ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 67 ราชาที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น

            เนื่องจากระยะห่างระหว่างผู้ฝึกยุทธ์แต่ละกลุ่มค่อนข้างไกลเย่เทียนจึงไม่สามารถเห็นพรสวรรค์ของนักรบผู้เชี่ยวชาญทุกคนได้

            อย่างไรก็ตามพรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนในตอนนี้ครอบคลุมถึง 200เมตร และภายในรัศมี 200 เมตรนี้ก็เต็มไปด้วยนักรบผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก

            “ตรวจสอบ!”

            พริบตาเดียว ภาพจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นบนจอประสาทตาของเย่เทียนแต่ละภาพคือข้อมูลพรสวรรค์ของนักรบผู้เชี่ยวชาญเย่เทียนสามารถตรวจสอบพรสวรรค์ของนักรบได้ 100 คนในครั้งเดียวนี่เป็นความสามารถที่เกิดขึ้นหลังจากพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาพัฒนาขึ้นดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบทีละคนอีกต่อไป

            “พรสวรรค์ด้านกลิ่นระดับสูง พรสวรรค์นี้ไม่เลวเลย มันเหมาะสำหรับการสะกดรอยแต่ตอนนี้มันไม่มีประโยชน์กับเรามากนัก!”

            “พรสวรรค์เปลี่ยนรูปร่างระดับเริ่มต้น ก็ไม่เลว! ถ้ามีพรสวรรค์นี้เราจะสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวเองได้ แม้แต่สิ่งนั้นก็สามารถทำให้ใหญ่ขึ้นและเล็กลงได้ใช่ไหม?มันเป็นพรสวรรค์ของชายชาตรีอย่างแท้จริงแต่น่าเสียดายที่ตอนนี้มันไร้ประโยชน์สำหรับเรา!”

            พรสวรรค์ของนักรบผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากกะพริบผ่านสายตาของเย่เทียนแต่เย่เทียนก็ยังไม่เจอพรสวรรค์ที่ถูกใจ

            เขาตรวจสอบและได้พบพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดหากเขาคัดลอกพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดได้บางทีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดของเขาอาจจะกลายเป็นพรสวรรค์ระดับหลุดพ้น

            เพียงแต่ว่า…

            ตอนนี้เขาสามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้เพียงพรสวรรค์เดียว หากในอนาคตพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาสามารถพัฒนาได้อีกบางทีเขาอาจสามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้หลายๆ พรสวรรค์ในครั้งเดียวแต่ตอนนี้มันยังเป็นไปไม่ได้

            “เราเสียเวลาไปมากแล้วกับการตามหาพรสวรรค์ที่ถูกใจครั้งนี้เราต้องหาพรสวรรค์ที่น่าสนใจให้ได้!”

            เย่เทียนคิดกับตัวเอง

            ทันใดนั้น

            บนภูเขาที่อยู่ไม่ไกลมีเกิดความวุ่นวายขึ้น

            “ชายคนนั้นคือ…”

            เย่เทียนมองไปเห็นชายหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย

            “เขาคือหยุนเฟิง!”

            เยว่หลิงกล่าวแนะนํา

            “ที่แท้เขาก็คือหยุนเฟิงนี่เอง!”

            เย่เทียนเข้าใจได้ทันที

            เขาอ่านข้อมูลของเหล่าอัจฉริยะแล้วหยุนเฟิงเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในการต่อสู้

            อีกฝ่ายมีพรสวรรค์คมดาบวายุระดับสูงสุดและพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับเริ่มตันนี่เป็นพรสวรรค์พิเศษถึง 2 อย่างที่คนส่วนใหญ่รับรู้ส่วนจะมีพรสวรรค์อื่นหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบแน่ชัดแต่คาดว่าเขาไม่น่าจะมีพรสวรรค์พิเศษอื่นแล้ว

            ในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งด้านการต่อสู้หยุนเฟิงจึงได้รับความสนใจจากผู้คนมากมายไม่แน่ว่าอาจมีคนที่ต้องการรู้ความลับของเขาความเป็นไปได้ที่เขาต้องการปกปิดพรสวรรค์อื่นไว้นั้นมีไม่มากนักอีกทั้งการที่คนคนหนึ่งมีพรสวรรค์พิเศษถึงสองอย่างก็ท้าทายสวรรค์แล้ว เว้นเสียแต่ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ในการคัดลอกเหมือนเย่เทียนไม่อย่างนั้นเขาไม่น่าจะมีพรสวรรค์มากไปกว่านี้

            “พรสวรรค์คมดาบวายุเป็นพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ มันเพิ่มพลังโจมตีได้ถึง 20เท่าและยังเป็นการโจมตีระยะไกลแต่มันก็ไม่สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ของเราได้!”

            เย่เทียนถอนหายใจ

            ความแข็งแกร่งทางกายภาพที่แท้จริงของเย่เทียนตอนนี้อยู่ที่ 250,000จิน และยังมีพรสวรรค์ด้านพละกําลังที่ช่วยเพิ่มพลัง 10 เท่า บวกกับทักษะดาบระดับทองแดงขั้นสมบูรณ์แบบ ทักษะดาบวายุครามที่ช่วยเพิ่มพลังอีก 6 เท่าทั้งสองทักษะนี้สามารถเพิ่มพลังให้เขาได้ 60 เท่า

            พรสวรรค์ด้านพละกําลังและทักษะดาบสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้เนื่องจากทักษะดาบไม่นับว่าเป็นพรสวรรค์ มันเป็นเทคนิคการโจมตีที่ฝึกฝนโดยทักษะดาบพรสวรรค์ด้านพละกําลังจึงจะสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับทักษะดาบได้ทั้งสองอย่างจึงสามารถเกิดผลซ้อนทับกันได้

            แต่พรสวรรค์คมดาบวายุมันต่างกัน!

            พรสวรรค์คมดาบวายุไม่สามารถซ้อนทับกับพรสวรรค์ด้านพละกําลังได้ ทั้งสองเป็นพรสวรรค์ประเภทโจมตีหากสามารถซ้อนทับกันได้ เช่นนั้นก็มิใช่เรื่องเหลวไหลหรอกหรือ?

            หากสามารถซ้อนทับกันได้ จริงๆ เย่เทียนคงจะคัดลอกพรสวรรค์ในการโจมตีอื่นๆไปนานแล้ว การที่ผลของมันซ้อนทับกันได้เย่เทียนจะสามารถโจมตีได้อย่างไม่ต้องหยุดยั้ง แม้แต่เทพและมารก็ยังสามารถฆ่าได้

            แต่นั่นมันจะเกินสามัญสำนึกเกินไปหน่อย!

            “ความแข็งแกร่งด้านร่างกายของเราตอนนี้อยู่แค่ 250,000 จิน เท่านั้น หลังจากใช้พลังปราณ มันก็เพิ่มขึ้นได้ถึง 500,000 จิน แม้ว่าเราจะคัดลอกพรสวรรค์คมดาบวายุ แต่พลังโจมตีของเราก็จะกลายเป็น 10ล้านจิน ซึ่งเทียบเท่ากับ 10 ช้างแต่มันไม่ได้ช่วยเรามากนัก อย่างมากก็ช่วยชดเชยจุดอ่อนในการโจมตีระยะไกลของเรา!”

            เย่เทียนครุ่นคิดกับตัวเอง

            ดังนั้นเขาจึงไม่อยากคัดลอกพรสวรรค์คมดาบวายุระดับสูงสุดอย่างน้อยเขาก็จะไม่คัดลอกมันตอนนี้

            ขณะที่เย่เทียนกําลังครุ่นคิด อยู่ๆ ความว่างเปล่าก็ปั่นป่วนไม่หยุด

            “รอยแยกมิติกําลังจะเปิดออกแล้ว!” เยว่หลิงพูดเสียงเบา

            จากนั้นเธอก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า

            แคร่ก แคร่ก!!!!

            ท้องฟ้าราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เสียงระเบิดดังกึกก้องฟังแล้วน่าขนลุกขนพอง

            ตูม!!!!

