็งข้าจะจัดการค่ารักษาให้เอง"

            "เตรียมตัวให้พร้อมหมัดนี้ข้าจะออกแรงมากกว่าเดิม"

            "อย่าๆๆ!" เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายหัวโล้นก็ตัวสั่นเทา สีหน้าหวาดผวาทนความเจ็บปวดตรงท้องไม่ไหว เขารีบวิงวอน "พี่ชายข้าผิดไปแล้ว ที่จริงข้าไม่ได้กินแมลงปีกแข็งเข้าไปเรื่องเมื่อครู่ข้าแต่งขึ้นมาเองทั้งหมด"

            "จริงหรือ?"

            ""จริงยิ่งกว่าสิ่งใด!"!"

            "ย๊าก!" ต้วนจื่อซัดหมัดเข้าไปอีกครั้ง

            เจอหมัดนี้เข้าไป ชายหัวโล้นก็แทบสลบ"ทำ... ทำไมถึงซัดข้าอีก"

            "เจ้าหน้าตาอัปลักษณ์เกินไปทำให้ข้าตกใจ!" ต้วนจื่อแบมืออย่างจนปัญญาด้วยสีหน้าไร้เดียงสา

            ชายหัวโล้นได้แต่สบถด่าทอในใจ

            หน็อย เจ้าเวรนี่ หน้าตาข้ามันไปหนักหัวเจ้าตรงไหน!

            "ครั้งแรกที่ข้าเห็นเจ้าข้าก็รู้แล้วว่าหัวเจ้าแหลมเล็ก ผิวขาวราวเงินยวง จะชั่งน้ำหนักก็ไร้ราคาดวงตาคงอยู่บนก้น ถึงได้มองแต่เสื้อผ้า ไม่มองคน" ต้วนจื่อตบไหล่ชายหัวโล้นยิ้มอย่างเป็นมิตร "เป็นอย่างที่คิดจริงๆข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่าเจ้าไม่ใช่คนดี โชคดีที่ข้าเรียนวิทยายุทธ์งูๆ ปลาๆมาบ้าง ไม่อย่างนั้นวันนี้ข้าคงโดนพวกเจ้ากระทืบตายไปแล้ว"

            ชายหัวโล้นกระตุกมุมปากเกือบจะสำรอกเลือดออกมา

            วิทยายุทธ์งูๆ ปลาๆ?

            วิทยายุทธ์งูๆ ปลาๆของเจ้าเกือบจะฆ่าข้าให้ตายแล้ว!

            ถึงแม้ว่าในใจจะสบถด่าทอแต่ภายนอกชายหัวโล้นกลับไม่กล้าปริปาก ได้แต่ทำหน้าเศร้าสร้อย"พี่ชาย วันนี้ข้าผิดไปแล้ว ขอท่านปล่อยข้าไปให้โอกาสข้ากลับตัวกลับใจเถอะนะ?"

            "ไม่มีปัญหา ข้าจะตัดแขนขาเจ้าทิ้งให้เจ้าไปเริ่มต้นใหม่" ต้วนจื่อพยักหน้าคว้ามีดสั้นเตรียมจะลงมือ

            ชายหัวโล้นแทบจะถูกทำให้ตกใจตายรีบกอดขาต้วนจื่อร้องไห้ "พี่ชายอย่าใจร้อนมีอะไรค่อยๆ คุยกัน ท่านว่าอะไรข้าก็ว่าตาม ตกลงไหม?"

            "อืม...เจ้าทำสมุรไพรในร้านหกเสียหายไปเมื่อครู่ รวมๆกันแล้วอย่างน้อยก็หลายร้อยเหรียญทองได้"

            "แค่สมุนไพรพวกนี้ราคาตั้งหลายร้อยเหรียญทองเลยเรอะ นี่มันหลอกปล้นกันชัดๆ" ชายหัวโล้นกระตุกมุมปาก

            ต้วนจื่อยักไหล่"หืม?"

            "ไม่ๆๆ!" ชายหัวโล้นทนความเจ็บปวดไว้พลางกลั้นน้ำตา"ไม่เป็นไร ข้าชดใช้ ข้าจ่ายไหว!"

            "อืม...เมื่อครู่เจ้ายังทำให้ลูกค้าในร้านตกใจอีกค่าเสียหายของพวกเขาทุกคนอย่างน้อยก็ต้องคนละสองเหรียญทอง"

            ชายหัวโล้นทำหน้าเศร้าสร้อย เสียงสั่นเครือ"ข้า... ข้าชดใช้!"

            "อืม...เมื่อครู่เจ้ายังทำร้ายคนขายโอสถในร้านอีกอย่างน้อยต้องบำรุงด้วยรังนกสักสองสามวันถึงจะกลับมาแข็งแรงได้"

            คราวนี้ชายหัวโล้นแทบคลั่ง"พี่ชาย ขอร้องล่ะ อย่าพูดอีกเลยข้ามีเงินอยู่สามร้อยเหรียญทอง ทรัพย์สินทั้งหมดในชีวิตนี้ ข้ายกให้ท่านหมดเลย!"

            "สามร้อย? เฮ้อดูท่าคงต้องตัดแขนขาเจ้าทิ้งจริงๆ" ต้วนจื่อถอนหายใจคว้ามีดสั้นเตรียมลงมือ

            ชายหัวโล้นกลัวจนแทบขาดใจ รีบตะโกนห้ามไว้"พี่ชาย อย่าใจร้อน ข้ายังมีลูกน้องอีกสองคนเดี๋ยวข้าไปรวบรวมเงินดู สักห้าร้อยเหรียญทอง ตกลงหรือไม่?"

            ต้วนจื่อยกนิ้วขึ้นแตะคางทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็พยักหน้า

            "ก็พอกล้อมแกล้มไปได้ เฮ้ออย่าพูดถึงมันเลย ข้ามันใจดีเกินไป ถึงเจอะเจอเรื่องแบบนี้ก็ยังยอมให้หรือเป็นเพราะข้าหล่อเหลาเกินไปจนเทพเทวายังขุ่นเคืองส่งเสริมความดีในใจข้าจนบดบังรูปลักษณ์ภายนอก?"

            "อืม ความเป็นไปได้นี้สูงมากท้ายที่สุดแล้วความหล่อเหลาของข้าก็ทะลุขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้วเทวดาจะอิจฉาก็สมควร"

            "ไม่ได้การข้าคงต้องเรียกค่าตอบแทนจากกระจกเสียแล้ว มันก็แค่กระจกธรรมดาๆแต่ดันได้สะท้อนภาพหนุ่มหล่อหาใดเปรียบ ได้หน้าได้ตาเพราะข้ากระจกบานนั้นต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ข้าบ้าง"

            ชายหัวโล้น "..."

            สวรรค์ทรงโปรด!ช่วยบีบคอข้าให้ตายหน่อยได้ไหม? ขอบคุณ!

            [ติ๊ง! ยินดีด้วยผู้ใช้บรรลุการแสดงความหลงตัวเองแบบหน้าด้านสุดๆ ค่าเทียนซิ่ว +123!]

            ภายใต้สายตาที่ 'เป็นมิตร' ของต้วนจื่อสุดท้ายชายหัวโล้นและพวกอีกสองคนก็ชดใช้เงินมาห้าร้อยเหรียญทองแล้วจากไปด้วยความเศร้าสร้อย

            ดูท่าทางแล้วชั่วชีวิตนี้คงไม่มีวันได้กลับมาที่ร้านโอสถหมอเทวดาคืนชีพอีกและคงไม่มีวันไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้สารเลวไร้ยางอายอย่างต้วนจื่อ

            เมื่อเห็นคนพวกนั้นจากไปรองเจ้าของร้านก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

