บทที่21สองทางเลือก
บุรุษชรากล่าวคำถามกับฟู่หวิน แต่แววตาอันลึกล้ำของท่านกลับพินิจมองอวิ๋นเซ่ออย่างถี่ถ้วนปากก็กล่าววาจาพึมพำออกมาอย่างแ่เบา
“มิเลว มิเลว”
ฟู่หวินรู้สึกเสียหน้าที่ถูกบุรุษชราที่มิต่างจากชายเร่ร่อนผู้หนึ่งขัดขวางเช่นนั้นมันจึงถลึงตาใส่ พร้อมปลดปล่อยจิตสังหารอย่างไม่ลดละ
“ปล่อยมืออันโสโครกจากแขนของข้า!”
ทว่าจิตสังหารที่มันแผ่พุ่งไปนี้กลับมิสามารถสร้างความสะทกสะท้านกับบุรุษชราได้เลยแม้แต่น้อยเป็บุรุษชราที่เพียงเหลือบหางตามามองที่มัน ดวงตาของมันก็พลันปวดแปลบขึ้น สมองคนลั่นอึงอนแทบล้มทั้งยืนั์ตาของบุรุษชราที่สาดประกายมาดูเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงอาทิตย์อันอัสดง ทั้งยังร้อนแรงแลแผดเผาเป็อย่างยิ่ง
ฟู่หวินมิรู้ว่ามันกำลังตอแยกับบุคคลเช่นไรแต่ที่เมืองหลวงแห่งนี้นับว่าเป็สถานที่ที่มีพยัคฆ์ซ่อน ัชุมดั่งคำล่ำลือจริงๆมันซึ่งนับว่าเป็คนฉลาดจึงต้องคิดล่าถอยเพื่อรักษาหน้าของตนเอง เช่นนั้นพลังลมปราณที่เร่งเร้าคิดลงมือใส่อวิ๋นเซ่อจึงหยุดยั้งเมื่อมันหยุด บุรุษชราก็คลายมือจากการคร่ากุม แล้วหันไปกล่าวกับอวิ๋นเซ่อด้วยท่าทางสนอกสนใจ
“เ้าหนุ่ม เ้ามาจากที่ใด ดูท่ามิใช่คนที่นี่”
อวิ๋นเซ่อมิทราบว่าบุรุษชราเป็ใคร แต่เมื่อท่านช่วยให้ตนรอดจากเงื้อมมือของฟู่หวินได้เช่นนั้นมันจึงรีบขยับไปยืนที่ด้านข้างของบุรุษชราอย่างรวดเร็ว ก่อนกล่าว
“ข้ามาจากเขตเหนือบูรพา”
“โฮ่ เ้าถ่อมาไกลถึงเพียงนี้เพื่อจุดประสงค์ใดคงมิใช่มาเที่ยวหรอกนะ”
อวิ๋นเซ่อเหลือบมองฟู่หวินแวบหนึ่งด้วยความยียวนกวนโทสะแล้วทำท่ากระซิบกระซาบบุรุษชรา แต่น้ำเสียงของมันกลับดังสนั่นจนทุกผู้ที่อยู่ในที่แห่งนี้ได้ยินทั้งหมด
“กล่าวตามตรง ข้าก็มาเพื่อสอบคัดเลือกมือปราบดั่งเช่นคนอื่นๆ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่หวินก็ยิ่งบังเกิดความเดือดดาลที่แท้บุรุษหนุ่มน่าตายผู้นี้ก็มาเพื่อสอบคัดเลือกเป็มือปราบ กอปรกับยังทำทีหลอกด่าแลเหยียดหยามตนมาั้แ่ต้นและตอนนี้มันก็คงคิดหัวเราะเยาะตนภายในใจเป็แน่ ทว่าฟู่หวินกลับมิอาจจะบันดาลโทสะออกมาได้เพราะข้างกายมันยังมีบุรุษชรามิทราบที่มาผู้นี้ แต่แล้วมันก็คิดถึงเื่ราวประการหนึ่งได้เช่นนั้นมันจึงแสยะยิ้มชั่วร้ายให้กับอวิ๋นเซ่อ ก่อนก้าวเดินจากไปอย่างไม่หันหลังกลับ
รอยยิ้มนี้เย็นเยียบไปจนถึงกระดูก อวิ๋นเซ่อได้เห็นยังเย็นวาบไปทั่วร่างกายมิรู้ภายใต้รอยยิ้มนั่นมีสิ่งใดที่แอบแฝงไว้หรือไม่ แต่ดูท่ารอยยิ้มนี้คงจะแฝงไปด้วยเื่ร้ายมากกว่าดี
“สอบมือปราบเรอะ" ขณะที่อวิ๋นเซ่อกำลังครุ่นคิดบุรุษชราก็กล่าวย้ำขึ้น ก่อนหยุดเล็กน้อย คนพินิจมองอวิ๋นเซ่อั้แ่เท้าจรดหัวอย่างถี่ถ้วนอีกรอบ“หน่วยก้านนับว่าใช้ได้" บุรุษชราเว้นวรรคคำกล่าว พร้อมจ้องไปที่ั์ตาของอวิ๋นเซ่อเขม็ง
“แต่เ้าไม่เหมาะที่จะเป็มือปราบ"
อวิ๋นเซ่อขมวดคิ้ว “เพราะเหตุใด?”
“เพราะเ้ามีแววตาที่โกรธแค้นชิงชังมากเกินไป"
กล่าวจบบุรุษชราคล้ายคนจรจัดก็ก้าวเดินจากไปอวิ๋นเซ่อรู้สึกค้างคาใจในคำกล่าวของบุรุษชรานัก มันอยากได้คำที่กระจ่างแจ้งมากกว่าประโยคเ่าั้มันจึงตัดสินใจก้าวเดินไล่ตามหลังบุรุษชราอย่างรวดเร็ว
“ผู้าุโ ได้โปรดช้าก่อน"
อวิ๋นเซ่อก้าวเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมติดตามบุรุษชราแต่มิว่ามันจะสาวเท้าเดินอย่างรวดเร็วเพียงไหนก็มิอาจติดตามเงาร่างที่เห็นเพียงด้านหลังของบุรุษชราได้อวิ๋นเซ่อบังเกิดความไม่ยินยอมขึ้นในจิตใจ มันจึงทะยานวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วจนร่างแทบลอยจากพื้นเท้าััพื้นเพียงผิวเผินก็ส่งให้กายของมันทะยานออกไปไกลหลายวา แต่ไม่ว่าชายหนุ่มจะทุ่มกำลังวิ่งสุดแรงเกิดมันก็ยังมิอาจติดตามบุรุษชราที่เพียงเดินอย่างเชื่องช้าตรงหน้าได้ทัน!
อวิ๋นเซ่อรับรู้แล้วว่าเื่นี้ต้องมิได้ธรรมดาสามัญทั้งจากที่มันได้ัักับบุรุษชราเพียงชั่วครู่ มันก็คาดเดาว่าบุรุษชราผู้นั้นต้องมิธรรมดาเช่นกันและด้วยนิสัยของชายหนุ่มที่ไม่ยินยอมพ่ายแพ้ต่อสิ่งใดเอาง่ายๆ ทำให้มันยิ่งรู้สึกว่าต้องติดตามบุรุษชราผู้นี้อย่างไม่ลดละทั้งมันจะไม่ยอมหยุดหากยังไม่บรรลุเป้าหมาย
“ผู้าุโ โปรดรอข้าก่อน”
บุรุษชราเร่ร่อนที่ก้าวเดินอย่างไม่ช้าไม่เร็วยกยิ้มขึ้นการคาดเดาจิตใจคนนับว่าง่ายดายยิ่งสำหรับมัน แต่สำหรับความพยายามของคนเป็สิ่งที่ยากคาดเดานักเมื่อไม่รู้ เช่นนั้นมันจึงจำเป็ต้องทำการทดสอบ บุรุษหนุ่มน่าสนใจผู้นี้ดูสิว่ามันจะดื้อด้านแลมีความพยายามถึงเพียงไหน
อวิ๋นเซ่อวิ่งมาเนิ่นนานความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจึงเริ่มถาโถมความคิดของมันยากคาดเดา ทำให้ยากหาสาเหตุว่าทำไมมันจึงต้องวิ่งตามบุรุษชราผู้นั้น ที่มันวิ่งตามใช่เป็เพราะค้างคาใจในคำถามหรือเป็เพราะความรู้สึกไม่สบายใจต่อรอยยิ้มอันเย็นเยือกของฟู่หวินก่อนหน้ากันแน่ หากเป็อย่างหลังก็ดูออกจะสมเหตุสมผลที่มันยอมเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง
และก็เป็อย่างที่ว่าจริงๆ ด้วยอวิ๋นเซ่อระแวงในความไม่ปลอดภัยของตนและโชคดีที่มีบุรุษชราผู้นี้ปรากฏขึ้น ทั้งยังพอที่จะพึ่งพาได้ จึงทำให้มันคิดอาศัยร่มเงาของบุรุษชราจนกว่าจะถึงการสอบคัดเลือกมือปราบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทำให้มันจึงยังไม่ยินยอมที่จะละเลิกความตั้งใจนี้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือมันมิอาจละเลิกความตั้งใจเพราะตอนนี้มันยังมิเห็นใครที่เหมาะจะคุ้มครองตนได้เท่าบุรุษชราผู้นี้อีกแล้ว
“ผู้าุโโปรดหยุดก่อน ท่าน้าดื่มสุราอาหารหรือไม่ให้ข้าได้เลี้ยงขอบคุณท่านที่เคยช่วยข้า หรือท่าน้าเงินเพื่อใช้จ่ายข้าสามารถแบ่งให้ท่านเพื่อเป็การขอบคุณก็ได้"
ด้วยเห็นว่าบุรุษชราคล้ายคนเร่ร่อนผู้นี้น่าจะกินอยู่อย่างลำบากเช่นนั้นอวิ๋นเซ่อจึงพยายามใช้ผลประโยชน์เข้ามาล่อ และดูเหมือนจะได้ผล บุรุษชราคล้ายคนเร่ร่อนชะงักฝีเท้าไปชั่วครู่คล้ายลังเลตัดสินใจสุดท้ายท่านก็ตัดสินใจที่จะเดินต่อไป อวิ๋นเซ่อเห็นว่ามิได้ผล คนยิ่งบังเกิดความไม่ยอมแพ้อย่างดื้อด้านชายหนุ่มครุ่นคิดขึ้นในหัวสมอง
“ดี มาดูกันว่าระหว่างท่านกับข้าใครจะอึดกว่ากัน"
อวิ๋นเซ่อกัดฟันพุ่งทะยานออกไปอย่างสุดกำลังแม้ขาจะเหนื่อยล้าอย่างเต็มที มันก็จะถือเอาสิ่งนี้เป็การฝึกความอดทนของร่างกายไปในตัววิ่งมาได้ครึ่งค่อนวันหนทางเบื้องหน้าอยู่ๆ ก็คล้ายสูงชันขึ้น ทั้งที่เห็นๆ อยู่ว่ามันเป็เพียงทางเดินที่ราบเรียบทอดยาวไปไกลอวิ๋นเซ่อรู้สึกว่าตนกำลังวิ่งไต่ขึ้นเนินเขาที่สูงชัน ร่างกายคนจึงมีความหนักอึ้งเสมือนจะร่วงหล่นล้มกลิ้งกลับหลังตลอดเวลา
อวิ๋นเซ่อก้าวขาขวาออกไปเบื้องหน้าอย่างยากลำบากพอขาขวาเหยียบย่างลงได้ ขาซ้ายที่ขยับออกอย่างต่อเนื่องก็ยากที่จะก้าวออกไปยังข้างหน้าเช่นเดียวกันตอนนี้หนทางนอกจากจะคล้ายสูงชันแล้ว บนหลังของมันก็เหมือนมีขุนเขาขนาดใหญ่ทั้งลูกมากดทับก็ปาน
ตึง!
เข่าซ้ายของชายหนุ่มล้มตึงกระแทกพื้นลงก่อนคนคิดคว้ากระบองเหล็กดำที่ห่อคลุมผ้าปิดอย่างมิดชิดอย่างดีที่ด้านหลังออกมาช่วยพยุงค้ำแต่พอได้คิดถึงคำเตือนของใครหลายๆ คน มันก็มิกล้าที่จะนำมาใช้ เพราะกลัวพลังธรรมชาติจะเปิดเผยและนำพาอันตรายมาสู่ตน เช่นเดียวกับพลังญาณอันน้อยนิดที่พอมีอยู่ในกายที่มันได้รวบรวมฝึกปรือมาตลอดหลายวันมานี้ก็ยังมิกล้าเสี่ยงที่จะใช้ออกเพื่อตรวจดูลับลมคมั์ของเหตุการณ์ที่มันประสบพบตรงหน้า
แน่น่อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้น อวิ๋นเซ่อย่อมมองออกว่ามิใช่ความเหนือปาฏิหาริย์จากพลังธรรมชาติแต่ชายหนุ่มเองก็บอกไม่ถูกว่าคือสิ่งใด ใช่เกิดจากพลังลมปราณที่ลึกล้ำหรือไม่ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่มันมั่นใจแล้วมันมั่นใจแล้วว่าทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นเพราะบุรุษชราเร่ร่อนที่มิเคยเดินทิ้งระยะห่างจากมันไม่ว่าจะเป็ตอนวิ่งหรือตอนเดินแม้เพียงนิดผู้นั้น
ตึง!
เข่าซ้ายขวาของอวิ๋นเซ่อกระแทกพื้นลงอย่างพร้อมเพรียงแต่ถึงแม้เข่าจะคุกอยู่ที่พื้นมิอาจลุกขึ้น มันก็ยังฝืนตะเกียกตะกายไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อความลำบากนี้หากเทียบกับตอนที่มันฝืนร่างกายแบกท่อนไม้ขนาดใหญ่วิ่งขึ้นลงบันใดหลายร้อยขั้นนั่นนับเป็การกระทำที่ดูอ่อนด้อยลงไปเลย การฝึกหนักทางร่างกายของมันแต่ละครั้งที่ผ่านมาเมื่อนำมามัดรวมก็มิอาจเทียบเท่าสิ่งที่มันกำลังประสบครานี้ได้
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งวันสลัวและหนึ่งคืนมืดมิดตอนนี้มิใช่เพียงความลาดชัน หรือหนักอึ้งเท่านั้น อยู่ดีๆ ลมพายุลูกใหญ่ก็พัดมาอย่างรุนแรงแลซัดให้อวิ๋นเซ่อต้องปลิวกระเด็นกลับหลังลมพายุก็ส่วนหนึ่ง ยังมีเศษไม้ เศษหิน และใบหญ้าที่ถูกกวาดม้วนมากับพายุซัดกระหน่ำเข้าใส่อวิ๋นเซ่อราวกับอาวุธลับคราแรกอวิ๋นเซ่อคาดเดาว่าอาจเป็ภาพลวงตา แต่เมื่อมีหินก้อนหนึ่งพุ่งผ่านไหล่ซ้ายมันไปความเ็ปก็แล่นแปลบไปทั่วร่าง โลหิตพลันสาดกระเซ็นชะโลมอาบไล้ทั่วผืนปฐี อวิ๋นเซ่อต้องเบิกตาโพลงร่างกายก็หนักอึ้งยากลุกขึ้นมาได้ พายุก็โหมกระหน่ำซัดสาดยากต้านทาน ทั้งยังมีอาวุธลับตามธรรมชาติพุ่งมาเป็จำนวนมากหากจะเดินหน้าต่อมีหวังต้องตกตายเพราะสิ่งพิสดารชุดนี้แน่ แต่หากจะถอยกลับหลังมันคงมิอาจพานพบบุรุษชราผู้นี้อีกและที่รอมันอยู่ก็คงเป็บุรุษผู้มีรอยยิ้มยากคาดเดาผู้นั้น ไม่ว่าจะเลือกหนทางข้างหน้าหรือเลือกที่จะถอยหลังก็ดูจะไม่ประเสริฐทั้งสองทาง แต่คนเรามีชะตาที่ต้องเลือก ดังนั้นอวิ๋นเซ่อจึงจำเป็ต้องเลือกและชายหนุ่มตัดสินใจเลือกที่จะหันกลับหลัง! ส่งให้บุรุษชราต้องส่ายหน้าอย่างผิดหวังพร้อมทอดถอนใจออกมาคราหนึ่ง แล้วคนก็ก้าวเดินไปจากชีวิตของอวิ๋นเซ่อตลอดกาล…..
แต่ทว่าขาของชายชราพึ่งก้าวออกเพียงครึ่งคนเป็ต้องหยุดชะงักพร้อมหรี่ตาลงจนเล็กหยี แล้วเอียงศีรษะกลับมามองที่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว
จริงอยู่ที่อวิ๋นเซ่อเลือกที่จะหันหลังกลับทว่ามันกลับวิ่งถอยหลังเข้าหาบุรุษชราที่คล้ายคนเร่ร่อนอย่างเหนือความคาดหมาย และใครจะคาดคิดว่าการวิ่งถอยหลังนี้พลังอันแปลกพิสดารต่างๆกลับไม่บังเกิดผลแม้เพียงนิด อวิ๋นเซ่อกลับตัดสินใจเลือกกระทำในสิ่งที่ผิดแผกจนบังเกิดเป็วิธีแก้ราวกับปาฏิหาริย์
บุรุษชรานิ่งอึ้งเพราะตลอดมามันไม่เคยเห็นผู้ใดที่จะกระทำเช่นนี้มาก่อนคนอื่นๆ หากไม่เดินหน้า ก็เลือกที่จะเดินกลับ แต่บุรุษหนุ่มผู้นี้มันกลับเดินถอยหลังไปข้างหน้า!
“เ้าหนุ่มนี่….. น่าสนใจจริงๆ"
อวิ๋นเซ่อล้มคะมำแทบเท้าของบุรุษชรา ก่อนชายหนุ่มจะเอื้อมมือมาคว้าจับที่ข้อเท้าของท่านแม้มันจะฝ่าอุปสรรคอันพิสดารจนบรรลุถึงร่างของบุรุษชราโดยมิได้รับความาเ็ แต่ทว่าทั่วร่างของมันกลับอ่อนเปลี๊ยะเพลียแรงเป็อย่างยิ่งแทบจะลุกขึ้นเดินหรือขยับกายมิไหวเต็มกลืน บางทีการเอื้อมมือคว้าจับข้อเท้าของบุรุษชราเอาไว้อาจเป็พลังเฮือกสุดท้ายของมันแล้วอวิ๋นเซ่อกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเหนื่อยหอบ
“ข้าตามท่านจนทันแล้ว ท่านจะให้ข้าเลี้ยงสุราอาหารเพื่อเป็การขอบคุณได้แล้วหรือยัง"
บุรุษชรากลับหัวเราะลั่นอย่างพึงพอใจ ก่อนกล่าวตอบ
“ย่อมได้"
ได้ยินคำตอบเช่นนั้นชายหนุ่มก็สลบเหมือดลงไปพร้อมกับความยินดีในทันที