[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 146 แบบฉบับผู้ถือครองชะตาฟ้าลิขิตจอมมังกรอหังการ ถูกด่าทออย่างมิไว้หน้า

    ตอนที่ 146 แบบฉบับผู้ถือครองชะตาฟ้าลิขิตจอมมังกรอหังการ ถูกด่าทออย่างมิไว้หน้า

            ในยามที่ทุกสายตาจับจ้องกู้ฉางเกอและเยวี่ยหมิงคงด้วยความตะลึงลานและอิจฉา เมื่อทั้งสองดูเหมือนจะส่งสายตาหยอกเย้ากันอยู่เบื้องหน้า…

            โครม!

            ภูผาและซากปรักหักพังเบื้องล่างพังทลายลงทันใด กลายเป็นเถ้าถ่านและฝุ่นควันกระจายไปทั่วท้องนภา

            “ช่างบังอาจนัก…”

            เสียงคำรามกราดเกรี้ยวปานพายุหิมะ พรั่งพร้อมด้วยเจตนาสังหารฆ่าฟันอันเยือกเย็นพลันดังขึ้น

            ร่างอันน่าครั่นคร้ามซึ่งล้อมรอบด้วยอักขระสีทองเปล่งประกาย พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าดุจสายรุ้งศักดิ์สิทธิ์ สะท้านสะเทือนทุกผู้ที่ได้พบเห็น

            ในเวลานั้นเอง ร่างของหลงเถิงปรากฏขึ้น แรงกดดันจากพลังโลหิตบนกายของเขาพวยพุ่งอย่างรุนแรง จนถึงขั้นที่บริเวณกระหม่อมเปล่งประกายดุจทะเลโลหิตอันน่าสะพรึงกลัว ประดุจดวงอาทิตย์แห่งราชัน ซึ่งก่อเกิดพายุคลั่งสะท้านฟ้า

            พลังแห่งขอบเขตเทวะมายาขั้นสูงสุดปรากฏเด่นชัด

            อำนาจของเขาเด็ดเดี่ยวไร้เทียมทาน หากแต่ด้วยสภาพที่ยับเยินในยามนี้ ทำให้เหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรหลายคนอดมิได้ที่จะมองเขาด้วยสายตาฉงนฉงาย

            แม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตจากยุคเซียนโบราณก็ยังมิอาจทนมองได้โดยตรง ราวกับสิ่งที่เพิ่งเห็นทำให้เสียมโนภาพของบุรุษผู้นี้ไป

            ท้ายที่สุดแล้ว… ภาพที่เพิ่งเกิดขึ้น มันช่างน่าอดสูจนมิมีคำใดจะบรรยายได้

            ก่อนหน้านี้ หลงเถิงพยายามแสดงความยิ่งใหญ่และเย็นชาทระนงตน ทว่าความภาคภูมิทั้งหมดกลับพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

            “กู้ฉางเกอ เจ้ากล้าลอบโจมตี เช่นนี้มิอยากจะมีชีวิตแล้วหรือ!”

            เสียงของหลงเถิงเยียบเย็นประหนึ่งคมดาบ

            ความเดือดดาลในใจเขารุนแรงถึงขีดสุด ผู้ใดเลยจะคาดคิดว่ากู้ฉางเกอจะปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหัน และใช้เพียงหนึ่งกระบวนท่าเตะเขาลงสู่ใต้พิภพ

            เหตุการณ์นั้นทำให้หลงเถิงอับอายอย่างใหญ่หลวง ราวกับถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีลงสู่ผืนดิน มิมีครั้งใดที่เขาปรารถนาจะสังหารคนมากเช่นครั้งนี้มาก่อน

            ทว่าเมื่อเผชิญกับสายตาเกรี้ยวกราดและเยือกเย็นของหลงเถิง กู้ฉางเกอกลับสงบเยือกเย็นไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน ราวกับผู้ที่ลงมือเมื่อครู่นั้นมิใช่เขา

            เขาเพียงแต่จ้องมองหลงเถิงด้วยสายตาลึกซึ้ง ราวกับสนทนากับตนเองเบาๆ “ดูเหมือนข้าจะทายมิผิดเลย เจ้าช่างเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของจอมมังกรอหังการในแบบฉบับนิยายโบราณอันแสนจะน่าเบื่อ... น่าเสียดายนัก ข้านั้นกลับมิเคยชื่นชอบเส้นเรื่องเหล่านั้นเลย”

            “การได้พบเจอกับเจ้าในที่แห่งนี้ ก็ทำเอาข้าประหลาดใจอยู่บ้าง”

            แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น ทว่าสีหน้าของเขากลับไร้ซึ่งความประหลาดใจโดยสิ้นเชิง

            ในยามนั้น เสียงระบบพลันดังขึ้นในห้วงจิตสำนึกของเขา

            “ติ๊ง! หลงเถิง ผู้ถือครองชะตาฟ้าลิขิตปรากฏตัว เริ่มต้นภารกิจ”

            “ภารกิจที่หนึ่ง สังหารหลงเถิง รางวัลของภารกิจ คือ ค่าวาสนา 3,000 แต้ม ค่าชะตาสวรรค์ 15,000 แต้ม และรางวัลพิเศษเพิ่มเติมที่จะทำการคำนวณแยกในภายหลัง”

            “ภารกิจที่สอง ทำให้หลงเถิงยอมจำนน รางวัลของภารกิจ คือ ค่าวาสนา 3,000 แต้ม ค่าชะตาสวรรค์ 15,000 แต้ม และรางวัลพิเศษเพิ่มเติมที่จะทำการคำนวณแยกในภายหลัง”

            กู้ฉางเกอมิแม้แต่จะคิดพิจารณา เขาเลือกตัวเลือกแรกในทันที

            บุรุษผู้โง่เง่าไร้ซึ่งสติอย่างหลงเถิงนั้นมิมีประโยชน์อันใดสำหรับเขา แม้เพียงครุ่นคิดก็มีแต่จะทำให้เขารำคาญใจ

            นอกจากนี้ หลงเถิงยังกล้าคิดการอันมิสมควร ต่อให้เขาสิ้นชีพไปก็ถือว่าเขาได้เมตตาต่อมันแล้ว

            ดังนั้น จึงมิมีทางเลือกอื่นใดอีกต่อไป…

            หลงเถิงนั้นมีค่าวาสนาสะสมอยู่ถึง 4,000 แต้ม เรื่องนี้ทำให้กู้ฉางเกอนึกถึงการ์ดปล้นวาสนาหลายใบที่เขาเคยทิ้งไว้ในมุมหนึ่งของระบบร้านค้าจนแทบจะขึ้นฝุ่นไปแล้ว

            การ์ดเหล่านั้นมีราคาถึง 5,000 แต้มชะตาสวรรค์ ทว่าหากใช้กับหลงเถิง ก็กลับมิได้ขาดทุนเลยแม้แต่น้อย

            หากการปล้นชิงสำเร็จ กฎเกณฑ์การล้างแต้มวาสนาของผู้ถือครองชะตาฟ้าลิขิต และการดรอปสิ่งล้ำค่าหลังจากการสังหารก็จะถูกเปิดใช้งานในทันที

            และหลงเถิงอาจจะทิ้งสมบัติดีๆ ไว้ให้ เขาก็อาจจะช่วงชิงไปครอบครองได้

            ในสายตากู้ฉางเกอ หลงเถิงนั้นมิต่างอันใดจากวัชพืชที่ยังมิสมควรจะถูกเก็บเกี่ยวเสียด้วยซ้ำ อย่างมากก็เป็นเพียงแค่สัตว์ประหลาดตัวเล็กๆ ที่คอยมอบแต้มประสบการณ์ให้แก่เขา

            อย่างน้อยเย่หลิงยังรู้จักใช้สมอง รู้ว่าควรทำสิ่งใดในเวลาไหน ทว่าหลงเถิงผู้นี้กลับกล้าหาญอย่างโง่เขลา ถึงกับวิ่งพล่านไปข้างหน้าอย่างไร้ความคิด

            อย่างไรก็ตาม ในวิถีทางที่เป็นสูตรสำเร็จเช่นนี้ หลงเถิงมักจะพบกับคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่าเขา การที่เขามองข้ามหรือดูแคลนคนเหล่านั้นจึงเป็นเรื่องปกติยิ่ง

            ทว่าการได้พบกับศัตรูระดับบอสสุดท้ายเช่นกู้ฉางเกอ เห็นได้ชัดว่ามิใช่สิ่งที่เขาเคยคาดคิดมาก่อน

            “กู้ฉางเกอ เจ้าว่ากระไรนะ!” หลงเถิงแค่นเสียงเยียบเย็น

            แม้จะมิเข้าใจในถ้อยคำของกู้ฉางเกอทั้งหมด ทว่าสายตาเหยียดหยามและท่าทีไร้ซึ่งความสนใจนั้น ทำให้ความโกรธและเจตนาสังหารฆ่าฟันของเขาเพิ่มทวีคูณขึ้น

            ตั้งแต่เกิดมานั้น ยังมิเคยมีผู้ใดกล้าดูถูกเขาเช่นนี้

            “มิมีอันใดมาก ก็แค่ด่าว่าเจ้าโง่เท่านั้นเอง”

            น้ำเสียงของกู้ฉางเกอเรียบเฉย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่แสนจะธรรมชาติ ราวกับมิใช่คำด่าทอ ทว่ากลับเป็นการกล่าวเล่าความจริงอย่างเรียบง่าย

            ถ้อยคำนั้นทำเอาผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรทั่วทั้งแผ่นดินเซียนโบราณอึ้งงันไปในทันที

            นี่เป็นการฉีกหน้าหลงเถิงครั้งแล้วครั้งเล่า และยังตอกย้ำความอัปยศด้วยถ้อยคำด่าทอซ้ำอีกครั้ง

            ที่น่าตลกก็คือ มิมีผู้ใดสามารถโต้เถียงกู้ฉางเกอได้แม้แต่น้อย

            สรรพชีวิตแห่งดินแดนเซียนโบราณต่างเงียบงันไปด้วยความตกตะลึง กู้ฉางเกอช่างแข็งกร้าวเกินกว่าผู้ใดในที่นี้

            แม้แต่กู้เซียนเอ๋อร์ก็ยังอึ้งงั้นไปชั่วขณะ นางมองแผ่นหลังอันคุ้นเคยนั้นของกู้ฉางเกอ ทว่าก็มิรู้ว่าควรจะกล่าวอันใดดี

            ก่อนหน้านี้ นางคาดว่ากู้ฉางเกอจะลงมือจัดการหลงเถิงในทันที

            ทว่ากลับกลายเป็นว่า เขาเริ่มต้นด้วยการถีบอีกฝ่ายลงสู่ผืนดิน จากนั้นจึงกล่าวถ้อยคำเชือดเฉือนอย่างใจเย็น

            “นี่แหละ...คือนิสัยของกู้ฉางเกอ ใช้วาจาเชือดเฉือนเพื่อมุ่งหวังกระตุ้นให้ผู้อื่นโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด”

            นางนึกถึงช่วงเวลาที่ตนเองเคยถูกกู้ฉางเกอทำให้หงุดหงิดจนแทบกระอักโลหิต คาดว่าหลงเถิงในยามนี้ก็คงจะรู้สึกมิต่างกัน

            “กู้ฉางเกอ เจ้าว่าอันใดนะ...” หลงเถิงหน้าชาไปชั่วขณะ ก่อนที่ความโกรธเกรี้ยวจะเดือดพล่านขึ้นอีกครา

            สายตาของเขาเยียบเย็นดั่งน้ำแข็ง สีหน้าขึ้นสีแดงจัดจากความอับอาย พลังจากร่างแผ่ออกมารอบตัวจนหมอกควันลอยคลุ้ง อักขระศักดิ์สิทธิ์ปรากฏชัด

            บรรยากาศรอบกายหลงเถิงหนาวเหน็บยิ่งกว่าเคย พลังอันน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งจนถึงขีดสุด…

            “ข้ามิได้กล่าวให้เจ้าหยุดนิ่งอยู่เฉยๆ รอให้ข้าสังหารหรอกหรือ ไยจึงต้องรีบร้อนปานนั้นเล่า เจ้านี่ช่างมิเชื่อฟังเอาเสียเลย” กู้ฉางเกอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ดวงตาเปี่ยมไปด้วยแววขบขัน

