การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 54 คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์

           เมื่อยามเช้ามาถึง อาจารย์ฉงไช่ได้มาที่อาคารที่พักส่วนตัวของหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า ตั่งแต่เช้าตรู่ หลังจากได้พบกับทั้งสามคนอาจารย์ฉงไช่ได้บอกถึงรายละเอียดเรื่องการรับตำแหน่งอาจารย์ผู้ทรงเกียรติของทั้งสามคน
           โดยทั้งสามคนจะต้องปรากฎตัวในงานมอบตำแหน่งที่จะจัดขึ้นในช่วงเวลาบ่ายของวัน ซึ่งภายในงานจะมีเหล่าผู้มีชื่อเสียงจากภายในเมืองรวมถึงเหล่ายอดฝีมือ มารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยาน การรับตำแหน่งอาจารย์ผู้ทรงเกียรติของทั้งสามคน
           “พวกข้าทราบแล้วขอรับท่านอาจารย์ฉงไช่” หวังเหว่ยกล่าว
           “เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของพวกท่านทั้งสามแล้ว เมื่อใกล้ถึงเวลาเริ่มงานซือโฮ่วและซิ่นเฉิงจะเป็นคนนำทางพวกท่านไปที่งานขอรับ” อาจารย์ฉงไช่กล่าว
           หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของฉงไช่ จากนั้นเขารวมถึงเฟิงเค่อและเฟิงเป้าได้นั่งสมาธิเพื่อปรับสมดุลพลังปราณอสูร
           เมื่อใกล้ถึงเวลาบ่ายโมง ซือโฮ่วและซิ่นเฉิงได้เข้ามาภายในที่พักส่วนตัวของทั้งสามคน
           “ใกล้ถึงเวลาเริ่มงานรับตำแหน่งอาจารย์ผู้ทรงเกียรติของพวกท่านทั้งสามแล้วขอรับ ขอเชิญพวกท่านทั้งสามไปที่งานรับตำแหน่งขอรับ” ซือโฮ่วกล่าว
           “พวกข้าเข้าใจแล้วเจ้านำทางได้เลย” เฟิงเค่อกล่าว จากนั้นทั้งสามคนได้ลุกขึ้นเดินตามซือโฮ่วและซิ่นเฉิง ไปที่งานรับตำแหน่ง
           เมื่อมาถึงภายในงานรับตำแหน่งได้มีสายตามากมายจ้องมองมาทางหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า สายตาเหล่านั้นมีทั้งเป็นมิตรและไม่เป็นมิตร ซึ่งหวังเหว่ยได้จดจำใบหน้าของคนที่มองเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเอาไว้เป็นอย่างดี
           "อืม ภายในงานนี้มีทั้งเผ่าพันธุ์มังกรและเผ่าพันธุ์มนุษย์ กลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่คงเป็นชนชั้นสูงภายในเมือง ไว้มีเวลาว่างข้าค่อยแวะไปเยี่ยมเยียนพวกเขา" หวังเหว่ยคิดในใจ
           “ท่านอาจารย์ผู้ทรงเกียรติทั้งสามเดินทางมาถึงแล้ว ขอเชิญท่านทั้งสามส่งตัวแทนขึ้นมากล่าวบางอย่างสักเล็กน้อยขอรับ” รองอาจารย์ใหญ่ผู้รับหน้าที่พูดในงานกล่าว
           เฟิงเค่อได้เดินขึ้นไปบนเวที จากนั้นเขาได้กล่าวตามที่หวังเหว่ยบอกผ่านการสื่อสารทางจิต “พวกข้าสามพี่น้องเดินทางมาจากทะเลสาบอันไกลโพ้นทางทิศตะวันออกเพื่อมาสร้างชื่อเสียงให้กับบ้านเกิด
           หลังจากนี้พวกข้าจะหาซื้อคฤหาสน์ภายในเมืองและสร้างร้านค้าขายอุปกรณ์วิเศษขึ้น หากพวกท่านมีเวลาพวกข้าสามพี่น้องขอเชิญพวกท่านแวะเวียนมาอุดหนุนร้านค้าของพวกข้าด้วยขอรับ” เฟิงเค่อได้เดินลงจากเวทีหลังจากกล่าวจบ
           จากนั้นได้มีเสียงพูดคุยกันดังขึ้นโดยรอบ เหล่าผู้มีอำนาจหลายกลุ่มภายในเมืองได้พากันจ้องมองมาทางหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า ด้วยสายตาอันหลากหลาย
           รองอาจารย์ใหญ่ผู้รับหน้าที่พูดในงานเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าจึงได้กล่าวขึ้นมาว่า “ในตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วขอเชิญท่านอาจารย์ใหญ่ขึ้นเวทีเพื่อมอบใบประกาศรับตำแหน่งให้กับอาจารย์ผู้ทรงเกียรติทั้งสามท่าน”
           อาจารย์ใหญ่เหวินหรงได้เดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับใบประกาศรับตำแหน่ง จากนั้นหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้าได้เดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อรับมอบใบประกาศรับตำแหน่งจากอาจารย์ใหญ่เหวินหรง
           หลังจากมอบใบประกาศรับตำแหน่งเสร็จเรียบร้อย อาจารย์ใหญ่เหวินหรงได้กล่าวปิดงาน
           “ข้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่หลังจากนี้เป็นต้นไปสถาบันอัคคีหมอกของเราจะมีอาจารย์ผู้ทรงเกียรติเพิ่มขึ้นมาถึงสามท่าน ข้าเหวินหรงขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้มาเป็นสักขีพยานในวันนี้”
           หลังจากอาจารย์ใหญ่กล่าวปิดงานเรียบร้อยแล้ว แขกผู้มีเกียรติภายในงานได้ทยอยกันเดินทางกลับที่พักของตนเอง
           เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ข่าวเรื่องของหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า ได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองแห่งนักประดิษฐ์รวมถึงเมืองอื่นผ่านกระจกสื่อสารระยะไกลอย่างรวดเร็ว
           เมื่อถึงช่วงเย็นของวัน ฮั่นเป่าได้มาหาหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า ภายในที่พักส่วนตัวของทั้งสาม
           “ท่านอาจารย์ผู้ทรงเกียรติทั้งสาม ข้าได้พูดคุยกับทางท่านเจ้าเมืองเรื่องที่พวกท่านต้องการซื้อคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว ท่านเจ้าเมืองได้แนะนำคฤหาสน์หลังหนึ่งให้กับพวกท่านเป็นกรณีพิเศษ แต่เรื่องของราคา... ”
           “ท่านอาจารย์ฮั่นเป่า ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องของราคาคฤหาสน์ พวกเรานักหลอมสร้างแห่งทะเลสาบอันไกลโพ้นทางทิศตะวันออกไม่เคยขาดแคลนเงินทอง !”
           “ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านอาจารย์ผู้ทรงเกียรติเฟิงเหว่ย เช่นนั้นขอเชิญพวกท่านตามข้าไปดูคฤหาสน์ขอรับ”
           เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ทั้งสี่คนได้มาถึงยังหน้าคฤหาสน์ โดยมีเจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองยืนรอต้อนรับทั้งสี่คน
           “คฤหาสน์หลังนี้มีความหรูหราสวยงามอีกทั้งสิ่งของประดับตกแต่งภายในคฤหาสน์ยังมีสภาพที่ดีมาก บริเวณโดยรอบมีพื้นที่ว่างกว้างขวางเหมาะสำหรับใช้สร้างอาคารที่พักจำนวนมาก เจ้าของคฤหาสน์คนเก่าย้ายออกไปอยู่ที่เมืองอื่นเมื่อเดือนที่แล้ว พวกท่านถูกใจคฤหาสน์หลังนี้หรือไม่ขอรับ” เจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองกล่าว
           “คฤหาสน์หลังนี้ดูดีใช้ได้ ข้าตกลงซื้อคฤหาสน์หลังนี้ ท่านอาจารย์ฮั่นเป่า ท่านพอจะขอส่วนลดจากท่านเจ้าเมืองได้หรือไม่ขอรับ ?” เฟิงเป้ากล่าวถาม
           “เอ่อ... สำหรับเรื่องนี้” ฮั่นเป่าได้หันไปมองเจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมือง
           เจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองเห็นดังนั้นจึงได้กล่าวออกมาว่า “สำหรับราคาข้าสามารถลดให้พวกท่านได้มากสุดจากราคาเดิมที่ตั้งไว้300,000เหรียญทอง เหลือ250,000เหรียญทองขอรับ” เจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองกล่าวตอบ
           “พวกข้าตกลงซื้อคฤหาสน์หลังนี้ขอรับท่านเจ้าหน้าที่” เฟิงเค่อกล่าว
           “ขอบคุณพวกท่านมากขอรับ ขอเชิญพวกท่านที่จวนเจ้าเมือง เพื่อให้ข้าออกใบกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับพวกท่านขอรับ”
           หลังจากจ่ายเงิน250,000เหรียญทองและได้รับใบกรรมสิทธิ์ที่ดินของคฤหาสน์ จากเจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองได้กล่าวถามทั้งสามคนว่า
           “ท่านอาจารย์ทั้งสาม พวกท่านพึ่งจะซื้อคฤหาสน์หลังใหม่ พวกท่านต้องการซื้อ "แผ่นเหล็กทหารรับจ้าง" ด้วยเลยหรือไม่ขอรับ ?”
           “แผ่นเหล็กทหารรับจ้าง? สิ่งนี้คืออะไรหรือขอรับท่านเจ้าหน้าที่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม
           “แผ่นเหล็กทหารรับจ้าง ใช้สำหรับรับสมัครทหารรับจ้างที่เป็นนักอัญเชิญอสูร นักสู้ นักเวทย์ เข้ามาเป็นทหารส่วนตัวของท่านขอรับ โดยเจ้าของแผ่นเหล็กทหารรับจ้าง ต้องทำการหยดเลือดของตนเองลงไปบนแผ่นเหล็กทหารรับจ้างก่อน ถึงจะถือว่าเป็นเจ้าของแผ่นเหล็กทหารรับจ้างอย่างสมบูรณ์ขอรับ
           แผ่นเหล็กทหารรับจ้าง มีอยู่3แบบ แบบที่หนึ่งแผ่นเหล็กสีเขียวสัญญาทหารรับจ้างหนึ่งปี แบบที่สองแผ่นเหล็กสีแดงสัญญาทหารรับจ้างสิบปี แบบที่สามแผ่นเหล็กสีน้ำเงินสัญญาทหารรับจ้างถาวร โดยหลังจากที่ทำสัญญารับจ้างแล้วคนผู้นั้นจะไม่สามารถไปทำสัญญาทหารรับจ้างกับผู้อื่นได้อีกจนกว่าจะหมดสัญญาขอรับ” เจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองกล่าว
           “โอ้! มีอุปกรณ์เช่นนี้ด้วย ข้าขอซื้อแผ่นเหล็กทหารรับจ้างสีแดง1อันขอรับ” หวังเหว่ยกล่าว
           “ราคาแผ่นเหล็กทหารรับจ้างสีแดงสัญญา10ปี มีราคา10000เหรียญทองขอรับ” หลังจากกล่าวจบ เจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองได้นำแผ่นเหล็กทหารรับจ้างสีแดงออกมามอบให้กับหวังเหว่ย
           หลังจากหวังเหว่ยจ่ายเงินซื้อแผ่นเหล็กทหารรับจ้างสีแดงเป็นที่เรียบร้อย ฮั่นเป่าได้ขอตัวกลับไปยังสถาบันอัคคีหมอก ส่วนหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า ได้เดินทางไปยังคฤหาสน์หลังใหม่ที่ได้ซื้อ
           “คฤหาสน์หลังนี้ดูกว้างขวางและสวยงามดีขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อกล่าวกับหวังเหว่ย ขณะนั่งลงบนโซฟาที่เปื้อนฝุ่นภายในห้องรับรองแขกของคฤหาสน์
           “อืม ข้าจะตั้งชื่อให้กับคฤหาสน์หลังนี้ว่า คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์ หลังจากนี้ข้าจะสร้างร้านค้าขายอุปกรณ์ขึ้นตรงที่ว่างทางด้านหน้าคฤหาสน์”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อ เฟิงเป้ากล่าวพร้อมกัน
           “ในตอนนี้ใกล้จะมืดค่ำแล้ว พวกเจ้าทั้งสองเลือกห้องพักตามที่พวกเจ้าต้องการกันได้เลย ข้าจะลองตรวจสอบแผ่นเหล็กทหารรับจ้างดูว่าข้าสามารถสร้างเลียนแบบให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่ ในเช้าวันพรุ่งนี้พวกเราค่อยเริ่มวางแผนเรื่องการเปิดร้านค้าขายอุปกรณ์”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบเฟิงเค่อและเฟิงเป้าได้ไปพักผ่อนภายในห้องพักที่ตนเองเลือก
           เวลาผ่านไปสองชั่วโมงหวังเหว่ยได้เข้าใจถึงวิธีการสร้างแผ่นเหล็กทหารรับจ้างเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นเขาได้นำแร่โลหะหินเหล็กออกมาก้อนหนึ่ง เพื่อใช้สร้างแผ่นเหล็กทหารรับจ้างของตนเองขึ้นมา
           โดยหวังเหว่ยได้เพิ่มความสามารถเสริมของแผ่นเหล็กทหารรับจ้างหลายอย่างเช่น คนที่มีใจคิดไม่ซื่อกับเจ้าของแผ่นเหล็กทหารรับจ้าง จะไม่สามารถทำสัญญาทหารรับจ้างได้ เวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงหวังเหว่ยได้สร้างแผ่นเหล็กทหารรับจ้างสีแดงที่เป็นของเขาเพียงคนเดียวเสร็จเรียบร้อย
           “เอาล่ะได้เวลาหยดเลือดลงไปเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ”
           ติ๊ง
           แผ่นเหล็กทหารรับจ้างได้เปล่งแสงสว่างสีแดงเจิดจ้าออกมา จากนั้นได้ล่องลอยขึ้นมาหยุดอยู่บนฝ่ามือของหวังเหว่ย
           “อืม ข้าสามารถรับรู้ถึงความคงอยู่ของมันได้ด้วยสินะ คนที่คิดค้นอุปกรณ์ชิ้นนี้ขึ้นมาถือว่าไม่ธรรมดาเลย” หวังเหว่ยกล่าวพึมพำเบาๆ จากนั้นเขาได้เก็บแผ่นเหล็กทหารรับจ้างเข้าไปไว้ภายในแหวนมิติ
           “ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าเองก็ควรนอนพักผ่อนเช่นกัน” หวังเหว่ยได้เข้าไปในห้องพักที่เขาเลือกและนอนหลับไปบนเตียงที่เปื้อนฝุ่นในทันที
           เมื่อเวลาตีสองมาถึง เสียงฝีเท้าในยามดึกสงัด ได้ทำให้หวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
           เฟิงเค่อและเฟิงเป้าได้อยู่ในท่าเตรียมพร้อมต่อสู้อย่างรวดเร็ว
           ส่วนหวังเหว่ยได้ใช้ทักษะตรวจจับระยะไกล ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ
           “มียอดฝีมือระดับเลเวล30ถึง40 หลายสิบคนอยู่ใกล้กับคฤหาสน์ ข้าไม่อยากให้คฤหาสน์ของข้าเสียหายพวกเราออกไปต้อนรับพวกนั้นกัน” หวังเหว่ยกล่าวกับเฟิงเค่อและเฟิงเป้าผ่านการสื่อสารทางจิต
           “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อและเฟิงเป้ากล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต จากนั้นทั้งสองได้ออกจากที่พักส่วนตัวและมาหาหวังเหว่ยอย่างรวดเร็ว
           กลุ่มคนหลายกลุ่มที่ยืนอยู่บนกำแพงของคฤหาสน์ได้มองเห็น หวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า เดินออกมาจากภายในคฤหานส์ พวกเขาจึงได้หันไปพูดคุยกัน “พวกนั้นรู้ตัวกันแล้ว พวกเราควรรีบเข้าไปจับตัวทั้งสามคน กลุ่มไหนจับตัวใครไว้ได้ ถือว่ากลุ่มนั้นได้ตัวอาจารย์หลอมสร้างท่านนั้นไป”
           ฟุบ ฟุบ ฟุบ
           ในทันทีที่เท้าถึงพื้นเหล่ายอดฝีมือหลายสิบคนได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบาที่แสนเงียบเชียบของมือลอบสังหาร พากันบุกเข้าไปจับตัวหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า อย่างรวดเร็ว
           “หากพวกเจ้ายอมจากไปแต่โดยดี ข้าจะไม่สังหารพวกเจ้า” หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา