จ้าวหยางจื่อ นายน้อยตระกูลแม่ทัพแห่งราชวงศ์ถัง

    ตอนที่ 35 รายงาน

    ขณะที่จ้าวหยางจื่อกำลังฝึกซ้อมยิงธนูคันใหม่และล่าสัตว์อยู่นั้น เวลาเดียวกันเฮ่อเหลียนกลัดกลุ้มใจอย่างหนักที่ทางเข้าหมู่บ้านตระกูลหาน เขาโชคดีที่พบเจอวิธีทำกำไรก้อนโตอยู่ตรงหน้าทั้งที ทว่าไม่สามารถคว้ามันเอาไว้ได้

    ส่งผลให้ตั้งแต่วันแรกที่เขาพบเด็กขายปลานั่น เขาก็แอบติดตามข่าวสารที่หมู่บ้านตระกูลหานทุกวัน ว่าเด็กนั่นขายปลาได้หรือไม่ ถ้าขายไม่ได้เขาก็จะไปซื้อปลาจากเขาอีกครั้งพร้อมกับถือไพ่ในมืออย่างเหนือกว่า

    แต่ผิดคาด เจ้าเด็กนั่นขายปลาได้ทุกวัน แถมยังทำกำไรได้ก้อนโตอีกด้วย เลยทำให้เขายังไม่ได้เคลื่อนไหวกลัดกลุ้มใจอย่างในปัจจุบัน

    คิดดูแล้วเจ้าเด็กหนุ่มคนนั้นก็หยาบช้านัก เขาขอซื้ออย่างตรงไปตรงมาก็ไม่ขายให้ หนำซ้ำยังพูดจาหยาบคายคงต่อเขาอีก คิดแล้วมันน่าแค้นใจ!

    เป็นเวลาสามวันแล้วที่เขาคิดหาหนทางไม่ได้เสียทีว่าจะเอากำไรก้อนโตตรงหน้าอย่างไรดี ยิ่งเมื่อวานเจ้าเด็กนั่นรับรู้แล้วว่าเขาเป็นแค่ลูกจ้างของภัตตาคารแห่งหนึ่ง การข่มขู่ที่เคยทำมาจึงตัดทิ้งไปได้เลย เพราะข่มขู่อย่างไรเจ้าเด็กนั่นคงไม่กลัวอีกแล้ว

    ชีวิตลูกจ้างคนอื่นช่างรันทดนัก นอกจากจะทำงานให้เจ้านายอย่างหนักแล้ว การหาทางรอดอื่นให้แก่ตนเองก็ยากไม่แพ้กัน หนำซ้ำพอพบเห็นหนทางรอดกลับคว้าเอาไว้ไม่ได้

    ‘หรือเราควรเข้าไปพูดคุยกับเด็กนั่นดีๆ ถ้าสำเร็จเราได้ทั้งส่วนต่างจากการขาย เจ้านายก็มีอาหารประเภทเนื้อขาย..ไม่สิ! ข้ากับเจ้าเด็กนั่นไม่มีทางพูดจากันด้วยดีได้!’ เฮ่อเหลียนยังคงจำเหตุการณ์ในเมืองได้ไม่ลืม เขากับเจ้าเด็กขายปลานั่นไม่มีทางดีกันได้อย่างแน่นอน

    ยิ่งคิดเฮ่อเหลียนยิ่งเคียดแค้น เจ้าเด็กน้อยยังไม่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่นั่นกล้าดีอย่างไรถึงต่อปากต่อคำกับเขา พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรืออย่างไร

    เมื่อเดินทางมาถึงทางเข้าเมืองแล้วเหลือบไปเห็นทหาร ทันใดนั้นเองเฮ่อเหลียนก็คิดบางอย่างได้ พลางคลี่ยิ้มอย่างชั่วร้าย

    ‘ข้าขอซื้อดีๆ ไม่ขาย ข้าทำเช่นนี้ไปเจ้าอย่าโทษข้าทีหลังแล้วกัน’

    ขณะจูงเกวียนเทียนวัวผ่านเข้าเมือง เฮ่อเหลียนไม่ตรงไปที่ภัตตาคารของตนเองทว่าเลี้ยวซ้ายไปแทน หนึ่งก้านธูปต่อมาเฮ่อเหลียนก็ยืนตรงหน้าที่ว่าการอำเภอเพื่อขอพบกับนายอำเภอ

    ทว่าการเข้าพบกับนายอำเภอนั้นไม่ง่ายเลย มีหลายด่านกว่าเขาจะพบกับนายอำเภอได้ ในช่วงเวลานี้เฮ่อเหลียนจึงต้องจำใจใช้เงินเก็บของตนเองเป็นค่าผ่านทาง พลางท่องอยู่ในใจว่านี่คือการลงทุน

    ..

