ถังต้าสี่ได้เรียนรู้บทเรียนแล้ว เขาตระหนักได้ว่าเขาควรขอคำแนะนำจากผู้นำตระกูลเมื่อเกิดปัญหา
“ผู้นำตระกูล ครั้งก่อนที่ท่านยายมาที่นี่ ท่านบอกว่าข้าควรดูแลครอบครัวของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่้าแต่งงานเร็วถึงเพียงนี้”
เมื่อพูดออกไปแล้ว นางก็มองถังฟู่กุ้ยด้วยใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ไร้เดียงสา ทว่าเด็ดเดี่ยว
“นอกจากนี้ ญาติของเขาเป็เพียงกลุ่มคนไร้ค่า ชอบกินดื่มและเล่นการพนัน ไม่มีใครมีภรรยาด้วยซ้ำ”
สีหน้าของถังฉีเศร้าหมองเมื่อพูดถึงเื่นี้ ทำให้ถังฟู่กุ้ยรู้สึกเห็นใจ
“เฮ้อ…ฉีเอ๋อร์ช่างน่าสงสาร ลำบากเ้าจริง ๆ”
ถังฟู่กุ้ยเข้าใจเจตนาของถังต้าสี่เป็อย่างดี และทนไม่ได้ที่จะเห็นเด็กดีตกหลุมพราง
“ผู้นำตระกูล หากท่านให้ข้าแต่งงานกับคนชั่วช้าพวกนั้น ข้ายอมตายเสียยังดีกว่า!”
“ฉีเอ๋อร์ ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจะจัดการเื่นี้ให้เ้าเอง”
เมื่อผู้นำตระกูลให้คำมั่น ถังฉีจึงจากไปด้วยความพอใจ
อย่างไรก็ตาม นางััได้ถึงความร้อนรนภายในใจ ตระหนักถึงจุดอ่อนของตนและความยุ่งยากที่มันนำมา
ลางร้ายสีดำแผ่ปกคลุมอยู่เหนือศีรษะของน้องชายทั้งสาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องเกี่ยวกับเื่นี้
ด้วยความคิดเหล่านี้ นางจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
“พี่ใหญ่ ท่านกลับมาแล้ว!”
ถังฉีเพิ่งมาถึงหน้าประตูที่ทรุดโทรม ถังสุ่ยทักทายนางอย่างมีความสุข
เขามองดูขนมที่นางนำมา
“น้องสาม ข้ามีขนมเพิ่งซื้อมาจากทางเข้าหมู่บ้าน เอาไปแบ่งกับคนอื่น ๆ เถอะ”
“พี่ใหญ่ ขนมพวกนี้ต้องแพงมากแน่ พวกเราเอาไปคืน จะได้มีเงินพอซื้ออาหารดีหรือไม่ขอรับ?”
ถังสุ่ยมองขนมเค้กในมือ กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ถังฉีรู้สึกเจ็บแปลบในใจ น่าเศร้าที่เด็กน้อยคนนี้ต้องเติบโตเป็ผู้ใหญ่ก่อนวัยอันควรเช่นนี้
“น้องสาม กินขนมเถอะ ตราบใดที่มีข้าอยู่ ข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าต้องหิวโหยอีก”
“พี่ใหญ่ เช่นนั้นก็มากินกับพวกเราสิขอรับ!”
เมื่อพูดจบ ถังสุ่ยก็ดึงแขนเสื้อของถังฉีและพานางเข้าไปข้างใน
แม้ว่าบ้านจะหนาวเย็น แต่ถังฉีก็รู้สึกอบอุ่นอยู่ข้างในอย่างไม่น่าเชื่อ
มันคือความรู้สึกของ…ครอบครัว
“พี่ใหญ่ กินอีกสิ”
ถังซานยื่นขนมครึ่งหนึ่งของเขาให้ถังฉี
ถังสุ่ยและถังเฟิงก็เช่นกัน
“ขนมพวกนี้ ข้าให้เ้ากิน หากเ้าไม่กิน ข้าก็ไม่กิน”
ถังฉีแสร้งทำเป็โกรธ
เมื่อเห็นท่าทีของพี่สาว แฝดสามจึงเอาขนมส่วนของตนกลับไปอย่างเชื่อฟัง
“พี่ใหญ่ ขนมนี่อร่อยมาก! เหมือนขนมในแดน์เลยขอรับ ข้าเคยกินขนมตอนที่ท่านพ่อยังอยู่ แต่มันไม่ได้นุ่ม เหนียวและหวานขนาดนี้…@#$%^&*()@#$%”
บรรยากาศอบอุ่นไปทั่วบ้าน
ทันใดนั้น เกิดเสียงดังขึ้นด้านนอก
ถังฉีใจหายวาบ ไม่คิดว่าถังต้าสี่จะเคลื่อนไหวเร็วถึงเพียงนี้
“พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?”
“น้องรอง ดูแลน้องห้าด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามออกมาเด็ดขาด!”
ถังฉีออกคำสั่งด้วยท่าทีจริงจัง
จากนั้นนางก็หยิบมีดทำครัวที่สึกหรอเล็กน้อยจากห้องครัวมาซ่อนไว้ในแขนเสื้อ
“ถังฉี ออกมานี่ ปู่หาคู่ที่เหมาะสมให้เ้าได้แล้ว เ้าเตรียมตัวไปที่บ้านอาก่วงเร็วเข้า”
เมื่อถังฉีเดินมาที่ประตู นางก็ได้ยินเสียงของถังต้าสี่ และเห็นนักเลงที่ชื่ออาก่วง
ฉินอาก่วงแต่งตัวพร้อมสรรพเพื่อมาสู่ขอ แลดูตลกเมื่ออยู่ในชุดคลุมตัวโคร่ง
“ใช่แล้ว ฉีเอ๋อร์ ในบรรดาหมู่บ้านใกล้เคียง มีเพียงอาก่วงเท่านั้นที่ไม่รังเกียจภาระในครอบครัวของเ้า และเต็มใจที่จะแต่งงานกับเ้า! ด้วยสถานะของเขา ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็อยากจะแต่งงานกับเขาด้วยกันทั้งนั้น โชคดีที่ข้าจับคู่ให้เ้าได้!”
