หมอกที่หนาทึบยังคงปกคลุมไปทั่ว "หุบเขาลืมเลือน" ราวกับเป็นม่านที่ซ่อนเร้นความลับและภัยอันตรายไว้เบื้องหลัง หลี่ชิงเดินลึกเข้าไปในดันเจี้ยนแรงค์ A แห่งนี้อย่างไม่หยุดหย่อน ความรู้สึกกดดันที่แผ่ออกมาจากมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งตอกย้ำว่าเขาได้ก้าวเข้ามาสู่ดินแดนแห่งอันตรายที่แท้จริง
สัตว์ร้ายที่นี่ไม่ใช่แค่แข็งแกร่งและว่องไว แต่ยังฉลาดแกมโกงกว่าที่เคยเจอมามาก พวกมันมีการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว สกิลที่ร้ายกาจ และบางครั้งก็ดูเหมือนจะมีการทำงานร่วมกันเป็นทีม
เขาปะทะกับ 'อสูรพงไพร' เลเวล 67 ที่มีรูปร่างคล้ายกวางแต่มีเขาที่แหลมคมและสามารถปล่อยพลังงานพืชออกมาโจมตีได้จากระยะไกล การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว หลี่ชิงใช้ [ดาบเงาลวงตา] เพื่อหลบการโจมตีที่รวดเร็วของมัน ก่อนจะตอบโต้ด้วย [เพลงดาบวายุ] ที่รวดเร็วและแม่นยำ หมอกควันและเสียงกิ่งไม้หักยังคงเป็นฉากหลังของการต่อสู้ที่ดุเดือดแต่ละครั้ง
เขาใช้เวลาอีกหนึ่งวันเต็มกับการสำรวจและสังหารมอนสเตอร์ในส่วนที่ลึกขึ้นของดันเจี้ยน ค่าประสบการณ์ที่ได้รับทำให้เขาใกล้จะบรรลุเลเวล 65 แล้ว แต่ความรู้สึกของการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา
ในขณะที่หลี่ชิงกำลังเดินผ่านป่าที่มีเถาวัลย์หนาทึบจนบดบังแสงอาทิตย์ เขาได้ยินเสียงต่อสู้ดังแว่วมา เสียงดาบปะทะ เสียงพลังเวทมนตร์ และเสียงคำรามของมอนสเตอร์ที่ไม่คุ้นหู หลี่ชิงชะลอฝีเท้าลง แสงสว่างจากสกิลเวทมนตร์สีน้ำเงินเข้มสว่างวาบผ่านหมอกหนาเป็นระยะๆ แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่แค่เขาที่อยู่ในส่วนลึกของดันเจี้ยนแห่งนี้
'มีฮันเตอร์คนอื่นอยู่ด้วยงั้นหรือ?' เขาคิดในใจ นี่เป็นเรื่องที่ผิดปกติ เพราะ 'หุบเขาลืมเลือน' แห่งนี้ไม่เป็นที่นิยม และแทบจะไม่มีฮันเตอร์คนใดกล้าเข้ามาลึกถึงขนาดนี้ หลี่ชิงเคลื่อนที่เข้าใกล้แหล่งเสียงอย่างเงียบเชียบ ใช้ [ดาบเงาลวงตา] พรางตัวให้กลมกลืนไปกับหมอกหนาและเงาไม้ เพื่อสังเกตการณ์จากระยะไกล
เขาเห็นฮันเตอร์กลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับ 'ไทรแอนท์บีสต์' เลเวล 70 สัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่ปกคลุมด้วยเปลือกไม้แข็งและมีหนามแหลมคม หันหน้าปะทะกับมันคือฮันเตอร์ชายร่างกำยำ ถือดาบใหญ่สองมือ สวมเกราะหนา แผ่ออร่าความแข็งแกร่งระดับแรงค์ A เต็มเปี่ยม 'นี่คือฮันเตอร์แรงค์ A ตัวจริงสินะ' หลี่ชิงคิด
ชายคนนั้นคือ 'บารอน คาร์เตอร์' นักรบดาบใหญ่ฉายา 'โล่แห่งหินผา' ฮันเตอร์แรงค์ A ที่มีชื่อเสียงด้านความแข็งแกร่งและการป้องกันอันไร้เทียมทาน เขากำลังต่อสู้อย่างหนักกับไทรแอนท์บีสต์พร้อมกับสมาชิกในทีมอีกสองคน นักเวทหญิงที่คอยยิงลูกไฟและสายฟ้าสนับสนุน และฮีลเลอร์ชายที่คอยฟื้นฟูพลังให้ บารอนเองก็บาดเจ็บไม่น้อย แขนข้างหนึ่งมีรอยขีดข่วนลึกจากกรงเล็บของสัตว์ร้าย
"ถอยไป! เร็วเข้า! ฉันจะถ่วงเวลาพวกมันเอง!" บารอนตะโกนบอกเพื่อนร่วมทีม
ในจังหวะที่บารอนกำลังจะถูกไทรแอนท์บีสต์ใช้หนามแหลมแทงเข้าใส่เต็มตัว หลี่ชิงไม่รอช้าที่จะเข้าแทรกแซง แม้ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน แต่เขาก็ไม่สามารถทนเห็นฮันเตอร์ถูกสังหารตรงหน้าได้ โดยเฉพาะเมื่อฮันเตอร์คนนั้นคือ 'โล่แห่งหินผา' ที่เคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง
วูบ!
ร่างของหลี่ชิงพร่าเลือนไปราวกับเงา ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นในเสี้ยววินาทีระหว่างบารอนและไทรแอนท์บีสต์ ดาบเหล็กดาราในมือของเขาสาดแสงสีเงินวาววับ เขาใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] ผสานกับ [ดาบเงาลวงตา] พุ่งทะลวงผ่านช่องว่างของไทรแอนท์บีสต์อย่างแม่นยำ คมดาบกรีดผ่านผิวหนังที่ปกคลุมด้วยเปลือกไม้แข็งได้อย่างไร้รอยต่อ เลือดสีเขียวเข้มพุ่งกระจายออกมาราวกับน้ำพุ
กรรรรรรรรรรร!
ไทรแอนท์บีสต์ร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายอันใหญ่โตของมันเซถลาไปด้านข้าง มันพยายามจะหันกลับมาโจมตี แต่หลี่ชิงเร็วกว่า เขายังคงใช้ [เพลงดาบวายุ] ฟันซ้ำเข้าที่จุดอ่อนที่เพิ่งสร้างขึ้นอีกครั้ง การโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงเกินกว่าที่มอนสเตอร์ระดับ A จะคาดคิด ทำให้มันไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้กลับ หลี่ชิงจบการต่อสู้ด้วย [คลื่นดาบ] กวาดล้างพลังชีวิตที่เหลืออยู่ของมันจนหมดสิ้น
ตูม!
ไทรแอนท์บีสต์ล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน หมอกรอบตัวปั่นป่วน กลุ่มฮันเตอร์ที่เหลือต่างตกตะลึง พวกเขาจ้องมองไปยังร่างฮู้ดสีดำที่เพิ่งจัดการกับมอนสเตอร์ระดับ A อย่างง่ายดาย ราวกับว่ามันไม่มีตัวตนมาก่อน
"นาย... เป็นใครน่ะ?" บารอนถามเสียงแหบพร่า ทั้งตกใจและสงสัยในเวลาเดียวกัน เขาไม่เคยเห็นฮันเตอร์คนไหนที่มีฝีมือดาบเช่นนี้มาก่อน
หลี่ชิงไม่ตอบ เขาหันหลังให้พวกเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนจะใช้ [ดาบเงาลวงตา] เคลื่อนที่หายลับไปในหมอกหนาอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความสับสนและปริศนาให้กลุ่มฮันเตอร์แรงค์ A บารอนจ้องมองไปยังทิศทางที่หลี่ชิงหายไป แววตาของเขามีประกายความสงสัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลังจากนั้นไม่นานนัก หลี่ชิงก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายอีกครั้ง เขาได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาลจากการสังหารไทรแอนท์บีสต์ ทำให้เขาบรรลุเลเวล 65 ได้สำเร็จ
ติ๊ง!
[คุณได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมาก!]
[เลเวลอัพ! คุณบรรลุเลเวล 65!]
"ยอดเยี่ยม" หลี่ชิงพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกของการเติบโตที่ชัดเจนทำให้เขารู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น แต่เขาก็รู้ว่ายังไม่สามารถประมาทได้ ในดันเจี้ยนแรงค์ A ยังมีสิ่งที่น่าสนใจรออยู่อีกมาก และเขาก็ยังคงต้องการที่จะผลักดันขีดจำกัดของตัวเองต่อไป
เมื่อเดินทางลึกเข้าไปในหุบเขาลืมเลือน บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป จากป่าหมอกทึบกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยถ้ำหินและโขดหินขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยพืชพรรณแปลกตา แสงสว่างจากภายนอกเริ่มส่องเข้ามาน้อยลง ทำให้ภายในถ้ำมืดมิดและเงียบสงัดผิดธรรมชาติ
ในขณะที่เขากำลังสำรวจถ้ำลึกแห่งหนึ่ง หลี่ชิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายที่แฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง มันเป็นกลิ่นอายเดียวกับที่เขาเคยสัมผัสได้จากกลุ่ม 'เงาสีชาด' และนักฆ่าที่เคยเผชิญหน้าในซากนครใต้พิภพ
"มาอีกแล้วสินะ... พวกขยะสังคม" หลี่ชิงพึมพำ เขากระชับดาบเหล็กดาราในมือ
ไม่นานนัก กลุ่มเงาสีชาดสามคนก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด หนึ่งในนั้นคือ 'เคียวโลหิต' ฮันเตอร์ที่เขาเคยไว้ชีวิตไว้ในบทที่ 24 ซึ่งบัดนี้ดูแข็งแกร่งและกระหายเลือดกว่าเดิมมาก พร้อมกับนักฆ่าปริศนาที่เคยหลบหนีไปได้ และสมาชิกใหม่อีกหนึ่งคนที่เป็นจอมเวทเงา
"ฮ่าๆๆ! ในที่สุดก็เจอแก ฮันเตอร์ปริศนา! แกคงจำไม่ได้สินะว่าพวกฉันคือใคร" เคียวโลหิตหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้น "แกทำให้ฉันอับอายจนต้องหลบซ่อนตัวอยู่นานแสนนาน... คราวนี้แหละ แกจะได้รับกรรมที่ก่อไว้!"
นักฆ่าปริศนาไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่จ้องมองมาที่หลี่ชิงด้วยแววตาที่เย็นชาและชั่วร้าย ส่วนจอมเวทเงาก็กำลังร่ายเวทเตรียมพร้อม
"จะฆ่าฉันอย่างนั้นเหรอ?" หลี่ชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พวกแกน่าจะเรียนรู้จากความผิดพลาดบ้างนะ"
"ปากดี!" เคียวโลหิตคำราม เขาส่งสัญญาณ และทั้งสามคนก็พุ่งเข้าใส่หลี่ชิงพร้อมกัน เคียวโลหิตใช้เคียวขนาดใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัว นักฆ่าปริศนาใช้มีดบินโจมตีจากระยะไกล และจอมเวทเงาก็ร่ายเวทเงาเพื่อสร้างภาพลวงตาและตรึงการเคลื่อนไหว
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด! หลี่ชิงต้องใช้ [ดาบเงาลวงตา] เพื่อหลบหลีกการโจมตีที่ประสานกันของพวกมัน เขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะแตกต่างจากครั้งก่อนๆ เคียวโลหิตดูแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และนักฆ่าปริศนาก็มีการเคลื่อนไหวที่คาดเดายากขึ้น
หลี่ชิงตอบโต้ด้วย [เพลงดาบวายุ] ฟันปัดป้องเคียวโลหิตที่พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง ก่อนจะใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] พุ่งเข้าหานักฆ่าปริศนาที่พยายามจะลอบโจมตีจากด้านข้าง แต่จอมเวทเงาก็ร่ายเวท [พันธนาการเงามืด] ทำให้เท้าของเขาถูกตรึงไว้ชั่วขณะ
"ติดกับแล้ว!" เคียวโลหิตหัวเราะเยาะ เขาใช้ [เพลงดาบคู่เงาอสูร] พุ่งเข้าหาด้วยความเร็วสูง ดาบทั้งสองเล่มของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเงาที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง
หลี่ชิงไม่มีทางเลือก เขาต้องใช้พลังมากกว่า 70% ที่เคยจำกัดไว้ เขากัดฟันแน่น ปลดปล่อยพลังที่ใกล้เคียงกับ 100% ของความสามารถที่เขาแสดงออกได้ ร่างกายของเขาเร่งความเร็วขึ้นอย่างกะทันหันจนแสงรอบตัวบิดเบี้ยว เขาทะลวงผ่านพันธนาการเงามืดออกไปอย่างรุนแรง ก่อนจะเปิดใช้งาน [กำแพงดาบ] ป้องกันการโจมตีจากเคียวโลหิตอย่างหวุดหวิด
เคร้งงงง!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะที่รุนแรงทำให้เคียวโลหิตกระเด็นถอยหลังไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ หลี่ชิงไม่รอช้า เขาใช้ [ดาบเงาลวงตา] เคลื่อนที่ไปปรากฏตัวขึ้นด้านหลังนักฆ่าปริศนาในพริบตา
"แกพลาดแล้ว" หลี่ชิงกล่าวเสียงเย็น ดาบเหล็กดาราฟันผ่านร่างของนักฆ่าปริศนาอย่างรวดเร็ว เลือดสีแดงสดพุ่งกระจายออกมาราวกับสายฝน ร่างของมันแข็งทื่อก่อนจะทรุดลงไปกองกับพื้นไร้การเคลื่อนไหว
"แก... แกฆ่ามันได้ยังไง!" เคียวโลหิตคำรามด้วยความหวาดกลัวและโกรธแค้น จอมเวทเงาก็ตกใจจนลืมร่ายเวท
หลี่ชิงไม่ตอบ เขาหันไปเผชิญหน้ากับเคียวโลหิตและจอมเวทเงาเพียงลำพัง เขาเริ่มเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ใช้ [เพลงดาบวายุ] และ [ฟันดาบฉับพลัน] โจมตีพวกมันอย่างต่อเนื่อง เคียวโลหิตพยายามจะต้านทาน แต่พลังที่หลี่ชิงปลดปล่อยออกมานั้นเหนือกว่ามาก
"ตายซะ!" หลี่ชิงคำราม ดาบเหล็กดาราฟันเข้าที่หัวใจของเคียวโลหิตอย่างจัง มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายกระตุกก่อนจะล้มลงแน่นิ่งไป
จอมเวทเงาเห็นเพื่อนร่วมกลุ่มถูกสังหาร ก็พยายามจะหลบหนีด้วยการสร้างม่านควัน หลี่ชิงไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขาใช้ [ดาบเงาลวงตา] พุ่งทะลุผ่านม่านควันไปปรากฏตัวด้านหลังจอมเวทเงา ก่อนที่จะลงดาบสุดท้าย
ฉึบ!
จอมเวทเงาล้มลง เสียงของเขาสะท้อนไปทั่วถ้ำ
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
[คุณกำจัด เคียวโลหิต เลเวล 65 สำเร็จ!]
[คุณกำจัด นักฆ่าปริศนา เลเวล 63 สำเร็จ!]
[คุณกำจัด จอมเวทเงา เลเวล 62 สำเร็จ!]
[ได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาล!]
[เลเวลอัพ! คุณบรรลุเลเวล 66!]
หลี่ชิงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว การต่อสู้ครั้งนี้ดุเดือดและต้องใช้พลังงานอย่างมาก แต่ความรู้สึกของการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองมันช่างหอมหวาน เลเวลของเขาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 66 แล้ว!
"ในที่สุด... ก็จบสิ้นเสียที" เขาพึมพำพลางเก็บไอเทมที่ดรอปจากศัตรู ซึ่งมีทั้ง 'เคียวโลหิตมืด' และ 'แหวนเงา' ที่น่าจะมีคุณสมบัติพิเศษ
หลี่ชิงตัดสินใจที่จะเดินลึกเข้าไปในถ้ำแห่งนั้นอีกครั้ง เขาเชื่อว่าการที่กลุ่มเงาสีชาดมาปรากฏตัวในส่วนลึกของดันเจี้ยนเช่นนี้ จะต้องมีสาเหตุบางอย่าง และเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากส่วนลึกของถ้ำ เป็นพลังงานที่เก่าแก่และทรงพลัง ราวกับมาจากยุคสมัยที่ลืมเลือน
เมื่อเดินผ่านอุโมงค์ที่มืดมิดและคดเคี้ยว ในที่สุดเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยผลึกสีดำสนิทระยิบระยับ ราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว กลางห้องโถงนั้นมีแท่นบูชาโบราณ และบนแท่นบูชามีดาบขนาดใหญ่ปักอยู่ ดาบเล่มนั้นส่องแสงสีดำอมม่วงอ่อนๆ แผ่ออร่าแห่งความชั่วร้ายที่บริสุทธิ์ออกมาอย่างมหาศาล
และที่ยืนอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชานั้นคือ 'ผู้พิทักษ์โบราณ: วอลกี้เรียเงา' รูปร่างคล้ายนักรบหญิงในชุดเกราะสีดำทมิฬ ใบหน้าถูกปกคลุมด้วยหมวกเกราะที่มีปีกคล้ายค้างคาว ดวงตาของมันส่องแสงสีแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่ลุกโชน มันสูงราวสามเมตร ถือดาบใหญ่สีดำในมือ แผ่ออร่าความแข็งแกร่งระดับแรงค์ A+ เลเวล 70 ออกมาอย่างน่าเกรงขาม
"ผู้บุกรุก..." เสียงของวอลกี้เรียเงาหนักแน่นและดุดันราวกับเสียงหินผาที่บดขยี้ "เจ้าไม่ควรเข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จงถอยไปซะ มิฉะนั้น... จงตาย!"
หลี่ชิงชักดาบเหล็กดาราขึ้น เขาตระหนักว่านี่คือการต่อสู้ที่ยากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา วอลกี้เรียเงาเป็นผู้พิทักษ์โบราณที่มีพลังมหาศาล ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์ประหลาดทั่วไป และดาบที่ปักอยู่บนแท่นบูชานั้น... ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายหลักของวอลกี้เรียเงา
"ฉันจะไม่ถอย" หลี่ชิงกล่าวเสียงหนักแน่น "และฉันจะไม่ตายที่นี่"
วอลกี้เรียเงาคำรามอย่างเกรี้ยวกราด พุ่งเข้าใส่หลี่ชิงด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง ดาบใหญ่สีดำของมันสาดแสงสีม่วงดำเข้าฟาดฟันอย่างรุนแรง หลี่ชิงต้องใช้ [ดาบเงาลวงตา] ในการหลบหลีกการโจมตีแต่ละครั้งอย่างระมัดระวัง การโจมตีของวอลกี้เรียเงารุนแรงและแม่นยำมาก จนเขาแทบไม่มีโอกาสโต้ตอบ
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างยาวนาน หลี่ชิงใช้ทุกสกิลที่มี [กำแพงดาบ] ถูกเรียกใช้เพื่อป้องกันการโจมตีที่รุนแรงจนร่างกายรับไม่ไหว [เพลงดาบวายุ] ถูกใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการโจมตีและการเคลื่อนที่ [ฟันดาบฉับพลัน] ถูกใช้เพื่อสร้างความเสียหายและหาจังหวะสวนกลับ และ [คลื่นดาบ] ถูกใช้เพื่อสร้างช่องว่างเมื่อถูกกดดันอย่างหนัก
วอลกี้เรียเงาไม่ได้มีแค่พลังกาย แต่ยังมีสกิลเงาที่น่ากลัว มันสามารถสร้างเงาปลอมขึ้นมาเพื่อโจมตีจากมุมอับ และดูดซับพลังชีวิตของหลี่ชิงได้เมื่อโจมตีโดน หลี่ชิงต้องใช้สมาธิอย่างสูงสุดในการแยกแยะเงาจริงเงาปลอม และหาจังหวะสวนกลับ
'ต้องจัดการมันให้ได้... ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม!' หลี่ชิงคิดในใจ มานาของเขากำลังลดลงอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ยังคงต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่นไม่ลดละ เขาตัดสินใจที่จะใช้พลังที่ใกล้เคียงกับ 100% ของความสามารถที่เขาแสดงออกได้แล้ว มันถึงเวลาที่จะจบการต่อสู้ครั้งนี้
หลี่ชิงเปิดใช้งาน [จิตดาบราชันย์] พลังกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ออกไปรอบตัว ทำให้วอลกี้เรียเงาชะงักงันไปชั่วขณะ แม้เพียงเสี้ยววินาที แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับหลี่ชิง! เขารวบรวมพลังมานาที่เหลืออยู่ทั้งหมดเข้าสู่ดาบเหล็กดารา! ดาบของเขาส่องแสงสีเงินเจิดจ้า!
"คลื่นดาบ! ผสานพลัง! จิตดาบราชันย์!"
คลื่นดาบสีเงินขนาดมหึมาพุ่งเข้าปะทะร่างของวอลกี้เรียเงาอย่างจัง! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถง ผลึกสีดำสนิทร่วงหล่นลงมาจากเพดาน ร่างของวอลกี้เรียเงาถูกพลังมหาศาลซัดกระเด็นไปชนผนังถ้ำจนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ เกราะสีดำของมันเริ่มปริแตก
หลี่ชิงไม่ปล่อยโอกาส เขาใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] พุ่งเข้าใส่ร่างของวอลกี้เรียเงาที่กำลังพยายามจะลุกขึ้นยืน ดาบเหล็กดาราในมือของเขาเล็งตรงไปยังจุดเดียว – แก่นพลังงานสีดำที่อยู่บริเวณหน้าอกของมัน
ฉึ-------กกกกกกกกก!!!
ดาบแทงทะลุผ่านเกราะที่แตกร้าวและเนื้อหนังที่แข็งแกร่ง จมลึกเข้าไปในแก่นพลังงานของวอลกี้เรียเงาได้อย่างแม่นยำ ความรู้สึกของการทะลวงผ่านพลังงานที่มหาศาลส่งผ่านเข้ามาถึงมือของเขา
กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!
วอลกี้เรียเงากรีดร้องเสียงดังลั่นเป็นครั้งสุดท้าย ร่างกายอันใหญ่โตของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดวงตาสีแดงก่ำค่อยๆ ดับแสงลง แสงสีดำอมม่วงที่เคยแผ่ออกมาจากร่างของมันเริ่มสลายไป ร่างของมันแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น! ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของหลี่ชิงเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
[คุณกำจัด ผู้พิทักษ์โบราณ: วอลกี้เรียเงา เลเวล 70 สำเร็จ!]
[ได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาล!!]
หลี่ชิงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เขารู้สึกเหมือนพลังงานทั้งหมดในร่างกายถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น การต่อสู้ครั้งนี้มันหนักหน่วงและยาวนานกว่าที่เขาคาดไว้มาก แต่มันก็คุ้มค่า เขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองอีกครั้ง และเลเวลของเขาก็พุ่งขึ้นจนเกือบจะบรรลุ เลเวล 67 แล้ว!
เขามองไปยังแท่นบูชาที่อยู่เบื้องหน้า ดาบสีดำอมม่วงที่เคยปักอยู่บนนั้น บัดนี้กำลังลอยขึ้นช้าๆ และเคลื่อนที่เข้าหาเขา มันคือ 'ดาบเงาคำสาป' ไอเทมระดับสูงที่วอลกี้เรียเงาเฝ้าอยู่
'ดาบเงาคำสาป... ดูเหมือนจะเป็นดาบที่มีพลังงานมหาศาล... และอาจจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่' หลี่ชิงคิดในใจ
เขาเก็บไอเทมนั้นไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพดานถ้ำ ความรู้สึกของการก้าวข้ามขีดจำกัดและปะทะกับยอดฝีมือที่แข็งแกร่งนั้นมันช่างหอมหวานเหลือเกิน ดันเจี้ยนแรงค์ A แห่งนี้เป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่แท้จริง ที่นี่มอบทั้งประสบการณ์ พลัง และความท้าทายที่เขาต้องการ
หลี่ชิงตัดสินใจที่จะออกจากดันเจี้ยน 'หุบเขาลืมเลือน' แห่งนี้ก่อน เขาได้สิ่งที่เขาต้องการแล้ว และการต่อสู้ที่ผ่านมาก็ใช้พลังไปมากพอสมควร เขาต้องการเวลาเพื่อพักผ่อนและตรวจสอบดาบเงาคำสาปที่เพิ่งได้รับมา เขาเดินกลับออกมาจากถ้ำอย่างช้าๆ พร้อมกับความรู้สึกว่าการเดินทางของเขายังคงดำเนินต่อไป และความแข็งแกร่งของเขาก็กำลังเข้าใกล้ระดับจักรพรรดิมากขึ้นเรื่อยๆ…