    ย้อนกลับไปก่อนที่เฮ่อเหลียนจะเข้าพบจินเป่านายอำเภอเมืองเหอเป่ยสักเล็กน้อย

    จินเป่าเป็นชายวัยสี่สิบปีเศษรูปร่างอ้วนถ้วนลงพุงขยับเขยื้อนทีพื้นไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ชุดขุนนางสีน้ำเงินของเขาเก่าซีดจวนจะเป็นสีเขียวเต็มที

    เช้าวันนี้เขาก้าวขาเข้าสู่ห้องทำงานของเขาอย่างไม่พอใจนัก เพราะรู้สึกว่าเขาทำงานอย่างยากลำบากแทบตาย บริหารเมืองอำเภอสุดความสามารถอยู่ทุกวัน ทว่าเขาก็ไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเสียที

    เขามาประจำที่อำเภอแห่งนี้ก็นานหลายปีแล้ว นานเข้าอายุก็มากตาม ทว่าตำแหน่งงานหน้าที่การงานของเขากลับไม่ได้เลื่อนตามเลย ทำให้เขาฉุนเฉียวอย่างมากในเวลานี้

    ระหว่างที่เขาเคร่งเครียดเรื่องนี้อยู่นั้น เจ้าหน้าที่อำเภอได้รายงานเขาว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งต้องการพบเขา แม้จะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างที่ชาวบ้านตัวเล็กๆ ต้องการพบ ทว่าเจ้าหน้าที่ก็บอกมาว่าชาวบ้านคนนั้นมีเรื่องสำคัญต้องการจะรายงานเขา เขาจึงอนุญาตให้เข้าพบอย่างไม่ได้ 

    'ถ้ารายงานเรื่องไม่เป็นเรื่องละคอยดู!!'

    “เข้ามา” เมื่อจินเป่าเอ่ยอนุญาต เฮ่อเหลียนก็ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของนายอำเภออย่างกล้าๆ กลัวๆ พลางมองไปซ้ายทีขวาทีอย่างอยากรู้อยากเห็น ไม่ใช่ว่าชาวบ้านธรรมดาแบบเขาจะเข้ามาในห้องทำงานของนายอำเภอได้ง่ายๆ สำรวจจนพอใจแล้วก็พลางนั่งคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม

    เวลานี้จินเป่านั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาอย่างเย่อหยิ่ง เขาเหลือบตามองดูเฮ่อเหลียนด้วยความดูถูกเหยียดหยามครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าชาวบ้านคนนี้ไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้าดีๆ ใส่ เขาก็ไม่มองชาวบ้านคนนั้นอีกเลย พลันถามอย่างไม่พอใจว่า

    “เจ้ามาที่นี่ต้องการจะพูดเรื่องอันใดก็รีบพูด? ข้าไม่มีเวลามาเสียเวลากับเรื่องที่ไม่สำคัญ”

    ได้ฟังเช่นนั้นเฮ่อเหลียนโค้งคำนับด้วยความเคารพและกล่าวว่า “เรียนท่านายอำเภอผู้ยิ่งใหญ่ ข้าน้อยพบคนผู้หนึ่งจับปลาได้มากมายในแต่ละวัน ทว่าเขาไม่ขายให้ข้าเพื่อจะนำปลามาให้ชาวเมืองได้กิน ทว่าเขากลับขายแก่พวกชาวบ้านเพียงเท่านั้น ข้าไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดีจึงมารายงานให้ท่านนายอำเภอผู้ยิ่งใหญ่ช่วยเหลือ”

    จินเป่าได้ฟังเรื่องไร้สาระเช่นนี้เขาก็พลันระเบิดอารมณ์ที่เก็บกดเอาไว้ออกมา

    “เจ้ากล่าวเรื่องไร้สาระอันใดของเจ้า! เจ้าซื้อขายปลาไม่ได้มันก็เรื่องของเจ้า หาได้เกี่ยวกับข้าไม่! เรื่องเช่นนี้ข้าจำเป็นต้องรับรู้ด้วยหรือ! ทหาร! นำมันไปโยนทิ้ง!!”

    เฮ่อเหลียนร้อนรนเขาไม่คิดว่านายอำเภอผู้นี้จะไร้เหตุผลจนไม่ฟังคำอธิบายของเขา หนำซ้ำยังจะโยนเขาออกไปอีก เขาเสียเงินไปตั้งมากมายกว่าจะพบนายอำเภอผู้นี้ได้ จะกลับออกไปมือเปล่าออกไปเช่นนี้ได้อย่างไร ก่อนจะก้มกราบลงกับพื้นพร้อมกับกล่าวว่า

    “ท่านนายอำเภอผู้ยิ่งใหญ่ ข้าน้อยพูดความจริงขอรับ คนที่จับปลาได้เขาเก็บไว้กินเพียงแค่คนในหมู่บ้านเท่านั้น ไม่ยอมขายออกมา หมายปองให้พวกเราไม่มีเนื้อกิน?”

    “เหลวไหล! เนื้อสัตว์มากมายมีขายในตลาด เจ้าไม่แหกตาดูหรือ? หยุดกล่าวไร้สาระได้แล้ว! ทหารจับมันไปโยนทิ้ง!!”

    “นายท่านโปรดฟังข้า ข้ากล่าวความจริง! เจ้าเด็กนั่นจับปลาได้ตั้งมากมายต่อวัน เขาไม่ยอมนำมาขายนอกหมู่บ้านเลยขอรับ เขามันเห็นแก่ตัว!”เฮ่อเหลียนไม่สนฟ้าฝนแล้ว ถึงต้องตายเขาก็ต้องได้ส่วนแบ่งก้อนโตนั่น เด็กนั่นจะฮุบเอาไว้คนเดียวหรือ? ไม่มีวัน!

    “ถ้าเป็นเพียงแค่เด็กจะจับได้เยอะแค่ไหนกันเชียว? พูดจาเหลวไหล! แค่เจ้าอ้าปากข้าก็เห็นตีนไก่เจ้าแล้ว!” จินเป่าพูดอย่างหงุดหงิด เรียกทหารตั้งนานแล้วทหารก็ไม่เข้ามาเสียที

    เฮ่อเหลียนพูดเมื่อมีโอกาส เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้นายอำเภอยอมฟังเขา“หนึ่งวันเขาจับได้มากกว่าสามร้อยตัวขอรับ!”

    “หือ!” ครานี้จินเป่าให้ความสนใจ มันมีวิธีไหนกันที่จับปลาได้เยอะตั้งขนาดนั้น?

    ระหว่างที่จินเป่ากำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง ทหารก็พุ่งเข้ามาในห้อง

    “ท่านเรียกพวกเราหรือขอรับ”

    “พวกเจ้าออกไปก่อน” ทหารจากไปอย่างงุนงง จะเรียกหรือจะไล่พวกเขากันแน่

    จินเป่าหันไปถามเฮ่อเหลียนอีกครั้ง

    “ที่เจ้าพูดมาคือความจริงงั้นรึ? ข้าขอเตือนไว้ก่อน ถ้าเจ้าหลอกข้ามีโทษประหาร”จินเป่าพูดอย่างเยือกเย็น

    ทว่าเฮ่อเหลียนก็พูดอย่างมั่นใจ เพราะเขาสำรวจมาสักพักแล้ว“คือความจริงขอรับ ข้าสังเกตดูสองสามวันแล้ว เจ้าเด็กนั่นขายปลาให้พวกชาวบ้านได้แทบทุกหลังคาเรือนต่อขอรับ”

    “งั้นรึ?...” จินเป่าจับคางครุ่นคิด ถ้าเป็นตามที่เจ้านั่นพูดมาจริง หนึ่งคนก็จับปลาได้สามร้อยตัว? แล้วถ้าสองคนล่ะ? แล้วร้อยคนล่ะ? ยิ่งคิดจินเป่าก็ดวงตาเป็นประกายดุจดวงดาว

    ข้าต้องคว้าวิธีจับปลานั่นมาเอาไว้ในมือให้ได้! หลังจากรายงานแก่ฝ่าบาท การเลื่อนขั้นก็อยู่ไม่ไกลแล้ว! ครานี้แหละข้าก็มีจะโอกาสทิ้งอำเภอเส็งเคร็งนี่เสียที!







    สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ

    ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ

    หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel

    คล้ายกับเรื่องจ้าวหยางจื่อ นายน้อยตระกูลแม่ทัพแห่งราชวงศ์ถัง ที่คุณอ่าน