            พร้อมกับเสียงดังสนั่น พลังปราณจำนวนมากพุ่งออกมาจากสถานที่อันไม่อาจอธิบายได้และจุดสีดำเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่สูงขึ้นไป 100 เมตรในขณะเดียวกันจุดสีดำเล็กๆ นั้นก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนเกิดเป็นรอยแยก

            จากนั้นรอยแยกก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมีความยาวราว 1 เมตร

            และเปิดค้างไว้อย่างนั้นไม่ได้ขยายตัวออกไปอีก

            รอยแยกมิติยาวเพียง 1 เมตร กว้างไม่ถึงสิบเซนติเมตรรอยแยกมิติแบบนี้คนจะเข้าไปได้อย่างไร? ผู้ใดที่กล้าเข้าไปเกรงว่าร่างกายของเขาจะถูกฉีกเป็นชิ้นทันที แม้แต่ปรมาจารย์ขั้นปลายก็ต้องตาย

            เย่เทียนสงสัยว่าจะทำอย่างไรต่อไป นักรบชั้นยอดหลายคนเองก็สงสัยเช่นกัน

            ทันใดนั้น

            ปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงจากตระกูลใหญ่ๆ พลันโค้งคํานับและกล่าว

            “เรียนเชิญราชาหยุนเหอลงมือ!”

            “ตกลง!”

            เสียงหนึ่งกระจายออกมาราวกับเสียงที่ทอดดังผ่านสวรรค์และปฐพี

            วินาทีถัดมา ทุกคนต่างก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจเพราะท่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่ามีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวออกมาคนผู้นี้ดูแล้วยังเยาว์วัยอยู่มาก อายุของเขาดูประมาณ 30 กว่าปีเท่านั้น

            แต่เย่เทียนรู้ดีว่าคนผู้นี้ไม่ได้มีอายุเพียงแค่ 30 กว่าปี เพราะจอมยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขึ้นไปมีอายุขัยสูงกว่าคนทั่วไปมาก

            ยกตัวอย่างเช่นปรมาจารย์ทั่วไปสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 200 ปี แล้วจอมยุทธ์ที่มีระดับสูงกว่านั้นจะมีอายุขัยยาวนานขนาดไหน?

            เย่เทียนไม่รู้แต่จอมยุทธ์แบบนั้นต้องสามารถอยู่ได้นานกว่าสองร้อยปีแน่นอน

            จอมยุทธ์ระดับสูงล้วนไม่อาจตัดสินอายุขัยจากรูปลักษณ์ภายนอกได้

            “บินอยู่กลางอากาศ เขาคือยอดฝีมือระดับราชา!”

            เยว่หลิงกล่าวด้วยความอิจฉา

            “ระดับราชา?”

            เย่เทียนถามเสียงต่ำ “มันเป็นระดับต่อไปของระดับปรมาจารย์เหรอ?”

            เยว่หลิงพยักหน้า “ถูกต้อง ระดับราชาคือระดับถัดไปของปรมาจารย์ระดับราชาไม่เพียงแต่สามารถบินได้เท่านั้น แต่จะมีอายุขัยสูงถึง 500 ปี เพียงแต่ว่าแม้แต่พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดยังมีโอกาสไปถึงขั้นนั้นไม่ถึง 10% และโอกาสที่ผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นจะกลายเป็นระดับราชาก็ไม่ใช่100% แต่มีโอกาสเพียง 80% เท่านั้นว่ากันว่าการจะเป็นระดับราชาได้นั้นต้องบรรลุเงื่อนไขบางอย่างจึงจะทะลวงเข้าถึงขอบเขตนั้นได้”

            “เช่นนั้นคนผู้นี้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น?”

            เย่เทียนพยายามถาม

            “ดูเหมือนว่าจะใช่ แต่ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก!” เยว่หลิงส่ายหัว

            “พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น! พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น!”

            เย่เทียนคิดประโยคนี้อยู่ในใจ

            ในวินาทีต่อมาดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น

            เขาต้องการที่จะเห็นพรสวรรค์ของระดับราชาถ้าเขาแน่ใจว่าชายคนนี้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นเขาจะต้องคัดลอกมันมาให้ได้

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นนั้นหาได้ยากยิ่งเขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบกับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นอีกหากพลาดโอกาสนี้ไปคงน่าเสียดายแย่เย่เทียนประเมินว่าตอนนี้ระยะห่างระหว่างเขากับยอดฝีมือระดับราชาน่าจะห่างกันประมาณ200 เมตร

            ดังนั้นเย่เทียนจึงเดินไปอีกด้านและค่อยๆ เข้าใกล้ยอดฝีมือระดับราชา

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน