เช้าวันรุ่งขึ้นทันทีที่เสียงแตรสัญญาณรวมพลดังขึ้น ชีชีก็ลืมตาตื่นแล้วยันกายลุกขึ้นจากเตียง
ลู่เหย่กำลังง่วนอยู่กับการทำมื้อเช้าในครัวพอเห็นเธอเดินโซซัดโซเซออกมาเหมือนิญญาล่องลอย เขาก็รีบเข้ามาประคองไว้“นอนต่ออีกสักหน่อยเถอะ”
“ไม่ได้ค่ะ วันนี้ต้องไปสถานีเครื่องจักรกลต่อ”
“ไปสายหน่อยก็ไม่เห็นเป็ไรนี่?”
“ทำแบบนั้นได้ยังไงกันคะ? เื่ของหลี่เฉิงเต๋อก็ยังไม่รู้ว่าจะจัดการออกมาท่าไหนเกิดเขาไม่เป็อะไรขึ้นมาแล้วกลับมาหาเื่อีกจะยุ่งเอารีบทำรีบเสร็จจะได้สบายใจค่ะ”
“ก็จริงของคุณ” แววตาของลู่เหย่เข้มขึ้น “วันนี้รถจัดซื้อของกองทัพจะเข้าตำบลพอดี ผมจะฝากให้เขาพาคุณไปด้วยส่วนตอนเย็นคุณรออยู่ที่สถานีนะ เดี๋ยวผมไปรับเอง”
“คุณจะมีเวลาเหรอคะ?”
“น่าจะมีครับ แต่ถ้าปลีกตัวมาไม่ได้จริงๆ ผมจะให้เพื่อนสหายร่วมรบไปรับแทน”
“ไม่ต้องลำบากคนอื่นหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันเอาจักรยานไปด้วยถ้าคุณไม่ไปฉันก็ปั่นกลับเองได้”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่ต้องระวังความปลอดภัยด้วยนะ”
“ทราบแล้วค่ะ”
มื้อเช้าง่ายๆประกอบด้วยโจ๊กข้าวฟ่าง แผ่นแป้งทอดใส่ไข่ และผักดองที่ชีชีทำไว้
เมื่อเห็นชีชีทานแผ่นแป้งไปเพียงแผ่นเดียวกับโจ๊กอีกครึ่งชามลู่เหย่ก็ฉายแวววูบไหวด้วยความสงสารและเอ็นดู
“คุณไม่ลองคิดเื่ไปทำงานที่โรงงานเครื่องจักรกลดูจริงๆ เหรอ? เป็ช่างเทคนิคน่าจะไม่เหนื่อยมาก แถมเงินเดือนยังสูงด้วยนะ”
“คุณอยากให้ฉันไปหาเงินขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
ชีชีกะพริบตาปริบๆมองเขาด้วยดวงตาที่ยังคงง่วงงุน หางตาที่เชิดขึ้นตามธรรมชาติพาดผ่านด้วยสีระเรื่อยามที่ดวงตาคู่นั้นกวาดมองมาดูมีเสน่ห์เย้ายวนอย่างบอกไม่ถูก
หัวใจของลู่เหย่กระตุกวูบไปจังหวะหนึ่ง“เปล่าเสียหน่อย ผมจะเลี้ยงคุณไม่ไหวได้ยังไงกัน? แค่รู้สึกว่าเป็โอกาสที่หาได้ยาก กลัวว่าคุณจะมานึกเสียดายทีหลัง”
“คุณไม่คิดบ้างล่ะคะ คุณยุ่งขนาดนี้ อยู่บ้านฉันยังไม่ค่อยจะได้เจอหน้าเลยถ้าฉันต้องไปทำงานในตำบลอีก เดือนหนึ่งเราจะได้เห็นหน้ากันสักครั้งไหมคะ?”
ลู่เหย่อึ้งตะลึงไปเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเหตุผลที่ชีชีปฏิเสธโอกาสดีๆ แบบนั้นจะเป็เพราะเขาความรู้สึกตื้นตันพลุ่งพล่านจนพูดไม่ออก
“งั้นไม่ไปแล้วครับ ดีแค่ไหนก็ไม่ไปทั้งนั้น”
ชีชีหลุดหัวเราะ‘พรืด’ ออกมา
ความจริงเธอก็ไม่ได้โกหกหรอกลู่เหย่น่ะ ‘กินอร่อย’ จะตายไปไม่ได้เจอวันเดียวก็คิดถึงจะแย่
ชีวิตแต่งงานนี้ไม่รู้จะหย่ากันวันไหนในเมื่อตอนนี้ยัง ‘ใช้งาน’ ได้อยู่ ก็ต้องรีบตักตวงความสุขเอาไว้
ถ้าพลาดจากผู้ชายเกรดพรีเมียมคนนี้ไปละก็จะไปหาคนเด็ดๆ แบบนี้ได้จากที่ไหนอีกเล่า
ทั้งคู่ต่างทานมื้อเช้าไปพร้อมกับความคิดในใจที่แตกต่างกันจากนั้นชีชีก็ขึ้นรถจัดซื้อของกองทัพมุ่งหน้าไปยังสถานีเครื่องจักรกล
พอถึงที่หมายชีชีถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าในกระเป๋าสะพายมีไข่ต้มสองฟองวางอยู่ มันยังอุ่นๆอยู่เลย ทำให้ในใจของเธอเกิดกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งพาดผ่าน
‘ผู้ชายคนนี้ก็น่ารักดีเหมือนกันแฮะ เริ่มจะชอบมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ’
แม้จะไม่มีลู่เหย่คอยช่วยแต่ประสิทธิภาพในการทำงานของชีชีกลับไม่ได้ลดลงเลยตรงกันข้ามเธอกลับทำงานได้ไวขึ้นเสียด้วยซ้ำ
นั่นเป็เพราะงานประเภทแบกหามหรือยกของหนักๆเธอแอบเก็บเข้า ‘พื้นที่มิติ’ แล้วนำไปวางไว้ในตำแหน่งที่้าได้อย่างแม่นยำ
ไม่เหมือนตอนทำงานด้วยกันสองคนที่ต้องคอยทดสอบซ้ำไปซ้ำมาให้ดูเนียนตาซึ่งทั้งเสียเวลาและเปลืองแรง
เมื่อมีมิติมาช่วยเสริมการประกอบรถไถก็เหมือนกับการต่อตัวต่อเลโก้ในยุคหลัง ทั้งสนุกและเพลิดเพลิน
เพียง่เช้าเวลาเดียวชีชีก็ประกอบโครงสร้างหลักของรถไถเสร็จสมบูรณ์รวมถึงติดตั้งระบบภายในที่สำคัญเกือบทั้งหมด
คาดว่า่บ่ายรถไถหนึ่งคันก็น่าจะถือกำเนิดขึ้นอย่างสง่างาม
ชีชีล้างไม้ล้างมือแล้วปั่นจักรยานออกไปทานมื้อเที่ยงที่ภัตตาคารของรัฐ
เดิมทีหัวหน้าสถานีหวังอนุญาตเป็พิเศษให้เธอทานที่โรงอาหารของสถานีได้แต่เพราะเธอทำงานเพลินเกินไปจนล่วงเลยเวลาอาหารมานาน
ความจริงที่ภัตตาคารของรัฐเองก็ใกล้จะเลิกงานแล้วเหมือนกันอาหารดีๆ ถูกขายไปจนเกลี้ยง
โชคดีที่ชีชีไม่ใช่คนกินยาก“ขอโทษนะคะ ยังมีอะไรพอทานได้บ้างคะ? ขอแค่ชุดเดียวก็พอค่ะ”
“เหลือแต่บะหมี่ทำมือค่ะ”
“งั้นขอชามหนึ่งค่ะ ขอบคุณนะคะ”
เมื่อเห็นชีชียิ้มแย้มสดใสและมีกิริยาสุภาพพนักงานก็ลดท่าทีแข็งกร้าวลง
“อืม รอสักครู่นะ”
ต้องยอมรับว่าคนทำธุรกิจในยุคนี้ช่างมีจรรยาบรรณนัก
เมื่อบะหมี่ถูกยกมาจัดวางชีชีสูดดมกลิ่นหอมแรงๆ เข้าปอด... หอมเหลือเกิน
บนเส้นบะหมี่สีขาวนวลถูกราดด้วยหมูสับปรุงรสอย่างเข้มข้นโปะหน้าด้วยไข่ดาวที่ทอดจนขอบเหลืองทองและผักสีเขียวสด
แค่สูดเส้นเข้าปากรสชาติหอมกรุ่นก็อบอวลไปทั่วทั้งคำ
ขณะที่ชีชีกำลังทานอย่างเอร็ดอร่อยร่างที่คุ้นตาก็เดินเข้ามาในร้าน... เป็หลินเสี่ยวหรูนั่นเอง
ข้างกายหล่อนมีชายหนุ่มผิวเข้มคนหนึ่งเดินตามมาด้วยดูท่าทางอายุราวยี่สิบต้นๆสายตาที่เขามองหลินเสี่ยวหรูนั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนบูชา
ไม่ต้องเดาก็รู้...นี่มัน‘ไอ้ลูกหมา’ ตัวโตชัดๆ
ทั้งคู่เดินไปสั่งอาหารที่ช่องบริการโดยไม่ทันสังเกตเห็นชีชีที่นั่งอยู่ตรงมุมห้อง
หลินเสี่ยวหรูยังคงรักษาท่าทีเหนียมอายไร้เดียงสาส่วนฝ่ายชายนั้นสายตาเหมือนถูกทาด้วยกาวตราช้าง จ้องมองหล่อนจนตาไม่กะพริบ
ชายหนุ่มอยากจะทำตัวใจป้ำใจป๋าเพื่อเอาใจจึงเอ่ยชื่ออาหารหรูๆ ออกมาเป็ชุด
น่าเสียดายที่พนักงานตอบกลับมาเพียงคำเดียว“เหลือแต่บะหมี่ทำมือ จะกินไหม?”
ชายหนุ่มทำหน้าเจื่อนด้วยความขัดเขิน“เสี่ยวหรู ครั้งหน้าผมจะพาคุณไปทานของดีๆ แน่นอนวันนี้ทนทานแบบนี้ไปก่อนนะ”
“บะหมี่ทำมือก็ดีออกค่ะ ฉันชอบทานบะหมี่”
ต่อให้ในใจจะรังเกียจเพียงใดแต่หลินเสี่ยวหรูก็ไม่มีทางแสดงออกมาหล่อนยังคงสวมหน้ากากหญิงสาวผู้แสนดีและอ่อนโยนอยู่เสมอ
“ดีจริงๆ งั้นเอาบะหมี่ทำมือสองชามครับ”
ชายหนุ่มดีใจจนเนื้อเต้นไม่ทันสังเกตเห็นแววตาหยามเหยียดที่วาบผ่านดวงตาของหลินเสี่ยวหรูแม้แต่นิดเดียว
เดิมทีชีชีตั้งใจจะรีบทานให้เสร็จเพื่อกลับไปทำงานต่อแต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจขอนั่งรอดู ‘งิ้ว’ ฉากสำคัญนี้ก่อน
เป็ไปตามคาดทันทีที่ทั้งคู่นั่งลง ชายหนุ่มก็เริ่มต้นเปิดฉากบอกรักทันที
“เสี่ยวหรู คุณวางใจได้เลยนะสามสิ่งหมุนหนึ่งสิ่งดังกับเงินสินสอดอีกสองร้อยหยวนผมเตรียมไว้พร้อมหมดแล้วพรุ่งนี้ผมจะให้คนกลางไปสู่ขอคุณที่บ้าน”
ชีชีกะพริบตาปริบๆหูผึ่งขึ้นมาทันที
‘อ้อ... รู้ตัวว่าหมดหวังกับลู่เหย่แล้ว เลยรีบหาคนมาเสียบแทนงั้นเหรอ?’
หลินเสี่ยวหรูก้มหน้าลงเล็กน้อยทำท่าทีขัดเขิน “พวกเราเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วันเองนะคะจะไปสู่ขอเลย... มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ?”
“เสี่ยวหรู ผมตกหลุมรักคุณั้แ่แรกเห็น ผมสัญญาว่าจะดีกับคุณตลอดไปแต่งงานกันแล้วเงินเดือนผมจะให้คุณเก็บทั้งหมดเื่ใหญ่ในบ้านผมจะฟังคุณคนเดียวเลย”
“เหอะ ไอ้น้องชายนี่มันได้ใจจริงๆ” ชีชีเกือบจะหยิบแท่งไฟขึ้นมาเชียร์เสียแล้ว
ทว่าหลินเสี่ยวหรูยังคงนิ่งเฉย“จ้าวหย่ง ฉันรู้ว่าคุณเป็คนดี และจริงใจกับฉันมากพร้อมจะให้ฉันทุกอย่าง”
“แน่นอนครับ คุณอยากได้อะไรผมให้หมด ความปรารถนาของคุณผมจะทำให้เป็จริงเอง”
หลินเสี่ยวหรูเม้มริมฝีปากล่างสายตาฉายแววลึกลับ “ฉันแค่อยากขอยืม ‘โชคลาภ’ ของคุณเท่านั้นเองค่ะ”
“ได้ครับ ผมให้คุณหมดเลย”
“นางบ้านั่น!”
ชีชีหลุดสบถออกมาเบาๆยายหลินเสี่ยวหรูนี่มันไม่ใช่คนแล้วหลอกใช้ความรู้สึกของคนอื่นเพื่อขโมยดวงเขาเนี่ยนะ
จ้าวหย่งที่โดนเสน่ห์เข้าครอบงำจนหน้ามืดตามัวใครจะเตือนตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว
ในใจของชีชีพลันนึกถึงลู่เหย่ขึ้นมา...หลินเสี่ยวหรูรักเขาจริงๆ หรือเปล่า? หรือแค่้าผลประโยชน์บางอย่าง?
เธอจะเตือนเขาอย่างไรดี?เื่ขโมยดวงแบบนี้เขาไม่มีทางเชื่อแน่ๆ
ใครจะไปเชื่อว่า‘รักแรก’ ที่แสนบริสุทธิ์จะคิดร้ายกับตัวเองได้ลงคอ?
ขณะที่ชีชีกำลังตกอยู่ในภวังค์ทั้งคู่ก็ลุกขึ้นและเดินออกจากร้านไป
ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวจ้าวหย่งก็สะดุดล้มหน้าคะมำทั้งที่เป็ทางราบ เืกำเดาไหลโชก
หลินเสี่ยวหรูเข้าไปประคองแบบแกนๆ“คุณเป็อะไรไหมคะ? เืออกเต็มเลย”
จ้าวหย่งไม่เห็นความรังเกียจในดวงตาของหล่อนเลยแม้แต่น้อยเขารีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาอุดจมูก
“มะ... ไม่เป็ไรครับ ผมซุ่มซ่ามเอง คุณไม่ได้ใใช่ไหม?”
“ฉันไม่เป็ไรค่ะ คุณรีบไปโรงพยาบาลเถอะ เืออกเยอะขนาดนี้”
“ผมไปส่งคุณก่อนครับ”
จ้าวหย่งรีบไปเข็นจักรยานแต่เพียงแค่ถีบแป้นเท้า โซ่จักรยานก็ขาดสะบั้นทันที
เขาอึ้งไปครู่ใหญ่“ทำไมซวยแบบนี้เนี่ย?”
ชีชีแค่นยิ้มในใจ‘นี่มันแค่จุดเริ่มต้นจ้าพ่อหนุ่มความซวยของจริงมันรออยู่ข้างหน้าโน่น’
รอยยิ้มของจ้าวหย่งค้างเติ่ง“เสี่ยวหรู คุณรอผมสักครู่นะ ผมไปซ่อมรถฝั่งตรงข้ามก่อน”
พูดจบเขาก็รีบเข็นจักรยานวิ่งข้ามถนนไปอย่างรีบร้อน
‘โครม!'
เสียงเบรกดังสนั่นลั่นถนนเรียกความสนใจจากทุกคนจ้าวหย่งที่กำลังข้ามถนนถูกรถบรรทุกชนเข้าอย่างจังจนร่างปลิวละลิ่วและสิ้นใจคาที่ทันที
ส่วนหลินเสี่ยวหรูนั้นอาศัยจังหวะที่ผู้คนกำลังชุลมุน แอบย่องหนีหายไปอย่างเงียบเชียบ