ตอนที่ 32
หัวหน้าโจร
“ ล้อมมันเอาไว้!!!! ” หัวหน้าโจรป่าที่นั่งอยู่บนหลังของอาชาตัวใหญ่เปล่งเสียงสั่งการออกมาด้วยความโกรธหลังจากที่เห็นการกระทำอันหยิ่งยโสของบุรุษปริศนาตรงหน้าของมัน
ลู่หานลงมือสังหารพรรคพวกของพวกมันไปจำนวนนึงจะไม่ให้มันแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยวออกมาเช่นนั้นก็แปลกไปสักหน่อย
ทันใดนั้นเองพวกโจรป่าร่างกายกำยำมากมายลงมาจากหลังของอาชาที่พวกมันกำลังขี่อยู่แล้วเข้ามาล้อมร่างกายของลู่หานเอาไว้
ลู่หานกวาดสายตามองร่างของพวกโจรป่านับสิบที่กำลังเข้ามาล้อมร่างกายของเขาจากทุกทิซทุกทาง
ท่าทางของเขาสงบนิ่งไร้การเคลื่อนไหว ลู่หานกำดาบเหล็กทั้งสองข้างในมือแน่นพร้อมจะเข้าปะทะ อีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่าเขาจะประมาทไม่ได้
“ ฆ่ามัน!!! ” เสียงของหัวหน้ากลุ่มโจรกล่าวออกมาดังลั่นเพื่อให้สัญญาณ
โจรป่าร่างกายกำยำที่กำลังล้อมร่างของลู่หานอยู่พวกมันพุ่งกระโจนเข้าใส่ร่างของลู่หานอย่างรวดเร็วจากทุกทิศทุกทาง
บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเคลื่อนกายไปรอบๆอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้ดาบเหล็กทั้งสองเล่มในมือฟาดฟันไปที่ร่างของโจรป่าที่ดาหน้าเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง
ฉึบ!!! ฉึบ!!!! ฉึบ!!! ฉึบ!!!
สองดาบฟันเข้าสู่จุดตายเพียงครั้งเดียวสองเท้าเคลื่อนไหวรวดเร็วประหนึ่งสายลมที่มองไม่เห็น เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นดาบเหล็กทั้งสองเล่มในมือของลู่หานก็ถูกอาบไปด้วยโลหิตสีแดงสดของเหล่าโจรป่า
ร่างของเหล่าโจรป่านับสิบเริ่มร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ตึบ!!! ตึบ!!! พวกมันกลายเป็นร่างไร้วิญญาณด้วยเวลาเพียงแค่ยังไม่ถึง 1 นาที
ลู่หานส่งสายตาอันเย้ยหยันมุ่งตรงไปที่หัวหน้าของเหล่าโจรป่าที่นั่งอยู่บนหลังของอาชาตัวใหญ่ เมื่อมันได้มองเข้ากับดวงตาของบุรุษปริศนาผู้นั้นมันรู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังส่งสายตาท้าทายมันอยู่
หัวหน้าของเหล่าโจรป่าที่มีร่างกายกำยำกระโดดลงมาจากหลังม้าพร้อมกับดาบเหล็กเล่มใหญ่ของมัน
“ เสี่ยวเฟิงเจ้าช่วยไปจัดการกับพวกที่เหลือที ” ลู่หานเอ่ยสั่งการกับเจ้าอินทรีเพลิงฟ้าที่กำลังเกาะอยู่บนหัวไหล่ของตนเอง
เสี่ยวเฟิงรับคำสั่งมันสยายปีกออกแล้วบินขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเรียกเร้นเปลวเพลิงสีฟ้าปกคลุมทั่วร่างของมันแล้วพุ่งไปหาเหล่าโจรป่าที่เหลือ
ลู่หานตั้งใจจะปะทะกับหัวหน้าของเหล่าโจรป่าที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของเขา มันมีพลังบ่มเพาะรากฐานเพียงแค่กำเนิดพลังสีครามเท่านั้นแต่เขาอยากจะใช้มันเป็นตัวทดสอบว่าฝีมือของคนในยุทธภพเป็นเช่นไรบ้าง
“ เข้ามาสิ.. ” ลู่หานยกดาบเหล็กที่อาบไปด้วยโลหิตชี้ตรงไปที่หน้าของมันเพื่อท้าทาย
ชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำผู้นั้นพุ่งกระโจนเข้าหาร่างของลู่หานอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้ดาบอันใหญ่ยักษ์ฟาดโจมตีจากด้านบน
ลู่หานเห็นการโจมตีนักเรียนอย่างชัดเจนจากดาบเหล็กทั้งสองเล่มยกขึ้นมาประสานด้านบนพร้อมป้องกันดาบขนาดใหญ่ที่กำลังฟาดฟันลงมา
เคล้ง!!! ดาบเหล็กขนาดใหญ่ฟาดฟันลงมาถูกปิดด้วยแรงของลู่หานอย่างง่ายดาย มันสร้างความประหลาดใจให้กับหัวหน้าของเหล่าโจรผู้ที่ฟาดฟันดาบขนาดใหญ่ลงมาใส่ลู่หานเป็นอย่างมาก
ร่างของบุรุษหนุ่มผู้นี้ไม่ขยับเลยสักนิดแม้มันจะออกแรงเหวี่ยงลงมาอย่างเต็มแรงแท้ๆ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมของมันมีดวงตาทั้งสองข้างที่เบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก ร่างกายของมันใหญ่โตกว่าบุรุษผู้นี้ถึง 2 เท่าพละกำลังเองก็น่าจะมากกว่าด้วยเช่นกันเหตุใดดาบของมันถึงไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายของบุรุษผู้นี้ได้เลยสักนิดคำถามนั้นบังเกิดขึ้นภายในใจขณะที่เต็มไปด้วยความสับสน
ลู่หานที่รับดาบนั้นได้อย่างง่ายดายก็ออกแรงดันมันกลับไปด้วยแรงประมาณ 5 ใน 10 ส่วนของตนเอง เพียงแค่ออกแรงดันครึ่งเดียวเท่านั้นเขาก็สามารถตอบโต้ให้ดาบขนาดยักษ์นั้นกระเด็นกลับไปได้พลันให้ร่างขนาดใหญ่ของหัวหน้าโจรเอนล้มไปด้านหลัง
ดวงตาทั้งสองข้างมองเห็นโอกาสพุ่งกระโจนเข้าไปหวังจะใช้ดาบเหล็กทั้ง 2 เล่มในมือฟาดฟันเข้าสู่จุดตายเพื่อจบการต่อสู้
เคล้ง!!! ใบหน้าของลู่หานปรากฏความตื่นตระหนกเล็กน้อย ดาบทั้งสองเล่มของเขาถูกป้องกันเอาไว้ได้โดยดาบขนาดใหญ่ของหัวหน้าโจรที่กำลังเซล้มไปด้านหลัง เขาไม่คิดว่ามันจะมีสัญชาตญาณในการต่อสู้มากขนาดนี้
“ อย่ามาดูถูกกันนะ!!!! ” มันเปล่งเสียงเข้มแห่งความโกรธออกมาพร้อมกับเรียกเร้นพละกำลังทั้งหมดดีดร่างกายของตนเองที่กำลังจะเซล้มลงไปกับพื้นขึ้นมาแล้วใช้ดาบเหล็กขนาดใหญ่โต้กลับลู่หานภายในพริบตา
ร่างของลู่หานถูกแรงมหาศาลของมันเหวี่ยงออกไป บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มตั้งหลักได้ทันทีที่เท้าทั้งสองข้างของเขาสัมผัสกับพื้น แต่เมื่อดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองไปที่ร่างของศัตรูตรงหน้า
ตอนนี้ร่างของหัวหน้าโจรป่าผู้นั้นพุ่งทะยานเข้ามาประชิดร่างของลู่หานอย่างรวดเร็วพร้อมกับยกดาบเหล็กขนาดใหญ่ของมันขึ้นพร้อมจะเหวี่ยงลงมาปิดชีพศัตรูของมัน
ลู่หานเงยมองดาบที่กำลังพุ่งลงมาจากด้านบนอย่างสงบนิ่ง เขาไม่มีท่าทางตื่นตระหนกเลยสักนิดราวกับรู้อยู่แล้วว่าตนเองนั้นจะสามารถหลบได้
บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเป็นต่อของตนเองโยกกายหลบดาบนั้นได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าหัวหน้าโจรผู้นั้นจะมีร่างกายใหญ่โตและมีพละกำลังที่มากมายแต่ว่าการเคลื่อนไหวของมันมันเชื่องช้า ทำให้ลู่หานมั่นใจว่าตนเองสามารถหลบได้อย่างแน่นอน
ขวับ!!! ดาบเหล็กขนาดใหญ่ฟันโดนแต่เพียงลมเท่านั้น ใบหน้าที่เหี้ยมเกรียมน่าเกรงขามของหัวหน้าโจรผู้นั้นบัดนี้มันเหลือแต่เพียงความตื่นตระหนกตกใจเท่านั้นที่ยังคงอยู่
ลู่หานที่โยกกายหลบดาบนั้นได้ก็เริ่มเปิดการโจมตีกลับในขณะที่มันกำลังตื่นตระหนกทันที ดาบทั้งสองเล่มในมือเหวี่ยงไปมาประหนึ่งใบมีดสายลม
ดาบเหล็กทั้งสองข้างของลู่หานโจมตีเข้าไปบริเวณมือของมันทั้งสองข้างก่อนที่จะเริ่มไล่ไปที่ขาทั้งสองข้างเพื่อตัดทางหนีแล้วค่อยจบชีวิตมันด้วยการปาดเข้าที่ลำคออย่างไร้ความปราณี
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนแม้กระทั่งตัวของหัวหน้าโจรเองก็ไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมาเลยสักนิด ร่างใหญ่โตของมันล้มลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นก่อนที่จะค่อยๆเอนลงไปด้านหน้าแล้วนอนนิ่งอยู่กับพื้นกลายเป็นร่างไร้วิญญาณทันที
เมื่อจบการต่อสู้ลู่หานโยนดาบเหล็กทั้งสองเล่มที่เปื้อนเลือดในมือทิ้งลงไปที่พื้นทันที เขาจะหันกลับไปเพื่อหวังจะช่วยเหลือเสี่ยวเฟิงที่อยู่ด้านหลังแต่เมื่อหันกลับไปมองเห็นว่าเหล่าโจรหลาย 10 คนต่างถูกสังหารตายเรียบ
เขานั้นลืมไปว่าเจ้าเสี่ยวเฟิงเป็นถึงสัตว์อสูรระดับราชันย์อสูรการจัดการโจรที่ไม่มีระดับพลังบ่มเพาะมันสามารถทำได้รวดเร็วกว่าเขาอีก
ลู่หานเดินกลับไปหาเหล่าชาวบ้านที่กำลังนั่งมองการต่อสู้ของลู่หานอย่างตื่นตระหนก พวกเขาไม่เคยเห็นบุรุษผู้ใดที่สามารถจะทำเช่นนี้ได้ดวงตาของพวกเขาเลยเบิกกว้างและได้แต่มองเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างพูดไม่ออกเท่านั้น
ร่างของบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเดินมาหยุดลงตรงหน้าของกลุ่มชาวบ้านมากมาย เขากวาดสายตามองให้เช็คว่ามีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือไม่ก่อนจะหันไปมองสัตว์เลี้ยงของตนเองที่กำลังโบยบินอยู่บนท้องฟ้าแล้วแผ่ซ่านเปลวเพลิงสีฟ้าออกมาปกคลุมร่างของมันอยู่
“ เสี่ยวเฟิงกลับมา!!!! ”
เจ้าอินทรีเพลิงฟ้าที่กำลังบินอยู่บนท้องนภาก็พุ่งกลับลงมาแฝงเร้นเข้าไปภายในร่างกายของลู่หานเช่นเดิม
เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมลู่หานก็ตั้งสติแล้วหันไปสนทนากับเหล่าชาวบ้านด้วยใบหน้าที่เป็นมิตร
“ พวกท่านเป็นอันใดกันหรือไม่ขอรับ... ”
เหล่าชาวบ้านต่างปลื้มปริ่มจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พวกเขานั้นรอดแล้วไม่ต้องถูกจับไปเป็นทาสแล้วคำๆนี้ดังก้องอยู่ภายในใจ คนพวกนี้อดีตเคยเป็นทาสมาก่อนพวกเขาถูกช่วยมาโดยท่านมหาปราชญ์แห่งยุคแต่พวกเขาก็ยังคงจำได้ดีว่าความทุกข์ยากในยามที่ตกเป็นทาสเป็นเช่นไร และเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะกลับไปเป็นทาสอีก
ตอนนี้สายตามากมายจับจ้องมาที่ร่างของลู่หานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ ตัวของลู่หานที่ยืนอยู่เบื้องหน้าสัมผัสได้จากสายตามากมายที่กำลังจ้องมองมาที่เขา
“ เอาล่ะขอรับอย่าเพิ่งพูดอะไรกันเลยกลับไปที่หมู่บ้านเถอะขอรับ ” ลู่หานไม่รีรอที่จะไปหากุญแจจากศพของพวกโจรป่าแล้วนำมาปลดโซ่ตรวนพี่กำลังจองจำคนพวกนี้อยู่แล้วพากลับไปที่หมู่บ้าน
กว่าเรื่องทั้งหมดจะเสร็จมันก็เป็นเวลาประมาณเที่ยงวัน ลู่หานก็พาเหล่าชาวบ้านมากมายกับมาถึงหมู่บ้านที่เสียหายมากมายพอดิบพอดี เมื่อเห็นสภาพของหมู่บ้านที่พังทลายเสียหายไปมากกว่า 9 ใน 10 ส่วนใบหน้าของเหล่าชาวบ้านก็ได้แต่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ของพวกนี้พวกเขาใช้เวลาสร้างมันมานานหลายสิบปีทั้งแปลงผักที่ให้ผลผลิตมากมายรวมไปถึงของที่มีค่าอีกหลายอย่าง
บางสิ่งผู้คนอาจจะมองว่ามันไร้ค่าหรือว่ามีค่าเพียงน้อยนิดแต่สำหรับพวกเขาที่เคยเป็นทาสมาก่อนเมื่อต้องสูญเสียพวกมันไปก็อดจะแสดงใบหน้าเช่นนี้ออกมาไม่ได้ ค่าของเงินมันไม่เท่ากันลู่หานเห็นใบหน้าของเหล่าชาวบ้านก็ล่วงรู้เรื่องนั้นได้ทันทีไม่ว่าในยุคสมัยไหนมันก็เป็นเช่นนั้นมีทั้งคนจนและคนรวย
แต่ก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งความเสียใจไม่นานพวกเขาทั้งหมดหันความสนใจมุ่งตรงมาที่บุรุษปริศนาที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเขาเพื่อหวังจะขอบคุณตามมารยาท
ลู่หานกวาดสายตามองชาวบ้านนับร้อยชีวิตที่กำลังจับจ้องมาที่เขา สองมือของคนมากมายยกขึ้นมาประสานกันเบื้องหน้าพลางกับคำนับลู่หานอย่างนอบน้อมจากใจจริง
“ พวกข้าขอบคุณท่านจอมยุทธ์มากที่ยื่นมือเข้าช่วย!!!! ” พวกเขากล่าวออกมาด้วยเสียงหนักแน่นอย่างพร้อมเพรียงทำให้ลู่หานที่ยืนรับคำขอบคุณเหล่านั้นอยู่ก็ถึงกับใจสั่น
เขาไม่เคยถูกผู้คนมากมายก้มคำนับพร้อมกันเช่นนี้จะตื่นเต้นก็ไม่แปลกอันใด แต่กระนั้นลู่หานก็พยายามทำตัวสงบนิ่งให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้เสียการใหญ่เขายังคงต้องรักษาภาพพจน์ของศิษย์ของมหาปราชญ์แห่งยุคผู้องอาจอยู่
“ ท่านจอมยุทธท่านมาจากที่ใดกัน ” ชายชราหลังค่อมผมขาววัยประมาณ 60-70 ปีผู้หนึ่งก้าวนำหน้าออกมาแล้วเอ่ยถามลู่หาน
ลู่หานที่ยังคงแสดงทางท่าสงบนิ่งเอาไว้ยกยิ้มเล็กๆก่อนจะใช้นิ้วมือของตนเองชี้ตรงไปที่ยอดเขาหวนหลงที่ตั้งอยู่ไม่ไกล
“ ตัวของข้ามาจากที่นั่น... ”
จบตอน