“ฮ่าๆๆ!” ชายคนนั้นมองลงมาพร้อมกับหัวเราะร่า
“สมภาร รีบลงมา” ถังหว่านแหงนมองพร้อมกับตะโกนเร่ง
ชายคนนั้นมุดตัวออกมาจากช่องระบายอากาศใช้สองมือเกาะขอบเหล็กห้อยตัวลงมา จากนั้นจึงปล่อยมือหย่อนตัวลงบนพื้นเบาๆ
“ฮ่าๆ เห็นคนแล้วได้ข้อสรุปที่ไม่ต้องสงสัย” ชายคนนั้นชำเลืองมองผมแวบหนึ่ง พูดอย่างเรื่อยเปื่อย
ถังหว่านชี้ไปที่ป้ากวนที่นอนราบอยู่แล้วพูดเบาๆ อย่างเร่งรีบ “เราไม่สงสัยคุณหรอก คุณยอดเยี่ยมที่สุดในมหาวิทยาลัยซานตงแต่คุณอาจจะนึกไม่ถึงว่าในร่างนี้มีวิญญาณอีกดวงอยู่ข้างใน”
เธอพูดอย่างนี้เป็นการคาดเดาที่กล้าหาญมากเพราะถึงขณะนี้เรายังไม่กล้ายืนยันว่าวิญญาณซังชิงหงอยู่ในร่างป้ากวน เพียงแต่คาดเดาเท่านั้น
“ฮ่าๆ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เป็นไปไม่ได้...” ชายคนนั้นเดินไปมาที่หน้าลิ้นชัก เริ่มด้วยการพูดว่า“เป็นไปไม่ได้” สามครั้ง จากนั้นยืนเกาะขอบลิ้นชัก จ้องใบหน้าป้ากวน
“สมภาร ผมคิดว่า...”
ผมเพิ่งเปิดปากแต่ถูกคนที่ดูภายนอกโทรมมากยกมือขึ้นห้าม “หยุด ชื่อนี้ไม่ใช่ให้คนนอกเรียกนอกจากเสี่ยวถังแล้ว ห้ามคนอื่นเรียกฉันอย่างนี้”
ถังหว่านรีบพูดไกล่เกลี่ย“ทุกคนเรียกผู้อาวุโสท่านนี้ว่าหมอเทวดา”
ชายคนนั้นเตี้ยกว่าผมราวครึ่งศีรษะหลังโกงเล็กน้อย ผมเป็นมันเยิ้ม เสื้อผ้าดูไม่เรียบร้อยไม่สมกับฉายาหมอเทวดาสักนิดโดยทั่วไปแล้วคนที่ได้ฉายาว่าหมอเทวดามักจะใบหน้าแดงเรื่อ ท่าทางน่าเคารพดุจเซียนแต่คนตรงหน้าผมใบหน้าซีดเซียว แววตาหลุกหลิก เหมือนขี้เมาที่อดนอนไม่มีผิด
“เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครเรียกหมอเทวดาแล้วทุกคนเปลี่ยนมาเรียกฉันว่าโพธิสัตว์ผี” เขาบอก
ผมจึงเลือกเรียกเขาแบบสายกลาง แล้วถามเบาๆว่า “ผู้อาวุโสหมอเทวดา โปรดใช้ตาวิเศษของคุณดูว่าคุณป้าท่านนี้ยัง...ยังเป็นไปได้ไหมว่า...จะฟื้นกลับมา”
คำพูดผมออกจะพิลึกและแปลกมากแต่จนถึงเดี๋ยวนี้ผมยังไม่คิดว่าป้ากวนตายไปแล้วจริงๆ เหมือนแกหลับไปมีเรื่องประหลาดมากมายเกิดขึ้นกับแก ผมไม่อยากเชื่อว่าแกจะตายไปง่ายๆ อย่างนี้ทำให้เรื่องทั้งหมดกลายเป็นคดีแขวน
“ฟื้นกลับมาหรือ” โพธิสัตว์ผีถาม
ถังหว่านพูดรอมชอมว่า“เทียนสือหมายความว่ายังพอจะขุดคุ้ยอะไรจากร่างและความคิดของแกไหม”
เธอใช้คำพูดได้เหมาะมาก เป็นการอธิบายความคิดผมได้ดี
โพธิสัตว์ผีเกาศีรษะแกรกๆ แล้วล้วงกล่องสี่เหลี่ยมแบนใส่เข็มยาวสามนิ้วกว้างครึ่งนิ้วออกมาเขากดปุ่มกลมบนฝากล่องเบาๆ เข็มเบอร์ใหญ่สุดเล่มหนึ่งดีดออกมา ยาวเกือบสองนิ้ว
“เสี่ยวถัง ครั้งก่อนฉันใช้เข็มลองดูแล้วแกตายแล้วจริง คราวนี้จึงไม่จำเป็นต้องแตะตัวแกอีก ยกเว้นตรงนี้...” เขาชี้ไปที่ขมับขวาของป้ากวนจากนั้นจึงเงยหน้ามองผมกับถังหว่าน แล้วหัวเราะอีก “ฮ่าๆ ฉันหวังว่าพวกเธอจะพูดถูกหลังจากฉันสร้างห้องกระจกอันดับหนึ่งของเอเชียเสร็จ เคยรับคนคนเดียวหวังว่าแกจะเป็นคนที่สอง”
ใบหน้าถังหว่านฉายแววยินดีออกมาแวบหนึ่ง แล้วหดหายไปทันทียังคงสงบนิ่งเช่นเดิม “สมภาร ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณต้องมอบรางวัลก้อนใหญ่ให้ฉันเพราะฉันกับเทียนสือสนองเป้าหมายในการทดลองที่ล้ำค่าให้คุณ”
โพธิสัตว์ผีหัวเราะอีก “ฮ่าๆเรื่องนั้นแน่นอน เรื่องนั้นแน่นอน...”
เขายังพูดไม่ทันจบก็ขยับมือขวาเข็มเงินเล่มนั้นแทงเข้าไปในขมับขวาของป้ากวนจนมิดเล่ม
ตำแหน่งนั้นเป็นหนึ่งในจุดตายของคน ต่อให้เป็นผู้ใหญ่ที่ร่างกายแข็งแรงถ้าถูกตีที่จุดนั้นด้วยแรงสิบกิโลขึ้นไปก็จะล้มตึงทันที
“เอ๊ะ” โพธิสัตว์ผีร้องออกมาเขาก้มลงทันที ปลายจมูกเกือบชนจุดเหรินจง (จุดกลางร่องเหนือริมฝีปากบน)ของป้ากวน
ผมเข้าใจแล้วเขากำลังตรวจสอบลมหายใจของป้ากวน
จมูกเป็นอวัยวะรับรู้ที่ไวต่อแรงจากภายนอกที่สุดถ้ามีลมหายใจพ่นออกมาจากจมูกป้ากวน โพธิสัตว์ผีต้องรู้ได้จากจมูกของตนเองแน่นอน
คนที่พาเราเข้ามากำหนดเวลาแน่นอนไว้แล้วพร้อมที่จะเข้ามาเร่งเราได้ตลอดเวลา ผมค่อนข้างกังวลเรื่องนี้
“ฮ่าๆ แปลกจริงๆ ดูเหมือนแกยังมีลมหายใจ แต่เป็นลมหายใจที่อ่อนสุดขีดในรูปแบบการเคลื่อนไหวของงูในเก้าทวาร” โพธิสัตว์ผีขมวดคิ้ว
ถังหว่านขยับเข้าใกล้ผม จับปลายนิ้วผมไว้แล้วเขียนข้อความลงบนฝ่ามือผม “อย่าพูด”
ผมเข้าใจทันที เฝ้าดูโพธิสัตว์ผีเงียบๆรอให้เขาแสดงความเห็นอันสูงส่ง
“คนแบบไหนที่มีเก้าทวาร คนทั่วไปมีเพียงเจ็ดทวาร...คนตายจึงจะมีเก้าทวาร”โพธิสัตว์ผีถามเองตอบเอง “ในเก้าทวารมีไอการเคลื่อนไหวของงู นี่แสดงถึงอะไร แสดงว่าวิญญาณแกไม่ได้จากไปไหนแต่นั่นเป็นวิญญาณแกจริงๆ หรือ วิญญาณไม่จากไป และไม่ได้ไปเกิดใหม่จะต้องคาอยู่ที่แม่น้ำแห่งการลืมเลือนแน่นอน การวิเคราะห์อย่างนี้ถูกต้องไหม ไม่ถูกหรือแกเป็นหมอผี เชี่ยวชาญเรื่องเหล่านี้ ต่อให้คาอยู่ที่นั่น ก็ต้องมีวิธีสลัดออกมาถ้าไม่ไปก็กลับ เลือกทางใดทางหนึ่ง ยกเว้น...ยกเว้นว่าเป็นวิญญาณของอีกคนหนึ่งเป็นวิญญาณที่ไม่สันทัดวิชาของหมอผี แต่หลงเข้ามาอาศัยร่างคนอื่น...”
โพธิสัตว์ผีเดี๋ยวผงกหัวเดี๋ยวสั่นหัวจ้องมองใบหน้าป้ากวนพลางพล่ามพูดพึมพำกับตัวเองหนึ่งนาที ฟังจากที่เขาพูดทำให้ผมคิดว่าเขาคงมีฐานะประเภทเดียวกับป้ากวนไม่ใช่หมอเทวดาแห่งมหาวิทยาลัยซานตง
“เสี่ยวถัง เธอเป็นหมอ ออกความเห็นหน่อย”โพธิสัตว์ผีเงยหน้าขึ้นมองถังหว่าน
ถังหว่านตอบเบาๆ ว่า “คนตายไม่สามารถไปไหนมาไหนตามอำเภอใจฉันคิดว่าร่างแกเคยถูกวิญญาณคนอื่นควบคุม วิญญาณนั้นแข็งแกร่งมากพอเข้ามาก็ทำให้วิญญาณเดิมตายไป”
ผมตกใจตามที่เธอพูดนั้นเท่ากับวิญญาณของซังชิงหงขับไล่วิญญาณป้ากวนออกไปแล้วยึดครองร่างนี้ไว้
“ฮ่าๆ เธอพูดมีเหตุผลแต่ถ้าดูจากตัวอย่างการค้นคว้าด้านการแพทย์ในร้อยปีที่ผ่านมายังไม่มีตัวอย่างใดที่สามารถโค่นข้อสรุปที่ว่าธรรมะย่อมชนะอธรรมวิญญาณต่อมาถึงจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่สามารถฆ่าวิญญาณเดิมได้ ต่อให้เป็นผีดูดเลือดของยุโรปหรือหมอผีวูดูของอเมริกาใต้ก็ไม่สามารถทำลายวิญญาณคนเป็นได้หมดแต่จะเป็นสองวิญญาณอยู่ร่วมกัน” โพธิสัตว์ผีพูด
ถังหว่านถอนหายใจ “ใช่ค่ะ สมภาร ยังอธิบายเรื่องนี้ไม่ได้ยกเว้น...”
ผมคิดไวกว่าโพธิสัตว์ผี พูดโพล่งออกมาว่า“ยกเว้นป้ากวนยินดีให้ซังชิงหงใช้ร่าง”
นี่เป็นสัมผัสที่หกอย่างสมบูรณ์เพราะผมไม่รู้เหตุผลของเรื่องนี้
ถังหว่านพยักหน้า “ถูกต้องยกเว้นวิญญาณเดิมยินดีมอบร่างให้ แล้วตายเอง”
โพธิสัตว์ผีหัวเราะ แต่ไม่พูดอะไร
ถังหว่านพูดอีก “ฉันจำได้ว่าเคยมีเหล่าผู้อาวุโสเขียนกลอนสี่วรรคไว้บนดาบหัวผีของเพชฌฆาตบนลานประหารเขียนว่า อันชีวิตย่อมสูงส่ง แต่คงสู้รักไม่ได้ เพื่อเสรีพลีชีพไป ย่อมยิ่งใหญ่ในแผ่นดินโลกนี้มักมีผู้ที่สูงส่งเหนือคนทั่วไป สามารถทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้จนมีชื่อเสียงเลื่องลือตลอดไปความรู้สึกนึกคิดและความศรัทธาของคนเหล่านี้เหนือกว่าสามัญชนมากเป็นบุคคลน่ายกย่องที่โดดเด่นเหนือคนทั้งปวง”
ที่บทกลอนนี้เป็นอมตะเพราะสามารถแสดงให้เห็นข้อสรุปที่เหนือขีดจำกัดแห่งชีวิต
แน่ละ หลังจากกลอนสี่วรรคนี้แล้วก็ไม่มีใครก้าวไปถึงระดับจิตใจและขอบเขตของผู้เขียนได้อย่างมากก็แค่ก่อนจะถูกบั่นศีรษะตะโกนว่า “อีกสิบแปดปีก็จะเป็นชายชาตรีอีกครั้ง”เท่านั้น
ที่ถังหว่านเอ่ยถึงกลอนบทนี้ที่จริงเป็นการยกป้ากวนให้เทียบเท่าผู้อาวุโสที่เขียนกลอนเป็นการยอมรับป้ากวนในระดับสูง
“ชีวิตย่อมล้ำค่ายังมีใครที่ยอมตายก่อนเวลา” โพธิสัตว์ผีถาม
ผมตอบแทนถังหว่าน “คุณธรรมในวงนักเลง ความศรัทธาของคนสองสิ่งนี้ทำให้คนทำถึงจุดนี้ได้”
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ...”โพธิสัตว์ผีหัวเราะติดๆ กันแปดครั้ง เพื่อแสดงว่าเขาไม่เห็นด้วยกับผม
ผมเชื่อว่ายังคงมีคุณธรรมในวงนักเลง
นี่เป็นสันดานอย่างหนึ่งของมนุษย์ตรงกับคำกล่าวที่ว่า สันดานคนเดิมบริสุทธิ์ ผมเชื่อมั่นว่าในใจลึกๆ ของคนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงนักเลงและคนในวงนักเลงที่แก่เฒ่าแล้วมีคุณธรรมชนิดนี้อยู่นี่คือหลักในการใช้ชีวิตของพวกเขา ยังเป็นหลักการสูงสุดในการทำงานด้วย คนที่มีหลักการย่อมเข้มแข็งกว่าคนไร้หลักการเสมอในวงนักเลงส่วนใหญ่เป็นวิญญูชนที่เที่ยงตรงยึดถือหลักการพวกต่ำช้าที่ไร้หลักการมีค่อนข้างน้อย
ป้ากวนเป็นหมอผี ยังเป็นคนในวงนักเลงด้วยผมจึงเชื่อว่าแกมีความคิดเช่นนี้ภายใต้สภาพการณ์ที่แน่นอนแกสามารถเดินไปสู่ความตายได้จบเส้นทางสุดท้ายของชีวิตอย่างสูงส่ง
ถังหว่านมองผม ท่าทางลังเล
“ผมเชื่อว่าป้ากวนเป็นคนดี” ผมอธิบาย
ถังหว่านพูดอย่างตื่นเต้น“แต่นั่นเป็นชีวิตที่ดีมากชีวิตหนึ่ง ฉันเป็นหมอ เห็นภาพคนที่ใกล้ตายในโรงพยาบาลมามากคนส่วนใหญ่ถ้ายังมีโอกาสรอดแม้แต่นิดเดียว จะอ้อนวอนหมอให้ช่วยอย่างทุกข์ร้อนทุกคนต่างกลัวตาย ทุกคนอยากมีชีวิตบนโลกต่อไป นี่เป็นจุดอ่อนที่มนุษย์ไม่อาจปิดบังได้”
“แต่นั่นคือคนทั่วไปที่เราคุยกันอยู่เป็นป้ากวนซึ่งเป็นยอดฝีมือในวงนักเลงนะ” ผมแย้ง
ถังหว่านสั่นหัว “ฉันอยากเห็นด้วยกับความเห็นคุณแต่นั่นขัดกับเหตุผลทั่วไปมาก เวลานี้เป็นยามที่บ้านเมืองสงบน้อยคนมากที่จะพลีชีพเพื่อความเที่ยงธรรม ทั้งเวลานี้ก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น”
ผมไม่สามารถพูดให้ถังหว่านยอมรับยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการจะให้โพธิสัตว์ผียอมรับ ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆพร้อมกับปิดปากเงียบ
ถังหว่านรู้สึกผิด แล้วพูดด้วยความกังวล“น่าแปลก...จริงๆ แต่ละเรื่องล้วนเหนือความคาดหมายเดิมป้ากวนเป็นแกนกลางของเรื่องทั้งหมด พอแกตาย พื้นฐานของเรื่องทั้งหมดก็ถูกโค่นลงไม่มีเหตุผลเลย...”
จู่ๆ โพธิสัตว์ผีก็อุทานด้วยความตกใจถอยหลังทันที ขยับออกห่างจากลิ้นชัก
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รีบขยับตัวตามสัญชาตญาณมาข้างๆขวางอยู่ข้างหน้าถังหว่าน
โพธิสัตว์ผีชูนิ้วขึ้น ปลายนิ้วสั่นระริกชี้ไปที่ลิ้นชัก
ถังหว่านถาม “สมภาร เห็นอะไรหรือคะ”
โพธิสัตว์ผีถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วจึงพูด“แกยังไม่ตาย”
คราวนี้แม้แต่ถังหว่านก็ตกใจจนร้องเสียงหลง“แกยังไม่ตาย ตอนนี้เหรอ แกยังไม่ตายงั้นหรือ”
คนที่ถูกแช่แข็งในลิ้นชักตู้เย็นไม่อาจมีชีวิตรอดได้ต่อให้เป็นวิชาเต่าจำศีลของจีนหรือวิชาโยคะของอินเดียก็ทำได้เพียงหยุดหายใจในสภาพแวดล้อมปกติแต่ไม่ใช่ในห้องเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์ถึงลบยี่สิบห้าองศาเซลเซียส
“เขาพูดถูกแล้ว” โพธิสัตว์ผีชี้ที่ผม“ฉันรู้สึกได้ว่าวิญญาณนั่นซ่อนอยู่ในร่างนี้”
เราทั้งสามต่างนิ่งเงียบพากันมองไปที่ป้ากวนซึ่งนอนอยู่ในลิ้นชัก
ใบหน้าป้ากวนสงบนิ่ง คอหอยลำคอและทรวงอกไม่มีร่องรอยการกระเพื่อมขึ้นลงร่างแกอยู่ในสภาพเสียชีวิตอย่างสมบูรณ์ ถ้าหากแกยังมีชีวิตก็ควรมีสัญญาณของชีวิตแสดงออกมาไม่ใช่แค่ความเห็นของโพธิสัตว์ผี