งานสังสรรค์ยามค่ำคืนผ่านไปด้วยความราบรื่น เมื่อถึง 4 ทุ่มทุกคนก็ได้ช่วยกันเก็บของก่อนที่จะแยกย้ายกลับห้องของตนเอง เพื่อพักผ่อนเตรียมความพร้อมสำหรับทริปในวันพรุ่งนี้
เมื่อกลับมาถึงห้องนัทก็พบว่าหินได้นอนหลับอยู่บนเตียงของตัวเองแล้ว
“หลับเร็วซะจริง” นัทเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะเดินไปปิดไฟแล้วกลับมาขึ้นเตียงของตัวเอง
ดีหน่อยที่ห้องที่หินได้เป็นห้องแบบเตียงคู่ ไม่อย่างนั้นหินคงได้แยกตัวเองออกไปนอนที่ห้องนั่งเล่นแน่ๆ เพราะเขาไม่ค่อยชินกับการนอนร่วมเตียงกับใคร อันที่จริงแล้ว...เขายังไม่เคยนอนร่วมเตียงกับใครมาก่อนเลย
เมื่อไฟดับลงตาของหินก็เปิดขึ้นมาท่ามกลางความมืด
“หิน หลับแล้วเหรอ? ” อยู่ดีๆ นัทก็เอ่ยถามขึ้นมา
“มีอะไร? ” หินถามขึ้น
“นัทถามอะไรหน่อยดิ”
“.....” หินไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้น เพียงแค่รอฟังว่านัทจะพูดอะไร
“ทำไมหินต้องทำดีกับคนงานภายในไร่ขนาดนั้นด้วย ทำไมต้องให้สวัสดิการดีมากขนาดนั้น นัทไม่เข้าใจเลย” นัทถามสิ่งที่อยากรู้ออกมา แค่เพียงเงินค่าจ้างที่ได้รับมันก็มากพอที่จะให้คนงานทำงานในไร่ด้วยความยินดีแล้ว
สิ่งที่นัทรู้มาจากวิชัยก็คือนอกจากคนงานจะได้รับสวัสดิการที่ดีแล้วยังได้รับค่าจ้างที่สูงกว่าบริษัทเอกชนบางแห่งด้วยซ้ำ นัทไม่เข้าใจว่าหินมีความจำเป็นใดที่จะต้องลงทุนมากขนาดนี้
“เพราะทุกคนสมควรที่จะได้รับมัน”
‘ไม่มีใครสมควรที่จะได้รับเงินเดือนน้อยเพียงเพราะงานที่ทำเป็นเพียงงานที่ใช้แรงกาย ไม่มีใครสมควรที่จะไม่ได้รับการรักษาที่ดีเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ไม่มีใครสมควรที่จะไม่ได้รับการศึกษาเพียงเพราะค่าใช้จ่ายที่ไม่เพียงพอ ในโลกเก่าของฉันการศึกษาและการได้รับการรักษาที่ดีเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้รับมันและทุกอาชีพในโลกเก่าของฉันทุกคนได้รับค่าตอบแทนที่เท่ากันหมดทุกอาชีพ มันทำให้ทุกคนได้ทำในสิ่งที่ตนเองรักโดยไม่มีเหตุผลเรื่องผลตอบแทนมาฉุดรั้งเอาไว้ ฉันแค่อยากให้โลกนี้เป็นเหมือนกับโลกของฉัน ที่ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน’ หินตอบเหตุผลของเขาขึ้นในใจ
คำตอบสั้นๆ ของหินไม่ได้ช่วยไขความกระจ่างความสงสัยของนัทสักเท่าไหร่นัก
“นัทมีอีกคำถามหนึ่ง”
“.....” หิน
“น้ำหมักผลไม้ของไร่ นัทอยากลอง….” ไม่ได้พูดจบ หินก็พลิกตัวไปอีกฝั่งในทันที
“หิน ตื่นมาคุยกันก่อน!” นัทพูดขึ้น แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ มาจากหินอีกเลยเพราะหินได้รู้แล้วว่าเจตนาที่แท้จริงของมันก็คือเรื่องน้ำหมักผลไม้นี่เอง คำถามที่ถามมาคำถามแรกก็เป็นเพียงแค่คำถามปูเรื่องเพื่อไม่ให้มันดูห้วนไปก็เท่านั้น
เมื่อเห็นว่าหินไม่ได้มีท่าทีใดๆ ตอบกลับมาอีกสุดท้ายนัทมันจึงได้ถอดใจก่อนที่จะข่มตาของตัวเองลงและหลับไป..เช้าวันต่อมา ทุกคนต่างก็ตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้น พวกเขาทุกคนรีบจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองก่อนที่จะพากันเดินไปยังห้องอาหารของไร่ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านพักมากนัก