            ราวกับเขาได้แต่ทอดถอนใจ เมื่อหลงเถิงเร่งเร้าอยากจะปลิดชีพตนเองโดยไร้สติ

            เขายืนเด่นอยู่ในห้วงอากาศ มือทั้งสองประสานไว้เบื้องหลัง เสื้อคลุมขนนกสีขาวดุจแสงจันทร์ที่ปักลวดลายดารานับหมื่นสะท้อนแสงรางๆ รัศมีแห่งเซียนและความสูงส่งอบอวลอยู่รอบตัวเขา

            กู้ฉางเกอในยามนี้ ช่างเย่อหยิ่งและเปี่ยมไปด้วยอำนาจเหนือกว่าหลงเถิงในยามก่อนเสียอีก

            “นำของขวัญชิ้นใหญ่ที่ข้าเตรียมไว้สำหรับหลงเถิงมาให้ข้าที” เขากล่าวอย่างใจเย็น

            ทันใดนั้น เหล่าผู้ติดตามเบื้องหลังก็ก้าวออกมา แสงดาบวูบผ่านพร้อมกับเสียงกรีดแหลม โลหิตสดสาดกระจายจนแดงฉานไปทั่ว

            “ท่านหลงเถิง โปรดช่วยเราด้วย!”

            “ท่านหลงเถิง ช่วยชีวิตพวกเราด้วยเถิด พวกเรามิอยากตาย!”

            สิ่งมีชีวิจากดินแดนเซียนโบราณแต่ละคนถูกสะกดพลังและจับกุมไว้ ใบหน้าซีดขาวจนไร้สีโลหิต ขณะที่กรีดร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง

            ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ที่รับใช้หลงเถิงมาก่อน และได้รับคำสั่งให้ตามหากู้ฉางเกอ

            ทว่าแทนที่จะได้พบตัวกู้ฉางเกอ พวกเขากลับถูกเขาเข้าจู่โจมถึงที่เองเสียก่อน

            ฉัวะ!

            ก่อนที่หลงเถิงจะทันได้กล่าวคำใด แสงดาบพลันตกลง โลหิตสดหลั่งริน แผ่กลิ่นคาวโลหิตฉุนตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ

            ฝูงชนบนยอดเขาที่เบียดเสียดกันแน่น ต่างพากันตัวสั่นจากภาพเหตุการณ์ตรงหน้า

            มันมิใช่เพียงพลังหรือวิชาที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว ทว่ากลับเป็นความเยียบเย็นอันไร้ปรานีในทุกท่วงท่าของกู้ฉางเกอ

            แม้หลงเถิงจะเลื่องชื่อในความอหังการ ทว่าความเยือกเย็นและเฉียบขาดของกู้ฉางเกอกลับแผ่ความกดดันให้ผู้คนรอบข้างเสียมากกว่า

            “สังหารให้หมด รวมถึงสตรีมังกรผู้นั้นด้วย” รอยยิ้มบางเบาบนใบหน้าของกู้ฉางเกอเลือนหายไป ก่อนจะแทนที่ด้วยแววตาอันเยียบเย็น

            ก่อนที่หลงเถิงซึ่งโกรธเกรี้ยวจนหน้าดำคร่ำเครียดจะทันได้ลงมือ

            โครม!

            กู้ฉางเกอพลันเริ่มต้นเคลื่อนไหวก่อน เขาสะบัดปลายแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว ท้องนภาพลันพร่ามัว ราวกับจักรวาลหมุนคว้าง

            พลังอันลี้ลับและน่าหวาดหวั่นปรากฏขึ้นในชั่วพริบตา มือยักษ์ขนาดมหึมาทะลวงออกมาจากความว่างเปล่า รัศมีส่องประกายเจิดจ้ากลับกลืนกินความมืดมิดรอบกาย

            “ท่าสะบัดปลายแขนเสื้ออันสะท้านฟ้าของตระกูลกู้แห่งชีวิตอันยืนยง”

            เหล่ายอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์ต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อเห็นกระบวนท่านี้

            พวกเขาจำกระบวนท่านี้ได้ในทันที ทว่าในครั้งนี้ กลับทรงพลังยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยรู้จักเสียอีก

            มันมิใช่เพียงการใช้กระบวนท่า ทว่ากลับเป็นการแปรเปลี่ยนจนก้าวสู่อีกขั้นหนึ่ง

            “อีกทั้งยังดูเหมือนกู้ฉางเกอจะก้าวข้ามถึงขอบเขตเทวะมายาแล้ว จากแรงกดดันที่สัมผัสได้ เกรงว่าจะยังมิสิ้นสุดเพียงเท่านั้น…”

