"เ้าเพิ่งจะคำนวณดวงเื่อะไร?" ผู้าุโใหญ่ถาม
"ข้าเพิ่งเคยเข้าวังเป็ครั้งแรกจึงคำนวณดูว่าควรจะก้าวเท้าข้างไหนเข้าประตูก่อนขอรับ" หลินเยี่ยนย้อนถามผู้าุโใหญ่อย่างแปลกใจ "หรือยังมีเื่อื่นที่ต้องคำนวณอีกขอรับ?"
คำนวณเื่อะไรก็น่าจะมีประโยชน์กว่าเื่นี้ไม่ใช่หรือ?
ผู้าุโใหญ่ "คำนวณเื่นี้มันมีประโยชน์อะไร?"
หลินเยี่ยนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "อย่างน้อยก็จะไม่ถูกไล่ออกไปเพราะก้าวเท้าขวาเข้าพระราชวังก่อนขอรับ"
ผู้าุโใหญ่ถึงกับเถียงไม่ออก ลูกศิษย์ของเ้าเจ็ดคนนี้มีของดีอยู่กับตัวจริง ๆ เมื่อเห็นหลินเยี่ยนก้าวเท้าซ้ายเข้าพระราชวังอย่างโงนเงน ผู้าุโใหญ่จึงลดเสียงต่ำถามฉู่หลินเฟิงว่า "ศิษย์พี่ของเ้าพูดจาประหลาดแบบนี้เป็ปกติเลยหรือ?"
ฉู่หลินเฟิงมือหนึ่งอุ้มเจียงซิน อีกมือหนึ่งดึงแขนของผู้าุโใหญ่ ขาของเขายังคงอ่อนแรง ดีกว่าสถานการณ์ของหลินเยี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สายตาของเขาไม่สามารถจดจ่อที่ใบหน้าของผู้าุโใหญ่ได้ด้วยซ้ำ ทำได้เพียงพยักหน้าไปทางตะปูสีเหลืองสว่างบนประตูสีแดงชาดของเมืองหลวง "ขอรับ หากไม่พิลึกพิลั่น จะเรียกว่านักพยากรณ์ได้หรือขอรับ?"
"หึ" เป็วงจรที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ
ผู้าุโใหญ่ดึงหัวเขาให้หันมา แล้วพาเดินไปข้างหน้า เพื่อไม่ให้เ้าเด็กโง่นี่เอาหัวชนประตูเข้า ทว่าฉู่หลินเฟิงไม่ขยับ เขาก้มลงพิจารณาเท้าของตนเองอย่างตั้งใจ ก่อนจะก้าวเท้าซ้ายเข้าสู่เมืองหลวงอย่างเคร่งครัด ผู้าุโใหญ่ลังเลครู่หนึ่ง แล้วชักเท้าขวาที่ยกขึ้นมากลับคืน จากนั้นจึงก้าวเท้าซ้ายเข้าประตูตามไป
อย่างไรเสียก็เป็ศิษย์สำนักใหญ่ ไม่นานนักก็กลับมาเป็ปกติและนั่งร่วมงานเลี้ยงในวังราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้าุโใหญ่เป็ตัวแทนสำนักมาร่วมงานเลี้ยง จึงได้นั่งแถวหน้า ส่วนหลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงเป็รุ่นเยาว์ ที่นั่งจึงค่อนไปทางด้านหลัง นั่งรวมกับรุ่นเยาว์คนอื่น ๆ จากหกสำนักเซียน
เจียงซินจ้องมองอาหารบนโต๊ะตาไม่กะพริบ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าพยายามดมกลิ่นหอมของอาหารที่อบอวลอยู่ในอากาศ
[ว้าว หอมจังเลย อยากกินที่สุด! ปลาหลิงจี้จี่นึ่ง! อุ้งเท้าหมีทุ่งหิมะตุ๋นน้ำแดง! ว้าว ว้าว ว้าว! มีตับัด้วย!]
ครั้งสุดท้ายที่ได้กินของดีขนาดนี้ คือชาติที่แล้วนี่เอง ทุกครั้งที่มีอาหารจานใหม่ยกมา เจียงซินจะร้อง "ว้าว" ออกมาคำหนึ่ง น้ำลายสอด้วยความอยากกิน
[ศิษย์พี่รอง ซินซินอยากกินอันนั้น คีบเนื้อให้ซินซินหน่อยสิ ศิษย์พี่ห้า มองซินซินหน่อย ซินซินก็อยากกินเหมือนกัน!]
เจียงซินเดี๋ยวก็มองหลินเยี่ยน เดี๋ยวก็มองฉู่หลินเฟิง หัวน้อย ๆ หมุนไปมาไม่หยุด หวังว่าจะมีศิษย์พี่คนไหนสังเกตเห็นนางบ้าง ส่วนหลินเยี่ยนที่กำลังทักทายผู้คนอยู่กล่าวขอตัว จากนั้นจึงนำกระดองเต่าออกมา
เด็กหนุ่มที่นั่งข้างเขาชื่อว่าเฉิงเหยี่ยนซี เป็ศิษย์เอกของสำนักจินเซิ่ง ในฐานะศิษย์จากหกสำนักเซียนเหมือนกัน พวกเขาจึงค่อนข้างสนิทสนมกัน เมื่อเห็นหลินเยี่ยนจะคำนวณดวงกะทันหัน เฉิงเหยี่ยนซีจึงถามด้วยความสงสัยว่า "เ้าจะคำนวณเื่อะไร?"
หลินเยี่ยนเริ่มคำนวณดวงอย่างจริงจัง "คำนวณว่าสามารถให้ศิษย์น้องเล็กกินอาหารบนโต๊ะได้หรือไม่"
เดิมทีเฉิงเหยี่ยนซีอยากจะบอกว่า ‘อาหารไม่มีพิษ มีอะไรที่กินไม่ได้’ แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเจียงซินเพิ่งเกิด จึงกล่าวอย่างระมัดระวังว่า "น่าจะกินไม่ได้กระมัง? เด็กวัยนี้ยังต้องดื่มนมอยู่เลย ตอนพวกเ้าออกจากสำนัก ท่านอาจารย์และท่านอาจารย์หญิงว่าอย่างไรบ้าง?"
"พวกท่านไม่ได้พูดเื่นี้" หลินเยี่ยนจึงต้องคำนวณดวงเพื่อความแน่ใจ
เมื่อสิ้นคำ ดวงก็ปรากฏ หลินเยี่ยนมองดูนิมิตดวงแล้วตกอยู่ในภวังค์ความคิด ส่วนเฉิงเหยี่ยนซีไม่เข้าใจเื่การดูดวง แต่มีสามัญสำนึก เขาเหลือบมองเหรียญทองแดงในมือของหลินเยี่ยน แล้วถามอย่างเป็ธรรมชาติว่า "คือให้กินไม่ได้ใช่หรือไม่?"
นี่คือดวงว่างเปล่าหมายความว่าไม่ว่าจะให้เจียงซินกินเนื้อหรือไม่ผลลัพธ์ย่อมไม่แตกต่างกัน ส่วนผลลัพธ์นั้นจะดีหรือร้าย หลินเยี่ยนไม่อาจทราบได้ หลินเยี่ยนไม่ค่อยพบดวงลักษณะนี้บ่อยนัก เพื่อความปลอดภัย เขาคิดว่าไม่กินจะดีกว่า "ศิษย์น้องเล็ก เ้ายังเล็กอยู่ กินเนื้อไม่ได้นะ"
ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเจียงซินบึ้งตึงทันที นางเหลือบไปเห็นนิมิตดวงในฝ่ามือของหลินเยี่ยนโดยบังเอิญ จึงถลึงตาจ้องเขม็งฉู่หลินเฟิงคิดในใจว่าศิษย์พี่รองคำนวณดวงแม่นยำขนาดนั้น ศิษย์น้องเล็กจะใช้เพียงสายตาเปลี่ยนคำทำนายของเขาได้เชียวหรือ?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก็เห็นเหรียญทองแดงสามเหรียญในฝ่ามือของหลินเยี่ยน มีสองเหรียญพลิกตัวโดยไม่มีสาเหตุ ราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นบางอย่างสะกิด ดวงว่างเปล่ากลับกลายเป็ดวงมหาโชคในทันที
เจียงซินยิ้มอย่างมีความสุขสุด ๆ
[ฮ่า ๆ ๆ ข้าฝืนลิขิตฟ้าเปลี่ยนดวงได้แล้ว! ข้าจะกินเนื้อ! ศิษย์พี่รอง รีบคีบเนื้อให้ข้าเร็วเข้า! ดวงที่ท่านคำนวณออกมาก็บอกแบบนี้เหมือนกันนะ!]
นางหัวเราะในใจเสียงดังเกินไป จนแม้แต่ผู้าุโใหญ่ที่นั่งอยู่ไกลออกไปก็ได้ยิน จึงส่งสายตาชื่นชมมาให้ อายุยังน้อยก็รู้จักใช้เล่ห์เหลี่ยม กลโกงและใช้ทางลัด สมแล้วที่เป็ศิษย์สำนักเทียนสุ่ยของพวกเรา! สำนักมีผู้สืบทอดที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ !
หลินเยี่ยนกำฝ่ามือเงียบ ๆ เก็บดวงที่ถูกเปลี่ยนแปลงไป ศิษย์น้องเล็กเวลาจะตบตาดวงชะตาต้องหามุมที่ข้ามองไม่เห็นสิ
เมื่อรอจนหลินเยี่ยนไม่คีบเนื้อให้เสียที เจียงซินจึงพยายามใช้มือน้อย ๆ เอื้อมคว้าช้อนบนโต๊ะ ยกขึ้นสูง พยายามจะตักชิ้นเนื้อ ฉู่หลินเฟิงเห็นดังนั้น จึงรีบนำช้อนออกไป "ศิษย์น้องเล็ก เ้ายังเล็กอยู่ กินไม่ได้นะ"
เจียงซินย่นจมูกถลึงตาใส่เขา
[ซินซินเกือบจะครบเดือนแล้ว ซินซินเป็เด็กโตแล้วนะเ้าคะ]
"เ้ายังไม่..." ฉู่หลินเฟิงตั้งใจจะบอกว่านางยังไม่มีฟัน แต่คำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปาก พลันนึกถึงความมหัศจรรย์ที่เจียงซินแสดงออกมาได้ เกรงว่าวินาทีต่อมาศิษย์น้องเล็กจะสั่งให้ฟันขาวสะอาดงอกออกมาเต็มปาก จึงต้องอดทนไว้
เขาไม่รู้ว่าทำไมเจียงซินถึงมีความมหัศจรรย์มากมายเช่นนี้ แต่รู้ดีว่าเจียงซินไม่ควรโดดเด่นเกินไป มิฉะนั้นจะนำภัยมาสู่ตัวได้ง่าย ก่อนที่เจียงซินจะเกิด เจียงอีเฉินและฉีหลานชิงเคยบอกว่า ไม่ขอให้ลูกมีพร์ล้ำเลิศ ขอเพียงแค่มีความสุขและปลอดภัยก็พอ ศิษย์น้องเล็กอายุยังน้อย จิตใจยังไม่เติบโต จึงไม่ตระหนักถึงจุดนี้ ในฐานะศิษย์พี่ เขาต้องช่วยนางระวังเื่นี้