เมื่อมาถึงพวกเขาพบว่าวิชัยได้มารออยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีครับ เป็นยังไงกันบ้างครับ นอนหลับสบายกันรึเปล่า? ” วิชัยถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“หลับสบายมากกกกกเลยค่ะคุณวิชัย จอยไม่เคยหลับสบายขนาดนี้มาก่อนเลย” จอยตอบขึ้น
“ที่นี่อากาศดีมากเลยค่ะ นอกจากจะสดชื่นแล้ว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ตามข้างทางยังทำให้รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก” มิ้วเสริมขึ้น
“ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะครับ สำหรับอาหารเช้าวันนี้ต้องการรับอะไรดีครับ”
“นาเดียร์ขอเป็น American Breakfast นะคะ”
“จอยขอเป็นแซนวิชกับไข่ลวกค่ะ”
“มิ้วเอาแค่โจ๊กหมูก็พอค่ะ”
“ผมเอาสเต๊กเนื้อชุดหนึ่งครับ” นัทตอบขึ้น
วิชัยถึงกับยิ้มออกมาเบาๆ กับการสั่งอาหารของพวกเขา ดูท่าเพื่อนกลุ่มนี้จะไม่มีใครทานอะไรคล้ายกันเลยสินะ
“เหมือนเดิม” หินตอบขึ้นด้วยความเคยชิน เหมือนเดิมของเขาก็คือแพนเค้กราดน้ำผึ้งและสลัดผักผลไม้สดนั่นเอง นี่เป็นอาหารเช้าที่เขากินประจำทุกครั้งที่มาพักที่ไร่
“เหมือนเดิม? หินมาทานอาหารที่นี่บ่อยเหรอ? ” นาเดียร์ถามขึ้นด้วยความสงสัย คนที่จะสั่งเหมือนเดิมได้แสดงว่าต้องเป็นคนที่ทานอาหารนั้นซ้ำและบ่อยมาก เธอไม่รู้มาก่อนว่าหินจะเคยมาที่นี่บ่อยขนาดนี้มาก่อน
“อ๋อ เอ่อ...ใช่ๆ ” หินตอบขึ้นด้วยท่าทางอึกอักเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองพึ่งหลุดบางอย่างออกมา แม้ทุกคนจะสงสัยอยู่บ้างแต่ในท้ายที่สุดก็ได้เลิกคิดใส่ใจเรื่องนี้
“ไม่คิดเลยนะคะเนี่ยว่าคุณวิชัยจะมารับออเดอร์อาหารด้วยตัวเอง” นาเดียร์เอ่ยแซวขึ้น ปกติเธอก็เห็นจะมีแต่บริกรเท่านั้นที่ทำแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ผู้จัดการไร่คนนี้จะทำหลายๆ อย่างด้วยตัวของเขาเอง
“ผมบอกแล้วไงครับ วันนี้พวกคุณคือแขกพิเศษ ดังนั้นวันนี้ถ้าหากพวกคุณต้องการอะไร สามารถบอกได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” วิชัยเอ่ยขึ้นก่อนจะขอตัวเอาออเดอร์อาหารไปส่งห้องครัว
เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้นวิชัยก็นำอาหารมาเสิร์ฟจนครบทุกคน
“หูว เร็วมากเลยนะเนี่ย” จอยเอ่ยขึ้นด้วยความทึ่ง
“ใช่เลย ตอนนาเดียร์มาทานกับกองถ่าย ขนาดตอนนั้นคนเยอะมาก เขาก็ทำออกมาเร็วมาก ที่สำคัญยังอร่อยมากด้วย” นาเดียร์เอ่ยชมขึ้น
“แน่นอนครับ ไร่ฟาร์มแสนสุขของเราจะไม่ปล่อยให้คุณต้องทนทุกข์เพราะรออาหารนานแน่ครับ ฮ่าๆๆ ” วิชัยเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหัวเราะออกมา ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนบนโต๊ะหัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน
เมื่อทุกคนรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ถึงเวลาสำหรับทริปในวันนี้ สถานที่แรกที่วิชัยพาทุกคนไปมีชื่อว่า พันมาลา นี่เป็นทุ่งดอกไม้ที่มีขนาดกว้างมากและก็มีดอกไม้เป็นพันชนิดตามชื่อของมันจริงๆ
ซึ่งในทุ่งดอกไม้นี้ก็มีดอกไม้ที่อนุญาตให้จับได้และห้ามจับ เพียงแต่ว่ามันกลับมีเพียงแค่ป้ายปักเตือนเอาไว้เท่านั้นไม่ได้มีรั้วกั้นแต่อย่างใด
ในขณะที่วิชัยกำลังบอกถึงที่มาที่ไปของรายละเอียดดอกไม้ชนิดต่างๆ อยู่นั้น หินก็เอ่ยขึ้นมากับวิชัยว่า
