บทที่ 105 การเล่นของเด็กฉลาด
ก่อนหน้านี้ “จ่าสิบเอกหลี่” ก็คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่จะลงมืออยู่เบื้องหลังของสถาบันเพลิงพลอง เนื่องจากเขามีความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับการทดลองการเพิ่มพลังด้วยวิธีต่างๆ หลายงานวิจัยของเขาประสบความสำเร็จแล้วด้วย เรียกว่าเป็นผู้ถูกจับตามองเป็นอย่างมากคนหนึ่งเลย
ปัจจุบัน จ่าสิบเอกหลี่นั้นมีอายุประมาณ 60 กว่าปีเท่านั้น ดูแล้วยังเด็กกว่าจ่าสิบเอกไป๋อยู่มาก แต่ด้วยตำแหน่งที่เท่ากัน ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าความสามารถของเขาอยู่เหนือกว่าอีกฝ่าย ทว่า...ความสามารถที่พิเศษนี้ กลับทำให้ความคิดของเขาพิศดารมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อสี่ห้าปีก่อน พบว่าจ่าสิบเอกหลี่พยายามล่อลวงคนจากเขตชั้นนอกเพื่อเข้าร่วมการทดลองของเขา สุดท้ายก็ฉีดสารบางอย่างเข้าไปจนร่างของผู้ทดลองระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่กองทัพไม่ได้เอาผิดต่อเขามากนัก เนื่องจากจ่าสิบเอกหลี่ได้อธิบายเหตุผลที่ร่วมมือกับผู้ทดลองนั้นมาจากการที่ผู้ทดลองต้องการมันเอง
ผู้ทดลองคนนั้นเป็นผู้พิการ ถ้าไม่เข้าร่วมการทดลองก็ไม่มีความหวังในการใช้ชีวิตอีกต่อไปแล้ว เมื่อกองทัพรู้ปัญหานี้ พวกเขาก็ปล่อยไป ถึงอย่างไรก็แค่คนจากเขตชั้นนอกเพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นคนที่ใกล้จะต้องตายอยู่แล้วด้วย ความผิดนี้จึงสั่งลงโทษเล็กๆน้อยๆอย่างการตัดเงินเดือนเท่านั้น
รายชื่อผู้ต้องสงสัย ซึ่งสถาบันเพลิงพลองจับตาดูอยู่มีคนผู้นี้ด้วย แต่พวกเขาคงคิดไม่ถึงว่าจ่าสิบเอกหลี่จะไม่ได้ลงมือด้วยตนเอง เพียงใช้งานคนอื่นที่เป็นตระกูลพันธมิตรกันก็ได้แล้ว
ตระกูลไป๋เป็นเหมือนมือและเท้าให้ตระกูลหลี่มานานแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าเบื้องหลังความร่วมมือนี้คืออะไร ทว่า...ซูหยวนรู้ดีเลยว่าแผนของจ่าสิบโทเฟยครั้งก่อน คงไม่พ้นจ่าสิบเอกไป๋คนนี้แน่
บางที...การลงมือของเด็กน้อยตระกูลไป๋หลังจากนี้ ก็อาจจะมาจากการยุยงของพวกคนโตๆ ซึ่งถ้ากำจัดซูหยวนโดยเด็กๆด้วยกันแบบนี้ เชื่อเถอะว่าสถาบันก็ทำอะไรไม่ได้ มากสุดเพียงไล่เด็กสาวจากตระกูลไป๋ออกไปก็เท่านั้น
ถึงกฎหมายจะเข้มงวด แต่ถ้าไม่มีใครใช้มัน ก็เท่ากับไม่มีประโยชน์อยู่ดี
เดิมทีซูหยวนมั่นใจในตัวบทกฎหมายมาก ทว่า...หลังจากมีปัญหากับนักเรียนทุนก่อนหน้านี้ ซูหยวนก็เข้าใจสัจธรรมของโลกมากขึ้นทันที
เอาเถอะ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยทำผิดเสียเมื่อไร เรื่อง “ฆ่าคน” เธอก็เคยทำมาก่อนแล้ว ถ้าต้องทำอีกสักครั้ง หัวใจเธอก็ไม่ได้เน่าเฟะไปมากกว่านี้หรอก!
ก็เหมือนกับที่ผ่านมา ซูหยวนไม่คิดปล่อยให้คนรังแกตนเองรอดไปได้ ใครก็ตามที่รังแกเธอ อย่างนั้นก็ต้องเตรียมรับผลตอบแทนอันสมน้ำสมเนื้อไปด้วย
ในที่สุด เวลาสองวันสำหรับการเตรียมพร้อมก็ผ่านไป ถึงจะพูดเรื่องการเตรียมความพร้อม แต่ซูหยวนก็ไม่ได้ทำอะไรมากนัก เวลาส่วนใหญ่มักจะอยู่ในฟาร์มของเธอ โชคดีที่สองวันนี้สถาบันจัดให้มีการเฉลิมฉลอง ดังนั้นจึงไม่ต้องหยุดเรียนตั้งแต่วันแรกๆเพื่อพัฒนาฟาร์มของเธอเอง
ซูหยวนออกมาจากสถาบันตามลำพัง เนื่องจากคุณหนูจางนัดหมายให้มาเจอกันที่เขตล่า A ซึ่งมันเป็นความผิดปกติตั้งแต่ตรงนี้แล้ว ถ้าพวกรุ่นพี่รับภารกิจมาทำกันตามลำพังไม่ได้จริงๆ เช่นนั้นทำไมไม่รอออกมาเขตล่าด้วยกัน? เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเป็นฝีมือของตนเอง
การนัดซูหยวนมาเจอกันเขตล่า ก็แปลว่าไม่มีหลักฐานเหลืออยู่แล้ว ในความคิดของทั้งสามคน บางทีคุณหนูจางก็แค่ลูกไก่ในกำมือ ข่มขู่สามสี่ประโยค คนหัวอ่อนแบบนั้นก็คงจะไม่กล้าเอาเรื่องนี้ไปพูดแล้ว ดังนั้นจึงได้ใช้งานเธออย่างเปิดเผยแบบนี้
ก็นะ...ที่ผ่านมา คุณหนูจางทำตัวเป็นเด็กสาวเรียบง่ายอ่อนแอ ขนาดคู่หมั้นของเธอก็ยังตกหลุมพรางไปแล้วเลย ตอนแรกเอาแต่กรีดร้องลั่นเขตล่าเพราะความกลัว ที่ไหนได้...เมื่อต้องแข่งขันกัน เป็นตัวเองที่พ่ายแพ้ราบคาบ ดีที่คนตระกูลจางเก็บข่าวได้รวดเร็ว สุดท้ายเรื่องนั้นก็เป็นเหมือนข่าวลือที่ชื่อถือไม่ได้
บางคนยังบอกว่าคุณชายเวินทำผิด ตระกูลเวินจึงสั่งให้อีกฝ่ายยอมแพ้เพี่อชดเชยให้คุณหนูจางด้วยซ้ำ
เอาเป็นว่าเรื่องแบบนี้ ถ้าซูหยวนไม่เห็นกับตา เธอก็คงไม่คิดว่าจะมีใครยอมให้ตัวเองกลายเป็นเบี้ยที่ถูกรังแกเช่นนี้หรอก ไม่รู้ว่ารสนิยมของคุณหนูจางเป็นยังไง แต่เรื่องก็ออกมารูปแบบนี้แล้ว...
“รุ่นน้องอัน ทางนี้” คุณหนูจางโบกมือเรียกเธอ หญิงสาวยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนสามคนนั้นซึ่งตอนนี้มีอุปกรณ์ครบมือ
“ขอบคุณนะที่มาช่วย เอ่อ....หลังจากนี้...” จางเสี่ยวหนิงมองไปยังเพื่อนทั้งสามที่อยู่ด้านหลัง พวกเธอแค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่ง ในเมื่อตอนนี้คนก็อยู่ที่นี่แล้ว ทั้งสามก็ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทมากมายอีก
“ตามมา พวกเราจะไปเขต B” น้ำเสียงเย่อหยิ่งและไม่คิดจะเก็บความเกลียดชังเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ถ้าไม่ใช่เพราะรู้อยู่แล้ว และได้เตรียมการรับมือเอาไว้พร้อมสรรพ ซูหยวนคิดว่าตัวเองเจอเพื่อนร่วมกลุ่มแบบนี้ ก็คงจะเดินกลับไปนอนพักที่ห้องดีกว่า
อีกอย่าง ทั้งสามคิดว่าเธอโง่งมขนาดนั้นเลยหรือ? ถึงกับจะไม่รู้ว่าภารกิจของนักเรียนชั้นปี 2 ไม่ได้โหดร้ายขนาดมอบภารกิจในเขต B ให้ อย่าลืมว่านักเรียนปีสองเพิ่งลงพื้นที่จริงจังเป็นปีแรกเท่านั้น ชั้นปีที่หนึ่งมีการลงเขตล่าแค่ไม่กี่ครั้ง จู่ๆจะก้าวกระโดดมอบภารกิจสุดโหดให้ได้ยังไง
แต่ก็เอาเถอะ เธอก็อยากจะดูว่าพวกนั้นมีแผนอะไรดีๆให้เล่นบ้าง นอกจากนี้...นี่ก็ถือเป็นเหตุผลสำหรับการลงพื้นที่ล่าของซูหยวนด้วยเช่นกัน เธอยังต้องการทรัพยากรอย่างชิ้นส่วนกลายพันธุ์อยู่
“ภารกิจก็คือเก็บรวบรวมแกนพลังงานของไก่หงอนแดงที่เขต B ให้ได้ 3 อัน ดังนั้นรุ่นน้องนักเรียนทุน เธอมีความสามารถในการโจมตีระยะใกล้ด้วยใช่ไหม พวกเราทั้งสามคน คนหนึ่งใช้หอก คนหนึ่งโจมตีระยะไกลได้ดี และอีกคนเป็นผู้สนับสนุน ส่วนคุณหนูจางเป็นผู้ใช้กระบี่ แต่ความสามารถยังไม่ถึงขั้นที่จะต่อสู้กับไก่หงอนแดงได้”
“รุ่นน้องนักเรียนทุนพอจะรับมือกับพวกมันได้ไหม ฉันได้ยินว่ารุ่นน้องเข้ามาด้วยค่าพลังงาน 70 กว่าเลยไม่ใช่หรอ มากกว่าพวกเราสี่คนในตอนนี้อีก แรงโจมตีของพวกไก่หงอนแดงไม่น่าทำอันตรายได้มาก แล้วก็เรื่องความปลอดภัย...พวกเราไม่ได้โหดร้ายขนาดปล่อยให้รุ่นน้องนักเรียนทุนรับการโจมตีโดยตรง”
“เพื่อความปลอดภัย พวกเรามี “โล่ดีๆ” ให้รุ่นน้องนักเรียนทุนยืมใช้ 1 ชุด โล่นี้มีราคาแพงมาก รุ่นน้องสามารถใช้งานมันได้เลย ถ้าเกิดความเสียหายใดๆ พวกเราก็จะรับผิดชอบกันเอง ขอแค่เธอปลอดภัยก็พอ”
เนื่องจากตอนสอบเข้า ซูหยวนถือพลั่วไปรอบๆ แสดงให้เห็นว่าเธอนั้นมีทักษะสองประเภท อีกทั้งยังลงเรียนวิธีการใช้หอกพื้นฐานอีกด้วย ดังนั้นการจะโยนเธอไปต่อสู้แนวหน้าจึงไม่ใช่ข้ออ้างไม่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม...ซูหยวนไม่คิดว่าเรื่องมันจะง่ายดายขนาดนั้น
โล่ดีๆที่ทั้งสามคนเตรียมมา เห็นได้ชัดว่าเป็น “ของดีจริงๆ” แม้แต่ในร้านขายอุปกรณ์ก็ยังไม่มีขาย แสดงว่ามันเป็นโล่ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ ถ้าไม่ใช่เพราะซูหยวนเคยตรวจสอบพื้นฐานครอบครัวของรุ่นพี่ทั้งสามคนมาก่อน เธอก็อาจจะไม่ได้คิดอะไรมาก แต่...หนึ่งในนั้น มาจากตระกูลผู้ที่เชี่ยวชาญในการสร้างกับดัก ต่อให้โล่นี้จะดูสวยงามขนาดไหน ซูหยวนก็ไม่คิดว่ามันเป็นโลกที่ปลอดภัยสำหรับเธอ
พวกรุ่นพี่เหล่านี้ดูถูกที่ซูหยวนมาจากเขตชั้นนอก คงคิดว่าไม่มีทางรู้เรื่องเบื้องหลังของตระกูลพวกเธอ หรือต่อให้รู้...ก็ไม่น่าจะเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของพวกเธอได้
น่าเสียดายที่ซูหยวนไม่ใช่คนใช้ชีวิตประมาทเลินเล่อขนาดนั้น แผนการที่ทั้งสามคนเตรียมมาไม่มีทางสำเร็จโดยง่าย
“ขอบคุณสำหรับการดูแลค่ะ แต่ฉันไม่ถนัดใช้โล่นี้ รุ่นพี่เก็บไว้ใช้กันได้นะคะ”
“ไม่เป็นไรๆ พวกฉันมีอุปกรณ์ป้องกันอันอื่นแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็เก็บเอาไว้ก่อนก็ได้ค่ะ ฉันถือโล่ไปพร้อมกับต่อสู้ไม่ค่อยถนัดค่ะ”
“ไม่ได้!!” ซูหยวนยังคงปฏิเสธ แต่พวกรุ่นพี่น่าจะไม่สามารถพูดคุยดีๆกับเธอได้อีกแล้ว
ทางนั้นตวาดออกมาเสียงดัง น้ำเสียงชัดเจนว่าไม่ได้ชอบเธอ การแสดงความห่วงใยก่อนหน้านี้ก็แค่การที่พยายามจะหลอกล่อเธอเท่านั้น
“ฉันหมายถึงว่า เธอจะต้องใช้โล่นี้ พวกเราไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของเธอได้ด้วยวิธีอื่นแล้ว ถ้าสถาบันรู้ว่าพวกเราใช้งานนักเรียนปีหนึ่งโดยที่ไม่ช่วยเหลืออะไร พวกเราจะต้องถูกตำหนิแน่” เมื่อเห็นว่าซูหยวนมองมาด้วยความสงสัย หนึ่งในนั้นก็พยายามพูดออกมาอย่างใจเย็น
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะอธิบายกับทางสถาบันให้เอง”
“รุ่นน้องนักเรียนทุน!”
“เอาเถอะๆ ในเมื่อรุ่นน้องไม่ต้องการใช้โล่ อย่างนั้นพวกเรายอมรับการตัดสินใจของรุ่นน้องอัน ตอนนี้เสียเวลามากแล้ว รีบเข้าไปทำภารกิจกันเถอะ”
ทั้งสามคนพยายามไม่เปิดเผยพิรุธออกมาทั้งหมด ไม่อย่างนั้นก็กลัวว่าอันซูหยวนจะพยายามหนีไปเสียก่อน เด็กสาวแค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่ง ในขณะที่คุณหนูจางยังคงมองดูอยู่เงียบๆ เธอมาที่นี่ก็เพื่อเล่นสนุกเท่านั้น ถ้าทุกคนไม่พูดถึงเธอ เธอก็จะแค่เล่นตามบทบาทเหมือนคนไร้ตัวตน
ไก่หงอนแดงเป็นสัตว์กลายพันธุ์ขนาดใหญ่ แรงโจมตีของมันรุนแรงมาก ทั้งห้าคนซ่อนตัวอยู่เงียบๆ มองดูไก่หงอนแดงล่าสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆเป็นอาหาร
“รุ่นน้อง ไก่หงอนแดงตัวนั้นก็คือเป้าหมายของเธอ แผนของพวกเราก็คือให้เธอดึงความสนใจของมันเอาไว้ แล้วพวกเราจะพยายามโจมตีมันให้ได้ ถ้าเธอกลัวก็เอาโล่ไปด้วย อ่า...พวกเราไม่ได้บังคับเธอนะ ถ้าเธอคิดว่าไหวก็ทำตามที่ถนัดได้เลย”
“เข้าใจแล้วค่ะรุ่นพี่”
ซูหยวนไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ ไก่หงอนแดงเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมาก การเคลื่อนไหวของมันเน้นไปที่ความเร็ว และมีกรงเล็บกับจะงอยที่แหลมคมมาก สามารถฆ่าคนได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวหากไม่ระมัดระวังให้ดี
สำหรับเรื่องแรงโจมตีนั้น ไม่ได้เป็นอันตรายมากนัก อย่างที่พวกรุ่นพี่สาวบอกนั่นแหละ ซูหยวนมีพลังงานในร่างกายค่อนข้างมาก ต่อให้ปะทะแรงโจมตีโดยตรงก็คงจะแค่บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ถึงกับช้ำในจนตาย อย่างไรก็ตาม...ปัญหาของมันไม่ได้มีแค่เรื่องของความแหลมคมจากกรงเล็บหรือจะงอยที่ปาก หากแต่เป็นเรื่องการเคลื่อนไหวที่คาดเดาไม่ได้มากกว่า
เนื่องจากมันมีปีกขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงมักจะใช้ปีกเพื่อพยุงร่างให้ลอยสูงจากพื้น ประกอบกับขาที่แข็งแรง เมื่อกระโดดขึ้นครั้งหนึ่งก็พุ่งตัวไปข้างหน้าหลายสิบเมตรแล้ว ถ้าซูหยวนไม่เร็วมากพอ เธออาจจะกลายเป็นแค่หนอนตัวเล็กๆที่จะถูกจิกกินเมื่อไรก็ได้
การถือโล่เพื่อรับแรงปะทะเป็นการต่อสู้ที่ไม่เลว หากรู้ว่าจะหลบไม่พ้น แทนที่จะพยายามหนีเหมือนหมาจนตรอก สู้ตั้งหลักให้มั่นแล้วเตรียมรับแรงโจมตีให้ดีจะเหมาะกว่า ขอเพียงไม่ถูกเจาะเข้าไปในเนื้อโดยตรง เธอก็จะยืดเวลาการต่อสู้ไปได้ ระหว่างนั้น....คนอื่นๆในทีมก็ช่วยกันโจมตี พลังป้องกันที่ไม่ได้โดดเด่นจะทำให้มันตกตายได้ไม่ยากนัก
อันที่จริง ถ้าไม่อยากตอบแทนน้ำใจของรุ่นพี่ทั้งสาม ซูหยวนสามารถซ่อนตัวเอง แล้วใช้ทักษะระดับสูงที่อาจารย์เติ้งสอนเพื่อลอบโจมตีมันได้เลย ขอเพียง 3-4 ศรเท่านั้น เธอน่าจะจัดการปลิดชีพเจ้าไก่หงอนแดงได้สบายๆ
“ได้เวลาแล้ว!” หนึ่งในรุ่นพี่สาวร้องบอก ซูหยวนเคลื่อนไหวเพียงไม่กี่ครั้งก็มาปรากฏตัวด้านหน้าของไก่หงอนแดงสำเร็จ เธอใช้พลั่วของตนเองเป็นตัวค้ำยันแล้วกระโดดขึ้นคอของเจ้าไก่หงอนแดงโดยตรง ทำเอาพวกรุ่นพี่ทั้งสี่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
พวกเธอรู้ว่าซูหยวนเป็นคนที่มีทักษะมาก แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนั้นด้วย!
“พวกเราจะทำยังไงต่อ เด็กนั่น...ดูเหมือนจะมีฝีมือในการต่อสู้ไม่น้อยเลย”
“เหอะ! เรื่องนี้ก็แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะมีทักษะในการต่อสู้ ประธานจางคงไม่รับเข้าองค์กรนักล่าสกุลจางของเขาด้วยตัวเองหรอก”
“แล้ว...แล้วพวกเราจะทำยังไง ถ้าเธอไม่ได้กลัวเจ้าไก่หงอนแดง ดังนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้โล่ที่เราเตรียมมาไม่ใช่หรอ? ถ้าเป็นแบบนั้น...กับดักที่ซ่อนอยู่ในโล่จะทำงานได้ยังไง”
“ไม่ต้องกังวลไป ต่อให้เธอไม่ได้ใช้งานมันระหว่างการต่อสู้ ฉันก็มีวิธีที่จะทำให้นังเด็กนั่นถือโล่เอาไว้ในมือจนได้!” ดวงตาของรุ่นพี่สกุลไป๋หรี่ลง
ถ้านังเด็กอันซูหยวนนั้นเก่งมากนัก อย่างนั้นก็ปล่อยให้มันสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้พวกเธอต่อไป สุดท้ายแล้ว...เมื่อถึงเวลาตาย ยังไงก็ต้องตายอยู่ดี!!
กับดักที่ซ่อนอยู่ในโล่ จำเป็นต้องเปิดการใช้งานจึงจะเปิดออก อันที่จริง...จะบอกว่าเป็นกับดักก็ไม่ถูกนัก โล่นี้มีราคาแพง เป็นการออกแบบชนิดพิเศษที่ยังไม่ได้วางขายในตลาดด้วยซ้ำ มันคือของดีที่จะช่วยในการต่อสู้ได้ ทว่า...ผู้ใช้งานจะต้องรู้วิธีใช้ที่ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้ตัวเองบาดเจ็บเอาได้
กลไกในการใช้งาน นอกจากจะเป็นโล่ที่ป้องกันการโจมตีได้ระดับหนึ่งแล้ว ยังสามารถโจมตีออกไปด้วยลูกดอกที่ซ่อนอยู่หลายร้อยดอกด้วย เมื่อถึงตาจน...ผู้ถือโล่สามารถใช้กลไกนี้เพื่อยิงศัตรู แล้วหนีเอาตัวรอดได้
ซึ่งนั่นก็คือเป้าหมายของพวกเธอ ขอแค่ซูหยวนถือมันแล้วมือไปโดนกลไกนั้นเข้า กลไกที่ซ่อนอยู่ในโล่ แทนที่จะถูกโจมตีออกไป กลับจะยิงเข้าใส่ตัวของซูหยวนเอง....
รูปแบบของโล่เป็นเช่นนี้ ด้านหนึ่งเป็นโล่แต่อีกด้านหนึ่งจะเป็นอุปกรณ์โจมตี น่าเสียดายที่แผนของพวกเธอไม่ได้สำเร็จง่ายดายเช่นนั้น เพราะถ้ามันราบรื่นดี...พวกเธอก็จะไม่ต้องรับผิดอะไรเลย
โล่นี้อ้างว่าเอามาก็เพื่อดูแลรุ่นน้องอันได้ มันเป็นโล่ที่จะวางขายราคาแพง นับว่าเป็นน้ำใจของพวกเธอด้วยซ้ำ ส่วนที่นังนั่นได้รับบาดเจ็บ ต้องโทษว่าเธอโชคร้ายเอง แต่ก็นั่นแหละ...ในเมื่อวันนี้ยังไม่จบ ถ้าอย่างนั้นก็อย่าคิดว่าจะรอดตัวไปได้!
………………….