นางฉินก็มาด้วย นางแสร้งทำเป็ใจดีมีเมตตา
ถังฉีมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มเ็าที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
“ท่านย่า อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าฉินอาก่วงเป็คนแบบไหน เด็กผู้หญิงหรือแม่ม่ายในหมู่บ้านต่างเต็มใจจะะโลงไปในกองไฟเสียยังดีกว่าแต่งงานกับตระกูลฉินด้วยกันทั้งนั้น”
ถังฉีเปิดเผยคำลวงของนางฉินอย่างตรงไปตรงมา
ฉินอาก่วงมีชื่อเสียงว่าทำเื่ชั่วช้ามาั้แ่เด็ก รวมทั้งแอบดูแม่ม่ายอาบน้ำด้วย มีความชั่วแบบไหนบ้างที่เขายังไม่ได้ทำ?
มารดาของเขาก็ทะเลาะวิวาทไปทั่ว ผู้หญิงคนไหนจะอยู่อย่างสงบสุขในบ้านหลังนั้นได้?
เวลานี้ ฉินอาก่วงอายุสิบแปดปีและควรจะเป็พ่อคนแล้ว ทว่าไม่มีครอบครัวไหนเต็มใจยอมยกลูกสาวให้แต่งงานกับเขาสักคน!
เจตนาของตระกูลฉินนั้นเลวทรามต่ำช้ายิ่ง!
เมื่อถังฉีพูดจบ ชาวบ้านที่มุงดูก็เริ่มกระซิบกระซาบและเห็นด้วยกับคำพูดของนาง
“ถุย! ถังฉี นางเด็กไร้ยางอาย เ้าจะไปรู้อะไร ทุกคนในหมู่บ้านใกล้เคียงต่างยกย่องอาก่วง หากเ้าว่าร้ายเขาอีกละก็ ข้าจะฉีกปากของเ้าซะ!”
นางฉินโมโห!
พวกเขาไม่คาดคิดว่าถังฉีจะทำตัวดื้อรั้นต่อหน้าทุกคนเช่นนี้
“ความจริงแล้ว เ้าควรเรียกข้าว่าลูกพี่ลูกน้อง ข้าสงสารครอบครัวของเ้าและยินดีที่จะแต่งงานกับเ้า ข้าจะให้เงินยายของเ้าเพื่อดูแลน้อง ๆ อย่าทำตัวเนรคุณ การแต่งงานครั้งนี้จะต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าเ้าจะชอบใจหรือไม่ก็ตาม!”
ฉินอาก่วงไม่พอใจกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านโดยรอบ เขาจึงะเิอารมณ์ออกมา
แม้ว่าถังฉีจะดูบอบบาง แต่นางก็ถือว่าเป็เด็กหญิงที่งดงามอย่างไม่ต้องสงสัย
“ต่อให้ต้องใช้กำลัง ข้าก็จะพาเ้าไปให้ได้!”
ขณะที่ฉินอาก่วงยื่นมือออกมาเพื่อจะคว้าตัวเด็กหญิง ถังฉีก็เตรียมที่จะดึงมีดทำครัวออกมา แต่แล้วนางก็ได้ยินเสียงดังก้องเสียก่อน
“ฉินอาก่วง เ้าเสียสติไปแล้วหรือ? ที่นี่คือบ้านตระกูลถัง ไม่ใช่บ้านตระกูลฉิน!”
ถังฟู่กุ้ยหอบหายใจขณะเดินเข้ามา ดูเหมือนเขาจะวิ่งมาจากบ้าน
“ผู้นำตระกูล พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ…”
ถังต้าสี่ไม่คิดว่าผู้นำตระกูลจะเข้าข้างถังฉีจนถึงกับรีบมาขวาง
“ถังต้าสี่ เ้าทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ เสือมันยังไม่กินลูกของมัน แต่เ้ากลับคิดจะขายหลานสาวของตัวเอง และข้าก็ไม่เคยเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้!”
ถังฟู่กุ้ยจ้องมองถังต้าสี่ด้วยแววตาเ็า รู้สึกใกับการกระทำของเขา
“ฮือ ฮือ ฮือ… ลุงป้าน้าอาทั้งหลายเ้าขา ข้าไม่คิดเลยว่าท่านปู่ท่านย่าจะไร้หัวใจ ให้ข้าแต่งงานกับคนเช่นนี้”
ถังฉีสังเกตการณ์และเห็นว่าชาวบ้านต่างกระซิบกระซาบกัน ทว่านางจับใจความได้ชัดเจนว่าพวกเขาต่างรู้สึกเห็นใจและเวทนานางและน้อง ๆ
ไม่นาน คำพูดของถังฉีก็ดังก้องไปทั่ว
“ถังต้าสี่ เ้าจะต้องไม่สูญเสียมโนธรรม ไม่เช่นนั้นเ้าจะต้องถูกฟ้าผ่า!”
ชาวบ้านแสดงความเห็นพ้องกับถังฉี พวกเขาสนับสนุนนาง และดูถูกการกระทำของถังต้าสี่และภรรยา
************************************