“คุณวิชัย ผมอยากดื่มน้ำผลไม้สดน่ะ คุณช่วยไปเอามาให้ผมได้ไหม” หินเอ่ยขึ้น แม้การที่แขกจะใช้ผู้จัดการไร่ไปเอาเครื่องดื่มมาให้มันจะดูไม่มีมารยาทอยู่บ้าง แต่ทว่าวิชัยกลับไม่ปฏิเสธหรือมีท่าทีไม่พอใจแม้แต่น้อย เหมือนว่านี่เป็นเรื่องปกติที่หินให้เขาทำ
“ได้ครับ คุณหิน” วิชัยตอบขึ้นก่อนที่จะรีบไปเอาน้ำมาให้หิน ซึ่งในขณะที่วิชัยจากไปแล้วนั่นเอง หินก็เอ่ยขึ้น
“ทุกคนดูนั่นสิ นั่นดอกชาเซล หนึ่งในดอกไม้หายากในป่าอเมซอนเลยนะนั่น” หินเอ่ยขึ้น พลางชี้ไปทางดอกไม้พันธุ์หนึ่งที่ดูสีแดงสดสวยงามประหนึ่ง ยอดผกาในหมู่ผกา
เมื่อทุกคนมองไปตามที่หินชี้พวกเขาก็พบว่ามันสวยงามมากจริงๆ โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่ต่างก็มองมันด้วยความหลงใหล
“มันสวยมากเลย” มิ้วเอ่ยขึ้นด้วยความชื่นชม
“เอ๊ะ แต่ดอกไม้นี้ เขาติดป้ายบอกว่าห้ามแตะมันนี่นา” จอยเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตเห็นป้ายเตือนใกล้ๆ
“ทำไมเหรอหิน ดอกไม้มันมีพิษเหรอ ถ้าแตะแล้วจะเป็นอะไรรึเปล่า” นาเดียร์ถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะเห็นว่าหินเป็นคนเอ่ยชื่อมันขึ้นมาก็น่าจะรู้เกี่ยวกับดอกไม้พันธุ์นี้ดี
“ไม่มีอะไรหรอก มันไม่ได้อันตรายหรือมีพิษอะไร มันแค่จะทำปฏิกิริยาคล้ายๆ ต้นไมยราบน่ะ” หินเอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวนัทจัดการเอง” นัทเอ่ยขึ้น ประหนึ่งว่าเขาคือผู้กล้าที่จะสละชีพเพื่อให้สาวๆ ได้เห็นปฏิกิริยาของพันธุ์ไม้ที่ว่านี้
“อย่าเลยนัท เขาก็เขียนป้ายห้ามเอาไว้แล้วนี่ เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องเอานะ” จอยเอ่ยห้ามแฟนของตัวเอง
“นั่นสิ เดี๋ยวถ้าคุณวิชัยกลับมาเขาจะว่าเอา” นาเดียร์เอ่ยเสริมขึ้น
“ถ้าไม่มีใครพูดก็ไม่มีใครรู้หรอกจริงไหม? ” นัทเอ่ยขึ้นพลางมองสำรวจไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าทางสะดวกเขาก็ไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปใช้มือสัมผัสพันธุ์ดอกไม้ที่ว่านี้แทบจะหมดทุกต้น
หินที่เห็นแบบนั้นจากใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งกลับเผยรอยยิ้มออกมาประหนึ่งตัวร้ายที่สามารถบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้สำเร็จแล้ว
ทันใดนั้นเองเมื่อนัทสัมผัสกับมัน ดอกไม้ทั้งหมดต่างก็หุบดอกที่กำลังบานของตัวเองเข้าไปเหมือนอย่างที่หินได้บอกเอาไว้จริงๆ
“ว้าว” สาวๆ ต่างอุทานขึ้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ นัทที่เห็นแบบนั้นจึงได้ยิ้มขึ้นอย่างมีชัย ลูกผู้ชายมันต้องแบบนี้สิ กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า กล้าที่จะแหกกฎเกณฑ์เพื่อโชว์ให้สาวๆ ได้เห็นว่าตนเองนั้นกล้าขนาดไหน
ในขณะนั้นนั่นเองวิชัยที่กลับมาพร้อมกับน้ำผลไม้สดของหินก็ได้มาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพอดิบพอดี
“ชิบหายละ!” วิชัยอุทานขึ้น เขาถึงกับอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า ดอกอื่นมีตั้งเยอะแยะที่ห้ามแตะ ทำไมต้องไปแตะดอกนี้ด้วย! แต่ที่วิชัยสงสัยมากกว่านั้นก็คือ พ่อเลี้ยงก็รู้จักเจ้าดอกไม้นี้ดีแล้วทำไมพ่อเลี้ยงไม่ห้ามเพื่อนของตัวเองล่ะ!?
----------------------------
ดอกแรกผ่านไป ดอกสอง ดอกสาม ค่อยๆ ผ่านไป หลงผิดคิดภาคภูมิใจ.....