"ศิษย์น้องเล็กเด็กดี ดื่มนี่นะ" หลินเยี่ยนนำนมแพะฉางหลิงหนึ่งขวดส่งให้ในอ้อมกอดของเจียงซิน
[อันนี้ข้าดื่มจนเบื่อแล้ว]
เจียงซินกอดขวดนมไว้ในอ้อมแขนด้วยท่าทางรังเกียจ แต่กลับดื่มอึกใหญ่ หลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงได้ยินสิ่งที่นางพูดไม่ตรงกับใจ จึงพยายามกลั้นหัวเราะ และเบือนหน้าหนีไม่ให้ศิษย์น้องเล็กเห็น
ในงานเลี้ยงในวังมีการดื่มกินอย่างรื่นเริง ทางด้านของหลินเยี่ยนมีแต่รุ่นเยาว์ที่อายุใกล้เคียงกัน จึงรู้สึกผ่อนคลายมาก ส่วนเจียงซินดื่มนมแพะจนหมด ก็เริ่มง่วงนอน หาววอด ๆ ไม่หยุด
"ศิษย์น้องของเ้าช่างน่ารักจริง ๆ ขอลองอุ้มหน่อยได้หรือไม่?" เฉิงเหยี่ยนซีมองเจียงซินด้วยความเอ็นดู เจียงซินปรือตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วยื่นมือน้อย ๆ ให้เขาอุ้มอย่างใจกว้าง เฉิงเหยี่ยนซีรู้สึกปลื้มปีติ รีบอุ้มเจียงซินขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ท่าทางนั้นช่างอ่อนโยนยิ่งนัก เพราะกลัวว่าหากไม่ระวังจะทำให้เ้าตัวเล็กนี้ร้องไห้
"นางไม่กลัวคนแปลกหน้าเลยนะเนี่ย ว่านอนสอนง่ายจริง ๆ ! ตอนลูกพี่ลูกน้องของข้ายังเล็ก ใครอุ้มก็ร้องไห้ จำได้แต่ท่านอาสะใภ้คนเดียว ท่านอาสะใภ้ต้องอุ้มเขาไว้ทั้งวัน ทำอะไรไม่ได้เลย ลำบากจนบอกไม่ถูก"
ฉู่หลินเฟิงกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ "ศิษย์น้องเล็กของข้าไม่เหมือนเด็กคนอื่น นางไม่เคยร้องไห้โยเย ว่านอนสอนง่ายที่สุด!"
[ใช่! ซินซินว่านอนสอนง่ายที่สุด!]
เจียงซินขานรับในใจเสียงดัง ฝืนความง่วง ลืมตาโพลง มองสำรวจเฉิงเหยี่ยนซีั้แ่หัวจรดเท้า ซ้ายทีขวาที เมื่อสบกับดวงตากลมโตเป็ประกายของนาง เฉิงเหยี่ยนซีก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา และพูดอย่างมีความสุขว่า "ศิษย์น้องเล็กของพวกเ้าดูจะชอบข้าเหมือนกันนะ"
เจียงซินถอนหายใจในใจ
[เ้าคนอาภัพ ในอนาคตจะต้องถูกหลอมเป็ิญญาอาวุธทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ข้าต้องรีบมองเ้าให้เต็มตาในขณะที่เ้ายังมีชีวิตอยู่ พอเ้ากลายเป็ิญญาอาวุธแล้วจะสูญสิ้นสติสัมปชัญญะไร้ซึ่งจิตสำนึกของตนเอง ถึงตอนนั้นมองไปก็เห็นแต่คนโง่]
หลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงนิ่งเงียบด้วยความสับสน
หลังจากพวกเขาสองคนแล้ว มีคนอาภัพคนที่สามที่ต้องมีจุดจบเช่นนั้นปรากฏตัวขึ้นแล้วหรือ? ศิษย์น้องเล็กต้องเตรียมเงินทำบุญส่งไปให้เขาด้วยหรือไม่นะ?