โลกภายนอกไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว แม้ในยามเช้า แสงแดดยังไม่ทันส่องผ่านเรือนยอดไม้ดีนัก กลิ่นคาวเืก็ลอยปะปนมากับอากาศชื้นของป่า หลัวอวิ๋นยืนอยู่บนกิ่งไม้สูง มองลงไปยังพื้นที่ด้านล่างอย่างนิ่งสงบ ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกความเคลื่อนไหว ไม่มีความลังเล ไม่มีความประมาท
นี่ไม่ใช่การฝึกนี่คือการล่า เบื้องล่าง เงาร่างของอสูรอีกตัวหนึ่งกำลังเคลื่อนไหว มันมีรูปร่างคล้ายหมี แต่สูงใหญ่และหนากว่าหลายเท่า ขนหยาบสีดำปกคลุมทั้งร่าง ทุกย่างก้าวทิ้งรอยลึกบนพื้นดิน แรงกดดันจากพลังชีวิตของมันทำให้สัตว์ป่าตัวเล็ก ๆ รอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้
อสูรระดับนี้ ไม่ใช่เป้าหมายที่เหมาะสำหรับผู้ฝึกทั่วไปในระดับรวมปราณ แต่หลัวอวิ๋นไม่ใช่ผู้ฝึกทั่วไป เขาขยับร่างอย่างเงียบเชียบ เลื่อนตำแหน่งบนกิ่งไม้โดยไม่ให้เกิดเสียงแม้แต่น้อย
สายลมพัดผ่าน เสื้อผ้าและเรือนผมขยับเพียงเล็กน้อย ร่างกายของเขาประสานกับสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างเป็ธรรมชาติ กายโลหิตทำให้เขา “ทน” ได้มากขึ้น แต่การล่า ต้องใช้ “ความแม่น”
หลัวอวิ๋นหลับตาลงชั่วครู่ ดึงอาคมเสริมกายขึ้นในระดับต่ำ เืในร่างอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อแน่นกระชับ แต่ยังไม่ถึงจุดที่เกิดแรงกดดันลึกในกระดูก เขาควบคุมระดับพลังอย่างระมัดระวัง
เขาพุ่งลงจากกิ่งไม้ในจังหวะที่อสูรก้มศีรษะ คมกระบี่ฟาดลงมาจาก้า เสียงโลหะปะทะกับขนแข็งดังสนั่น ประกายไฟแลบวาบ แต่ไม่อาจผ่าลงไปลึกได้อย่างที่หวัง
อสูรคำรามลั่น ร่างมหึมาสะบัดอย่างรุนแรง หลัวอวิ๋นถูกแรงสะบัดเหวี่ยงออกไปหลายก้าว เท้าแตะพื้นอย่างมั่นคง กล้ามเนื้อขาเกร็งรับแรงกระแทก เสียงกระดูกไม่แตก ไม่มีอาการทรุด
หากเป็ก่อนหน้านี้ เขาคงต้องถอย แต่ตอนนี้เขาเลือกเดินหน้าอสูรพุ่งเข้ามา กรงเล็บขนาดใหญ่ฟาดลงมาอย่างรุนแรง หลัวอวิ๋นเบี่ยงตัวหลบในระยะเฉียดฉิว พื้นดินด้านหลังถูกฉีกออกเป็ร่องลึก เขาสวนกลับทันที กระบี่แทงเข้าใส่ข้อต่อขาหน้า เือสูรสาดกระเซ็น กลิ่นคาวฉุนลอยขึ้นทันที
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใคร หลัวอวิ๋นไม่ได้รีบจบ เขาใช้พื้นที่ ใช้จังหวะ และใช้ประสบการณ์จากการล่าหลายวันที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ปะทะ เขาจะค่อย ๆ ประเมินขีดจำกัดของร่างกายตัวเอง อาคมถูกใช้เป็่ ๆ ไม่ต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้กายรับแรงกดมากเกินไป
ความเจ็บลึกเริ่มสะสมแต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ ในที่สุด เมื่ออสูรเริ่มช้าลง หลัวอวิ๋นก็เปลี่ยนจังหวะ พุ่งเข้าไปใกล้ในระยะอันตราย คมกระบี่แทงทะลุช่องว่างใต้กราม ตัดผ่านจุดสำคัญอย่างแม่นยำ เสียงคำรามขาดห้วง ร่างมหึมาทรุดลงกับพื้น ป่าเงียบลงอีกครั้ง
หลัวอวิ๋นยืนหอบเบา ๆ ปล่อยให้อาคมจางลง ความเ็ปแล่นผ่านร่างกายทันที แต่เขาไม่ล้ม ไม่ทรุด และไม่เสียสติ เขานั่งลงชั่วครู่ ปรับลมหายใจให้มั่นคง ก่อนจะเริ่มแยกชิ้นส่วนอสูรอย่างเป็ระบบ
