เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    ​ตอนที่ 694 พบกันอีกครั้ง

    ตอนที่ 694 พบกันอีกครั้ง

     

    อีกครึ่งชั่วโมงผ่านไป........

     

    “ไม่คิดเลยว่าจะมีผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงมากถึงเพียงนี้นี่คงเป็นแค่ส่วนหนึ่งของผู้ฝึกตนในนิกายบัญชาสวรรค์นี้สินะ? อื้ม!มันต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน เพราะยังมีกองกำลังใหญ่และไหนจะพวกตระกูลมหาอำนาจทั้งเก้าและตระกูลระดับอื่นๆอีกมันน่าจะเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์มากขนาดนี้ทว่าตัวตนระดับดาราสวรรค์นั้นคงไม่มีมากเพียงนี้หรอก!”

     

    หลังจากที่เจิ้งฟู่ เลือกผู้คุ้มกันทั้งสิบคนได้แล้เขาก็คุ้นคิดเกี่ยวกับจำนวนผู้ฝึกตนทั้งหมดที่อยู่ในรายชื่อ เขาคิดว่ายังมีผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์ระดับสูงอีกจำนวนมากแน่ๆ......

     

    “ถูกต้องแล้วละ!สำหรับผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์นั้นหาใช่เรื่องยากอะไรที่จะก้าวไปให้ถึงแต่สำหรับระดับดาราสวรรค์นั้นมันคนละเรื่องกันเลยต่อให้ผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้สวรรค์สิบคนก็สู่ผู้ฝึกตนระดับดาราสวรรค์เพียงคนเดียวไม่ได้เพราะเฉพาะนั้นพวกเขาจึงมีสิทธิ์เลือกที่จะปฏิเสธหรือรับงานนั้นๆได้อย่างอิสระยังไงละ!”ในขณะที่เจิ้งฟู่กำลังพึมพำกับตัวเองอยู่นั้นเสียงของชายวัยกลางหงเสี่ยวไป๋ก็ดังขึ้น เขาได้ยินที่เจิ้งฟู่พูดก่อนหน้านี้เขาจึงได้พูดอธิบายให้เขาฟัง......

     

    อ่า!

     

    “ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันท่านผู้อาวุโสเพราะคลื่นพลังและกลิ่นอายที่ท่านมีนั้นมีแข็งแกร่งกว่าคนเหล่านั้นมากตั้งหลายเท่าข้าคิดว่าท่านเองก็น่าจะเป็นยอดฝีมือระดับดาราสวรรค์เช่นกัน!”เจิ้งฟู่พยักหน้าให้กับชายวัยกลางหงเสี่ยวไป๋ก่อนจะพูดหยอกล้อกลับไป.......

     

    อ๊ะ!

     

    “ดูเหมือนเจ้าเองจะตาแหลมไม่เบาเลยนะ!ถึงกับสามารถรับรู้ได้ว่าข้านั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับดาราสวรรค์ได้แบบนี้แต่ก็เอาเถอะ! ถึงเจ้าจะเดาถูกข้าก็ไม่มีรางวัลให้กับเจ้าหรอกนะว่าแต่เจ้าเลือกผู้คุ้มกันทั้งสิบคนที่เจ้าต้องการได้หรือยัง?!” ถึงแม้ว่าชายวัยกลางหงเสี่ยวไป๋จะรู้สึกตกใจกับการคาดเดาของเจิ้งฟู่แต่เขาก็ไม่คิดเอามาใส่ใจแต่อย่างใดก่อนจะถามเจิ้งฟู่ว่าเขาเลือกเสร็จหรือยัง......

     

    “ข้อรับท่านผู้อาวุโส!ข้าน้อยได้เลือกทั้งสิบคนแล้ว และนี่คือคนที่ข้าน้อยเลือก!” เจิ้งฟู่พยักหน้าเบาๆ ก่อนเลื่อนศิลารายชื่อกลับไปให้ชายวัยกลางคนโดยที่มีผู้ฝึกตนทั้งสิบคนที่เขาเลือกเอาไว้แสดงโชว์ให้เห็นอยู่.......

     

    หือ?!

