ภายในอนาคตนั้น ห่าวชวนผู้นี้จะต้องเป็นหนึ่งในกำลังรบหลักของหลินเทียนเป็นแน่ความสามารถที่ตัวของมันได้รับมาจากการฟื้นคืนจากที่โลกหลังความตายนั้นทำให้ตัวของมันมีทักษะที่สุดพิเศษใกล้เคียงกับหลินเทียน นั่นก็คือมันสามารถเรียกวิญญาณหรือปลุกฟื้นคืนชีพบุคคลที่ตายไปแล้วได้ไม่เกิน 2 คน และครอบเขตที่ตัวของมันสามารถเรียกมาได้นั้นพลังจะต้องไม่สูงล้ำยิ่งกว่ามัน นี่นับว่าเป็นทักษะขีดความสามารถที่อยู่เหนือกว่าสวรรค์จะเข้าใจการที่เรียกบุคคลที่ตกตายไปแล้วให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งนั้นมันเป็นอะไรที่อยู่เหนือจินตนาการมากจนเกินไป ทักษะที่มันได้รับมาจากที่โลกหลังความตายนั้นมันเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวกับของที่ตัวของหลินเทียนมีเท่านั้น“นายท่านข้าขอบคุณท่านจริงๆที่มอบทักษะที่สุดพิเศษเช่นนี้ให้กับข้า” ชายผิวสีซีดที่ดูเหมือนครึ่งผีครึ่งคนผู้นี้กล่าวออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ ถึงแม้ว่าพลังของมันในยามนี้จะลดลงไปมากหากเปรียบเทียบกับทักษะที่ตนเองได้มานั้นเพียงแค่นี้นั้นนับว่าเกินคุ้มเป็นอย่างมาก ทางด้านตัวของหลินเทียนเองถึงกับมึนงงเล็กน้อยเพราะตัวของเขาเพียงแค่ปลุกมันฟื้นคืนมาจากโลกหลังความตายเท่านั้น อาจจะเป็นไปได้ว่ามันอาจจะได้เศษเสี้ยวพลังส่วนหนึ่งของหลินเทียนไป“ทักษะที่เจ้าได้คือสิ่งใดกัน” หลินเทียนกล่าวถามต่อชายตรงหน้าไปตามตรง เพราะตนเองนั้นไม่ทราบจริงๆว่ามันผู้นี้นั้นแท้จริงแล้วได้รับทักษะใดไปกันแน่ มีเพียงแต่ต้องกล่าวถามเพื่อที่จะได้ทราบเท่านั้น“มันคือมหาเวท สุสานวิญญาณ ที่สามารถฟื้นคืนชีพผู้ที่ตกตายไปแล้วได้มากถึง 2 คน” ห่าวชวนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นเต้นอย่างถึงขีดสุด มันไม่คิดมาก่อนเลยว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าของมันผู้นี้จะเป็นตัวตนที่แหกกฏสวรรค์ได้มากมายถึงเพียงนี้“เพียงแค่ 2 คนเท่านั้นรึ” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นการที่มีบุคคลอื่นสามารถใช้ทักษะเช่นนี้ได้นอกจากตัวมันเองเพียงแค่นี้ก็เป็นเรื่องที่อยู่เหนือธรรมชาติมากแล้ว“แล้วนายท่านสามารถฟื้นคืนได้กี่คนอย่างงั้นเหรอ” มันกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอยากรู้อยากเห็น และมันเชื่อว่าจะต้องเป็นจำนวนที่มากกว่าของมันเป็นแน่“ข้าไม่ทราบ มันอยู่ที่ระดับพลังเวทของข้าว่าจะสามารถเรียกพวกมันออกมาได้กี่คนภายในอนาคต” เพราะหลินเทียนเองก็ไม่รู้ถึงขีดความสามารถของตนเช่นกันและการที่จะสร้างกองทัพผีดิบนั้นมันก็ไม่ได้อยู่ภายในหัวสมองของหลินเทียนเลยแม้แต่น้อยอึก อึก ห่าวชวนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอตัวเองไปอึกใหญ่ หากพลังเวทของนายท่านของมันผู้นี้เพียงพอนี่มันมิใช่เท่ากับสร้างออกมาได้เป็นกองทัพอย่างงั้นเหรอ ยิ่งหลินเทียนมีความแข็งแกร่งขึ้นบุคคลที่ฟื้นคืนขึ้นมาก็ยิ่งที่จะมีแต่แข็งแกร่งและทรงพลังเท่านั้น“เจ้าเข้าไปอยู่ที่ภายในโลกแห่งจิตของข้าก่อน หากมีผู้คนเห็นเจ้าออกมาจากหอคอยสวรรค์แห่งนี้ด้วยนั้นมันคงที่จะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก” หลินเทียนออกคำสั่งต่อชายตรงหน้า เพราะตัวเขาในเวลานี้ตั้งใจที่จะออกหอคอยสวรรค์แห่งนี้แล้ว“ขอรับนายท่าน” ผู้ที่เป็นทาสวิญญาณนั้นจะสามารถเข้าไปอยู่ภายในโลกแห่งจิตได้เหมือนดั่งเช่นอสูรพันธสัญญา และในที่สุดตัวของห่าวชวนผู้นี้ก็ได้พบเจอกับอสูรพันธสัญญาของหลินเทียนเป็นครั้งแรกภายในสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นลานกว้างและมีน้ำตกขนาดยักษ์พร้อมทั้งมีรูปปั้นสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัวสถานที่แห่งนี้นั้นมันเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริงที่อยู่บนโลกใบนี้แต่มันห่างไกลเป็นอย่างมากจากสถานที่ที่ตัวของหลินเทียนอยู่และเจ้าห่าวชวนผู้นี้ก็เคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้แล้วราวเมื่อ 1 แสนกว่าปีที่แล้ว
“บัดซบนี่ข้ามาอยู่สถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร อย่าบอกนะว่าสัตว์อสูรของนายท่านจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 9” สถานที่แห่งนี้นั้นเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สุดแสนจะอันตรายและถึงจะเป็นอย่างงั้นมันก็เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลกมนุษย์น้อยคนนักที่จะกล้ามาเยือนยังสถานที่แห่งนี้มันคือป่าราชันอสูร สัตว์อสูรที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมันไม่ต่างอะไรไปจากสัตว์เทพเลย และมีเพียงแค่ 10 ตนเท่านั้น พวกมันทุกตัวตนล้วนแล้วแต่มีความแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างยิ่งมีมนุษย์เพียงไม่กี่คนบนโลกเท่านั้นที่จะสามารถมาเป็นนายเหนือของพวกมันได้ ในด้านของสติปัญญาที่พวกมันมีนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่ามนุษย์เลยและยิ่งระดับพลังของพวกมันนั้นแทบที่จะอยู่ระดับจุดสูงสุดของมวลมนุษย์ไปแล้ว“อะไรกันเจ้าเป็นทาสวิญญาณของนายท่านอย่างงั้นรึ” น้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่สบอารมณ์นักดังออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า จิตวิญญาณของห่าวชวนในยามนี้นั้นถึงกับเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง“นี่มันอะไรกัน ราชันอสูรรัติกาล” เมื่อ 1 แสนปีที่แล้วตัวของมันเองก็เคยพบเห็นเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ด้วยตนเองรูปร่างของมันนั้นไม่ต่างอะไรไปจากมนุษย์เลย มันถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรที่มีความโหดเหี้ยมและน่าสะพรึงกลัวที่สุด แต่เมื่อจ้องมองมันดีๆแล้วภาพลักษณ์ของมันในยามนี้นั้นแตกต่างไปจากเมื่อครั้งเมื่อ 1 แสนปีก่อนเป็นอย่างมากตัวของมันในยามนี้นั้นเล็กจิ๋วไม่ต่างอะไรไปจากภูติตัวน้อยเลย แต่พลังจิตคุกครามของมันนั้นยังคงสามารถสร้างความเย็นยะเยือกได้เช่นดังเดิม“เจ้าเป็นอสูรพันธสัญญาของนายท่านอย่างงั้นเหรอ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน” มันกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ มันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของหลินเทียนผู้นี้นั้นจะแอบซ่อนความยิ่งใหญ่ไว้มากมายถึงเพียงนี้“เห้อ..ข้าเองก็ไม่อยากเชื่อตัวเองเช่นกัน” ถึงมันจะพูดไปอย่างงั้นแต่ความรู้สึกเบื้องลึกเบื้องหลังตัวตนของเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ก็แอบรู้สึกพึงพอใจอยู่มิใช่น้อยการที่ตัวของมันเองได้เป็นข้ารับใช้ของหลินเทียนเพราะเรื่องราวที่โลกภายนอกนั้นตัวของมันสามารถรับรู้ได้หมดจากภายในสถานที่แห่งนี้