ตอนที่ 100
หลังจากที่กลับมาถึงเมืองหลวง ชิงเทียนก็ขอแยกทางกับทีมสำรวจ เพื่อเดินทางกลับไปยังหอนพเก้าสาขาหลัก โดยมีโอวหยางเจิ้งหยูติดตามมาด้วย
บริเวณทางเข้า มีกลุ่มคนรอต้อนรับชิงเทียน กันอย่างพร้อมหน้า พวกเขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นโอวหยางเจิ้งหยูในสภาพของชายหนุ่ม หน้าตาหล่อเหลา หากชิงเทียนไม่ได้เป็นคนยืนยันด้วยตนเอง คงจะไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้โดยเด็ดขาด
ชิงเทียน ใช้เวลาไปมากกว่าสามเดือน ในการดูดซับพลัง จากชิ้นส่วนกระดูกเซียนของจวินเหอผิง แต่ทว่าพลังปราณที่อัดแน่นอยู่ภายใน กลับลดลงเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น และตอนนี้เขาก็ได้เลื่อนเข้าสู่ ขอบเขตหลอมรวมกายจิตขั้นต้น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“เป็นการบ่มเพาะที่รวดเร็วจนน่าทึ่งจริงๆ แม้แต่ตัวข้าในอดีต กว่าจะมาถึงขั้นนี้ได้ ยังต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าร้อยปี สมแล้วที่เป็นกระดูกเซียนในนาน" ชิงเทียน กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้พลังในการดูดซับของเขา ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว ซึ่งคงต้องใช้เวลาพักฟื้นเส้นลมปราณ อย่างน้อยหนึ่งปี ถึงจะสามารถกลับมาบ่มเพาะพลังได้อีกครั้ง
ชายหนุ่ม หยิบปลอกแขนสีดำ ออกมาจากแหวนมิติ ตั้งแต่กลับมาจากนครบาดาล เขายังไม่มีโอกาศตรวจสอบสิ่งของชิ้นนี้ อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที กลไกของของมัน ถูกสร้างอย่างปราณีต แม้แต่วัสดุที่นำมาผลิต ยังประกอบไปด้วยแร่ระดับสูงหลายชนิด ถือเป็นผลงานชิ้นเอก ในหมู่ช่างทำอาวุธเลยก็ว่าได้ เขานำปลอกแขนมาสวม ที่แขนขวาของตนเอง และทันทีที่ส่งพลังปราณเข้าไปในกลไก กระสุนที่มองไม่เห็น ก็ถูกยิงออกมาด้วยความเร็วเสียง ซึ่งพลังทำลายของมัน ดูจะด้อยกว่าเคล็ดวิชา ดัชนีพิฆาตเทพอยู่เล็กน้อย แต่ก็ทดแทนมาด้วยการโจมตี ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ต่อจากนี้ไปเรียกเจ้านี่ว่า ‘ปลอกแขนไร้ลักษณ์' ก็แล้วกัน"
ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจ ปลอกแขนชิ้นนี้ ใช้ในการลอบสังหารได้เป็นอย่างดี และอาจจะสามารถใช้ช่วงชิงความได้เปรียบ ระหว่างการต่อสู้ได้อีกด้วย ชิงเทียนออกมาตรวจดูความเรียบร้อยด้านนอก ก็พบว่าตอนนี้ สมาชิกที่ได้รับอนุญาต ให้เข้ามาฝคฝึกฝนในมิติส่วนตัว มีมากกว่าสองร้อยคนเข้าไปแล้ว และคนที่แข็งแกร่งที่สุดนั้น มีระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ ขอบเขตเปลี่ยนแปลงร่างกายขั้นต้น ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจินโม่เฉิน ส่วนทางด้านเหล่าผู้บริหาร ก็ล้วนมีระดับพลังไม่ต่ำกว่า ขอบเขตก่อตั้งวิญญาณแทบทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับอัญมณีทั้งสามชั้น ที่ช่วยเพิ่มความเร็วการบ่มเพาะ ให้กับผู้คนที่อยู่โดยรอบ
“ท่านอาจารย์คะ..."
เสียงอันไพเราะของหญิงสาวดังขึ้น หลิวลู่ซือในชุดสีฟ้าน้ำทะเล ยืนเด่นเป็นสง่าภายใต้แสงอาทิตย์ ใบหน้าของเธอ ดูทรงเสน่ห์มากกว่าครั้งแรกที่ได้พบกัน อย่างไม่อาจเทียบได้ หลังจากที่กายหยินสุดขั้ว หลอมรวมกับแก่นปราณ ความสามารถในการบ่มเพาะของหญิงสาว ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ
““มีอะไรรึเปล่าลู่ซือ" ชิงเทียน ลูบหัวหญิงสาวอย่างอ่อนโยน
หลิวลู่ซือ ทำหน้าหน้ามุ่ยเล็กน้อย ทั้งที่เธอคิดว่าตนเองโตขึ้นแล้ว แต่ชิงเทียนก็ทำราวกับว่า เธอยังคงเป็นเด็กอยู่เสมอ “ท่านแม่ของอาจารย์ เรียกไปพบที่ห้องนั่งเล่นค่ะ"
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น ชิงเทียนก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เพราะโดยปกติแล้ว ชิงอันมักจะมาหาเขาด้วยตนเอง จึงทำให้เขารู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น ภายในห้องนั่งเล่น ชิงอัน ชิงเหอตี้ และสมาชิกในครอบครัว ต่างอยู่กันพร้อมหน้า และทันทีที่ชิงเทียนเข้ามาในห้อง พวกเขาก็จ้องมายังชายหนุ่มเป็นตาเดียว
“เอ่อ...มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่าครับ" ชิงเทียน ถามออกมาด้วยความงุนงง บรรยากาศในห้อง เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด สายตาที่ชิงอันมองมา ล้วนมีแต่ความโศกเศร้า
ทันใดนั้นเอง เย่เสวี่ยหลันก็เดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่ม “ขอโทษนะชิงเทียน พอดีว่าคุณแม่บังเอิญผ่านมาได้ยิน สิ่งที่ฉันพูดดับจิ่วเหม่ย เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของคุณ ซึ่งฉันเองก็ได้อธิบายเรื่องราวให้คุณแม่แล้ว แต่ท่านก็ต้องการให้คุณออกมาชี้แจงด้วยตนเอง"
คำพูดของเย่เสวี่ยหลัน เสมือนค้อนเหล็ก ที่ทุบลงกลางใจของชายหนุ่ม เขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง แต่ไม่คิดว่าชิงอันจะรู้จากปากคนอื่น แทนที่จะเป็นตัวเขาเอง ชิงเทียนเดินไปหาแม่ของเขา ก่อนที่โขกหัวกับพื้น เพื่อเป็นการแสดงการขอโทษอย่างจริงใจ แต่ทว่าชิงอันและชิงเหอตี้ ก็เข้ามาห้ามเสียก่อน
“เทียนเอ๋อ...แม่รู้อยู่แล้วว่าลูก ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับพวกเรา เพราะฉะนั้น ลุกขึ้นก่อนเถอะนะ" ชิงอันกล่าวออกมาทั้งน้ำตา
“ใช่แล้ว พวกเราเองก็ไม่ได้โกรธอะไร ที่สำคัญหากไม่มีหลาน ป่านนี้ปู่คงตายเพราะถูกวางยาพิษไปนานแล้ว" ชิงถิงฟง เผยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นออกมา จริงอยู่ว่าวิญญาณภายใน จะไม่ใช่ของชิงเทียนตัวจริง แต่ร่างกายนั้นยังคงมีสายเลือดของตระกูล ไหลเวียนอยู่ภายใน นั่นหมายความว่า ลูกของเชิงเทียนยังคงมีสิทธิ์สืบทอด ตำแหน่งผู้นำตระกูลในอนาคต
ชิงเทียน สัมผัสได้ถึงการยอมรับ จากคนในครอบครัว แววตาของพวกเขา ยังคงเต็มไปด้วยความรักและเอ็นดู เหมือนดั่งที่เคยเป็น ส่วนทางด้านชิงเจียมู่ และชิงรุ่ยซิน แม้พวกเขาจะยังไม่เข้าใจรายละเอียดมากนัก แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ชิงเทียนคือคนที่ช่วยพวกเขาออกมา จากเงื้อมมือของตระกูลเหยา
หลังจากพูดคุย และระบายความในใจกับทุกคน ชิงเทียนก็กลับมายิ้มได้อีกครั้ง ชิงถิงฟงและคนอื่นๆ ต่างปฏิบัติกับชายหนุ่ม ราวกับว่าเขานั้น เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างแท้จริง
****************************
บาร์แห่งหนึ่งในเมืองนุก ประเทศกรีนแลนด์ ลูคัส โลแกน และโทมัน นั่งดื่มเบียร์กันอย่างสบายใจ มาเหตุที่พวกเขามาอยู่ที่นี่ ก็เป็นเพราะคำสั่งของมอรฺ์แกน ที่มอบหมายให้ชายหนุ่มทั้งสาม มาตั้งสาขาธุรกิจการประมง เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับคนในเผ่า
“ฉันไม่เข้าใจหัวหน้าเผ่าจริงๆ ว่าทำไมถึงไม่ยอมเข้าร่วมกับหอนพเก้า ที่นั่นมีทั้งมิติส่วนตัวและทรัพย์ยากรบ่มเพาะ แม้จะยังไม่อาจเทียบได้กับหยาดจันทรา แต่ก็สามารถเพิ่มระดับการบ่มเพาะ ได้ในระดับหนึ่ง ดีกว่าต้องมาคอยเก็บเกี่ยวหยาดจันทรา ทุกๆสิบปีเสียอีก" โลแกนพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิด
“อย่าคิดมากเลย...เรื่องนี้มีเพียงหัวหน้าเผ่า และผู้อาวุโสเท่านั้น ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ เอาอย่างนี้ดีไหม หลังจากเสร็จธุระแล้ว ฉันจะเป็นคนเลี้ยงเบียร์พวกนายเอง"
ลูคัสเข้าใจความคิดของโลแกนดี คนในเผ่าหลายคนเองก็ชื่นชมฝีมือของชิงเทียน รวมถึงต้องการจะเข้าร่วม กับหอนพเก้าเช่นเดียวกัน เพียงแต่มอร์แกนกลับคัดค้านหัวชนฝา เพราะเขาได้ให้สัตย์สาบาน ต่อจิตวิญญาณของบรรพบุรุษไปเรียบร้อยแล้ว ว่าจะไม่ย้ายถิ่นฐาน จนกว่าจะมีบุคคลในคำทำนาย ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งในตอนแรกเขาเคยคิดว่า คนผู้นั่นจะต้องเป็นชิงเทียนอย่างแน่นอน แต่มอร์แกนกลับปฏิเสธ และบอกว่าบุคคลในคำทำนาย คือหญิงสาวผู้ที่จะนำพาเผ่าแสงจันทร์ กลับไปสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง
โลแกนฉีกยิ้มออกมาทันที “นายพูดเองนะ...ฉันจะดื่มจนกว่า นายจะกระเป๋าตังค์แห้งเลยคอยดู"
ลูคัสก็หัวเราะออกมา ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่ง เปิดประตูเข้ามาในร้าน ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่จะเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ “แดเนียล ฉันเอาอเมริกาโน่ เหมือนทุกทีนะ"
“ได้เลย...ว่าแต่ช่วงนี้คดีคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ฉันได้ยินมาว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีคนหายไปไม่ต่ำกว่าสิบคนเลยไม่ใช่รึไง" เจ้าของร้านเอ่ยถาม ด้วยความสนอกสนใจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ถอนกายใจออกมา “เราเจอตัวฌอน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สูญหายแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเสียสติ แล้วเอาแต่พูดถึงเรื่องประตูขนาดใหญ่หน่ะสิ ตอนนี้เลยยังไม่มีอะไรคืบหน้า เป็นชิ้นเป็นอันสักที"
ลูคัส ที่นั่งฟังเรื่องราวทั้งหมด ลุกพรวดขึ้นทันที ก่อนที่จะเดินตรงไปหา เจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าว “ช่วยเล่ารายละเอียดให้ผมฟังได้รึเปล่า"
------------------------------------
ในที่สุดบทสรุปในแดนมนุษย์ก็ใกล้เข้ามาแล้วครับ ต่อจากนี้ไปก็จะเริ่มเข้าสู่ภาคแดนเซียนสักที แล้วก็อย่าลืมเข้าไปร่วมกิจกรรม ฉลองตอนที่ 100 ทางแฟนเพจด้วยนะครับ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน ที่ยังคงติดตามผลงานอยู่ครับ //Master_Ye
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771