กำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 40 คนหนึ่งไม่ได้อะไรแต่อีกคนกลับได้ประโยชน์ (2)

            เขาสะบัดมือออกไปเพื่อสร้างอาณาเขตป้องกันชายชราร่างผอมมองไปยังชายร่างสูงใหญ่ด้วยสายตาที่เฉียบคมและกล่าว “เรื่องของบุตรแห่งสวรรค์นี้เจ้าต้องปิดเป็นความลับให้สนิท อย่าได้แพร่งพรายให้ใครรู้เป็นอันขาดเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะเกี่ยวพันกับอนาคตของสำนักวิญญาณเมฆาของเราเท่านั้นแต่ยังเกี่ยวพันไปถึงอาณาจักรซินโยวและอาณาจักรอื่นๆ ด้วยหากคนจากพรรคมารหรืออาณาจักรอื่นๆ รู้เข้า เจ้าลองคิดดูสิว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น!...”

            ร่างกายของชายชราร่างสูงก็สะดุ้งแล้วจากร่างที่สูงใหญ่ก็หดเล็กลงทันที กล่าวด้วยความเคารพ “ศิษย์เข้าใจแล้ว!”

            “บังอาจ!” ทันใดนั้นจู่ๆ ชายชราร่างผอมก็ตะโกนออกมาเบาๆ!

            ชายชราร่างสูงตกใจ!อาณาเขตป้องกันหายไป!

            เสียงของชายชราร่างผอมดังเข้ามาในหูของเขา“ไปบอกเจ้าโง่ชื่อถิงเทียนด้วย ก่อนพระอาทิตย์ตกดินพรุ่งนี้จงไล่เจ้าพวกโง่สามตัวนี่และผู้ที่อยู่เบื้องหลังออกจากสำนักไปให้หมดหากเจ้าทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องเป็นเจ้าสำนักของสำนักนี้แล้ว!”

            สิ้นคำจิตของชายชราร่างสูงก็แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว!

            ชั่วขณะต่อมาสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป คำนับอีกฝ่ายด้วยความเคารพ “ขอรับ ท่านอาจารย์ลุง!”แล้วตัวเขาก็หายวับไปดั่งสายลม

            ...

            สิบชั่วอึดใจก่อน!

            ห้องพักของเจ้าหนุ่มแซ่เซียวคนนั้นน่าจะอยู่ข้างหน้านี้!

            ศิษย์ระดับสูงสามคนเงยหน้าขึ้นมองเบื้องหน้า!

            นั่นมัน! เงาที่อยู่หน้าห้องนั่นคือจ้าวหนีอิ่งนี่นา นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?

            ศิษย์ระดับสูงที่อยู่ห่างจากห้องพักของเซียวหลิงอวิ๋นประมาณห้าสิบถึงหกสิบเมตรกำลังจะเดินเข้าไปต่อจู่ๆ ก็มีความหนาวเย็นยะเยือกแผ่กระจายไปทั่วบริเวณนั้นทั้งสามตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นราวกับหุ่น!

            ในชั่วขณะต่อมาร่างของชายชราร่างสูงก็ปรากฏตัวขึ้นที่กลางอากาศอีกครั้ง!

            เมื่อมองไปยังศิษย์ระดับสูงสามคนที่อยู่ห่างจากจ้าวหนีอิ่งไม่ถึงหกสิบเมตรแล้วแผ่นหลังของชายชราร่างสูงก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ!

            เจ้าพวกเวรนี่!

            หากท่านอาจารย์ลุงไม่ใช้จิตตรึงเจ้าพวกเวรสามคนนี้เอาไว้ได้ทันแล้วไปรบกวนเด็กสาวที่กำลังเข้าฌานอยู่ข้างล่างเข้า ผลที่ตามมา...

            ชายชราร่างสูงไม่กล้าคิดต่อสายตาของเขาจับจ้องไปยังทั้งสามคนที่ดูเหมือนกำลังจะแอบซ่อนตัวอยู่เบื้องล่างความโกรธที่ไม่รู้ที่มาที่ไปพุ่งพล่านขึ้นมาในใจ!

            โชคดีไป...

            ไม่อย่างนั้นต่อให้บดขยี้เจ้าพวกเวรสามคนนี่จนกระดูกแหลกเป็นผุยผงก็ยังไม่เพียงพอที่จะระบายความโกรธในใจของเขาได้!

            ชายชราร่างสูงตัดสินใจได้ในทันที!

            เซวียนหยวนเจิ้นตงและพรรคพวกคงไม่คาดฝันว่าการที่พวกเขาต้องการสอนบทเรียนให้กับเซียวหลิงอวิ๋นนั้นจะกลับนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่!วันรุ่งขึ้นเซวียนหยวนเจิ้นตงและพรรคพวกถูกชื่อถิงเทียนไล่ออกจากสำนักหายตัวไปอย่างลึกลับโดยไม่เหลือแม้แต่เส้นผม!

            ...

            หนึ่งชั่วก้านธูปสองชั่วก้านธูป หนึ่งชั่วยาม...

            จ้าวหนีอิ่งยังคงอยู่ในท่าเข้าฌานโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหน!

            ชายชราร่างผอมที่อยู่ในส่วนลึกของสำนักชายชราร่างสูงที่ลอยอยู่กลางอากาศ และเซียวหลิงอวิ๋นที่เฝ้าดูอยู่ที่หลังบ้านดวงตาของทั้งสามคนเต็มไปด้วยความยินดีเมื่อเวลาผ่านไปนาน

            ยิ่งเวลาที่ใช้เข้าฌานยาวนานมากเท่าใดผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น!

            “ศิษย์น้อง ข้าฝึกกระบวนดาบสองจุดนี้สำเร็จแล้ว!”หยางลู่ที่เหงื่อออกก็เดินเข้ามาพร้อมด้วยใบหน้าแดงก่ำดวงตาเต็มไปด้วยความยินดีและความภาคภูมิใจ!ไม่เพียงแต่จะฝึกท่วงท่าที่ติดขัดทั้งสองจุดได้สำเร็จแล้ว ท่วงท่าดาบอื่นๆก็คล่องแคล่วขึ้นมากด้วย! ด้วยเวลาเพียงสองชั่วยามนางสามารถเรียนรู้ในสิ่งที่ศิษย์น้องหลิงอวิ๋นสอนมาได้อย่างทะลุปรุโปร่งตัวนางที่มีความสามารถเช่นนี้จะต้องได้รับการชื่นชมจากศิษย์น้องหลิงอวิ๋นแน่และจะต้องรู้สึกยินดีและภูมิใจในตัวนางอย่างแน่นอน!

            แต่คำพูดต่อมาของเซียวหลิงอวิ๋นกลับทำให้ความรู้สึกยินดีและความภาคภูมิของหยางลู่หายไปในทันที “ขอแสดงความยินดีกับศิษย์พี่ด้วย!”หลังจากแสดงความยินดีสั้นๆ แล้วก็มีคำเตือนดังแผ่ว “ศิษย์พี่อย่าเพิ่งออกไปจะดีกว่าตอนนี้ศิษย์พี่จ้าวหนีอิ่งกำลังเข้าฌานอยู่ที่หน้าห้อง”

            “ศิษย์พี่อิ่งกำลังเข้าฌาน?” หยางลู่อ้าปากค้าง!จากนั้นทั้งความรู้สึกยินดีและความภาคภูมิก็ลดลงจนเหลือศูนย์ในทันที!เหตุใดหรูเยียนกับหนีอิ่งสามารถเข้าสู่สภาวะเข้าฌานได้ แต่นางกลับทำไม่ได้? เหตุใดถึงเป็นแบบนี้? ทั้งๆที่นางเป็นคนที่ได้รับคำชี้แนะมาจากศิษย์น้องหลิงอวิ๋นแท้ๆเหตุใดจึงมีแค่นางที่ไม่สามารถเข้าสู่สภาวะเข้าฌาน!

            ใบหน้าของหยางลู่มืดหม่นลง!ทำไมกัน? ทำไม?

            ...

            หลังจากผ่านไปได้อีกครึ่งชั่วยามเสียงดังคล้ายประทัดดังขึ้นมาเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน!

            เสียงนี้มัน? ในขณะที่หยางลู่กำลังรู้สึกตกใจ เซียวหลิงอวิ๋นก็ดวงตาเป็นประกาย ไม่เลวนางสามารถบรรลุได้ในระหว่างที่เข้าฌานจริงๆ ด้วย กลายเป็นนักยุทธ์ระดับเก้าแล้ว!

            หลังจากเฝ้ารออยู่หนึ่งร้อยชั่วอึดใจเซียวหลิงอวิ๋นก็พาหยางลู่ไปที่ประตูอย่างเงียบๆ!

            แทบจะในขณะเดียวกันจ้าวหนีอิ่งก็ออกจากการเข้าฌานแล้ว!ดวงตาที่ลืมขึ้นนั้นทั้งเปล่งประกายและมีชีวิตชีวาราวกับดวงดาวในยามค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์ที่สว่างไสว นางแผ่ออร่าสง่างามภายใต้ก้อนเมฆที่สงบนิ่งและบางเบา!

            หยางลู่เก็บซ่อนความอิจฉาไว้ในดวงตาแสดงรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้า นางวิ่งไปข้างหน้าและกล่าว “ขอแสดงความยินดีกับศิษย์พี่อิ่งด้วย! บรรลุสู่นักยุทธ์ระดับเก้าได้!”

            จ้าวหนีอิ่งพยักหน้าให้หยางลู่แล้วสายตาของนางก็จับจ้องไปที่เซียวหลิงอวิ๋น และคารวะ “ข้าได้ฟังคำพูดของเจ้าหนึ่งครั้งให้ผลดีกว่าการบำเพ็ญเพียรเป็นสิบปี ข้าจ้าวหนีอิ่งขอขอบคุณคำชี้แนะนำของศิษย์พี่!”

            “เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นยากลำบากและมีอุปสรรคมากมายการแสวงหาความเป็นอมตะนั้นขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ ความเพียรพยายาม โชคลาภ และโอกาสสิ่งที่ข้าพูดออกไปนั้นเป็นเพียงประสบการณ์ที่ข้าได้จากผู้อื่นเท่านั้นการที่เจ้าสามารถเข้าใจได้นั้นถือเป็นโอกาสของเจ้าเอง ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า!”ตัวเซียวหลิงอวิ๋นในเวลานี้ ไม่เพียงแต่ในสายตาของสองสาวเท่านั้นแต่ในสายตาของชายชราร่างสูงที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยราวกับว่าพวกเขาได้เห็นเทพแห่งโลกเบื้องบนที่กำลังเทศนาและสั่งสอนอยู่!

            ...

            พรสวรรค์ความเพียรพยายาม โชคลาภ และโอกาส!ชายชราร่างผอมที่อยู่ในส่วนลึกของสำนักก็พูดพึมพำกับตัวเองและพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง! ใช่แล้ว พูดได้ถูกต้อง!

            สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรแล้วพรสวรรค์นั้นสำคัญมาก แต่ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์มากเพียงใดแต่ไร้ซึ่งความเพียรพยายามความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากและฝ่าฟันด้วยจิตวิญญาณทั้งหมดที่มีแล้ว อย่าว่าแต่จะบรรลุความเป็นอมตะเลยแม้แต่การจะไปอยู่ที่จุดสูงสุดของแผ่นดินก็ยังยาก ถึงจะมีความเพียรพยายามอย่างมากแต่หากยังขาดโชคลาภก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี และหากมีโชคลาภแต่ไร้ซึ่งโอกาสก็ยากที่จะบรรลุความเป็นสูงสุดได้ ต้องมีเพียงทั้งสี่อย่างนี้ครบเท่านั้นจึงจะมีหวังที่จะก้าวขึ้นไปยังจุดสูงสุดของแผ่นดิน ทะยานสู่โลกเบื้องบนแล้วกลายไปเป็นเทพเซียน!

            ในหัวของชายชราปลอดโปร่งขึ้นเขาถอนหายใจออกยาวๆ!รู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณทั้งกายของเขาเต็มไปด้วยความกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

            จู่ๆในดวงตาของเขามีทั้งความประทับใจ ความเชื่อ และความหวังเกิดขึ้นชายชรารู้สึกราวกับมีลางสังหรณ์บ่งบอกว่าพรหมแดนที่ตัวเขาไม่สามารถก้าวข้ามไปถึงได้ในอดีตไม่ได้เป็นแค่ภาพลวงตาที่สูงเกินเอื้อมอีกต่อไปแล้วแต่มันเป็นความฝันอันงดงามที่ตัวเขาสามารถเอื้อมถึงได้หากตัวเขาพยายามและยืนหยัดด้วยปลายเท้าของตัวเอง!

            บุตรแห่งสวรรค์ตามตำนานกล่าวเอาไว้ว่าพวกเขามีพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของผู้ที่ติดตามได้!

            ชายชราร่างผอมในเวลานี้รู้สึกได้ถึงน้ำตาที่ไหลพรากร่ำไห้ด้วยความปลื้มปีติ สวรรค์ลืมตาแล้ว สวรรค์ลืมตาแล้วจริงๆนี่จะต้องเป็นพระประสงค์จากสวรรค์ที่สั่งให้ข้าคอยช่วยเหลือบุตรแห่งสวรรค์เป็นแน่และให้บุตรแห่งสวรรค์ผู้นี้เป็นผู้ชี้นำและนำพาสำนักวิญญาณเมฆาของเราไปสู่แสงสว่าง!

            ...

            หลังจากผ่านไปครึ่งถ้วยชาชายชราร่างสูงก็ตกใจ “ท่านอาจารย์ลุงจะ...จะให้ข้าพาเจ้าหนุ่มหลิงอวิ๋นไปที่สำนักหลักของเราเลยอย่างนั้นหรือระ...เรื่องเช่นนี้สำนักเราไม่เคยทำมาก่อน!”

            “ก็เพราะไม่เคยทำมาก่อนนี่แหละข้าถึงต้องกลับไปที่สำนักเสียก่อนเพื่อแจ้งเรื่องนี้ไม่อย่างนั้นข้าคงจะพาเขาไปที่นั่นด้วยตัวเองแล้ว!”

            “ขอท่านอาจารย์ลุงโปรดวางใจข้าขอรับรองว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าหนุ่มหลิงอวิ๋นอย่างแน่นอน! จริงด้วยท่านอาจารย์ลุง ศิษย์น้องอิ่งก็บรรลุขึ้นสู่นักยุทธ์ระดับเก้าได้สำเร็จหลังจากงานประลองใหญ่ครั้งนี้ เราควรจะพานางกลับไปที่สำนักหลักด้วยหรือไม่!”

            “ต้องพากลับสำนักหลักของเราแน่นอนข้าเห็นแล้วว่านางสามารถเข้าถึงเจตจำนงดาบสายลมได้ถึงสามส่วนเป็นอย่างน้อยถิงเทียนการที่เรามาที่นี่ครั้งนี้เป็นเรื่องถูกต้องแล้วจริงๆ!ยังไม่ต้องพูดถึงเจ้าหนุ่มหลิงอวิ๋นเลย ลำพังแค่หรูเยียนและเด็กสาวจากตระกูลจ้าวคนนี้ เมื่อทั้งสองคนนี้เติบใหญ่ขึ้นสำนักวิญญาณเมฆาของเราจะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่อาณาจักรซินโยวอีกต่อไป!ยิ่งมีเจ้าหนุ่มหลิงอวิ๋นอยู่เคียงข้างพวกนางด้วยแล้วความสำเร็จของทั้งคู่ก็จะทะยานสูงขึ้นไปถึงระดับที่ไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อนสำนักวิญญาณเมฆาของพวกเราภายใต้การนำของพวกเขาก็จะย่างก้าวไปในจุดที่สูงขึ้นออกไปสู่โลกอันกว้างใหญ่! ในระหว่างที่ข้ากลับไปยังสำนักหลักเจ้าจะต้องคอยระแวดระวังตลอดสิบสองชั่วยาม จะปล่อยให้มีอะไรผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาดหากเรื่องนี้เสร็จเรียบร้อยดีข้าขอรับรองได้เลยว่าเคล็ดวิชาหลักของสำนักเราสองวิชา เจ้าและเหวินจัวจะได้มีโอกาสร่ำเรียนมันอย่างแน่นอน!”

            “ขอบคุณท่านอาจารย์ลุง ความปลอดภัยของพวกเขา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง!”ชายชราร่างสูงกล่าวรับรองด้วยความยินดี!

            ไม่คาดคิดว่าท่านอาจารย์ลุงของเขานอกเหนือจากเซียวหลิงอวิ๋นแล้ว จะคาดหวังอย่างมากกับหรูเยียนและหนีอิ่งด้วย!

            ออกจากอาณาจักรซินโยวแล้วไปสู่จุดที่สูงขึ้นและโลกอันกว้างใหญ่! นอกอาณาจักรซินโยวแล้วยังมีอาณาจักรอื่นๆ ในโลกกว้างใหญ่นี้อีกตั้งมากมายเรื่องนี้แม้จะเคยได้ยินมาบ้างในอดีตแต่เมื่อได้ยินจากปากของอาจารย์ลุงด้วยตัวเองแล้วก็ทำให้ชายชราร่างสูงผู้นี้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาชั่วขณะ...

            เป็นอีกหนึ่งวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสและสวยงาม!

            แสงแดดอันอบอุ่นในฤดูหนาวเมื่อส่องกระทบผู้คนก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นยิ่งขึ้น!

            การประลองรอบสิบคนในวันสุดท้ายนี้มีผู้เข้าชมมากมาย!

            และการประลองของศิษย์ระดับกลางในเขตใต้ก็ยังคงเป็นที่สนใจของทั่วทั้งสำนักเช่นเดิม!

            ศิษย์สามคนที่ยังไม่เคยพ่ายแพ้ใครในวันนี้จะต้องมีคนที่แพ้บ้างแล้ว! ทำให้ผู้ชมหลายคนรู้สึกตื่นเต้นมาก!

            “ผลการแข่งของสามอันดับแรกได้ถูกกำหนดแล้วแน่นอนว่าจะต้องเป็นเซียวหลิงอวิ๋น เยี่ยเฟิงและจ้าวหมิงเจี้ยนแน่ ส่วนตำแหน่งนั้นอันดับหนึ่งคงเป็นของเซียวหลิงอวิ๋นในขณะที่อันดับสองกับสามนั้นยังยากที่จะคาดเดาการต่อสู้ของมังกรกับพยัคฆ์ในวันนี้จะต้องดุเด็ดเผ็ดมันอย่างแน่นอน!”

            “ข้าคาดหวังเอาไว้มากกับการประลองกันระหว่างเซียวหลิงอวิ๋นและเยี่ยเฟิงคนหนึ่งเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่ในรอบหมื่นปีจะมีสักคนในขณะที่อีกคนก็เป็นอัจฉริยะที่เอาแต่ต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรในป่าการประลองของทั้งสองคนนี้ แค่คิดก็รู้สึกเนื้อเต้นแล้ว!”

            “ฮ่าๆ ข้ากลับคาดหวังการประลองกันระหว่างเซียวหลิงอวิ๋นและจ้าวหมิงเจี้ยนมากกว่าพวกเจ้าไม่รู้หรือว่าเขาพูดกันว่าจ้าวหมิงเจี้ยนไปแย่งคู่หมั้นของเซียวหลิงอวิ๋นเอาชนะใจว่านฮวน สาวงามที่สวยที่สุดในเขตใต้ของเราไปได้เคยได้ยินมาว่าว่านฮวนเคยหมั้นหมายกับเซียวหลิงอวิ๋นก่อนที่จะเข้ามาที่สำนักของพวกเรา...”

            “หา สิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ...ว่านฮวนเคยหมั้นหมายกับเซียวหลิงอวิ๋นมาก่อนจริงหรือ...หากนั่นเป็นเรื่องจริงอัจฉริยะหมื่นปีจับคู่กับหญิงสาวที่สวยที่สุด นับเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง...”

            “เป็นเรื่องจริง แต่เป็นข่าวเก่าแล้ว จากข่าวล่าสุดที่ได้ยินมาทั้งสองคนถอนหมั้นกันแล้ว และว่านฮวนเองที่เป็นฝ่ายขอถอนหมั้นก่อนซึ่งเซียวหลิงอวิ๋นก็ตอบตกลง...”

            “โอ้มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือนี่ ไม่รู้ว่าว่านฮวนคนนี้หัวไปโดนประตูหนีบมาหรืออย่างไรนางถึงไม่เลือกสุดยอดอัจฉริยะที่ในรอบหมื่นปีจะมีสักคนแล้วเป็นฝ่ายไปขอถอนหมั้นก่อน...”

            “ฮ่าๆ เรื่องนี้จะโทษว่านฮวนก็ไม่ได้หรอกตอนที่เซียวหลิงอวิ๋นเป็นที่โด่งดังขึ้นมาเป็นเรื่องหลังจากที่ว่านฮวนขอถอนหมั้นไปแล้วหากนางรู้ตั้งแต่แรกว่าเซียวหลิงอวิ๋นทั้งแข็งแกร่งและมีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งเพียงนี้ต่อให้ฆ่าตัวตาย ว่านฮวนก็คงไม่ทำอะไรแบบนี้แน่ ตอนนี้คงนั่งเสียดายจนไส้เขียวหมดแล้วเป็นแน่...”ศิษย์คนหนึ่งที่รู้เรื่องราวภายในเป็นอย่างดีพูดขึ้น

            ไม่ต้องเอ่ยถึงเลยว่าคนคนนี้พูดได้ถูกต้องมากจริงๆ

            เวลานี้ว่านฮวนนั้นรู้สึกเสียดายอย่างยิ่งจริงดังคำนินทาเสียดายจนลำไส้จะขาดแล้วด้วยซ้ำ!

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】 ที่คุณอ่าน