            “ลึกล้ำจนมิอาจหยั่งถึง ช่างน่าหวั่นเกรงยิ่งนัก”

            แม้แต่สิ่งมีชีวิตบรรพกาลในระดับสูงสุดยังเผยแววหวาดระแวงในดวงตา

            เมื่อครายอดฝีมือลงมือ ทุกสิ่งจะปรากฏชัดในทันที

            และกู้ฉางเกอผู้นี้ ก็เป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดที่ผู้ใดจะประมาทมิได้อย่างมิต้องสงสัย

            ผู้คนที่เคยคิดว่าเขานั้นเพียงอาศัยเล่ห์กลลอบโจมตี ในยามนี้กลับเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า… เขาเพียงต้องการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหลงเถิงก็เท่านั้น!

            “เจ้ากล้าลงมือก่อนข้าเช่นนั้นหรือ วันนี้ข้าจะสังหารเจ้าให้จงได้”

            สีหน้าของหลงเถิงพลันบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาเตรียมจะลงมือเพื่อช่วยเหลือเหล่าสรรพชีวิตที่ถูกจับกุมไว้ ทว่าเมื่อกู้ฉางเกอจู่โจมขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทุกแผนการของเขากลับถูกทำลายเสียสิ้น

            โครม!

            หลงเถิงปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่ พลังแห่งขอบเขตเทวะมายาขั้นสูงสุดแผ่กระจายออกมาท่วมท้นราวกับแผ่นฟ้าถูกบดขยี้

            เสียงคำรามของมังกรดังสนั่นสะท้านไปทั่วหล้า ประกายแสงศักดิ์สิทธิ์เรืองรองดุจทองคำ หลอมรวมเป็นกรงเล็บมังกรอันมหึมา ครอบคลุมพื้นที่ไกลนับพันลี้

            พร้อมกันนั้น อักขระสีทองรอบกายหลงเถิงพลันผุดขึ้น เปลี่ยนเป็นหอกศักดิ์สิทธิ์สีทองหลายสาย พุ่งทะยานไปด้วยความแหลมคมที่ยากจะต้านทาน

            “ต่อให้เจ้าจะอาละวาดถึงเพียงใด สุดท้ายก็มิอาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่จะถูกข้าสังหารได้!”

            “แม้ฟ้าดินจะพินาศ แม้ยุคสมัยจะล่มสลาย ทว่านามของหลงเถิงจักต้องถูกจารึกไว้ในยุคนี้!”

            เสียงของหลงเถิงเยือกเย็น ดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า ก่อเกิดแรงสะท้อนที่ทำให้เหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรรู้สึกหูแทบแตก

            ผู้คนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นพลังอันแท้จริงของหลงเถิงที่ระเบิดออกมา มันคือความยิ่งใหญ่ที่มิอาจปฏิเสธได้

            ในยามนั้น เสียงคำรามของมังกรดังกึกก้อง ฟ้าดินสะท้านสะเทือน มังกรแท้จริงปรากฏขึ้นในหมู่เมฆ ดุจกรงเล็บเดียวสามารถทำลายทุกสรรพสิ่งในหมื่นยุคได้

            นี่คือวิชามังกรแท้ของหลงเถิง ที่แสดงออกถึงอำนาจอันไร้เทียมทานอย่างแท้จริง

            “ท้องนภาผืนปฐพีอันกว้างใหญ่ วัฏจักรแห่งกาลเวลาอันยาวนาน เหล่าผู้กล้าจำนวนนับมิถ้วนล้วนมอดมลาย เจ้าเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งที่ข้าจะบดขยี้ เจ้ากล้าคิดว่านามของเจ้าคู่ควรแก่การจารึกหรือ”

            กู้ฉางเกอแค่นเสียงเยาะเย้ย น้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าความหยามหยันนั้นชัดเจนในทุกคำ

            แม้เขาจะเผยพลังเพียงแค่ระดับขอบเขตเทวะมายาขั้นต้น ทว่าท่วงท่าและอาภรณ์ที่เปล่งประกายแสงเซียนนั้นกลับทำให้เขาดูราวกับเซียนหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่กลางห้วงเวหา

            เมื่อปลายแขนเสื้อสะบัด ท้องฟ้าดุจแตกออกจากกัน พลังมหาศาลพุ่งออกมาดุจสายธารแห่งดาราจักรที่ถาโถมลงมา

            ในกระแสนั้นมีภาพดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ล่มสลาย ปรากฏเป็นพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว พุ่งเข้าหาหลงเถิงที่ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางเปลวแสงสีทอง

            หลงเถิงตอบโต้ด้วยศาสตราอันทรงพลังหลายสายที่ระเบิดออกจากร่าง แต่ละสายล้วนพุ่งทะยานปะทะกับแสงสังหารจากกู้ฉางเกอ

            ตูม!

            แสงเจิดจ้าประหนึ่งดวงดารานับพันระเบิดออกพร้อมกัน สะท้อนให้ผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรทั่วทั้งดินแดนต้องหลับตาเพราะความรุนแรงนั้น

            “เจ้ากล้าคิดจะสังหารข้าหรือ” หลงเถิงคำราม ดวงตาเปี่ยมด้วยเจตนาสังหาร

            “วิถีแห่งฟ้าอันกว้างไกล สรรพสิ่งในโลกล้วนเป็นราวกับมดปลวก สำหรับข้าแล้ว การสังหารเจ้าก็เป็นเพียงเรื่องง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือเท่านั้น”

            กู้ฉางเกอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ราวกับถ้อยคำของเขาเป็นเพียงการเอ่ยเรื่องจริงที่แสนจะธรรมดา ทว่ากลับแทงลึกเข้าไปในความภาคภูมิของหลงเถิง

            หลงเถิงเดือดดาลจนแทบจะคลุ้มคลั่ง นับตั้งแต่เกิดมาเขาก็มองผู้อื่นเป็นดั่งมดปลวกเสมอ ทว่าครานี้กลับกลายเป็นเขาเองที่กลับถูกเอ่ยกล่าวด้วยวาจาเช่นนี้

            ทันใดนั้นเอง สีหน้าของหลงเถิงพลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

            กู้ฉางเกอเริ่มยกมือขึ้น!

            แสงเรืองรองที่เปล่งออกมาจากเบื้องหลังเขาคือพลังแห่งมหามรรคาที่ผุดขึ้นรอบกาย

            กระดูกแห่งมหามรรคาส่องประกายเจิดจ้า รวมพลังแห่งมหามรรคาจนก่อตัวขึ้น ราวกับเขายืนหยัดอยู่ ณ จุดสูงสุดของหมื่นจักรวาล

            เบื้องบนของเขาเป็นห้วงจักรวาลแห่งยุคบรรพกาล ดวงดาราขนาดมหึมาหมุนเวียนอยู่ในแสงอันเจิดจ้า และขอบฟ้าดูเหมือนจะกลายเป็นจุดสิ้นสุดของสรรพสิ่ง…

            “นั่นมันวิชาเทพอันใดกันเล่า…”

            “คงเป็นวิชาแห่งพรสวรรค์ของกู้ฉางเกอ!” เหล่ายอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์หลายคนต่างสูดลมหายใจลึก ความหวาดหวั่นแผ่ซ่านในห้วงจิตใจ

            “นั่นคือกายาแห่งมรรคาของข้า…” กู้เซียนเอ๋อร์กำหมัดเล็กๆ ของตนแน่น นางสัมผัสได้ถึงพลังแห่งต้นกำเนิดที่เชื่อมโยงกัน

            พลังแห่งมหามรรคาในมือของกู้ฉางเกอถูกแสดงออกมาอย่างถึงขีดสุด ราวกับว่าเขาทำให้มันเปล่งประกายเจิดจรัสตามที่ควรจะเป็น

            พลังนั้นยิ่งใหญ่ถึงขั้นที่นางสามารถสัมผัสได้ถึงบางส่วนของ กฎแห่งมหามรรคาได้

            วินาทีต่อมา ท้องฟ้าเบื้องหลังของกู้ฉางเกอคล้ายกับหลอมรวมเป็นอาณาเขตของเขาเอง รูปร่างของมหามรรคาพลันปรากฏขึ้น ราวกับเป็นแผ่นฟ้าสีครามที่มีชีวิต

            เมื่อเขายกมือขึ้น พลันบดบังทั้งท้องนภา

            ปัง!

            ดวงตาของกู้ฉางเกอเยือกเย็น เขามองหลงเถิงจากเบื้องสูงด้วยสายตาที่ไร้ความปรานี

            ฝ่ามือยักษ์ซึ่งหลอมรวมมาจากฟากฟ้า พลันประดับด้วยดวงดารานับพันที่ส่องแสงระยิบระยับ ร่วงหล่นลงมาราวกับจะบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง

            ในชั่วพริบตา ผู้คนทั้งหมดได้เห็นภาพที่สะเทือนลึกถึงจิตวิญญาณ

            บางคนถึงกับตัวสั่นสะท้าน รวมทั้งจิตวิญญาณถูกแช่แข็ง รู้สึกอยากคุกเข่าลงกราบไหว้โดยมิอาจห้ามตนเองได้

            “พลังแห่งมหามรรคา…”

            สีหน้าของหลงเถิงแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขาตระหนักดีว่าพลังของฝ่ามือนี้มิอาจจะต้านทานได้โดยตรง

            กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าหา เขาส่งเสียงอู้อี้ ก่อนจะถอยร่นไปด้วยความรวดเร็ว พยายามหลีกหนีจากภูเขาทั้งห้านิ้วที่พร้อมจะบดขยี้เขาให้แหลกสลาย

            ทว่าฝ่ามือของกู้ฉางเกอกลับเคลื่อนตัวได้เร็วยิ่งกว่า มันแผ่คลุมทั้งท้องนภา ราวกับจะหลอมรวมหลงเถิงไว้ในพลังอันไร้ปรานีนี้

            “บังอาจนัก!”

            หลงเถิงคำรามลั่น พร้อมระดมพลังทั้งหมดที่มีโจมตีออกไป

            วิญญาณมังกรแห่งยุคบรรพกาลพลันปรากฏขึ้นจากสายโลหิตของเขา พลังโลหิตแผ่พุ่งออกจากกระหม่อม ราวกับเชื่อมโยงถึงสวรรค์เบื้องบน

            ทว่าเมื่อแสงกระบี่แห่งพลังนั้นปะทะเข้ากับฝ่ามือเบื้องหน้า เสียงแตกร้าวก็พลันดังขึ้น

            สีหน้าของหลงเถิงเต็มไปด้วยความตกตะลึงและสิ้นหวัง แขนทั้งสองของเขาสั่นระริกราวกับกำลังปะทะกับหินผาขนาดมหึมา

            ในสายตาของผู้คน ภาพนั้นชัดเจนยิ่งนัก มันเหมือนกับไข่ไก่ที่มุ่งหวังพยายามจะชนกับก้อนหิน!

            “เป็นไปมิได้! ข้ามีสายโลหิตมังกรแท้!”

            หลงเถิงคำรามลั่นด้วยความมิอยากจะเชื่อ เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับแขนกำลังจะแตกหัก ความเจ็บแปลบแล่นพาดผ่านทั่วร่าง แขนทั้งสองห้อยร่วงลงอย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

            เพียงการปะทะกันในคราแรก เขาก็พ่ายแพ้ไปโดยสิ้นเชิง

            ความเย็นเยียบพลันแล่นผ่านแผ่นหลังของหลงเถิง

            “เจ้าฟังมิเข้าใจหรือว่าข้าบอกให้เจ้าอยู่นิ่งเฉยๆ”

            เสียงของกู้ฉางเกอดังเบาๆ ทว่ากลับแฝงไปด้วยความหนาวเหน็บที่ทำให้หลงเถิงสั่นสะท้าน

            ฝ่ามือยักษ์ยังคงเคลื่อนต่อไป

            ปัง!

            เสียงกรีดร้องดังสนั่น แขนทั้งสองของหลงเถิงแตกกระจายกลายเป็นละอองโลหิต

            พลังแห่งฟ้าดินกดทับลงมา ราวกับทั้งสรวงสวรรค์กำลังถล่มลงสู่พื้น ความน่าสะพรึงกลัวของพลังนี้ช่างไร้ขอบเขตเสียจริง

            พลังเช่นนี้ ย่อมมิใช่สิ่งที่กายเนื้อของมนุษย์หรือสรรพชีวิตใดๆ จะสามารถต้านทานได้…

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา ที่คุณอ่าน