เด็กหนุ่มระเบิดความเร็วออกมามุ่งหน้ากลับสถาบันในทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว..มีเรื่องบางอย่างกำลังเกิดขึ้น..โดที่เทียร์ก็ติดตามไป๋หลงโดยที่ไม่แสดงอาการหอบเหนื่อยแม้แต่น้อย..
เทียร์อยู่ระดับเทพสงครามขั้นต้น( 3 ) ถือว่าเป็นระดับที่สูงมากในโลกมนุษย์แทบจะหาผู้ที่มีพลังทัดเทียมกับเด็กสาวไม่ได้เลยเว้นก็แต่ลิ่วหลงกุน..
ตัวตนของเทียร์นั้นแทบจะสั่นคลอนทวีปใหญ่ๆได้ด้วยซ้ำแต่ดูเหมือนเด็กสาวจะไม่รู้ถึงความแตกต่างของพลัง...ที่มีมากสุดกู่ของตนเอง..
ส่วนเด็กหนุ่มที่บรรลุชนชั้นจักรพรรดิ์นั้น..ในอายุเพียงเท่านี้แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำระดับพลังระดับนี้ก็สามารถเทียบได้กับผู้อาวุโสสายหลักได้อย่างไร้ข้อกังขา
“ ไป๋หลงจะตกเย็นแล้วไม่พักก่อนหรือ? ”
เทียร์เอ่ยถามขึ้นเพราะดูไป๋หลงรีบร้อนผิดปกติ..
“ ไม่มีเวลาแล้ว..พอถึงทางเข้าหุบเขาเจ้าจับมือข้าไว้ตกลงไหม ”
ไป๋หลงเอ่ยขึ้นก่อนจะระเบิดความเร็วอีกขั้นนึง..จนเทียร์อดแปลกใจมิได้
“ พลังรอบตัวของเจ้าบริสุทธิ์มาก!! อีกทั้งดูเหมือนจะเร็วขึ้นได้อีก...ทำให้ข้าแปลกใจอีกแล้วสินะ..ไป๋หลง”
ทั้งสองมุ่งตรงไปยังสถาบันเทพมารในทันทีด้วยความเร็วสุดจะหยั่งถึง
..............................................................................
ณ. ป่าแห่งหนึ่ง..
กำแพงหนามสูงเกือบนับ10เมตร..อีกทั้งหนามเหล่านั้นยังมีพิษแห่งบรรพกาลแฝงจำนวนมหาศาลอยู่ภายใน...หากโดนเข้าไปไม่ถึง1อึดใจมันผู้นั้นร่างกายจะแหลกเหลว..ด้วยความเป็นกรดของพิษ..
แม้จะเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิ์ขั้นปลายก็ตามที..กำแพงหนามเหล่านี้เปรียบเสมือนปราการขนาดใหญ่โดยที่ภายในปราการหนามแห่งนี้..
มีกุหลาบนิรันการณ์นับพันตัว( ตอนที่169 ) เดินลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัยตลอดเวลาถึงแม้จะไม่จำเป็นก็ตามที..
บนบัลลังก์สีทองหม่นมีสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะลุกขึ้นและแปลงกายเป็นค้างคาวสีขาวบินไปเกาะบนยอดสุดของคฤหาสน์.
.
“ ทิศตะวันออก ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันตก..กลิ่นอายที่พัดผ่านมากับสายลมเมื่อครู่..ทำไมมันชั่งเหมือนกับไม่น่าจะเป็นไปได้..ข้าคงคิดไปเองราฟาเอลจะมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง!! ”
อัลเบียร์..ราชันย์แวมไพร์คนปัจจุบันสถานะเทียบเท่ากับมหาเทพถ้าให้เทียบกันแล้ว...
“ ใกล้เวลาที่ข้าต้องออกไปจากที่นี้แล้วสิ.. ”
อัลเบียร์กล่าวจบก็โบยบินสู่ท้องฟ้าท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องลงมา....
..............................................................................
ณ ปากทางเข้าสถาบันเทพมาร
หลังจากเด็กหนุ่มพาเทียร์เคลื่อนย้ายผ่านหุบเขาแห่งการจองจำมาได้..ประตูด่านสุดท้ายก็คือทางเข้าสถาบัน..
“ ข้าใช้ทางเข้าปกติไม่ได้แน่..เพราะร่างเงาของข้าได้ใช้ประตูนั้นผ่านเข้าไปแล้วคงเหลือวิธีเดียวสินะ!! ”
เด็กหนุ่มจ้องมองลงไปยังพื้นดินสลับกับมองกำแพงสูงใหญ่ที่มีค่ายกลสุดแกร่งครอบคลุมเอาไว้ทั่วทั้งสถาบัน..
“ เทียร์จับมือข้าแบบที่ทำเมื่อกี้อีกครั้ง..ข้าไม่มั่นใจว่าครั้งนี้จะได้ผลเฉกเช่นกับหุบเขาที่เราผ่านมาเมื่อครู่นี้ ”
ไป๋หลงเอ่ยขึ้นด้วยความรีบร้อนเพราะตอนนี้ภายในนัยน์ตาของไป๋หลงปรากฏฉากการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างร่างเงากับศิษย์ต่างสถาบันคนนึง..
เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกถักทออย่างดีบวกกับตราสัญลักษณ์มังกรสีทองบนอกเสื้อ..ทำให้เด็กหนุ่มระบุได้ในทันที..
“ จะทำอะไรก็ทำ..ยังไงข้าก็ติดสอยอ้อยท้ายมากับเจ้าถึงขนาดนี้แล้วยังจะมีอะไรน่ากลัวอีก..รีบเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันการ”
เทียร์เอ่ยจบไป๋หลงก็ปลดปล่อยรัศมีเงาบางๆออกมาก่อนจะจับมือเทียร์ขณะนั้นเองทั้งสองก็จมหายลงไปในพื้นดินทันที..หากจะพูดให้ถูกคือตอนนี้ไป๋หลงและเทียร์กำลังพยามเข้าไปยังสถาบันเทพมารผ่านเงา...
โดยการรอดใต้พื้นดินไป..
“ สำเร็จ!! ค่ายกลป้องกันมิอาจป้องกันการเคลื่อนย้ายผ่านชั้นใต้ดินได้..ถ้าเป็นแบบนี้ข้าจะออกและเข้าสถาบันได้ทุกเมื่อ..แต่ก่อนอื่นทางนั้น!! ”
ไป๋หลงดีดเทียร์ออกไปจากเงา..ให้ไปหาที่หลบซ่อนตัวเป็นการชั่วคราวด้วยระดับพลังของนางทำให้ไป๋หลงมิได้เป็นกังวลในส่วนนี้..
เมื่อใกล้ขึ้นไป๋หลงและร่างแยกก็เชื่อมต่อถึงกันอีกครั้ง..ผ่านจิตสำนึก
“ เปลี่ยนตัวกันได้แล้ว..ลำบากเจ้าแล้วกลับมาพักผ่อนเถอะ ”
ร่างเงาที่ได้ยินเสียงของไป๋หลงก็แสดงความยินดีออกมาทำให้..คู่ต่อสู้ของร่างเงาสับสนชั่วขณะ..
“ เจ้ายิ้มอะไรของเจ้า? ”
ไป๋หลงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เข้ามาส่วมร่างทับกับร่างเงาในทันที..
“ ยิ้มให้กับความพ่ายแพ้ของเจ้ายังไงละ!! ”
ตู้ม!!!!
จบ....