วันนี้ไป่เจ๋อกลับมาเรียนตามปกติเมื่อคืนเขาได้อ่านบทวิจารณ์ของเฉียนม่อแล้ว ผลตอบรับค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ
ในสัปดาห์นี้เขาต้องเรียนชดเชยคลาสการแสดงเพิ่มเติมหลังจากขาดคลาสไป 3 วัน ในสัปดาห์ที่แล้วอีกทั้งวันเสาร์นี้เขาต้องไปงานเปิดตัวหนังสือของตัวเองและวันอาทิตย์ก็จะต้องเข้าร่วมงานประมูลของสมาคมการค้าตะวันจันทราอีก
“กำหนดการแน่นเอี๊ยดนี่มันอะไรกันนี่ข้าหาเรื่องใส่ตัวรึเปล่าเนี่ย” ไป่เจ๋อมองตารางที่เขาโน๊ตไว้ในสมาร์ทโฟนของเขาระหว่างเดินไปโรงเรียน
เขาพบว่าเมื่อคืนนี้ไป๋กุ้ยอิงโทรมาหาเขาแต่เขานอนหลับไปแล้ว ไป่เจ๋อจึงโทรกลับเมื่ออีกฝ่ายรับสายเขาจึงสอบถามถึงสาเหตุที่เธอโทรหาเขา
“พี่กุ้ยอิงพี่มีธุระอะไรรึเปล่า เมื่อคืนผมหลับตอนที่พี่โทรมา” ไป่เจ๋อกล่าว
“พี่…มีเรื่องอยากจะปรึกษาน่ะ”ไป๋กุ้ยอิง พูดตะกุกตะกัก
“ยินดีครับถ้าผมช่วยได้ผมก็จะช่วย” ไป่เจ๋อกล่าว
จากนั้นไป๋กุ้ยอิงได้เล่าถึงเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลกำลังกดดันพ่อของเธอให้เธอแต่งงานเพื่อเพิ่มฐานอำนาจให้กับตระกูลไป๋
“เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละ”หลังจากไป๋กุ้ยอิงเล่าปัญหาของเธอจบ ไป่เจ๋อเงียบไปสักพัก
“ปัญหาใหญ่เลยนะครับ”ไป่เจ๋อพูดด้วยน้ำเสียงลำบากใจ เพราะตระกูลไป๋ของโลกนี้มีอำนาจมากแม้เขาอยากจะปลอมเป็นอวี้กงไปเป็นคู่หมั้นหลอก ๆ ให้ไป๋กุ้ยอิงก็ตามแต่ตอนถอนหมั้น เขาจะต้องมีปัญหากับตระกูลไป๋แน่เขาคิดว่าตระกูลที่เก่าแก่ขนาดนั้นถ้าจะหยุดผู้อาวุโสพวกนั้นได้คงมีแต่บรรพชนของพวกเขาเท่านั้น
'เดี๋ยวนะบรรพบุรุษเหรอนึกออกแล้ว' ไป่เจ๋อคิดวิธีแก้ไขปัญหานี้ออกแล้ว
“พี่กุ้ยอิงวิชาของตระกูลพี่ ผู้ชายจะฝึกเคล็ดวิชามังกรวารีใช่ไหม”ไป่เจ๋อลองถามดูว่าวิชาของตระกูลไป๋โลกนี้เหมือนกันกับตระกูลไป๋ในโลกต้าเซียนรึเปล่าถ้าเหมือนกันล่ะก็ไป่เจ๋อสามารถแก้ปัญหาให้ไป๋กุ้ยอิงได้
“นายรู้ชื่อเคล็ดวิชาประจำตระกูลของเราได้ยังไงน่ะ”ไป๋กุ้ยอิงถามด้วยความสงสัย
“เอาเป็นว่าวันอาทิตย์นี้พี่มารอผมที่ด้านหน้าประตูใหญ่ของตระกูลไป๋นะผมจะหาคนไปช่วยพี่เอง” ไป่เจ๋อกล่าว
“นายจะส่งใครมาช่วยพี่ล่ะนายมีพรรคพวกคนอื่นในยุทธภพด้วยเหรอ” ไป๋กุ้ยอิงถาม
“เรื่องรายละเอียดผมไม่ขอพูดนะครับถ้าพี่รู้เดี๋ยวมันจะไม่เนียนน่ะ พี่แค่บอกทางตระกูลว่าอวี้กงจะมาฝึกสอนให้ไป๋หู่ตามที่เขาเคยขอเอาไว้” ไป่เจ๋อนัดแนะกับไป๋กุ้ยอิงก่อนจะวางสายไป