            "ท่านทั้งหลาย ข้าขอรับรองได้ว่าสมุนไพรและโอสถต่างๆ ที่ร้านโอสถหมอเทวดาคืนชีพได้คัดสรรมานั้น สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากมลทินใดๆ หากเกิดปัญหาขึ้น ทางร้านของพวกเราจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดขอให้ทุกท่านจงแก้ไขปัญหาด้วยความใจเย็นและมีเหตุผล อย่าให้วาจาเพียงเล็กน้อยของผู้อื่นมาบั่นทอนวิจารณญาณของตน"

            "ใครริอ่านทำตามเยี่ยงสามคนที่ผ่านมาข้าขอเตือนด้วยความหวังดี จงเก็บงำความมุ่งร้ายนั้นเสีย เพราะหมัดมวยไม่มีตา"

            เมื่อพูดจบต้วนจื่อก็ถือวิสาสะควักเงินห้าร้อยเหรียญทองที่ได้มาจากชายหัวโล้นออกมาครึ่งหนึ่งแล้วแบ่งให้กับลูกค้า

            ทุกคนเห็นว่าเขาใจกว้างถึงเพียงนี้ต่างก็ยกนิ้วให้ กล่าวคำชมต่างๆ นานา

            ต้วนจื่อก็เพียงแต่ยิ้มรับ ไม่ได้พูดอะไร

            ได้ประโยชน์ไปมากขนาดนี้แล้ว หากเป็นเขาเองก็คงกล่าวแต่คำดีๆ เช่นกัน ในโลกที่ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์นี้อย่าให้ความสำคัญกับคำพูดมากเกินไป ขอแค่ทำอะไรที่ไม่ขัดต่อมโนธรรมก็พอ

            เหตุผลที่เขาทำเช่นนี้ก็เป็นเพราะพี่หงกับเยี่ยนชุยเสวี่ยรู้จักกัน มีความสนิทสนมกันบ้างเป็นเพราะเห็นแก่หน้าของเยี่ยนชุยเสวี่ยเขาจึงช่วยให้ร้านโอสถหมอเทวดาคืนชีพรักษาลูกค้าไว้ได้

            ส่วนเหตุผลที่ให้เงินก็เป็นเพราะวันนี้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา ลูกค้าปากมากจำนวนมากจะพูดต่อๆ กันไปหากไม่ให้เงินติดสินบนเพื่อปิดปากละก็ บางทีพวกเขาอาจจะปล่อยข่าวลือว่าร้านโอสถแห่งหนึ่งทำให้คนเสียชีวิต

            "ท่านผู้ฝึกยุทธ์วันนี้ต้องขอบคุณท่านมากจริงๆ" รองเจ้าของร้านโค้งคำนับต้วนจื่ออย่างลึกซึ้งด้วยความซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง

            ยากจะจินตนาการได้ว่าถ้าไม่มีต้วนจื่ออยู่ที่นี่ เรื่องราวจะลุกลามไปถึงขั้นไหน

            อาจจะไม่ใช่แค่ต้องชดใช้เงินจำนวนมากเท่านั้นแต่ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจในร้านอีกด้วย ทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

            "ไม่ต้องขอบคุณหรอกนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย" ต้วนจื่อยิ้มเล็กน้อยพลางโบกมือจากนั้นก็ส่งเงินที่เหลือให้กับรองเจ้าของร้าน เพื่อใช้ชดเชยค่าเสียหายของร้าน

            พี่หงที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา

            ต้วนจื่อคนนี้ภายนอกดูน่าขันแต่ภายในกลับละเอียดอ่อน ความสามารถในการปรับตัวนั้นไม่ธรรมดา

            ยิ่งกว่านั้นจากความเร็วที่ระเบิดออกมาเมื่อครู่อย่างน้อยก็ต้องมีพลังฝีมือขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับแปดเก้า

            โดยรวมแล้วนับว่าเป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถคนหนึ่ง

            เป็นอย่างที่คิดคนที่สามารถเดินเคียงข้างคุณหนูแห่งตระกูลเยี่ยนได้ล้วนไม่ใช่คนธรรมดา!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกยุทธ์ในต่างโลก : เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810