เือสูร กระดูก แกนอสูร ทุกอย่างคือทรัพยากร ขณะทำงาน เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากระยะไกล หลัวอวิ๋นชะงักทันที สายตาเย็นลง เขาไม่เงยหน้าขึ้น แต่รับรู้ได้ชัดว่ามีใครบางคนกำลังเฝ้ามองอยู่
เป็มนุษย์ไม่ใช่อสูรและไม่ใช่คนอ่อนแอ หลัวอวิ๋นเก็บทรัพยากรชิ้นสุดท้ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นยืน กระบี่อยู่ในมือแล้ว ร่างกายแม้จะล้า แต่จิตใจยังคงเฉียบคม
โลกภายนอก ไม่เคยให้โอกาสพักจริง ๆ เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากแนวไม้ ชายวัยกลางคน สวมเสื้อคลุมสีหม่น ดวงตาคมฉายแววประเมินค่าอย่างชัดเจน เขามองไปยังซากอสูร แล้วกลับมามองหลัวอวิ๋นอีกครั้ง
“เด็กคนเดียว…ฆ่าอสูรระดับนี้ได้” เสียงนั้นเรียบ แต่แฝงความสนใจ
หลัวอวิ๋นไม่ตอบเขาไม่จำเป็ต้องตอบ มือจับกระบี่แน่นขึ้นเล็กน้อย เืในร่างยังอุ่น แต่ไม่ปั่นป่วน กายโลหิตตอบสนองอย่างเงียบงัน ราวกับเตือนว่า การต่อสู้ครั้งต่อไป อาจไม่ใช่กับอสูรอีกแล้ว
ความเงียบระหว่างคนสองคน หนักอึ้งยิ่งกว่าการเผชิญหน้าอสูรเมื่อครู่
หลัวอวิ๋นยืนอยู่ข้างซากอสูร กระบี่ในมือยังเปื้อนเื ดวงตานิ่งสงบแต่เย็นเยียบ เขาไม่ขยับ ไม่พูด และไม่แสดงท่าทีคุกคาม ทว่าท่าทางนั้นเองกลับเป็การเตือนที่ชัดเจนที่สุด
ชายวัยกลางคนก้าวเข้ามาอีกสองก้าว หยุดอยู่ในระยะที่ปลอดภัย สายตากวาดมองร่างหลัวอวิ๋นั้แ่ศีรษะจรดเท้า ก่อนจะหยุดที่ซากอสูรอีกครั้ง
“เ้าไม่ใช่คนธรรมดา” เขากล่าวช้า ๆ “ระดับรวมปราณ…แต่ฆ่าอสูรระดับนี้ได้”
หลัวอวิ๋นยังคงไม่ตอบ เขาขยับเท้าเพียงเล็กน้อย เปลี่ยนจุดยืนให้ได้เปรียบ หากอีกฝ่ายคิดจะลงมือ เขาจะไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
ชายวัยกลางคนหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้แฝงความเป็มิตร แต่เป็เสียงหัวเราะของคนที่คุ้นเคยกับการเอาเปรียบผู้อื่น
“ไม่ต้องตึงเครียด ข้าไม่ได้มาแย่งของ” เขาพูดต่อ “แค่สนใจ”
คำว่า สนใจ ในโลกภายนอก มักหมายถึงปัญหา หลัวอวิ๋นประเมินพลังของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ลมปราณมั่นคง หนาแน่นกว่าเขาชัดเจน อย่างน้อยก็ระดับแปรปราณขั้นต้น หากปะทะกันตรง ๆ ในสภาพนี้ เขาเสียเปรียบ แต่เสียเปรียบไม่ได้แปลว่าแพ้
“เด็กอย่างเ้า เดินทางคนเดียว ไม่กลัวตายหรือ” ชายวัยกลางคนกล่าวต่อ สายตาเริ่มแฝงความโลภ “อสูรตัวนี้…ของที่ได้จากมัน ไม่ใช่น้อย”
หลัวอวิ๋นขยับกระบี่ขึ้นเล็กน้อย การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ แต่ชัดเจน
“ถอยไป” เสียงของเขานิ่ง เรียบ และไม่มีอารมณ์
ชายวัยกลางคนชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้ เสียงหัวเราะแฝงความดูแคลนอย่างชัดเจน
“กล้าพูดแบบนี้กับข้า” เขาส่ายหัว “ดูเหมือนเ้าจะไม่เข้าใจสถานการณ์”
ในวินาทีถัดมา ลมปราณของชายวัยกลางคนปะทุขึ้น แรงกดดันแผ่กระจายออกมาอย่างไม่ปิดบัง พื้นดินรอบตัวสั่นเล็กน้อย ใบไม้ปลิวว่อน
นี่ไม่ใช่การข่มขู่นี่คือการตัดสินใจ หลัวอวิ๋นไม่ถอย เขาไม่ลังเล เรียกใช้อาคมเสริมกายทันที เืในร่างร้อนวาบ กล้ามเนื้อแน่นกระชับ ร่างกายตอบสนองอย่างรวดเร็ว กายโลหิตทำงานเงียบงัน รองรับแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา
เขาพุ่งเข้าไปก่อน ชายวัยกลางคนแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับตื่นตระหนก เขาสวนกลับด้วยฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยลมปราณ การปะทะเกิดขึ้นกลางอากาศ เสียงดังสนั่น ร่างหลัวอวิ๋นถอยไปหลายก้าว เืไหลซึมจากมุมปาก
ความต่างของระดับยังคงชัดเจน แต่หลัวอวิ๋นไม่หยุด เขาเปลี่ยนจังหวะทันที ใช้พื้นที่และความเร็วที่เหนือกว่าในระยะประชิด กระบี่ฟาดเฉียง กดดันให้อีกฝ่ายต้องถอย
ชายวัยกลางคนเริ่มขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะกล้าสู้จริง และยิ่งไม่คิดว่าแรงปะทะจะหนักขนาดนี้
“ร่างกายแบบนี้…” เขาพึมพำ
หลัวอวิ๋นไม่เปิดโอกาสให้คิดต่อ อาคมเร่งการรับรู้ถูกใช้ในเสี้ยววินาที จังหวะโลกชะลอลงเล็กน้อย สายตาจับการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ชัดเจนขึ้น
เขาเห็นช่องว่างเพียงเสี้ยววินาที กระบี่พุ่งเข้าใส่จุดสำคัญอย่างไม่ลังเลชายวัยกลางคนรีบเบี่ยงตัวหลบ แต่ช้าไป คมกระบี่เฉือนผ่านไหล่ เืพุ่งกระเซ็น เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้น เขาถอยกรูด ดวงตาเปลี่ยนไปเป็ความโกรธและหวาดระแวง
“เ้าบ้า!” เขาะโ “คิดจะฆ่าข้าจริง ๆ งั้นหรือ”
คำถามนั้นไม่มีคำตอบ เพราะคำตอบชัดเจนอยู่แล้ว หลัวอวิ๋นพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตั้งตัว การโจมตีครั้งนี้ไม่ซับซ้อน ไม่มีลูกเล่น มีเพียงความเร็ว ความแม่น และความเด็ดขาด
ชายวัยกลางคนพยายามตั้งรับ แต่สภาพาเ็ทำให้จังหวะเสีย เขาเริ่มถอยหนี ความมั่นใจหายไปอย่างรวดเร็ว และนั่นคือความผิดพลาดสุดท้าย
หลัวอวิ๋นใช้แรงทั้งหมดที่มี พุ่งเข้าไปในระยะประชิด กระบี่แทงทะลุหน้าอก เสียงกระดูกแตกดังชัด ลมปราณของอีกฝ่ายแตกกระจาย ร่างทรุดลงกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
ไม่มีคำขอชีวิตไม่มีคำพูดสุดท้าย หลัวอวิ๋นดึงกระบี่ออก เืสาดกระเซ็น ร่างนั้นแน่นิ่งไปทันที ป่ากลับสู่ความเงียบอีกครั้ง
หลัวอวิ๋นยืนอยู่เหนือศพ หายใจหนักเล็กน้อย ความเ็ปในร่างกายเพิ่มขึ้นจากการฝืนใช้อาคม แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่รับได้ กายโลหิตดูดซับแรงสะท้อนส่วนใหญ่เอาไว้
เขาก้มลง เก็บทรัพยากรจากศพอย่างเป็ระบบ ไม่มีความลังเล ไม่มีความรู้สึกผิด นี่ไม่ใช่การฆ่าเพื่อความโกรธ แต่เป็การกำจัดอันตราย ในโลกภายนอกความลังเล คือความตาย
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ หลัวอวิ๋นมองไปยังเส้นทางข้างหน้า ความคิดหนึ่งชัดเจนยิ่งกว่าเดิม มนุษย์ อสูร และจอมยุทธ์ ทั้งหมดล้วนเป็ศัตรูได้ หากยืนขวางทาง
เขาเช็ดกระบี่ เก็บมันกลับเข้าฝัก แล้วเดินออกจากพื้นที่โดยไม่หันกลับมา ความรู้สึกในร่างกายแม้จะเ็ป แต่มั่นคงกว่าเดิม เส้นทางของผู้ล่า ไม่เปิดโอกาสให้คนอ่อนโยนและเขา เลือกเส้นทางนี้แล้ว