บทที่ 111: โทสะขององค์ชายรอง
ไม่นานหลังจากที่หลินฟานจากไป...
หอวิหคเมามายก็ตกอยู่ในความโกลาหล! ทหารองครักษ์หลวงที่ลาดตระเวนอยู่ใกล้ๆ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติและบุกเข้ามาตรวจสอบ!
ภาพที่พวกเขาได้เห็น... ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง!
องครักษ์ชั้นยอดสองคนตายอยู่ที่หน้าประตู... ภายในห้องส่วนตัวที่หรูหราที่สุด... คือร่างไร้วิญญาณของบุรุษในชุดดำปริศนา... และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... ท่านกงซุนเยว่และแม่ทัพหลี่เฉียง... สองบุรุษผู้ทรงอำนาจแห่งราชสำนัก... นอนหมดสติอยู่บนพื้น!
เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่า... พวกเขายังไม่ตาย... แต่รากฐานการบำเพ็ญเพียรของพวกเขากลับถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์! บัดนี้พวกเขาได้กลายเป็นคนธรรมดาที่ไร้ซึ่งพลังไปแล้ว!
ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วสังคมชั้นสูงของราชธานีในชั่วข้ามคืนราวกับพายุ! สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่!
แน่นอนว่า... ข่าวได้ถูกส่งไปถึง "ตำหนักองค์ชายรอง" อย่างรวดเร็วที่สุด
...
ณ ตำหนักส่วนพระองค์ขององค์ชายรองจ้าวหลิงเฟย...
เพล้ง!
เสียงเครื่องลายครามล้ำค่าถูกปัดตกจากโต๊ะจนแตกละเอียด... แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย
องค์ชายรองจ้าวหลิงเฟยไม่ได้กรีดร้องหรือคำรามออกมาด้วยความโกรธเหมือนครั้งก่อน...
แต่เขากลับนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้... ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง... แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัวจนทำให้เหล่าข้ารับใช้ที่อยู่ใกล้ๆ ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกและแทบจะหยุดหายใจ!
นี่คือความโกรธที่แท้จริง! ความโกรธที่ถูกกดไว้ภายใต้ความเงียบ!
เขาพ่ายแพ้แล้ว... พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ!
หลินฟานไม่ได้เพียงแค่ทำลายขุมกำลังของเขา... แต่ยัง "หยามเกียรติ" เขาอย่างรุนแรงที่สุด! ด้วยการส่งสองขุนนางคนสำคัญของเขากลับมาในสภาพ "คนพิการ"!
นี่คือการตบหน้าเขาอย่างจัง! คือการประกาศสงครามที่ชัดเจนที่สุด!
"หลิน... ฟาน..." เขาเค้นชื่อนี้ออกมาจากไรฟัน
บัดนี้เขาตระหนักแล้ว... ว่าเขาได้ประเมินเด็กหนุ่มจากสำนักเมฆาครามคนนี้ต่ำเกินไปมาก! นี่ไม่ใช่แค่อัจฉริยะด้านการต่อสู้... แต่คืออสูรร้ายที่ทั้งโหดเหี้ยม, ฉลาด, และบ้าบิ่นอย่างถึงขีดสุด!
ผู้ล่า... ได้กลายเป็นผู้ถูกล่าอย่างสมบูรณ์แบบ...
จ้าวหลิงเฟยรู้ดีว่าเขาไม่สามารถใช้วิธีลอบสังหารแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไปแล้ว หลินฟานได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าบัลลังก์เงาไม่สามารถทำอะไรเขาได้
เมื่อถูกบีบให้จนมุม... พยัคฆ์ร้ายก็พร้อมที่จะสู้จนตัวตาย!
"ในเมื่อเจ้าบีบให้ข้าต้องลงมือ... ข้าก็จะทำให้ทั้งอาณาจักรนี้ต้องลุกเป็นไฟ!"
องค์ชายรองเรียกที่ปรึกษาที่ไว้ใจที่สุดของเขาเข้ามาประชุมลับทันที
"ท่านอ๋อง! ตอนนี้สถานการณ์เลวร้ายอย่างยิ่ง! หลินฟานผู้นั้นแข็งแกร่งเกินไป และตอนนี้เขายังได้รับการสนับสนุนจากองค์รัชทายาทอย่างเต็มที่!"
"ข้ารู้!" องค์ชายรองตวาด "แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาหวาดกลัว! ในเมื่อเล่นในเงามืดไม่ได้... เราก็จะเล่นกลางแสงสว่างนี่แหละ!"
แววตาของเขาฉายประกายแห่งความบ้าคลั่ง!
"ส่งสารลับไปยังตระกูลขุนนางทั้งหมดที่สนับสนุนข้า! รวมกองกำลังทหารในเมืองหลวงส่วนที่อยู่ในอำนาจของแม่ทัพหลี่เฉียงไว้!"
"เราจะสร้าง 'วิกฤต' ขึ้นมา... แล้วใช้มันเป็นข้ออ้างในการ 'ควบคุม' สถานการณ์!"
...
ในขณะเดียวกัน... หลินฟานได้เดินทางกลับมาถึงตำหนักเมฆาจรอย่างเงียบๆ
เขานั่งขัดสมาธิอยู่ในห้อง... ราวกับว่าเรื่องราวเมื่อคืนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาเลยแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าเขาได้โยนก้อนหินลงไปในทะเลสาบที่นิ่งสงบแล้ว... บัดนี้เขาเพียงแค่รอ... รอให้คลื่นที่เขาสร้างขึ้นซัดกลับมา
และมันก็มาเร็วกว่าที่คิด...
ยันต์สื่อสารสองแผ่นได้พุ่งเข้ามาในห้องของเขาแทบจะพร้อมกัน!
แผ่นแรก... มาจากองค์รัชทายาท
"น้องชายข้าเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว... ราชธานีถูกปิดล้อม... กองกำลังทหารเริ่มเคลื่อนพล... จงระวังตัว"
และแผ่นที่สอง... คือยันต์สีเลือดจากแดนเหนือ... มาจากแม่ทัพเถี่ยเสวี่ยเยี่ยน!
"ได้รับรายงานการเคลื่อนทัพที่ผิดปกติใกล้ราชธานี... กองทัพพยัคฆ์โลหิตเตรียมพร้อมแล้ว... รอเพียงเสียงอสุนีบาตคำราม"
หลินฟานคลี่ยันต์ทั้งสองออก... แล้วยิ้มออกมาบางๆ...
"ในที่สุด... ก็จะแสดงละครฉากสุดท้ายกันแล้วสินะ"
การต่อสู้ครั้งสุดท้าย... กำลังจะมาถึงเร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิด!
และราชธานีสวรรค์แห่งนี้... กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิที่แท้จริง!