ทันทีที่เขามาถึงที่โรงเรียนเขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของนักเรียนหญิงมีนักเรียนหญิงหลายคนนำซองจดหมายสีชมพูมายื่นให้เขา ซึ่งไป่เจ๋อก็ตอบปฏิเสธไปทันทีทำให้พวกเธอคอตกและวิ่งจากไปด้วยความอาย
“ขอโทษทีนะผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วน่ะ” ไป่เจ๋อพูดคำนี้ออกไปหลายครั้งกว่าจะถึงห้องเรียนของเขา
ไป่เจ๋อเห็นมู่ซื่อเฉิงกับเพื่อนของเขากำลังคุยกันอยู่ส่วนพวกต้าถงเองก็กำลังคุยกับกลุ่มเพื่อนของตนเองอยู่เช่นกัน พอต้าถงเห็นไป่เจ๋อเขาก็เดินเข้ามาแล้วยื่นมือออกไป
“มาแนะนำตัวกันใหม่อาจจะสายไปหน่อย ฉันชื่อต้าถง ยินดีที่ได้รู้จักหวังว่าจากนี้เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้” ต้าถงพูดและทำตัวสุภาพนั่นทำให้เขาดูดีจนนักเรียนหญิงหลายคนแอบหน้าแดง เพราะต้าถงจัดว่าหน้าตาดีพอสมควรเพียงแต่ปกติเขามักจะทำหน้าเหมือนหงุดหงิดตลอดเวลาจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
“ยินดีเช่นกัน”ไป่เจ๋อจับมือตอบ
“ต้าถงนายคิดไว้รึยังเรื่องทัศนศึกษาที่โรงเรียนมัธยมปลายน่ะ นายเลือกที่ไหนเอาไว้”ไป่เจ๋อถามขึ้น
“ฉันคิดว่าจะเข้าโรงเรียนมัธยมปลายเมืองข้างๆ น่ะ ที่นั่นเป็นโรงเรียนที่เน้นด้านกีฬาเป็นอันดับ 1 พวกนักกีฬาแนวหน้าระดับประเทศจบจากที่นี่จำนวนมากดาวรุ่งหลายคนก็เรียนที่นั่นด้วย” ต้าถงกล่าว
“ขอให้โชคดีแล้วกันวันนี้ต้องส่งใบเลือกโรงเรียนที่จะไปทัศนศึกษาด้วย” ไป่เจ๋อกล่าวด้านมู่ซื่อเฉิงพอเห็นต้าถงญาติดีกับไป่เจ๋อ เขาจึงเดินเข้ามากอดคอไป่เจ๋อ
“ไงไป่เจ๋อฉันเลือกไปทัศนศึกษาที่โรงเรียนมิดการ์ด แล้วนายล่ะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“ซื่อเฉิงงานโฆษณาที่ถ่ายจะเริ่มออกอากาศเมื่อไหร่เหรอ” ไป่เจ๋อเมินคำถามของอีกฝ่ายแล้วถามความคืบหน้าของโฆษณาแทน
ต้าถงทำหน้างงเพราะเขายังไม่รู้เรื่องของไป่เจ๋อในช่วงสัปดาห์ที่เขาโดนพักการเรียน
“อ้อน่าจะออกอากาศวันพุธนี้น่ะ เร็วใช่มะ พ่อบอกว่าตอนแรกจะช้ากว่านี้แต่การตัดต่อทำได้เร็ว แถมพ่อยังถูกใจโฆษณาตัวนี้มากก็เลยเลื่อนให้โฆษณาตัวนี้ได้ออกอากาศเร็วขึ้นน่ะ” มู่ซื่อเฉิงตอบ
“เยี่ยมไปเลย”ไป่เจ๋อยิ้ม
“พวกนายพูดถึงเรื่องอะไรกันน่ะ”ต้าถงถาม
“โอ๊ะนายยังไม่รู้สินะ สัปดาห์ที่แล้วไป่เจ๋อไปถ่ายโฆษณาบริษัทของพ่อฉันน่ะ”มู่ซื่อเฉิงตอบ
“เอ๋นายเป็นดาราเหรอไป่เจ๋อ” ต้าถงรู้สึกงงเขานึกว่าไป่เจ๋อจะไปเป็นพวกนักกีฬาศิลปะการต่อสู้ซะอีก
“ความฝันของฉันคือการเข้าวงการบันเทิงน่ะเพราะว่าต้องหาเงินเรียนเอง นายก็รู้ว่าฐานะทางบ้านฉันไม่ค่อยดีนักถึงงานในวงการนี้มันจะยากและไม่ค่อยแน่นอนแต่ถ้ามีชื่อเสียงขึ้นมาก็น่าจะมีเงินมากพอที่จะทำให้ครอบครัวฉันสบายขึ้นล่ะนะ”ไป่เจ๋อกล่าว
“งั้นเหรอขอให้นายประสบความสำเร็จนะ” ต้าถงยื่นหมัดมาพร้อมกับรอยยิ้มส่วนไป่เจ๋อเองก็เอาหมัดชนไปที่หมัดของต้าถงเช่นกันมู่ซื่อเฉิงเองเลยเข้าผสมโรงด้วย ทำเอานักเรียนหญิงในห้องใบหน้าเห่อร้อนเพราะมิตรภาพของเด็กหนุ่มหน้าตาดีทั้ง 3 คนมันดูน่าหลงไหล (อี้หาน :ลืมฉันแล้วเหรอ) มิตรภาพนั้นถึงกับทำให้บางคนจินตนาการแปลก ๆจนเลือดกำเดาไหลออกมาเลยทีเดียว
ในช่วงโฮมรูมอาจารย์ที่ปรึกษาได้ให้นักเรียนส่งเอกสารการไปทัศนศึกษาโรงเรียนมัธยมปลาย
การเรียนวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีแต่สิ่งที่ทำให้เขาลำบากก็คือภาษา ในโลกนี้มีภาษาที่ใช้เป็นสากลคือภาษารูนซึ่งไป่เจ๋อนั้นไม่คุ้นเคย ภาษารูนนั้นนิยมใช้กันทั่วโลกหากไป่เจ๋ออยากรับงานในต่างประเทศ เขาก็จำเป็นต้องชำนาญภาษารูนนี้
พักเที่ยงพวกซื่อเฉิงกับต้าถงไปเตะบอลด้วยกันส่วนไป่เจ๋อกลับนั่งเขียนนิยายเรื่องใหม่ของเขาอยู่ข้างสนาม
“ไป่เจ๋อนายไปจองที่ในโรงอาหารให้หน่อยสิ เดี๋ยวฉันกับพวกต้าถงจะไปอาบน้ำแบบแมน ๆ กันก่อนเดี๋ยวจะตามไปทีหลัง” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
ไป่เจ๋อนึกถึงตอนที่อาบน้ำกับพวกมู่ซื่อเฉิงคราวที่แล้วความหมายของคำว่า อาบน้ำแบบแมน ๆ ของมู่ซื่อเฉิงคือการอวดกล้ามเนื้อและแข่งความยาวของน้องชายตัวเอง ครั้งนั้นไป่เจ๋อพยายามเลี่ยงไม่เข้าใกล้เพราะเขามองว่าของส่วนตัวของเขาจะเก็บไว้ให้คนที่เขารักดูเท่านั้น
หลังเลิกเรียนต้าถงชวนมู่ซื่อเฉิงไปเตะบอลกันอีกรอบ ไป่เจ๋อจึงขอตัวกลับก่อนเพราะเขาต้องไปเรียนการแสดงชดเชย
ระหว่างที่กำลังนั่งบนรถแท็กซี่ไป่เจ๋อพบว่ามีสายโทรเข้ามา ซึ่งเป็นเบอร์ของอู๋เจี่ย เขาจึงรีบรับสายของอีกฝ่าย
“เว่ยไป่เจ๋อพูดครับ” ไป่เจ๋อกล่าวทักทายอีกฝ่าย
“ไป่เจ๋อเธอต้องไม่เชื่อแน่” เสียงของอู๋เจี่ยดูตื่นเต้นมาก
“มีอะไรเหรอครับคุณอู๋” ไป่เจ๋อถาม
“หลังบทวิจารณ์ของเหล่าเฉียนเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ของสมาคมนักเขียนแห่งชาติมีคนสอบถามเข้ามาที่สำนักพิมพ์ของฉันจำนวนมากและพวกเขาต้องการสั่งจองหนังสือนิยายของนาย ฉันเลยทำการเปิดให้สั่งจองล่วงหน้านายรู้ไหม ตอนนี้ยอดสั่งจองทะลุ 5,000 เล่มไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่ทำอีบุ๊กติดต่อมาหาฉันเพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์นิยายของนายไปทำเป็นอีบุ๊กด้วย”อู๋เจี่ยกล่าว
“เรื่องนี้คุณอู๋ช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องสัญญาให้ได้ไหมครับ ช่วงนี้ผมยุ่งมากเลยครับวันนี้ก็ต้องไปเข้าคลาสการแสดงชดเชยด้วย คงเลิกดึกสัก 2-3 วัน ถ้าสัญญาเสร็จแล้วรบกวนส่งมาให้ผมอ่านก่อนถ้าผมอ่านแล้วไม่มีอะไรต้องแก้ ผมจะเซ็นมันแล้วส่งให้คุณคุณจะให้หนังสือของคุณออกไปก่อนกี่เดือนก่อนจะให้ทางนั้นทำอีบุ๊กออกมาก็แล้วแต่คุณเลยครับ” ไป่เจ๋อกล่าว
“เข้าใจแล้วขอบใจมากนะไป่เจ๋อ ตาแก่ซีดูคนไม่ผิดจริง ๆ” กล่าวจบ อู๋เจี่ยก็วางสายไป
ศูนย์อบรมของLSA
ทันทีที่มาถึงไป่เจ๋อรีบมองหาเมิ่งชิงชิง ก่อนจะพบว่าเธอกับป้าจางกำลังยืนดื่มกาแฟกันอยู่
“ป้าจางพี่ชิงชิง สวัสดีครับ” ไป่เจ๋อกล่าวทักทาย
“อ้าวไป่เจ๋อชิงชิงเล่าเรื่องเธอตอนถ่ายโฆษณาให้ฟังล่ะดีแล้วนะที่ไม่ได้ไปมีปัญหากับโม่เหยียนน่ะ” ป้าจางกล่าว
“ครับอ้อ พี่ชิงชิง โฆษณาจะเริ่มออกอากาศวันพุธนี้แล้วนะครับ” ไป่เจ๋อกล่าว
“เอ๋พวกเขาทำงานกันเร็วจัง” เมิ่งชิงชิงรู้สึกแปลกใจ
“ดูเหมือนประธานมู่จะชอบมันเขาเลยเร่งให้ออกอากาศเร็วขึ้นน่ะ” ไป่เจ๋อกล่าว
“โอ้ยินดีด้วย เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ออกสื่อสินะ” ป้าจางกล่าว ที่เธอพูดมาก็ไม่ผิดเพราะตอนนี้รายการราชานักกินซีซั่นใหม่ยังไม่ออกอากาศ
“ครับเสาร์นี้ผมมีงานเปิดตัวหนังสือนิยายด้วย ตอนนี้มียอดสั่งจองล่วงหน้าจำนวนมากเลยล่ะครับ”ไป่เจ๋อกล่าว
“อ๊ะเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงกันในอินเทอร์เน็ตช่วงนี้สินะเธอเป็นคนเขียนเหรอเนี่ย” ป้าจางแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา
“ครับ”ไป่เจ๋อยิ้ม เขาคุยกับทั้ง 2 อีกเล็กน้อย ก่อนจะเข้าคลาสเรียนของอาจารย์ถง
ห้องเรียนคลาสการแสดง
วันนี้เนี่ยฟงมาเข้าเรียนในคลาสชดเชยด้วยนอกจากนี้ยังมีเด็กฝึกงาน และดาราหลายคนมาเข้าคลาสเรียนนี้ด้วย
บทเรียนวันนี้อาจารย์ถงได้สอนเกี่ยวกับการแสดงโดยไม่ใช้บทพูดให้ใช้เพียงการเคลื่อนไหวของร่างกาย การแสดงสีหน้า และสายตา เพื่อสื่ออารมณ์แทนการพูดซึ่งค่อนข้างยากทีเดียว
“เอาล่ะภาคทฤษฎีจบแล้ว เราจะมาเริ่มภาคปฏิบัติกัน” อาจารย์ถงกล่าวพร้อมกับหยิบกล่องใบเล็กออกมา ใช่แล้วมันคือกล่องใส่ฉลากนั่นเอง
“ชิอีกแล้วเหรอ” เนี่ยฟงไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“เนี่ยฟงนายก่อนเลย” อาจารย์ถงที่เห็นปฏิกิริยาของเนี่ยฟง จึงเรียกเขามาจับสลากเป็นคนแรก
“ได้เลข4 อัปมงคลชัด ๆ” เนี่ยฟงบ่น แต่สิ่งที่ทำให้เนี่ยฟงหงุดหงิดอีกครั้งคือ….
“เลข4 ผมได้คู่กับรุ่นพี่อีกแล้วนะครับ” ไป่เจ๋อใช้นิ้วของเขาคีบกระดาษฉลากที่มีเลข 4ขึ้นให้เนี่ยฟงดู
“เอาล่ะทุกคนหมายเลขที่เหมือนกันก็จะได้คู่กันส่วนตัวเลขก็คือลำดับของคนที่ต้องออกมาแสดงให้เพื่อน ๆ ดู ครูจะให้เวลา 15 นาทีไปคิดพล็อตมา แล้วซ้อมซะ” อาจารย์ถงกล่าว
“แล้วจะให้เป็นแนวไหนดีคะ”ดาราสาวคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม
“แน่นอนว่าต้องเป็นฉากรักจะง้อ ทะเลาะ หรือฉากเลิฟซีน ได้หมด แต่ไป่เจ๋อกับเนี่ยฟงครั้งนี้พวกนายได้หัวข้อซ้ำกับคราวก่อน ฉันจะกำหนดให้เป็นฉากโรแมนติกตลาดซีรีส์กับนิยายแนวนี้กำลังเป็นที่นิยม พวกนายควรฝึกเอาไว้มาก ๆ”อาจารย์ถงยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
“อาจารย์นี่มันมากเกินไปแล้วนะครับให้ผมกับไป่เจ๋อเล่นฉากแบบนั้นจริง ๆ เหรอ” เนี่ยฟงโวยวายพร้อมกับชี้ไปที่ไป่เจ๋อส่วไป่เจ๋อไม่ได้สนใจเนี่ยฟงที่กำลังโวยวายเพราะเขากำลังคิดอยู่ว่าจะแสดงตามโจทย์นี้ยังไง
“เนี่ยฟงแม้เธอจะเป็นนักร้อง แต่ที่เธอต้องมาเรียนคลาสของฉัน เพราะมีงานแสดงเข้ามาฉัยขอถามหน่อยเถอะ ถ้าเธอเลือกงาน งานนั้นไม่เอา งานนี้ไม่เอาคิดไหมว่าอีกหน่อยจะมีคนจ้างน่ะ” อาจารย์ถงถาม
“มีแน่นอนอยู่แล้วก็ผมเป็นถึงนักร้องดังนี่” เนี่ยฟงตอบอย่างภูมิใจ
“เจ้าเด็กโง่ยังไม่เข้าใจอีก ถ้าเธอเลือกงาน หรือเรื่องมาก นายจ้างหรือทีมงานที่ติดต่อจะมองว่านายหยิ่งจากความไม่ชอบกลายเป็นแอนตี้ จากนั้นเธอจะไม่มีงานเข้ามาเลยไอ้ชื่อเสียงที่เธอภูมิใจ ไม่นานมันก็จะหายไป ถ้าเธอไม่มีผลงานออกสื่อ จำเอาไว้วงการนี้มีเด็กใหม่มากมายพร้อมที่จะมาแทนที่เธอได้เสมอหากเธอไม่กระตุ้นให้ตัวเองพัฒนาแล้วล่ะก็นายก็เตรียมถูกคนอื่นใช้เป็นบันไดเหยียบขึ้นไปได้เลย ลองนึกถึงตอนที่เข้าวงการใหม่ๆ สิ เธอนอบน้อมและปฏิบัติตัวดีแบบไหน ก็ควรที่จะทำตัวให้คงเส้นคงวา เข้าใจไหม”อาจารย์ถงเทศน์เนี่ยฟงไปชุดใหญ่
“ชิ”เนี่ยฟงหันหลังกลับไปหาไป่เจ๋อทันที
“คุยกับอาจารย์ถงเสร็จแล้วสินะ”ไป่เจ๋อถาม
“เออแล้วแกคิดอะไรได้บ้างแล้ว” เนี่ยฟงถาม
ไป่เจ๋อหยิบกระดาษมาเขียนสคริปแล้วส่งให้เนี่ยฟงอ่าน
“นี่มันฉันไม่ทำโว้ย” เนี่ยฟงจ้องไป่เจ๋อราวกับจะกินเลือดกินเนื้อส่วนไป่เจ๋อไหวไหล่เล็กน้อย ก่อนจะยิ้มขึ้น ครั้งนี้เขาจะปั่นหัวเนี่ยฟงสักหน่อย