     

    “เลือกได้ดีนะเจ้าหนู!ผู้ฝึกตนทั้งสิบคนนี้ล้วนแต่มีความชอบในเรื่องของอาหารทั้งนั้นด้วยงานเฝ้าร้านอาหารแล้ว พวกเขาน่าจะเหมาะสมที่สุด ถึงแม้ความสามารถของพวกเขาจะไม่ได้สูงที่สุดแต่พวกเขาก็มีความสามารถเฉพาะตัวที่หลากหลาย ต่อให้เป็นตระกูลระดับต่ำแถวย่านคนจนก็คงไม่กล้าที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวายที่ร้านอาหารของเจ้าแน่นอน!”

     

    ชายวัยกลางหงเสี่ยวไป๋พูดขึ้นหลังจากที่มองดูผู้ฝึกตนทั้งสิบคนที่เจิ้งฟู่เลือกมาแล้วซึ่งมันทำให้เขารู้สึกตกใจและประทับใจในเวลาเดียวกัน เพราะการเลือกผู้คุ้มกันของเจิ้งฟู่นั้นเป็นการเลือกที่สมเหตุสมผลและลงตัวเป็นอย่างมากให้คนที่รักในอาหารมาคุ้มกันร้านอาหาร ยังไงคนที่รักอาหารก็ต้องยอมรับและทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดเพื่อสิ่งที่ตนชอบ.......

     

    “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่ชม!ข้าน้อยเพียงแค่เลือกคนที่น่าจะเหมาะสมที่สุดและสามารถเข้ากับงานที่ข้าน้อยว่าจ้างก็เท่านั้นว่าแต่ข้าน้อยจะต้องชำระค่าจ้างตอนไหนและต้องทำอย่างไรต่อไป!?”เจิ้งฟู่รู้สึกว่าเขาอยู่ที่นี้นานเกินไปแล้วเขาจึงถามว่าเขาต้องทำเช่นไรต่อไป......

     

    “อ่า! เจ้าเพียงแค่แนบป้ายประจำตัวของเขาไปบนศิลารายชื่อนี้และจ่ายค่าจ้างล่วงหน้าให้กับพวกเขาคนละสามเดือน ซึ่งหนึ่งคนมีค่าจ้างเป็นสิบห้าผลึกสวรรค์ม่วงระดับกลางสิบคนก็ร้อยห้าสิบผลึกสวรรค์ม่วงระดับกลาง เพียงแค่เจ้าชำระค่าจ้าง และเซ็นสัญญาว่าจ้างลงบนสัญญาจ้างของพวกเขาทั้งสิบคนทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว!”

     

    ชายวัยกลางหงเสี่ยวไป๋กล่าวอธิบายขั้นตอนต่อไปให้กับเจิ้งฟู่รู้ซึ่งมันไมได้ยากหรือซับซ้อนแต่อย่างใดเพียงแค่เขาจ่ายเงินและเซ็นสัญญาจ้างก็เป็นอันจบแล้ว.......

     

    วืดดดดดดดดด!!

     

    ตุบ!!

     

    “ในถุงนี้มีผลึกสวรรค์ม่วงระดับกลางอยู่ร้อยห้าสิบก้อนท่านผู้อาวุโสสามารถรับมันไปตรวจสิบดูได้ว่ามันครบหรือไม่!”หลังจากที่เจิ้งฟู่แนบป้ายประจำตัวของเขาลงบนศิลาแล้วเขาก็หยิบเอาถุงผ้าที่บรรจุผลึกสวรรค์ม่วงระดับกลางจำนวนร้อยหน้าสิบก้อนออกมายื่นส่งให้กับชายวัยกลาง......

     

    หมับ!!

     

    “ไม่จำเป็นต้องนับหรอกเพียงแค่ข้าฟังเสียงผลึกกระทบกันข้าก็รู้แล้วว่ามันครบ เอาละ! นี่คือสัญญาว่าจ้างทั้งสิบใบ เจ้าเซ็นลงบนกระดาษสัญญาเหล่านี้ได้เลยซึ่งหลังจากนี้อีกหนึ่งวันทั้งสิบคนนี้จะไปพบเจ้าที่ร้านอาหารของเจ้าตามทีอยู่ที่เจ้าให้เข้ามา!”ชายวัยกลางรับเอาถุงผ้าที่บรรจุผลึกสวรรค์ม่วงไปในทันทีโดยที่เขาไม่ได้เปิดนับดูเลย เนื่องจากเขาสามารถรับรู้ได้ถึงจำนวนผลึกสวรรค์ม่วงที่แน่นอนภายในถุงผ้าได้เขาจึงรู้ว่ามันครบตามจำนวน ก่อนที่เขาจะส่งใบสัญญาจ้างให้กับเจิ้งฟู่ เพื่อให้เขาเซ็นลงนามให้ถูกต้อง........

     

    ซึก! ซึก!ซึก!!

     

    “เรียบร้อยแล้วขอรับท่านผู้อาวุโส!” เจิ้งฟู่เซ็นเสร็จเขาก็ส่งใบสัญญาทั้งสิบกลับไปให้ชายวัยกลางคนหงเสี่ยวไป๋พร้อมกับยิ้มอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง......

     

    “อื้ม! ทุกอย่างถือเป็นอันเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่พรุ่งนี้ไปพวกเขาจะเริ่มทำงานให้กับเจ้าและนับไปอีกสามเดือนพวกเขาจะไม่สามารถยกเลิกสัญญาจ้างได้แต่หลังจากสามเดือนไปแล้วพวกเขาจะสามารถเลือกที่จะทำงานให้กับเจ้าต่อหรือไม่ทำก็ได้ซึ่งอยู่ที่ว่าเจ้าจะทำให้พวกเขาเลือกที่จะอยู่ต่อได้หรือไม่เท่านั้นแต่หากในช่วงเวลาสามเดือนนี้พวกเขาทำเรื่องผิดไม่สมเหตุสมผลเจ้าสามารถส่งเรื่องร้องเรียนมาที่สมาคมทหารรับจ้างได้ทุกเมื่อพวกเราจะส่งคนออกไปตอบสอบในทันทีและหากพบว่าคนผู้นั้นทำผิดจริงเจ้าจะได้รับเงินค่างจ้างคืนทั้งหมด!”

     

    ชายวัยกลางหงเสี่ยวรับเอาสัญญาจ้างกลับมาพร้อมกับบอกว่าทุกอย่างเสร็จแล้ว ซึ่งผู้คุ้มกันทั้งสิบคนจะเริ่มงานในวันพรุ่งนี้และหงเสี่ยวไป๋ยังได้บอกถึงกฎระเบียบอื่นๆให้เขาฟังด้วย......

     

    “ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับท่านผู้อาวุโสเช่นนั้นข้าน้อยขอตัวลา!” เจิ้งฟู่พยักหน้าตอบรับอย่างเข้าใจเกี่ยวคำแนะนำของชายวัยกลางก่อนที่เขาจะขอตัวลาเพื่อไปทำธุระอย่างอื่นต่อ.......

     

    “แล้วพบกันใหม่นะเจ้าหนูเจิ้งฟู่!” ชายวัยกลางเองก็กล่าวลาเจิ้งฟู่เช่นกัน ซึ่งในขณะที่เขาพูดนั้นที่มุมปากของเขาได้บังเกิดรอยยิ้มยกขึ้นอย่างมีเลศนัย........

     

    ‘แบบนี้มันเกินกว่าที่เราคิดเอาไวอีกนะเนี่ยทั้งความสุขุมรอบคอบคำพูดคำจาที่แน่วแน่และมั่นคงไม่หวาดกลัวใดๆเมื่ออยู่ต่อหน้าเราแถมยังมีความฉลาดหลักแหลมอีก ในอนาคตเด็กคนนี้ต้องกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่แน่ๆว่าแต่เขาชื่ออะไรนะ? อ่า! เจิ้งฟู่อย่างนั้นรึ?เป็นชื่อที่ดี!’

     

    ชายวัยกลางคนหงเสี่ยวไป๋รู้สึกชื่นชมเจิ้งฟู่ไม่น้อยเลยยิ่งได้คุยด้วยเขายิ่งรู้สึกว่าเจิ้งฟู่นั้นยิ่งน่าค้นหาและลึกลับราวกับว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของตนนั้นไม่ใช่เด็กที่อายุสิบเจ็ดสิบแปดอย่างนั้นแหละ แต่เป็นคนที่ผ่านโลกและมีประสบการณ์มามากแล้ว........

     

    หลังจากที่เจิ้งฟู่ออกมาจากสมาคมทหารรับจ้างผู้พิทักษ์สวรรค์แล้วเขาก็สั่งให้สารถีพาเขาไปยังร้านที่รับก่อสร้างอาคาร ซึ่งร้านที่ว่านั้นอยู่ถัดจากสมาคมทหารรับจ้างผู้พิทักษ์สวรรค์ไปราวๆสามกิโลเมตรได้โดยที่ร้านรับก่อสร้างนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อที่สุดในนิกายบัญชาสวรรค์แล้วฝีมือการก่อสร้างของพวกเขานั้นทั้งยอดเยี่ยมและประณีตมาก.......

     

    ครึ่งชั่วโมงผ่านไป.......

     

    “ถึงที่หมายแล้วขอรับนายท่าน!”หลังจากที่ใช้เวลาเดินทางจากสมาคมทหารรับจ้างผู้พิทักษ์สวรรค์ถึงครึ่งชั่วโมงในที่สุดรถม้าก็หยุดลงที่ด้านหน้าอาคารหลังใหญ่แห่งหนึ่ง.....

     

    “ขอบใจเจ้ามาก เจ้าไปรอข้าก่อน!”เจิ้งฟู่พยักหน้าให้กับสารถีและบอกให้สารถีเอารถม้าไปจอด.......

     

    ขอรับนายท่าน!

     

    “ว้าว! เป็นอาคารที่สวยงามมาก”อาคารที่อยู่เบื้องหน้าของเจิ้งฟู่ในตอนนี้เป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นมาจากไม้นาๆพันธ์ และเป็นยังเป็นไม้ที่มีอายุมากกว่าพันปีด้วยเพียงแค่มองแวบแรกก็รู้แล้วว่าอาคารหลังนี้สวยงามและประณีตมากแค่ไหน.......

     

    เจิ้งฟู่!

     

    หือ?

     

    แตรในจังหวะนั้นเองเสียงร้องตะโกนเรียกชื่อเจิ้งฟู่ก็ดังขึ้น.......

     

    ผู้อาวุโสเจียงหลง?!

     

    “เป็นเจ้าจริงๆด้วย!ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดพวกเราก็ได้พบกันอีก!” ซึ่งคนที่เรียกเจิ้งฟู่นั่นก็คือชายหนุ่มเจียงหลงผู้ที่พาเข้ามายังโลกเบื้องบนและเป็นผู้แนะนำหลายๆอย่างให้กับเขาในตอนแรกนั้นเองและวันนี้มันเป็นเรื่องบังเอิญมากที่เขาได้พบกับเจิ้งฟู่ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาต้องการ......

     

    “ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะได้พบท่านที่นี่เช่นกัน!ข้าต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปหาท่านเลย” เจิ้งฟู่รู้สึกตกใจเล็กน้อยที่พบชายหนุ่มเจียงหลงที่นี้เพราะเขาคิดว่าเจียงหลงน่าจะอยู่แต่ในสถานศึกษา เขาไม่คิดว่าชายหนุ่มจะออกมาข้างนอกนี้แต่เมื่อพบกันแล้วมันก็เป็นเรื่องดี แต่ก่อนอื่นเจิ้งฟู่ได้กล่าวขอโทษต่อชายหนุ่มเป็นอันดับแรกเนื่องจากเขาไม่ได้ไปพบกับชายหนุ่มเลย......

     

    “อย่าได้คิดมากเลย!อีกอย่างเจ้าก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าผู้อาวุโสหรอกนะเจ้าเรียกข้าว่าศิษย์พี่ก็พอแล้วละ ว่าแต่เจ้าไปอยู่ไหนในช่วงที่ผ่านมานี้? แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นเหรอ?”ชายหนุ่มยกมือขึ้นปฏิเสธคำของโทษของเจิ้งฟู่พร้อมทั้งบอกให้เจิ้งฟู่เลิกเรียกเขาว่าผู้อาวุโสได้แล้วเพราะยังไงเขาก็เป็นเพียงแค่ศิษย์พี่ที่เข้าเรียนก่อนก็เท่านั้นจากนั้นชายหนุ่มก็ถามว่าเจิ้งฟู่อาศัยอยู่ที่ไหนแล้วมาทำอะไรสถานที่แห่งนี้........

     

    “เรื่องสถานีที่อยู่ของข้าข้าจะบอกศิษย์พี่ในภายหลัก ส่วนเหตุผลที่ข้ามายังที่นี่ ก็เพราะว่าข้าต้องการให้พวกเขาสร้างร้านอาหารให้กับข้า!”เจิ้งฟู่ไม่สามารถบอกที่อยู่ของเขาได้ในตอนนี้แต่สำหรับเหตุผลที่เขามาที่นี้ เจิ้งฟู่สามารถพูดมันได้อย่างเต็มปาก......

     

    สร้างร้านอาหาร?

     

    “นี่เจ้าคิดจะเปิดร้านอาหารอย่างนั้นเหรอ?ทำไมกันละ?!” ชายหนุ่มพลันเบิกตาโตอย่างตกใจเมื่อได้ยินเหตุผลของเจิ้งฟู่เขาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่าเจิ้งฟู่ต้องกาจะเปิดร้านอาหาร......

     

    “ก็นะ! อันที่จริงแล้วข้าเปิดร้านอาหารให้กับคนรู้จักพร้อมกับร่วมลุงทุนกับเขา” เจิ้งฟู่อธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อย ว่าเขาไม่ลงมือทำเองแต่เป็นการร่วมลงทุนเท่านั้น.......

     

    อ่า!!

     

    “เอาเถอะ! มันเป็นเรื่องของเจ้าอยู่แล้วเจ้าจะทำอะไรข้าคงพูดอะไรไม่ได้ แต่นะ! ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะเจิ้งฟู่!” ชายหนุ่มรู้สึกยินดีที่ได้พบกับเจิ้งฟู่อีกครั้งในวันนี้เพราะว่าเป็นเจิ้งฟู่ที่ทำให้ชายหนุ่มเจียงหลงสามารถเอาชนะหลั่นซือได้ในตอนทดสอบแต่ในขณะที่เจียงหลงจะพูดอะไรบางอย่างออกไปนั้นเขาก็พลันสัมผัสได้ถึงเรื่องที่น่าตกใจบางอย่าง“หือ? ระ....ระ.....ระดับพลังของเจ้า! นี่เจ้าเป็นผู้ฝึกตนระดับรากสวรรค์ขั้นที่เจ็ดแล้วอย่างนั้นเหรอนี่?ช่างรวดเร็วนัก นี่พึ่งจะผ่านไปยังไม่ถึงเดือนเลยนะ!” ชายหนุ่มแทบจะสำลักเลือดออกมาเมื่อเห็นแบบนั้น......

     

    “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งเช่นกันศิษย์พี่ เรื่องระดับพลังของข้ามันก็ไม่เท่าไหร่หรอกศิษย์พี่!ว่าแต่ท่านเองก็เลื่อนระดับแล้วเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”เจิ้งฟู่ยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับยิ้มก่อนจะถามชายหนุ่มกลับว่าอีกฝ่ายเองก็เลื่อนระดับเหมือนกัน......

     

    “ก็เพราะเจ้าทำให้ข้าชนะการเดิมพันยังไงละด้วยเม็ดยาทิพย์ทะลายรากสวรรค์ที่ข้าได้รับมา มันจึงทำให้ข้าสามารถทำลายกำแพงขวางกั้นสู่ระดับต่อไปได้ทำให้ข้าเลื่อนเป็นระดับสวรรค์ก่อเกิดขึ้นที่หนึ่งยังไงละและหลังจากที่ข้าสามารถทะลายขีดจำกันนั้นมาได้แล้วการบ่มเพาะของเขาก็เริ่มดีขึ้นและทำได้เร็วขึ้นมากกว่าเดิม!”ชายหนุ่มเจียงหลงรู้สึกดีใจมากที่จะได้พูดเรื่องนี้ เพราะเขาติดอยู่ที่ขั้นที่เก้าระดับรากสวรรค์มานานมากแล้วไม่ว่าเขาจะใช้เม็ดยาทิพย์ชั้นดียังไงมันก็ไม่ได้ผล......

     

    ทว่าในครั้งนี้มันกลับได้ผลเมื่ออย่างน่าเหลือเชื่อโดยที่เขาใช้เพียงเม็ดยาทิพย์ทะลายรากสวรรค์เพียงแค่สองเม็ดเท่านั้นแล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาดูใจได้อย่างไร......

     

    “เช่นนั้นศิษย์น้องผู้นี้ก็ดีใจกับศิษย์พี่ด้วย!”เจิ้งฟู่กล่าวยินดีพร้อมกับยิ้มขึ้นที่มุมปากของเขาอย่างมีเลศนัยซึ่งความจริงแล้วเป็นเพราะเขาได้ช่วยชายหนุ่มแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับเส้นชีพจรของเขาก่อนหน้านี้ให้มันจึงทำให้ชายหนุ่มสามารถทะลวงผ่านระดับต่อไปได้ต่างหาก.........