จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 135 ราคาสูงเสียดฟ้า

            ตลอดเส้นทางที่ลงมาจากยอดเขาดรุณีหยกเย่เฉินได้ดูดซับพลังวิญญาณที่ลอยล่องอยู่ในอากาศอย่างเต็มที่

            โอ้!

            เย่เฉินหายใจเข้าลึกๆและมองไปยังสำนักใน

            สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเหล่าเมฆหมอก และยอดเขาที่สลับซับซ้อนแต่ดูงดงาม ต้นไม้โบราณสูงตระหง่านลึกเข้าไปในพุ่มไม้ มีศาลาพลับพลาอยู่หลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก

            “พลังวิญญาณมีกลิ่นหอมกรุ่นกว่าสำนักนอกถึงสามเท่า” เย่เฉินพึมพำเป็นระยะๆ ในขณะที่เดินชม“สมแล้วที่เป็นสำนักใน มีศิษย์ระดับขั้นพลังหยางมากมายจริงๆ”

            เอ๊ะ?

            เมื่อพวกเขาเห็นเย่เฉิน ศิษย์ที่เดินอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปด้านข้างพวกเขาต่างชี้ไปที่เย่เฉิน บางครั้งก็มีเสียงกระซิบดังขึ้น

            "เจ้าเด็กคนนี้ เป็นคนที่ฝังศิษย์สำนักในทั้งเป็นมาแล้วเกือบร้อยคนและยังถอดเสื้อผ้าออกหมด"

            "เขาเป็นเพียงคนระดับขั้นรวมพลัง อุกอาจเกินไปแล้ว!"

            เย่เฉินได้ยินความคิดเห็นเช่นนั้นตลอดทางแต่เขาก็เพิกเฉยต่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

            ขณะที่เขากำลังเดินอยู่เขาก็หยุดอยู่หน้าอาคารหลังหนึ่งที่ตั้งตระหง่าน

            "หอหมื่นสมบัติหรือ?" เขามองไปที่แผ่นป้ายที่แขวนอยู่ตรงกลางอาคารด้วยความประหลาดใจแผ่นป้ายเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวอย่างหนักแน่นดูทรงพลัง หอหมื่นสมบัติ

            “ในสำนักในก็มีหอหมื่นสมบัติด้วยหรือ?” เย่เฉินลูบคางของเขาและพึมพำเล็กน้อยจากนั้นก็หรี่ตาลงชำเลืองไปยังศิษย์สำนักในที่กำลังเดินเข้าออกจากนั้นเขาก็เดินตามเข้าไป

            เหมือนกับหอหมื่นสมบัติที่สำนักนอกไม่มีผิดหอหมื่นสมบัติของสำนักในมีอาณาจักรเป็นของตัวเอง ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่และสิ่งต่างๆวางอยู่ให้เห็นเต็มไปหมด รวมถึงน้ำยาวิญญาณ อาวุธวิญญาณสมุนไพรวิญญาณและคัมภีร์เคล็ดวิชาลับ เรียกได้ว่ามีหมดทุกสิ่งที่ต้องการ

            "เย่เฉินใช่ไหม!" เสียงของชายชราดังมาจากด้านข้างทำให้เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง

            เมื่อมองไปเย่เฉินก็เบิกตากว้างขึ้นมาในทันที

            คนที่พูดคือชายชราที่เหมือนกันกับผางต้าไห่ที่หอหมื่นสมบัติของสำนักนอกเขามีพุงขนาดใหญ่ ดวงตากลมโตและเฉียบแหลมสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขามีลักษณะเหมือนกับผางต้าไห่ทุกประการเย่เฉินจึงนึกสงสัยว่าชายชราผู้นี้กับผางต้าไห่อาจจะเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน

            “ผู้อาวุโสรู้จักข้าหรือ?” หลังจากตกตะลึงเย่เฉินก็มองไปที่ชายชราอย่างไม่แน่ใจ

            “เหลวไหลจะมีใครสักกี่คนในสำนักเหิงเยว่ที่ไม่รู้จักเจ้า!”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่เฉินก็กระแอมขึ้นทันที

            ถูกต้องต้องโทษเขาที่ก่อเรื่องใหญ่โตขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่สำนักในเพียงเรื่องเดียวก็เพียงพอแล้วที่เขาจะมีชื่อเสียงในสำนักเหิงเยว่

            “ข้าชื่อผางต้าชวนแห่งหอหมื่นสมบัติของสำนักใน”ชายชรานั่งซ้อนมือไว้ในแขนเสื้ออยู่บนฟูก บางทีเขาอาจจะรู้ข้อสงสัยของเย่เฉินเขายังกล่าวเสริมขึ้นมา “ผางต้าไห่ แห่งหอหมื่นสมบัติของสำนักนอก คือพี่ชายของข้า”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ดวงตาของเย่เฉินก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเขามองไปยังผางต้าชวนด้วยความประหลาดใจ “คนเป็นพี่ชายอยู่สำนักนอกท่านผู้เป็นน้องเหตุใดจึงมาอยู่สำนักใน”

            “ไม่ใช่เรื่องอะไรของเจ้า”

            เอ่อ…!

            เย่เฉินกระแอมขึ้นเบาๆจากนั้นก็หันหลังและเดินเข้าไปข้างใน

            เขาเดินดูสิ่งของราวกับมาเลือกซื้อผักหยิบนู่นหยิบนี่มาเลือกดูไปตลอดทาง เขาทำเสียงจุปากไปตลอดทางเพราะสินค้าที่มีขายในหอหมื่นสมบัติของสำนักในมีจำนวนมากมายกว่าหอหมื่นสมบัติของสำนักนอกหลายเท่าและโดยทั่วไปก็มีราคาค่อนข้างสูง

            “แจกันหยกวิสุทธิ์ใบนี้ไม่เลวเลย”เย่เฉินเงยหน้าขึ้น และมองดูแจกันหยกวิสุทธิ์ที่ถือไว้ในมือ

            ทั่วทั้งใบของแจกันหยกวิสุทธิ์นั้นเปล่งประกายและมีสีสันมันเป็นอาวุธวิญญาณที่ดี แต่เมื่อเห็นราคาแล้วสถานะทางการเงินของเย่เฉินในตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะต้องแอบกลืนน้ำลายและวางแจกันหยกวิสุทธิ์กลับที่เดิม

            “สามแสนหินวิญญาณท่านโหดเหี้ยมยิ่งกว่าผางต้าไห่เสียอีก!” เย่เฉินก่นด่าอยู่ในใจจากนั้นก็ยกเท้าขึ้นและเดินจากไป

            ในช่วงเวลานั้นเขาเรียกอัคคีเทวะในทะเลลมปราณออกมา เพราะหวังว่าอัคคีเทวะจะช่วยชี้แนะให้เขาหรือไม่แน่ว่าบางทีอาจจะได้เจอกับของวิเศษในหอหมื่นสมบัติก็ได้แต่ทว่าตั้งแต่มาถึงที่นี่อัคคีเทวะกลับนิ่งเงียบ

            เป็นเวลาสามชั่วยามเขาก็เดินวนจบไปแล้วหนึ่งรอบใหญ่ๆและดูเหมือนว่าหอหมื่นสมบัติแห่งนี้คงจะมีของวิเศษอยู่ไม่น้อย แต่ราคาของมันก็สูงเกินไป

            เมื่อกลับมาที่ชั้นวางของอีกครั้งเย่เฉินก็เดินตรงเข้ามาหาผางต้าชวน และถามด้วยน้ำเสียงต่ำ "ผู้อาวุโสผางท่านมียันต์ศักดิ์สิทธิ์บ้างหรือไม่"

            ผางต้าชวนที่กำลังนั่งสอดมือประสานกันในเสื้อและเงียบหลับอยู่เมื่อได้ยินคำถามของเย่เฉิน เปลือกตาของเขาก็เปิดขึ้นครึ่งหนึ่งและมองไปยังเย่เฉิน “ยันต์ศักดิ์สิทธิ์แบ่งออกเป็นหลายชนิดเจ้าหมายถึงชนิดไหนกันล่ะ”

            “ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ชนิดที่ปิดผนึกสร้างพลังวิญญาณคือยันต์ศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่งบรรจุไว้ในตัวหุ่นเชิด”

            “เจ้ากำลังพูดถึงยันต์รวมวิญญาณหรือเปล่า!”

            “ดูเหมือนจะใช่”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ผางต้าชวนก็เลิกคิ้วขึ้นและมองไปยังเย่เฉินอีกครั้ง “มีแต่หุ่นเชิดเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้ เจ้าจะเอามันไปทำอะไรหรือว่าเจ้าก็มีหุ่นเชิดระดับลึกลับอยู่ในมือด้วยหรือ?”

            “ข้าไม่มีหุ่นเชิดระดับลึกลับหรอกแต่ข้ามีหุ่นเชิดระดับมนุษย์อยู่หนึ่งตัว”เย่เฉินพูดจบก็เรียกหุ่นเชิดจื่อซวนออกมา

            เอ๊ะ?

            เมื่อเห็นหุ่นเชิดที่มีแขนเพียงข้างเดียวดวงตาที่แสนขี้เกียจของผางต้าชวนก็ฉายแววของความประหลาดใจขึ้นมาทันที“เหตุใดหุ่นเชิดตัวนี้จึงมาอยู่กับเจ้า”

            “ผู้อาวุโสรู้จักหุ่นเชิดตัวนี้ด้วยหรือ?” เย่เฉินมองไปยังผางต้าชวนด้วยความประหลาดใจ

            ผางต้าชวนได้แต่ลูบเคราของเขาเบาๆ“หุ่นเชิดตัวนี้เป็นหุ่นเชิดชุดแรกที่ได้รับการหลอมขึ้นมาโดยปรมาจารย์ยุคแรกแห่งสำนักเหิงเยว่แต่ด้วยความสามารถที่ยังไม่สมบูรณ์มากนัก มันจึงถูกปิดผนึกเอาไว้แล้วทำไมมันจึงมาอยู่ในมือเจ้าได้”

            “ข้าซื้อมันมาจากหอหมื่นสมบัติของสำนักนอก”เย่เฉินตอบไปอย่างไม่ปิดบัง

            “ไม่ต้องพูดแล้วข้าเข้าใจแล้ว” ผางต้าชวนโบกมือปัดไปมา จากนั้นก็ใช้นิ้วขยี้คิ้วของเขาอย่างแรงและบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “พี่ใหญ่นะพี่ใหญ่!ทำไมเจ้าถึงเอาทุกอย่างออกมาขายแบบนี้”

            “ผู้อาวุโสสรุปว่ามียันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถใช้กับนางได้ไหม” อีกด้านหนึ่งเย่เฉินไม่ได้สนใจเรื่องระหว่างผางต้าไห่และผางต้าชวนสิ่งที่เขาสนใจคือเรื่องยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถใช้ได้

            “ยันต์รวมวิญญาณมีเพียงหุ่นเชิดที่พัฒนาถึงระดับขั้นลึกลับแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้”ผางต้าชวนตอบไปอย่างส่งๆ “หุ่นเชิดของเจ้าเป็นแค่หุ่นเชิดระดับมนุษย์อีกอย่างก็ไม่สมบูรณ์ ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกายก็ยังห่างไกลแม้ว่าจะขายยันต์รวมวิญญาณให้กับเจ้า แต่เมื่อมีการใช้วิชาลึกลับออกไปนางก็อาจจะพังทลายได้อีกอย่างยันต์รวมวิญญาณและยันต์วิญญาณลึกลับจะต้องใช้ควบคู่กันเจ้ามียันต์วิญญาณลึกลับแล้วหรือ?”

            “เอ่อ...อะไรคือยันต์วิญญาณลึกลับ”เย่เฉินมองไปยังผางต้าชวนด้วยสีหน้างุนงง

            “ในร่างกายของหุ่นเชิดระดับลึกลับจะมียันต์ศักดิ์สิทธิ์สองแผ่นคือยันต์รวมวิญญาณและยันต์วิญญาณลึกลับ ยันต์รวมวิญญาณใช้สำหรับผนึกพลังวิญญาณส่วนยันต์วิญญาณลึกลับใช้สำหรับวิชาลึกลับการใช้วิชาลึกลับจึงจำเป็นต้องใช้วิชาลึกลับจากยันต์วิญญาณลึกลับและพลังวิญญาณจากยันต์รวมวิญญาณเข้าด้วยกัน เรื่องพวกนี้เจ้าไม่รู้เลยหรือ?”

            เย่เฉินเกาศีรษะของเขาอย่างเก้อเขินเขารู้ว่าในร่างกายของหุ่นเชิดระดับลึกลับจะมียันต์ศักดิ์สิทธิ์อยู่สองใบแต่ไม่มีใครบอกเขาเลยว่ายันต์ศักดิ์สิทธิ์อีกใบหนึ่งนั้นเรียกว่ายันต์วิญญาณลึกลับ!

            “ที่แท้ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ผนึกวิชาลับและวิชาลึกลับเรียกว่ายันต์วิญญาณลึกลับ”เย่เฉินพึมพำในใจและอดไม่ได้ที่จะเปิดถุงเก็บของและเหลือบมองยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องแสงอยู่ในนั้นนั่นก็คือยันต์วิญญาณลึกลับ ซึ่งเขาได้มันมาจากหุ่นเชิดเฟิงอิ่ง

            “ผู้อาวุโสผางแล้วถ้าจะยกระดับหุ่นเชิดระดับมนุษย์เป็นระดับลึกลับต้องทำอย่างไร” หลังจากหลับตาเขาก็ลืมตาไปมองผางต้าชวน

            “เรื่องนี้ง่ายมาก”ผางต้าชวนกล่าวอย่างไม่ปิดบัง แล้วพูดออกมา“ความแตกต่างที่สุดของหุ่นเชิดระดับลึกลับและหุ่นเชิดระดับมนุษย์คือวัสดุที่ใช้หลอมมันขึ้นมาร่างกายของหุ่นเชิดระดับลึกลับจะมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากกว่าหุ่นเชิดระดับมนุษย์ถ้าต้องการจะยกระดับจหุ่นเชิดระดับมนุษย์ให้เป็นระดับลึกลับเจ้าก็ต้องทำการหลอมวัสดุที่มีคุณภาพสูงเข้าสู่ร่างกายของหุ่นเชิดระดับมนุษย์”

            “ถ้าอย่างนั้นเพียงแค่ทำการหลอมร่างกายของหุ่นเชิดระดับมนุษย์ให้มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นเช่นเดียวกันกับหุ่นเชิดระดับลึกลับมันก็จะยกระดับเป็นหุ่นเชิดระดับลึกลับแล้วใช่ไหม?” เย่เฉินถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ

            “มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก”ผางต้าชวนเหลือบมองไปยังเย่เฉิน “ร่างกายที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นเป็นเพียงแค่การคาดการณ์อย่างแรกเท่านั้นนอกจากสิ่งเหล่านี้ร่างกายของหุ่นเชิดระดับลึกลับยังมีตราเครื่องหมายที่ใช้จำกัดการใช้งานอยู่มากมายมันเลียนแบบมาจากร่างกายของผู้ฝึกตนฉะนั้นร่างกายของมันจึงมีเลือดเนื้อและกระดูกเช่นเดียวกันยันต์รวมวิญญาณก็คือจุดตันเถียนที่เอาไว้รวมพลังงานของพวกเขาและยันต์วิญญาณลึกลับก็คือการทำภารกิจของพวกเรา แต่เรียกว่าวิชาลับสำหรับพวกเขาเข้าใจไหม?”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้ผางต้าชวนก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง และพูดต่อไป “การที่จะต้องให้หุ่นเชิดมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นได้ในระดับหนึ่งเสียก่อนก็เพราะขณะที่มันแสดงวิชาลับออกมา อาจจะทำให้ตัวมันเองได้รับบาดเจ็บและหากความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นไม่ได้ตามกำหนดหุ่นเชิดตัวนั้นก็อาจจะแตกหักได้”

            “หากท่านพูดแบบนี้ข้าก็เข้าใจแล้ว” เย่เฉินลูบคางของเขา เข้าไปข้างกายของผางต้าชวนอีกครั้งและถามขึ้น “ยันต์รวมวิญญาณนั้นแพงหรือเปล่า”

            ผางต้าชวนหาวขึ้นมาหนึ่งฟอดบิดขี้เกียจอีกครั้ง จากนั้นจึงชูนิ้วขึ้นสองนิ้วอย่างเกียจคร้าน

            “สองหมื่นหรือ?” เย่เฉินถามอย่างไม่แน่ใจ

            “เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่? สองหมื่นหินวิญญาณก็คิดจะซื้อยันต์รวมวิญญาณหรือ ล้อเล่นอยู่หรือเปล่า?” ผางต้าชวนส่งเสียงดังขึ้นมาทันที ทำให้เย่เฉินตกใจจนตัวสั่น

            “เอ่อ...คงจะไม่ใช่สองแสนหินวิญญาณหรอกนะ!” เย่เฉินกระตุกมุมปากของเขา

            “เหลวไหล”

            “นี่มันจะแพงเกินไปไหม!” เย่เฉินแอบกลืนน้ำลาย

            “นี่เป็นเพียงยันต์รวมวิญญาณระดับต่ำที่สุดเท่านั้นนะแต่ยันต์รวมวิญญาณระดับต่ำหนึ่งใบก็เพียงพอสำหรับให้หุ่นเชิดระดับลึกลับหนึ่งตัวใช้งานได้เป็นเวลานานหากเป็นยันต์รวมวิญญาณระดับสูง ก็สามารถใช้ได้เป็นเวลาหลายปีอย่างไม่มีปัญหาและยันต์รวมวิญญาณระดับสูงก็ต้องมีราคาแพงแน่นอน หกแสนหินวิญญาณ”พูดจบผางต้าชวนก็ยกนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อยขึ้นทันที

            เย่เฉินกระตุกมุมปากเดิมทีคิดว่าการพกพาหินวิญญาณจำนวนหนึ่งแสนก็นับว่าเป็นเศรษฐีแล้วแต่ในหอหมื่นสมบัติของสำนักใน ยังจัดว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากๆเพียงแค่ยันต์รวมวิญญาณใบเดียวก็มีมูลค่าถึงสองแสนหินวิญญาณแล้วเขาจึงรู้สึกว่าตนเองน่าสงสารขึ้นมาทันที

            ปังๆๆ!

            อีกด้านหนึ่งผางต้าชวนก็ลุกขึ้นใช้มือเคาะไปบนตัวของหุ่นเชิดจื่อซวน และพึมพำเบาๆ“จะว่าไปหุ่นเชิดตัวนี้มีความแข็งแกร่งกว่าหุ่นเชิดระดับมนุษย์ทั่วๆ ไปมากแต่ก็ยังแตกต่างจากหุ่นเชิดระดับลึกลับอยู่มากแม้ว่าจะเอายันต์รวมวิญญาณและยันต์วิญญาณลึกลับให้กับเจ้าไปแต่ก็ยังไม่สามารถจะทนต่อแรงสะท้านของวิชาลึกลับได้ ถ้าหากต้องการยกระดับนางก็จำเป็นต้องยอมทุ่มเงินกันหน่อย”

            “ผู้อาวุโสท่านมีวัสดุชั้นดีสำหรับการหลอมหุ่นบ้างหรือไม่”

            “จะว่ามีมันก็มีอยู่หรอกแต่ข้ากลัวว่าเจ้าจะซื้อไม่ไหวนะสิ!”ผางต้าชวนพูดพลางยักคิ้วให้เย่เฉิน “หากลองประมาณราคาดูแล้วการจะยกระดับหุ่นเชิดตัวนี้เป็นระดับลึกลับอย่างน้อยก็มีค่าใช้จ่ายแปดแสนหินวิญญาณสำหรับซื้อวัสดุ”

            “แปด...แปดแสน?” ดวงตาของเย่เฉินจ้องตรงไป

            “แปดแสนหินวิญญาณยังเป็นเพียงการประเมินคร่าวๆ”ผางต้าชวนค่อยๆ กล่าวกับเย่เฉิน และยังช่วยเย่เฉินคำนวณ “เอ่อค่าวัสดุในการยกระดับหุ่นเชิดราคาแปดแสนหินวิญญาณค่ายันต์รวมวิญญาณราคาสองแสนหินวิญญาณ ค่ายันต์วิญญาณลึกลับราคาสามแสนหินวิญญาณรวมกันแล้วก็หนึ่งล้านสามแสนหินวิญญาณ เจ้าหนุ่ม เจ้าแน่ใจหรือเปล่าว่าเจ้ามีหินวิญญาณจำนวนมากมายขนาดนั้น?”

            ไม่ต้องอาศัยให้ผางต้าชวนมาช่วยคำนวณเย่เฉินก็คิดคำนวณไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว ถุงเก็บของของเขามียันต์วิญญาณลึกลับจึงขาดเพียงวัสดุที่ใช้ในการยกระดับและยันต์รวมวิญญาณเท่านั้น ซึ่งก็รวมเป็นเงินหนึ่งล้านหินวิญญาณแล้ว

            เมื่อคิดเช่นนี้เย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองหุ่นเชิดจื่อซวนที่อยู่ข้างเขา

            เขาเข้าใจดีถึงความแปลกประหลาดของหุ่นเชิดของตนเองมันมีอานุภาพที่แข็งแกร่ง การโจมตีที่ดุเดือดและยังสามารถดูดซับแสงจันทราและดวงดารา เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าหากทำการยกระดับนางให้กลายเป็นหุ่นเชิดระดับลึกลับละก็มั่นใจได้เลยว่านางจะต้องมีความแข็งแกร่งกว่าหุ่นเชิดเฟิงอิ่งตัวนั้นแน่นอน

            “การจ่ายเงินหนึ่งล้านหินวิญญาณเพื่อแลกกับหุ่นเชิดระดับลึกลับที่เทียบได้กับขั้นพลังหยางดูคุ้มค่า” เย่เฉินได้ตัดสินใจอยู่ในใจแล้ว “เงินหมดก็หาใหม่ได้แต่การซื้อขายนี้ต้องคุ้มค่า”

            “มาๆออกไปแล้วเลี้ยวซ้ายเลยนะ กลับบ้านไปเก็บเงินก่อนเลยไป!” ทางด้านนี้ ผางต้าชวนก็นิ่งเงียบ และผลักเขาเบาๆ

            เมื่อถูกผางต้าชวนผลักเย่เฉินก็หันกลับมาอีกครั้ง

            เขาโน้มตัวไปหาผางต้าชวนอีกครั้งและลูบมือพลางยิ้ม “ผู้อาวุโสผางข้าต้องการวัสดุเพื่อยกระดับหุ่นเชิดกับยันต์รวมวิญญาณท่านพอจะลดราคาให้ได้บ้างไหม”

            “หนึ่งล้านหินวิญญาณไม่มีต่อรอง” ผางต้าชวนคัดค้าน

            เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่เฉินก็ยิ้มมุมปาก “หากไม่สามารถลดราคาได้ท่านก็ช่วยให้อะไรบางอย่างกับข้าได้ไหม”

            พูดจบเย่เฉินก็ไม่ลืมที่จะชี้นิ้วไปยังเตาปรุงยาที่มีความสูงกว่าหนึ่งจ้างชิ้นหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป“ถ้าอย่างนั้นท่านยกเตาปรุงยานั่นให้ข้าก็ได้!”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นผางต้าชวนก็หรี่ตาลงเหลือบมองไปยังเตาปรุงยา และมองไปยังเย่เฉินด้วยความไม่พอใจ“เจ้าก็ช่างเลือกจริงๆ เตาปรุงยานั่นราคาสองแสน จะว่าไปเจ้าก็ไม่ใช่นักปรุงยา เอาเตาปรุงยาไปจะมีประโยชน์อะไรเปลี่ยนเป็นอะไรที่ถูกกว่านี้เถอะ!บางทีหากข้าอารมณ์ดี อาจจะยกให้เจ้าก็ได้?”

            “ข้าต้องการเตาปรุงยาชิ้นนั้น”

            “ก็ได้เจ้าเพิ่มมาอีกหนึ่งแสน เตาปรุงยานั่นจะเป็นของเจ้า” ผางต้าชวนชูมือขึ้นอีกครั้ง

            “ตกลง”เย่เฉินตอบตกลงทันที จากนั้นจึงรีบหยิบถุงเก็บของออกมาวางไว้บนชั้นวางพร้อมเสียงดังโครมคราม

            “เจ้ามีหินวิญญาณมากมายขนาดนี้เชียวหรือ?” ผางต้าชวนเปิดถุงเก็บของออกด้วยท่าทางที่เหลือเชื่อ จากนั้นก็มองดูด้านในด้านในไม่ได้มีเพียงหินวิญญาณ แต่ยังมีน้ำยาวิญญาณและของจิปาถะอื่นๆเมื่อลองคะเนดูแล้วก็น่าจะมีมูลค่าหนึ่งล้านหนึ่งแสนหินวิญญาณ

            “ศิษย์น้องฉู่ซวนเอ๋อร์เป็นคนใจกว้างโดยแท้นึกไม่ถึงว่าจะให้รางวัลเจ้าด้วยของมากมายขนาดนี้” ผางต้าชวนทำเสียงจุปาก“เจ้าหนุ่ม เจ้าช่างมีอาจารย์ที่ดีเยี่ยมเลยจริงๆ !”

            ดีบ้าอะไรล่ะ!

            เย่เฉินยิ้มมุมปากของพวกนี้ข้าต้องเสี่ยงชีวิตไปหามาด้วยตัวเองทั้งนั้น

            เขากำลังพูดความจริงพวกหินวิญญาณและน้ำยาวิญญาณในถุงเก็บของนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่เขาปล้นมาจากพวกของข่งเฉาตอนทำการทดสอบในป่าร้างทั้งสิ้น

            สำหรับอาจารย์แสนสวยของเขานั้นนางยังไม่เคยให้อะไรกับเขาเลยแม้แต่หินวิญญาณสักก้อนก็ไม่เคยมีมีแต่จะคอยทุบเขาให้ลงไปกองกับพื้นไม่เว้นแต่ละวัน เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เขาก็ยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าที่บวมของตนเองอย่างไม่รู้ตัว

            “เดี๋ยวก่อนข้าจะไปเอาวัสดุมาให้เจ้า”ผางต้าชวนเก็บถุงเก็บของเรียบร้อยก็หันหลังกลับแล้วเดินเข้าไปด้านใน

            หลังจากผางต้าชวนเดินเข้าไปเย่เฉินก็รีบเก็บเตาปรุงยาที่อยู่ไม่ไกลนั้นอย่างรวดเร็ว และไม่ลืมที่จะหยิบน้ำยาวิญญาณสองสามขวดไปด้วย

            ไม่นานเขาก็เดินถือถุงเก็บของออกมาและยื่นให้กับเย่เฉิน “มีวัสดุที่ใช้ในการยกระดับยันต์รวมวิญญาณ และวิธีการตราของการจำกัดและควบคุมหุ่นเชิดบางส่วนอยู่ในนี้”

            “ขอบคุณผู้อาวุโส”เย่เฉินหยิบถุงเก็บของออกมา และมองดูด้านในเขาพบว่าด้านในมีสิ่งของที่ส่องแสงประกายอยู่หลายชิ้นและยังมียันต์รวมวิญญาณที่กำลังส่องแสงสว่างอยู่ด้วย

            “เจ้าหนุ่มศิษย์น้องฉู่หลิงเอ๋อร์ออกจากการเก็บตัวฝึกตนหรือยัง?”

            “ฉู่หลิงเอ๋อร์? ใครคือฉู่หลิงเอ๋อร์” ขณะที่กำลังมองดูถุงเก็บของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองผางต้าชวนด้วยความสงสัย

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน