ฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์

    ตอนที่32 มีความรัก


     งานชมดอกไม้เมื่อวานนั้นผ่านไปได้ด้วยดี การเปิดตัวของฟางเหม่ยหลิงถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะวันนี้ที่จวนของตระกูลฟางได้รับของขวัญของกำนันมากมาย รวมถึงบัตรเชิญของตระกูลต่างๆให้ไปร่วมจิบน้ำชาพูดคุยสังสรรค์กันของเหล่าลูกขุนนางทั้งหลาย ที่หวังจะตีสนิทนาง เพราะตอนนี้ข่าวการปรากฏตัวของนางในงานชมดอกไม้นั้นแพร่สะพัดไปทั่ว รวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก ทุกคนทั่วทั้งแคว้นเหลียงต่างรู้แล้วว่านางสามารถสอบเข้าสำนักวังบาดาลได้ แถมยังมีหน้้าตารูปร่างที่งดงามเหมือนนางฟ้า ข่าวลือถูกใส่สีตีไข่จนตอนนี้ผู้คนในแคว้นต่างพากันยกย่องนางให้เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นเหลียงไปแล้ว


     


     


     

    "คุณหนูเจ้าคะ บัตรเชิญเยอะมากเลยเจ้าค่ะ จะตอบรับคำเชิญของใครก่อนดี"


     


     

    เลียงลี่หยิบบัตรเชิญเอามาวางเรียงไว้ตรงโต๊ะที่ฟางเหม่ยหลิงนั่งอยู่เพื่อให้คุณหนูของนางได้เลือกบัตรเชิญด้วยตัวเอง


     


     

    "ข้าไม่ไปงานไหนทั้งนั้น"


     

    ฟางเหม่ยหลิงไม่สนใจจะมองบัตรเชิญด้วยซ้ำเธอนั่งจิบชาพร้อมกับอ่านตำรายาต่อ วันนี้ช่วงเช้าเธอไม่มีเรียนจึงยังไม่เข้าสำนัก จะเข้าสำนักอีกทีก็ช่วงบ่าย


     


     

    "โถ่ คุณหนูน่าจะไปเปิดหูเปิดตาบ้างนะเจ้าค่ะ"


     

    เลียงลี่ได้แต่ปลงตก คิดว่าคุณหนูของนางน่าจะมีเพื่อนกับเขาบ้างถ้าได้ไปสักงานในที่นี้ก็คงดี


     


     

    "ข้าไม่ว่างหรอก เพราะกำลังอ่านตำราเพื่อปรุงยาอยู่ ยาลูกกลอนเกล็ดแก้ว ข้าตั้งชื่อนี้เองเลยนะ  พอกินยานี้ไปละก็ผิวพรรณผุดผ่อง ขาวใสสุขภาพดีแน่นอน เหมาะกับหญิงสาวที่ต้องการตัวช่วยเรื่องความสวยความงาม ข้าว่าขายดีเลยละ "


     


     

    ตอนนี้ฟางเหม่ยหลิงได้คิดค้นสูตรเพื่อความงามขึ้นมา เพราะมันเหมาะกับเธอที่รักสวยรักงาม


     


     

    "ตอนนี้เราก็มีเงินมากโข บ่าวว่าเราเปิดร้านขายยาเป็นของตัวเองดีไหมเจ้าคะ คุณหนู"


     


     

    เหมียนมี่รีบเสนอความคิดเห็นเพราะนางคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จวนจะมีรายได้ไม่ขาดสาย


     


     

    "ดีเลย ข้าก็คิดอยู่เหมือนกัน ข้าจะทำแป้งพอกหน้า สบู่อาบน้ำ มาขายด้วย รับรองขายดีแน่ "


     


     

    ฟางเหม่ยหลิงรีบดีดตัวจากเก้าอี้ เธอกำลังมีความคิดดีๆผุดออกมาจากหัว เธอจะไม่ยอมจนเด็ดขาด 


     


     

    "ที่ตรงหัวมุมถนนในตลาดมีเรือนไม้สองชั้นประกาศขายอยู่เจ้าค่ะ เราไปดูกันดีไหมเจ้าคะ"


     

    เหมียนมี่นั้นตอนนี้เหมือนกำลังมีไฟลุกโชนออกจากดวงตา ด้วยว่านางนั้นชอบเงินที่สุด เมื่อคิดว่าถ้ามีร้านแล้วก็จะขายของได้เงินมากขึ้น นางก็ฮึดขึ้นมาทันที


     


     

    "ดีเลย งั้นเราไปตอนนี้เลย "


     

    ฟางเหม่ยหลิงเองก็ฮึดเต็มที่เหมือนกัน เลียงลี่ได้แต่มองคนทั้งคู่แล้วส่ายหัวไปมา ด้วยนางรู้จักทั้งสองดีถ้าพูดถึงเรื่องเงินแล้วละก็พวกเขาก็จะเป็นแบบนี้


     


     

    'นิสัยเหมือนกันจริงๆ'


     

    เลียงลี่ได้แต่คิดในใจ


     


     


     

    ..........................................................


     


     


     

    ณ ตลาดใหญ่แคว้นเหลียง


     


     

         ตอนนี้ผู้คนมากมายกำลังจับจ่ายใช้สอยสินค้ากันอย่างคึกคัก ตลาดแห่งนี้ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของแคว้น มีร้านค้ามากมายตั้งเรียงรายอยู่เรียกว่าแผงลอย และร้านค้าที่เป็นบ้านไม้สองชั้นก็จะดูหรูและสินค้าก็จะมีราคาแพงมากกว่า นอกจากค้าขายทั่วไปแล้วยังมีโรงน้ำชา ร้านอาหาร หอคณิกา ซึ่งเรียกว่าที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของทุกสิ่งในการมาเที่ยวหรือมาพักผ่อนหย่อนใจก็ว่าได้


     


     

         ฟางเหม่ยหลิงกับเหมียนมี่ได้เดินทางมาที่ตลาดใหญ่กันสองคนโดยเลียงลี่นั้นต้องคอยดูแลจัดการงานต่างๆภายในจวนจึงไม่ได้มาด้วย

    พวกเธอเดินมาจนถึงบ้านหัวมุมตลาดที่กำลังประกาศขายอยู่ เธอจึงเข้าไปสอบถามด้านในและได้ตกลงซื้อขายสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้เธอมีร้านเป็นของตัวเองแล้ว


     


     

    "เหมียนมี่ ไหนๆเราก็มาถึงที่นี่แล้ว แวะดูของประดับตกแต่งร้านหน่อยดีกว่านะ "


     

    ฟางเหม่ยหลิงที่ตอนนี้ใช้ผ้าขาวปิดบังหน้าตาส่วนล่างเอาไว้ก็ดึงสาวใช้ให้เดินตามไปที่ร้านที่ขายภาพวาดอยู่


     


     

    "บ่าวว่า ภาพนี้งดงามมากเจ้าค่ะ"


     

    เหมียนมี่โชว์ภาพวาดที่นางถือไว้ในมือให้คุณหนูของนางดู


     


     

    "แต่ข้าชอบภาพวาดใบนี้มากกว่า"


     

    เธอเองก็โชว์ภาพวาดให้สาวใช้ดู มันคือรูปของม้าสีขาวที่กำลังวิ่งซึ่งเธอชอบภาพนี้มาก


     


     

    "งั้นซื้อเลยซิเจ้าค่ะ ถ้าคุณหนูชอบ"


     


     

    ในที่สุดฟางเหม่ยหลิงก็ได้ของประดับร้านหลายอย่างจนขนไม่ไหวจึงให้ทางร้านนำไปส่งไว้ที่จวนเสนาบดีซ้าย โดยเธอได้จ่ายเงินไว้แล้ว แต่ระหว่างเดินเที่ยวตลาดอยู่ฟางเหม่ยหลิงก็เห็นว่าเหมียนมี่สาวใช้ของเธอกำลังจ้องมองอะไรอยู่พลางทำท่าทางเขินอาย


     


     

    "มองอะไรอยู่หรือ"


     

    ฟางเหม่ยหลิงมองตามสายตาที่เหมียนมี่กำลังมองอยู่จึงได้เห็นบุรุษคนหนึ่งกำลังยืนซื้อพุทราเชื่อม ฟางเหม่ยหลิงก็รู้ทันทีว่าตอนนี้สาวใช้ของเธอกำลังมีความรัก


     

    "เจ้ารู้จักเขาหรือ"


     


     

    "ปะ...เปล่าเจ้าค่ะ เคยเจอกันแค่ครั้งเดียว"


     

    เหมียนมี่ตอบอย่างอายๆ


     


     

    "เขาเดินมาทางนี้แล้ว ทักเขาสิ"


     

    ฟางเหม่ยหลิงพลักหลังเหมียนมี่เบาๆให้ไปยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อที่จะได้ทักทายบุรุษคนนั้นที่กำลังเดินมาทางที่พวกเธออยู่


     


     

    "บะ...บ่าว ไม่กล้า"


     

    เหมียนมี่ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่ง


     


     

    "ไม่เป็นไรข้าช่วยเอง"


     

    ว่าแล้วฟางเหม่ยหลิงก็รอจังหวะที่บุรุษคนนั้นเดินมาจนใกล้พวกเธอ ฟางเหม่ยหลิงก็แกล้งสดุดเท้าตัวเอง และไปชนกับเหมียนมี่จนเหมียนมี่ที่ไม่ทันตั้งตัวนางถลาไปข้างหน้าจนไปกระทบเข้ากับอกของบุรุษที่เดินผ่านมาพอดี


     


     

    'เย้ เป็นไปตามแผน'


     

    ฟางเหม่ยหลิงเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอวางแผนไว้แล้วเธอก็ถอยฉากออกมาอยู่ไกลๆ


     


     

    "ขะ...ขอโทษนะ เจ้าค่ะ"


     

    เหมียนมี่รีบกระถดถอยออกจากอกของเขา ตอนนี้หน้าของนางร้อนไปหมด เพราะความอาย นางมองไปยังตัวต้นเหตุแต่ก็เห็นว่าตอนนี้คุณหนูของนางที่เป็นตัวต้นเหตุนั้น ออกไปยืนอยู่ไกลๆนู้น


     


     

    "ไม่เป็นไร เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่"


     

    เขาถามนางด้วยความห่วงใย


     


     

    ''มะ..ไม่เลยเจ้าค่ะ"


     

    นางรีบตอบเขาทันที


     


     

    "ว่าแต่ข้าว่า ข้าเคยเจอเจ้ามาก่อนหรือปล่าว"


     

    เขารู้สึกคุ้นๆหน้าของนาง


     


     

    ''คราวที่แล้วเราเคยเจอกันที่ตลาดเจ้าค่ะ"


     


     

    "ออๆ  ข้าจำเจ้าได้แล้ว"


     

    เขาคิดแค่แปปเดียวก็จำได้ เหมียนมี่ดีใจที่เขาจำนางได้


     


     

    "ท่านชอบกินของหวานหรือเจ้าคะ"


     

    เหมียนมี่มองพุทราเชื่อมในห่อที่เขาถือไว้


     


     

    "ไม่ใช่ของข้าหรอก พี่ชายข้าชอบ ข้าก็เลยซื้อไปฝากเขา"


     

    เขาตอบกลับไปแบบยิ้มๆ


     


     

    "น่ารักจังเลยนะเจ้าค่ะ ท่านคงรักพี่ชายมาก"


     

    เหมียนมี่นั้นยิ่งปลื้มเขาเข้าไปใหญ่


     


     

    "งะ...งั้นหรอ "


     

    เขานั้นพอได้ยินหญิงสาวชมว่าน่ารักก็รู้สึกเขินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะไม่เคยมีใครมาชมเขาแบบนี้


     


     

    "ขะ...ข้าชื่อเหมียนมี่เจ้าค่ะ แล้วท่านละเจ้าคะ"


     

    นางแนะนำตัวกับเขาอย่างเขินๆ


     


     

    "ข้าชื่อ จื่อหวิน"


     

    เขาบอกกับนางก่อนจะยิ้มน้อยๆ ทั้งสองคนยังคุยกันต่ออีกสักพักก่อนจะแยกกัน เหมียนมี่รีบวิ่งเข้าไปหาคุณหนูที่ตอนนี้นั่งจิบชาอยู่อย่างสบายใจที่ร้านใกล้ๆกับที่นางยืนคุยอยู่กับจื่อฟง


     


     

    "ขอโทษที่ให้รอนะเจ้าค่ะ คุณหนู"


     

    นางรีบเข้ามาขอโทษที่ปล่อยให้คุณหนูต้องรอนาน


     


     

    "ไม่เป็นไร ขอแค่เจ้ามีความสุข ข้าก็พอใจแล้ว"


     

    ฟางเหม่ยหลิงหันไปพูดกับเหมียนมี่ด้วยรอยยิ้ม


     


     

    "คุณหนูของบ่าว"


     

    เหมียนมี่เข้าไปสวมกอดนางด้วยความซาบซึ้ง ไม่คิดว่าคุณหนูจะเอาใจใส่นางถึงเพียงนี้ แถมยังช่วยนางอีก


     


     

    "กลับกันเถอะ ตอนบ่ายข้ามีเรียนนะ"


     


     


     

    "เจ้าค่ะ"


     

    เหมียนมี่ยิ้มก่อนจะประคองคุณหนูของตนเพื่อกลับจวน


     


     


     

    ..................................................


     


     


     

    จวนตระกูลฟาง


     


     

    "คุณหนูกลับมาแล้ว รีบไปที่ห้องรับรองแขกเถิดเจ้าค่ะ"


     

    เลียงลี่ที่ท่าทางร้อนใจรีบมาประคองคุณหนูของตน


     


     

    "ทำไมหรือ"


     

    ฟางเหม่ยหลิงสงสัยว่ามีอะไรทำไมต้องรีบ


     


     

    "องค์ชายแปดมารอคุณหนูอยู่ที่ห้องรับรองแขกเจ้าค่ะ"


     

    เลียงลี่รีบรายงานทันที


     


     

    "เอ๋ มีเรื่องอะไรกันนะ"


     

    ฟางเหม่ยหลิงรีบเดินไปหาแขกกิตติมศักดิ์ที่รออยู่


     


     

    "ถวายพระพรองค์ชายแปด เพคะ"


     


     

    "เจ้ากลับมาแล้วหรือ "


     

    หลงเจี่ยนหยางเดินเข้าไปหาฟางเหม่ยหลิงเขาส่งยิ้มละมุนให้กับนาง


     


     

    "มีอะไรให้หม่อมฉันรับใช้หรือปล่าวเพคะ"


     

    เธอยังสงสัยว่าเขามาหาเธอทำไม


     


     

    "ข้ามารับเจ้าไปสำนักวังบาดาลด้วยกัน"


     


     

    "มารับหม่อมฉัน"


     


     

    "ที่ข้าบอกเจ้าเมื่อวานว่าวันนี้เจ้าจะได้รับข่าวดี"


     


     

    "ออจำได้แล้ว แล้วมีข่าวดีอะไรหรือเพคะ"


     


     

    "เจ้าสำนักวังบาดาลกลับมาแล้ว"


     


     

    "ห๊าาา จริงหรือเพคะ เป็นข่าวดีจริงๆเสียด้วย"


     

    ฟางเหม่ยหลิงรู้สึกดีใจอย่างมากในที่สุดเธอก็จะได้พบกับท่านตาแล้วท่านตาของเธอกลับมาแล้ว


     


     

    หลงเจี่ยนหยางพอเห็นท่าทางดีใจของฟางเหม่ยหลิงเขาเองก็พลอยดีใจไปกับนางด้วยเขารู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับนางเพราะได้ให้องครักษ์เงาสืบเรื่องต่างๆทุกอย่างของนางมาหมดแล้ว รวมถึงความสัมพันธ์ของนางกับเจ้าสำนักวังบาดาลด้วย


     


     



    คล้ายกับเรื่องฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์ ที่คุณอ่าน