กระบี่นิรนาม: ตำนานจอมยุทธ์พลิกฟ้า (The Nameless Blade: Legend of the Sky-Reverser)

    ตอนที่ 41 นครสวรรค์สีทองหลอกตา และการเบิกทางด้วยสองมหาป้ายคำสั่ง

     

    **ปฐมบทแห่งสรวงสวรรค์ที่ถูกฉาบด้วยทองคำ**

     

    หลังจากผ่านพ้นพายุทรายทมิฬแห่งความตายและการนองเลือดบนดาดฟ้าเรือเหาะสวรรค์ 'ปราณกลืนดารา' ในที่สุดม่านเมฆที่หนาทึบและแปรปรวนก็ถูกแหวกออกเผยให้เห็นทัศนียภาพที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผู้ฝึกตนทุกคนบนเรือต้องสะดุดแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา ณ ดินแดนแห่งนี้ ไม่ใช่แสงสีทองอมส้มที่ให้ความอบอุ่นตามธรรมชาติทว่ามันคือแสงสว่างจ้าสีทองคำบริสุทธิ์ที่แฝงไปด้วยรังสีอำนาจแห่งปราณฟ้าดินระดับสูงสุดมันคือแสงที่สามารถแผดเผาผู้ที่มีปราณขุ่นมัวให้มอดไหม้และในขณะเดียวกันก็สามารถหล่อเลี้ยงผู้ที่มีรากฐานแข็งแกร่งให้ทะลวงขีดจำกัดได้อย่างน่าอัศจรรย์

     

    เบื้องหน้าของหลินเทียนห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยลี้ คือ **'นครสวรรค์' (HeavenlyCity)** มหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนมหาทวีปฝั่งตะวันออก!

     

    มันไม่ได้สร้างตั้งอยู่บนพื้นดินธรรมดาทว่ามันคือ 'ทวีปลอยฟ้าซ้อนทวีป' กลุ่มเกาะศิลาหยกขาวขนาดยักษ์นับพันเกาะที่ลอยตัวลดหลั่นกันเป็นชั้นๆกลางอากาศธาตุถูกร้อยรัดเข้าด้วยกันด้วยสะพานแสงสีรุ้งที่เกิดจากค่ายกลเวทมนตร์ระดับจักรพรรดิน้ำตกสีทองที่เกิดจากการควบแน่นของปราณบริสุทธิ์ไหลรินจากเกาะชั้นบนสุดลงสู่ชั้นล่างสุดก่อเกิดเป็นละอองหมอกที่ทำให้เมืองทั้งเมืองดูราวกับดินแดนแห่งเทพเจ้าในตำนาน

     

    ทว่าภายใต้ความงดงามที่ชวนให้ลุ่มหลงนั้น ดวงตาสี sapphire ของหลินเทียนที่ถูกขัดเกลาด้วยสัจธรรมแห่งความว่างเปล่ากลับมองทะลุเปลือกนอกที่ถูกฉาบไว้ เขาเห็น 'ความขัดแย้ง' ที่ซ่อนอยู่ใต้แสงทองนั้นอย่างชัดเจน

     

    ยิ่งมองต่ำลงไปที่เกาะชั้นล่างสุดแสงสว่างสีทองก็ยิ่งเลือนลางสถาปัตยกรรมหยกขาวถูกแทนที่ด้วยสลัมที่สร้างจากเศษโลหะและไม้ผุพังแสงสว่างเดียวของชนชั้นล่างคือแสงไฟนีออนปราณ (Neon Qi) สีแดงและม่วงที่ส่องประกายวูบวาบตัดกับความมืดมิดไอเสียจากโรงงานสกัดโอสถสวรรค์พวยพุ่งขึ้นมาบดบังท้องฟ้าของพวกเขามันคือสุนทรียศาสตร์แบบ 'เซียนไซเบอร์พังค์' (XianxiaCyberpunk) ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำอย่างถึงที่สุดสวรรค์เบื้องบนถูกค้ำจุนด้วยหยาดเหงื่อและกองซากศพของขุมนรกเบื้องล่าง!

     

    > **"มนุษย์มักสรรเสริญความงดงามของยอดเขาที่เสียดฟ้า...ทว่ากลับหลงลืมไปว่า ยิ่งยอดเขาสูงตระหง่านเพียงใดเงาที่มันทอดทับลงบนผืนดินก็ยิ่งมืดมิดและหนาวเหน็บเพียงนั้น นครสวรรค์แห่งนี้...ก็ไม่ต่างอะไรกับปีศาจที่สวมหน้ากากเทพเจ้า"**

     

    หลินเทียนรำพึงในใจขณะที่เรือเหาะค่อยๆลดระดับความเร็วลง เครื่องยนต์ปราณที่ท้ายเรือพ่นไอเสียสีฟ้าอมม่วงออกมาเพื่อชะลอแรงเฉื่อยเสียงประกาศจากค่ายกลเวทมนตร์ดังขึ้นทั่วทั้งลำเรือแจ้งให้ผู้โดยสารเตรียมตัวเข้าเทียบท่าที่ 'ท่าเรือดาราจักร' ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเกาะชั้นกลางของนครสวรรค์

     

    เมื่อเรือเหาะจอดสนิทสะพานเทียบเรือที่สร้างจากผลึกแสงก็ทอดยาวออกไป ผู้โดยสารระดับวีไอพีต่างก้าวลงจากเรือด้วยท่าทีที่หยิ่งผยองทว่าเมื่อพวกเขาเดินผ่านหลินเทียนที่ยืนอยู่บริเวณหัวเรือทุกคนต่างพร้อมใจกันก้มหน้าและเดินหลีกทางให้ด้วยความสั่นกลัวไม่มีใครลืมภาพที่เด็กหนุ่มในชุดคลุมหนังสัตว์ผู้นี้ฟันสับพายุทรายทมิฬและกลืนกินศรสังหารเทพด้วยการสะบัดกระบี่เพียงครั้งเดียวได้เลย

     

    หลินเทียนก้าวเดินลงจากเรืออย่างเงียบเชียบทันทีที่เท้าสัมผัสกับพื้นหยกขาวของท่าเรือ แรงกดดันของ 'ปราณจิตวิญญาณสวรรค์' ก็ถาโถมเข้าใส่ร่างกายประหนึ่งคลื่นยักษ์สึนามิ!

     

    *ครืนนนน!*

     

    หากเป็นผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งรากฐานจากทวีปชั้นล่างร่างกายคงปริแตกและกระอักเลือดในทันทีทว่าสำหรับหลินเทียนที่เพิ่งผ่านการผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น และเข้าสู่สภาวะ 'ครึ่งก้าวผสานจิตวิญญาณ' แรงกดดันนี้กลับเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่ราดรดลงบนกล้ามเนื้อที่กำลังร้อนระอุ'หัวใจมังกรคราม' ในจุดตันเถียนเต้นรัวด้วยความยินดีมันดูดซับปราณสวรรค์รอบๆตัวเข้ามาหล่อเลี้ยงเส้นชีพจรทั้งเจ็ดสิบสองเส้นอย่างตะกละตะกลาม

     

    ออร่าสีม่วงทองจางๆแผ่ออกมารอบตัวเขาเพื่อปรับสมดุล หลินเทียนดึงฮู้ดหนังสัตว์ขึ้นมาปิดบังใบหน้าซ่อนเร้นกระบี่มังกรพลิกฟ้าไว้ในเงามืด และเดินกลืนหายเข้าไปในฝูงชนที่พลุกพล่านของท่าเรือสวรรค์

     

    **จัตุรัสลงทะเบียนและสัจธรรมแห่งการดิ้นรน**

     

    จุดหมายแรกของหลินเทียนไม่ใช่การหาที่พักแต่คือการมุ่งหน้าไปยัง 'จัตุรัสดาราวิถี' สถานที่รับลงทะเบียนเข้าร่วม 'งานประลองคัดเลือกดารา' (ionof the Stars) ซึ่งจัดโดยวิหารพิสุทธิ์สวรรค์และสามมหาอำนาจแห่งนครสวรรค์

     

    ถนนหนทางในนครสวรรค์กว้างขวางและปูด้วยศิลาหิมะที่ไม่มีวันเปื้อนฝุ่นรถม้าที่วิ่งสัญจรไม่ได้ใช้ม้าลากแต่เป็นสัตว์อสูรกลไกรูปทรงกิเลนและพยัคฆ์ที่ส่องแสงนีออนปราณตามข้อต่อ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงที่ขายอาวุธระดับวิญญาณและโอสถสวรรค์ที่แค่สูดกลิ่นก็ทำให้ตาสว่างหลินเทียนเดินผ่านความเจริญรุ่งเรืองเหล่านี้ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าความเย้ายวนของวัตถุไม่อาจสั่นคลอนปณิธานของมังกรได้

     

    เมื่อมาถึงจัตุรัสดาราวิถีภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความยิ่งใหญ่ที่ชวนให้ตื่นตะลึงลานกว้างขนาดยักษ์ที่สร้างจาก 'เหล็กกล้าดารา'(Star-iron) อัดแน่นไปด้วยผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์นับแสนคนจากทั่วทุกสารทิศของมหาทวีป!ทุกคนต่างเป็นอัจฉริยะที่ถูกคัดสรรมาจากตระกูลใหญ่ สำนักยุทธ์ชั้นนำหรือราชวงศ์ของเมืองต่างๆ ออร่าที่แผ่ออกมาจากลานกว้างนี้มีตั้งแต่ 'ก่อตั้งรากฐานขั้นสูงสุด' ไปจนถึง 'ผสานจิตวิญญาณขั้นต้น' เลยทีเดียว!

     

    ตรงกลางจัตุรัสมีเสาศิลาหยกดำขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ บนเสานั้นฉายภาพโฮโลแกรมปราณ (HolographicQi Array) แสดงสายการประลองและกฎเกณฑ์ต่างๆตัวอักษรสีทองเรืองแสงลอยเด่นอยู่กลางอากาศ

     

    หลินเทียนเดินไปต่อแถวที่ยาวเหยียดแถวนี้คือแถวสำหรับผู้ที่นำ 'ป้ายเบิกทาง' หรือหลักฐานการเป็นตัวแทนมาแสดงเพื่อรับป้ายหยกประจำตัวผู้เข้าแข่งขัน สภาพของหลินเทียนในยามนี้ดูขัดแย้งกับผู้คนรอบข้างอย่างสิ้นเชิงท่ามกลางอัจฉริยะที่สวมชุดไหมสวรรค์ราคาแพง ประดับด้วยอัญมณีวิญญาณและมีผู้ติดตามนับสิบคนหลินเทียนกลับสวมเพียงชุดคลุมหนังสัตว์ที่ขาดวิ่นและเปื้อนคราบฝุ่นจากการเดินทางไม่มีผู้ติดตาม ไม่มีรังสีพลังที่โอ้อวด เขาดูไม่ต่างอะไรกับขอทานที่หลงเข้ามาในงานเลี้ยงของทวยเทพ

     

    "เฮ้ย! ไอ้ขอทาน ถอยไปห่างๆหน่อยสิวะ!กลิ่นสาบความจนของแกมันทำให้เสื้อคลุมไหมฟ้าของนายน้อยข้าแปดเปื้อน!"

     

    เสียงตวาดที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสดังขึ้นจากด้านหลังของหลินเทียนชายฉกรรจ์ในชุดเกราะเงินผู้เป็นองครักษ์ ผลักไหล่ของหลินเทียนอย่างแรงหมายจะให้พ้นทางทว่า... *ปึก!*

     

    มือขององครักษ์ที่กระแทกเข้ากับไหล่ของหลินเทียนกลับให้ความรู้สึกเหมือนกระแทกเข้ากับกำแพงศิลาบรรพกาล!ร่างของหลินเทียนไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่มิลลิเมตรเดียวในขณะที่ข้อมือขององครักษ์กลับส่งเสียงลั่น 'กร๊อบ' และสะท้อนกลับจนปวดร้าวไปถึงหัวไหล่!

     

    "โอ๊ย!"องครักษ์ร้องเสียงหลง ถอยหลังไปสามก้าว

     

    หลินเทียนค่อยๆหันใบหน้ากลับมามองใต้เงามืดของฮู้ด ดวงตาสี sapphire ทอประกายเย็นเยียบ"ระวังมือของเจ้าหน่อย... หากมันสัมผัสข้าอีกครั้งข้าจะตัดมันไปเป็นอาหารให้สุนัขจรจัด"

     

    "แก! บังอาจนักรู้ไหมว่าพวกข้าเป็นคนของใคร!" องครักษ์ชักดาบที่เอวออกมาทันที

     

    "หยุด!"เสียงตวาดแหลมสูงดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มผู้เป็นนาย

     

    ผู้ที่ก้าวขึ้นมาคือ **'เหลยเจิ้น' (LeiZhen)** นายน้อยแห่ง **'ตระกูลอัสนีม่วง'** หนึ่งในขั้วอำนาจระดับกลางของนครสวรรค์เหลยเจิ้นสวมชุดคลุมสีม่วงสว่างที่ถักทอด้วยเส้นไหมอัสนีใบหน้าของเขาหล่อเหลาทว่าเต็มไปด้วยความอหังการร่างของเขาลอยอยู่เหนือพื้นเล็กน้อยโดยการเหยียบอยู่บน 'พยัคฆ์อัสนีกลไก'(Mechanical Lightning Tiger) สัตว์พาหนะเวทมนตร์ที่พ่นประกายไฟสีม่วงออกมาทุกครั้งที่หายใจ

     

    เหลยเจิ้นมองดูหลินเทียนตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะทางจมูก "ไอ้สวะเร่ร่อน...บังอาจมากระด้างกระเดื่องต่อหน้าข้า เหลยเจิ้นผู้นี้งั้นรึ? ดูจากสภาพของแก คงไปขโมย 'ป้ายเบิกทาง' ของใครมาเพื่อหวังจะเสี่ยงโชคในงานประลองล่ะสิ...คนอย่างแก แค่มายืนร่วมแผ่นดินเดียวกับข้าก็ถือเป็นความอัปยศของนครสวรรค์แล้ว!"

     

    ผู้คนในแถวเริ่มหันมามองหลายคนส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้าช่วย เพราะในนครสวรรค์ความอ่อนแอคือความผิดบาปที่ร้ายแรงที่สุด

     

    หลินเทียนไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูดเขาเพียงแค่ยืนนิ่ง แววตาของเขาปราศจากความโกรธ ทว่ามันคือความ 'ว่างเปล่า' ประหนึ่งมองดูฝุ่นผงที่ลอยอยู่กลางอากาศ

     

    > **"สุนัขที่เห่าเสียงดังมักหลงคิดว่าเสียงของมันคือเสียงคำรามของราชสีห์... ทว่าในสายตาของพญาอินทรีมันก็เป็นเพียงแค่เสียงหนวกหูที่ก้องอยู่บนพื้นดิน"**

     

    การเพิกเฉยของหลินเทียนราวกับเป็นการตบหน้าเหลยเจิ้นฉาดใหญ่กลางจัตุรัส!ความโกรธเกรี้ยวพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองของนายน้อยตระกูลอัสนีม่วงทันที

     

    "รนหาที่ตาย!ข้าจะสั่งสอนแกให้รู้ว่า กฎเกณฑ์ของชนชั้นสูงเป็นอย่างไร!"

     

    เหลยเจิ้นแผดเสียงคำราม ลมปราณระดับ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นต้น' ระเบิดออก! มันสะบัดมือขวา สร้าง **'แส้อัสนีสีม่วง'** ที่ควบแน่นจากสายฟ้าปราณฟ้าดินฟาดเข้าใส่ใบหน้าของหลินเทียนอย่างอำมหิต! ความเร็วของแส้ทะลวงกำแพงเสียงอากาศรอบข้างปริแตก เสียงดังเปรี้ยงประหนึ่งฟ้าผ่าลงกลางจัตุรัส!

     

    **สัจธรรมแห่งความไร้ลักษณ์และการเบิกทาง**

     

    อัจฉริยะหลายคนรอบข้างถึงกับถอยกรูแส้อัสนีนี้หากฟาดโดนผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งรากฐานกะโหลกศีรษะย่อมระเบิดเป็นแตงโมตกแตกอย่างไม่ต้องสงสัย!

     

    ทว่า...ในเสี้ยววินาทีที่ปลายแส้อัสนีสีม่วงกำลังจะสัมผัสกับฮู้ดหนังสัตว์ของหลินเทียนโลกทั้งใบในสายตาของราชันมังกรก็เคลื่อนไหวช้าลงอย่างถึงที่สุด

     

    หลินเทียนไม่หลบ ไม่กางม่านพลังและไม่แม้แต่จะกระพริบตา!

     

    **"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่เจ็ด: มังกรสูญสภาวะ"**

     

    วูบ!

     

    ร่างของหลินเทียนพลันเปลี่ยนสถานะจากสสารกลายเป็น'ความว่างเปล่า' ในเสี้ยวของเสี้ยววินาทีแส้อัสนีสีม่วงที่ทรงพลังระดับผสานจิตวิญญาณฟาดทะลุผ่านใบหน้าและลำตัวของหลินเทียนไปราวกับตีผ่านอากาศธาตุ! ไม่มีเสียงปะทะไม่มีรอยไหม้ แส้นั้นฟาดลงบนพื้นศิลาหิมะด้านหลังจนแตกกระจายเป็นหลุมลึกทว่าร่างของหลินเทียนกลับยังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างไร้รอยขีดข่วน!

     

    "อะไรกัน! วิชาภาพมายางั้นรึ?!" เหลยเจิ้นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด

     

    ทว่าความตื่นตะลึงของมันยังไม่ทันจางหาย หลินเทียนที่กลับคืนสู่สภาวะมวลสารปกติก็ได้ก้าวเท้าไปข้างหน้าเพียงหนึ่งก้าว... เป็นหนึ่งก้าวที่ย่นระยะทางข้ามมิติ!

     

    *ฟุ่บ!*

     

    หลินเทียนมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าพยัคฆ์อัสนีกลไกที่เหลยเจิ้นขี่อยู่ระยะห่างเพียงหนึ่งช่วงแขน!

     

    "แก!"เหลยเจิ้นพยายามจะชักกระบี่ ทว่าช้าเกินไป!

     

    หลินเทียนไม่ได้มองหน้าเหลยเจิ้นด้วยซ้ำเขาก้มลงมองที่ส่วนหัวของพยัคฆ์อัสนีกลไกนิ้วชี้และนิ้วกลางของมือขวาประกบเข้าหากันปราณสีม่วงทองที่ถูกบีบอัดจนเข้มข้นถึงขีดสุดรวมตัวกันที่ปลายนิ้ว

     

    "เครื่องจักรที่ไร้จิตวิญญาณ...ไม่อาจเลียนแบบความสง่างามของสัตว์อสูรที่แท้จริงได้"

     

    หลินเทียนดีดปลายนิ้ว... *ก๊อก!*เป็นการดีดนิ้วที่เบาบางประหนึ่งเคาะประตูบ้าน ทว่าแฝงไปด้วย **'สัจธรรมทำลายล้าง'** ของวิชากระบี่นิรนาม!พริบตาที่ปลายนิ้วสัมผัสกับกะโหลกโลหะของพยัคฆ์อัสนี...คลื่นอัสนีสีม่วงทองก็พุ่งทะลวงเข้าสู่แกนกลางพลังงานของมันโดยตรง!

     

    *ปั้งงงงงงง! ครืนนนนน!*

     

    พยัคฆ์อัสนีกลไกที่สร้างจากโลหะระดับสวรรค์และมีมูลค่ามหาศาลพลันหยุดนิ่ง ดวงตาที่เรืองแสงสีม่วงดับวูบ ก่อนที่ร่างทั้งร่างของมันจะแตกร้าวและระเบิดออกเป็นชิ้นส่วนโลหะนับพันชิ้น!

     

    "อ๊ากกก!"เหลยเจิ้นที่ยืนอยู่บนหลังของมันสูญเสียที่ยืนอย่างกะทันหัน ร่างของนายน้อยผู้หยิ่งยโสร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นศิลาดินปืนอย่างแรงคลุกฝุ่นและเศษโลหะ สภาพดูไม่ต่างอะไรกับสุนัขข้างถนนที่มันเพิ่งดูถูกไปเมื่อครู่!

     

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมจัตุรัสดาราวิถีอีกครั้ง!อัจฉริยะนับแสนคนที่มุงดูเหตุการณ์ต่างอ้าปากค้าง ไม่มีใครมองออกเลยว่าเด็กหนุ่มในชุดคลุมซอมซ่อผู้นี้ใช้พลังอันใดในการทำลายพาหนะเวทมนตร์ระดับผสานจิตวิญญาณลงได้ด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว!

     

    "บะ... บังอาจ!แกกล้าทำลายพาหนะของข้า! ทหาร! ทหารองครักษ์นครสวรรค์อยู่ไหน!จับตัวไอ้ผู้บุกรุกนี่ไปประหารเดี๋ยวนี้!" เหลยเจิ้นตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาชี้หน้าหลินเทียนพร้อมกับแหกปากโวยวายด้วยความอับอายและโกรธแค้น

     

    สิ้นเสียงตะโกนกองทหารองครักษ์เกราะทองคำของนครสวรรค์กว่าสิบคนก็พุ่งทะยานลงมาจากท้องฟ้า!พวกมันทุกคนล้วนอยู่ในระดับ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นต้น' หัวหน้าหน่วยชี้ทวนเลเซอร์ปราณมาที่หลินเทียน

     

    "ผู้ใดกล้าก่อความวุ่นวายในจัตุรัสดาราวิถีขัดขวางงานประลองคัดเลือกดารา ย่อมมีโทษประหาร! คุกเข่าลงซะ!"หัวหน้าทหารองครักษ์ตวาดลั่นรังสีพลังสิบสายพุ่งเข้ากดทับหลินเทียนหมายจะให้เขาทรุดลงกับพื้น

     

    ทว่า...แผ่นหลังของหลินเทียนยังคงตั้งตรงดุจขุนเขาที่ไม่อาจสั่นคลอน

     

    เขาไม่ได้ชักกระบี่มังกรพลิกฟ้าเพื่อต่อสู้กับทหารองครักษ์เพราะเขารู้ดีว่าการเปิดศึกกับนครสวรรค์ในตอนนี้เป็นเรื่องโง่เขลาหลินเทียนล้วงมือซ้ายและมือขวาเข้าไปในสาบเสื้อคลุม

     

    "พวกเจ้าต้องการให้ข้าคุกเข่าเพื่อแสดงความเคารพต่อกฎของนครสวรรค์งั้นรึ?" หลินเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานและทรงอำนาจจนทหารองครักษ์ต้องชะงัก"งั้นจงเบิกตาดูให้ดี ว่าพวกเจ้า...มีสิทธิ์รับการคุกเข่าจากข้าหรือไม่!"

     

    *ฟุ่บ!*

     

    หลินเทียนสะบัดมือทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า!

     

    สิ่งที่พุ่งออกมาจากมือของเขาไม่ใช่อาวุธลอบสังหาร ทว่ามันคือ 'ป้ายคำสั่ง' สองชิ้นที่พุ่งไปปักลงบนพื้นศิลาตรงหน้าหัวหน้าทหารองครักษ์!

     

    ชิ้นแรกทางซ้าย...คือเหรียญทองคำบริสุทธิ์ที่แผ่รังสีแห่งความตายและกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นที่สุด...**'ตราสัญลักษณ์ดาราทองคำ'** จากสังเวียนโลหิตคนบาป!ตราแห่งผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากขุมนรกใต้ดินสัญลักษณ์แห่งความโหดเหี้ยมที่แม้แต่ขุนนางยังต้องให้ความเกรงใจ!

     

    ชิ้นที่สองทางขวา...คือป้ายหยกสีฟ้าอมเขียวที่ส่องแสงสว่างเจิดจ้าแผ่กลิ่นอายความพิสุทธิ์และอำนาจสูงสุดที่ล่วงละเมิดมิได้... **'ป้ายเบิกทางวิหารพิสุทธิ์'**! ของประทานจากเซียวเฉียนผู้สืบทอดแห่งวิหารพิสุทธิ์สวรรค์ สัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดในมหาทวีปฝั่งตะวันออก!

     

    ทันทีที่ทหารองครักษ์และฝูงชนมองเห็นป้ายคำสั่งทั้งสองชิ้นอากาศในจัตุรัสก็แทบจะหยุดนิ่ง!

     

    ตราดาราทองคำหมายถึงความบ้าคลั่งระดับปีศาจ

    ป้ายวิหารพิสุทธิ์หมายถึงเส้นสายระดับเทพเจ้า

     

    การครอบครองป้ายใดป้ายหนึ่งก็เพียงพอที่จะเดินยืดอกในนครสวรรค์ได้แล้วทว่าการครอบครอง 'ทั้งสองป้าย' ที่เป็นขั้วตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงในเวลาเดียวกัน...มันคือปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์!

     

    "ปะ...ป้ายของวิหารพิสุทธิ์สวรรค์! แถมยังเป็นป้ายระดับผู้สืบทอดลำดับที่หนึ่ง!"หัวหน้าทหารองครักษ์หน้าซีดเผือดรีบเก็บทวนเลเซอร์และทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นทันที "ขะ...ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่! ขออภัยใต้เท้าที่ล่วงเกิน!"

     

    ทหารองครักษ์ทั้งหน่วยรีบคุกเข่าตามอย่างพร้อมเพรียง!เหลยเจิ้นที่เพิ่งจะตะโกนด่าทอเมื่อครู่ บัดนี้ขาทั้งสองข้างอ่อนปวกเปียกทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวจนสติหลุด...มันเพิ่งจะหาเรื่องกับคนที่ครอบครองป้ายของวิหารพิสุทธิ์สวรรค์!โทษทัณฑ์นี้อาจทำให้ตระกูลอัสนีม่วงของมันถูกลบหายไปจากนครสวรรค์ในชั่วข้ามคืน!

     

    หลินเทียนยืนเอามือไพล่หลังมองดูผู้คนที่คุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยสายตาที่สงบนิ่ง

     

    > **"อำนาจที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียงคำราม... เพียงแค่วางสัจธรรมลงบนพื้น โลกทั้งใบก็พร้อมจะก้มหัวให้"**

     

    ทว่า ท่ามกลางความตื่นตะลึงนั้นเองท้องฟ้าเหนือจัตุรัสดาราวิถีก็พลันมืดครึ้มลงอีกครั้งปราณจิตวิญญาณระดับที่สูงล้ำยิ่งกว่าทหารองครักษ์แผ่ซ่านลงมาจากเมฆา เผยให้เห็นร่างเงาของชายชราในชุดคลุมสีขาวที่ลอยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า...ผู้อาวุโสแห่งวิหารพิสุทธิ์สวรรค์ปรากฏตัวขึ้นเพื่อตรวจสอบความผิดปกติของป้ายเบิกทาง!

     

    การเดินทางของราชันมังกรในนครสวรรค์ได้เบิกม่านขึ้นอย่างอึกทึกครึกโครมที่สุด และพายุลูกใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมกำลังจะโหมกระหน่ำเข้าใส่การประลองคัดเลือกดาราอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!

     

    **จบบทที่ 41 (สองป้ายเบิกสวรรค์)**

    คล้ายกับเรื่องกระบี่นิรนาม: ตำนานจอมยุทธ์พลิกฟ้า (The Nameless Blade: Legend of the Sky-Reverser) ที่คุณอ่าน

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258