ตลอดเส้นทางที่ลงมาจากยอดเขาดรุณีหยกเย่เฉินได้ดูดซับพลังวิญญาณที่ลอยล่องอยู่ในอากาศอย่างเต็มที่
โอ้!
เย่เฉินหายใจเข้าลึกๆและมองไปยังสำนักใน
สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเหล่าเมฆหมอก และยอดเขาที่สลับซับซ้อนแต่ดูงดงาม ต้นไม้โบราณสูงตระหง่านลึกเข้าไปในพุ่มไม้ มีศาลาพลับพลาอยู่หลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก
“พลังวิญญาณมีกลิ่นหอมกรุ่นกว่าสำนักนอกถึงสามเท่า” เย่เฉินพึมพำเป็นระยะๆ ในขณะที่เดินชม“สมแล้วที่เป็นสำนักใน มีศิษย์ระดับขั้นพลังหยางมากมายจริงๆ”
เอ๊ะ?
เมื่อพวกเขาเห็นเย่เฉิน ศิษย์ที่เดินอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปด้านข้างพวกเขาต่างชี้ไปที่เย่เฉิน บางครั้งก็มีเสียงกระซิบดังขึ้น
"เจ้าเด็กคนนี้ เป็นคนที่ฝังศิษย์สำนักในทั้งเป็นมาแล้วเกือบร้อยคนและยังถอดเสื้อผ้าออกหมด"
"เขาเป็นเพียงคนระดับขั้นรวมพลัง อุกอาจเกินไปแล้ว!"
เย่เฉินได้ยินความคิดเห็นเช่นนั้นตลอดทางแต่เขาก็เพิกเฉยต่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว
ขณะที่เขากำลังเดินอยู่เขาก็หยุดอยู่หน้าอาคารหลังหนึ่งที่ตั้งตระหง่าน
"หอหมื่นสมบัติหรือ?" เขามองไปที่แผ่นป้ายที่แขวนอยู่ตรงกลางอาคารด้วยความประหลาดใจแผ่นป้ายเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวอย่างหนักแน่นดูทรงพลัง หอหมื่นสมบัติ
“ในสำนักในก็มีหอหมื่นสมบัติด้วยหรือ?” เย่เฉินลูบคางของเขาและพึมพำเล็กน้อยจากนั้นก็หรี่ตาลงชำเลืองไปยังศิษย์สำนักในที่กำลังเดินเข้าออกจากนั้นเขาก็เดินตามเข้าไป
เหมือนกับหอหมื่นสมบัติที่สำนักนอกไม่มีผิดหอหมื่นสมบัติของสำนักในมีอาณาจักรเป็นของตัวเอง ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่และสิ่งต่างๆวางอยู่ให้เห็นเต็มไปหมด รวมถึงน้ำยาวิญญาณ อาวุธวิญญาณสมุนไพรวิญญาณและคัมภีร์เคล็ดวิชาลับ เรียกได้ว่ามีหมดทุกสิ่งที่ต้องการ
"เย่เฉินใช่ไหม!" เสียงของชายชราดังมาจากด้านข้างทำให้เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง
เมื่อมองไปเย่เฉินก็เบิกตากว้างขึ้นมาในทันที
คนที่พูดคือชายชราที่เหมือนกันกับผางต้าไห่ที่หอหมื่นสมบัติของสำนักนอกเขามีพุงขนาดใหญ่ ดวงตากลมโตและเฉียบแหลมสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขามีลักษณะเหมือนกับผางต้าไห่ทุกประการเย่เฉินจึงนึกสงสัยว่าชายชราผู้นี้กับผางต้าไห่อาจจะเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน
“ผู้อาวุโสรู้จักข้าหรือ?” หลังจากตกตะลึงเย่เฉินก็มองไปที่ชายชราอย่างไม่แน่ใจ
“เหลวไหลจะมีใครสักกี่คนในสำนักเหิงเยว่ที่ไม่รู้จักเจ้า!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่เฉินก็กระแอมขึ้นทันที
ถูกต้องต้องโทษเขาที่ก่อเรื่องใหญ่โตขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่สำนักในเพียงเรื่องเดียวก็เพียงพอแล้วที่เขาจะมีชื่อเสียงในสำนักเหิงเยว่
“ข้าชื่อผางต้าชวนแห่งหอหมื่นสมบัติของสำนักใน”ชายชรานั่งซ้อนมือไว้ในแขนเสื้ออยู่บนฟูก บางทีเขาอาจจะรู้ข้อสงสัยของเย่เฉินเขายังกล่าวเสริมขึ้นมา “ผางต้าไห่ แห่งหอหมื่นสมบัติของสำนักนอก คือพี่ชายของข้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ดวงตาของเย่เฉินก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเขามองไปยังผางต้าชวนด้วยความประหลาดใจ “คนเป็นพี่ชายอยู่สำนักนอกท่านผู้เป็นน้องเหตุใดจึงมาอยู่สำนักใน”
“ไม่ใช่เรื่องอะไรของเจ้า”
เอ่อ…!
เย่เฉินกระแอมขึ้นเบาๆจากนั้นก็หันหลังและเดินเข้าไปข้างใน
เขาเดินดูสิ่งของราวกับมาเลือกซื้อผักหยิบนู่นหยิบนี่มาเลือกดูไปตลอดทาง เขาทำเสียงจุปากไปตลอดทางเพราะสินค้าที่มีขายในหอหมื่นสมบัติของสำนักในมีจำนวนมากมายกว่าหอหมื่นสมบัติของสำนักนอกหลายเท่าและโดยทั่วไปก็มีราคาค่อนข้างสูง
“แจกันหยกวิสุทธิ์ใบนี้ไม่เลวเลย”เย่เฉินเงยหน้าขึ้น และมองดูแจกันหยกวิสุทธิ์ที่ถือไว้ในมือ
ทั่วทั้งใบของแจกันหยกวิสุทธิ์นั้นเปล่งประกายและมีสีสันมันเป็นอาวุธวิญญาณที่ดี แต่เมื่อเห็นราคาแล้วสถานะทางการเงินของเย่เฉินในตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะต้องแอบกลืนน้ำลายและวางแจกันหยกวิสุทธิ์กลับที่เดิม
“สามแสนหินวิญญาณท่านโหดเหี้ยมยิ่งกว่าผางต้าไห่เสียอีก!” เย่เฉินก่นด่าอยู่ในใจจากนั้นก็ยกเท้าขึ้นและเดินจากไป
ในช่วงเวลานั้นเขาเรียกอัคคีเทวะในทะเลลมปราณออกมา เพราะหวังว่าอัคคีเทวะจะช่วยชี้แนะให้เขาหรือไม่แน่ว่าบางทีอาจจะได้เจอกับของวิเศษในหอหมื่นสมบัติก็ได้แต่ทว่าตั้งแต่มาถึงที่นี่อัคคีเทวะกลับนิ่งเงียบ
เป็นเวลาสามชั่วยามเขาก็เดินวนจบไปแล้วหนึ่งรอบใหญ่ๆและดูเหมือนว่าหอหมื่นสมบัติแห่งนี้คงจะมีของวิเศษอยู่ไม่น้อย แต่ราคาของมันก็สูงเกินไป
เมื่อกลับมาที่ชั้นวางของอีกครั้งเย่เฉินก็เดินตรงเข้ามาหาผางต้าชวน และถามด้วยน้ำเสียงต่ำ "ผู้อาวุโสผางท่านมียันต์ศักดิ์สิทธิ์บ้างหรือไม่"
ผางต้าชวนที่กำลังนั่งสอดมือประสานกันในเสื้อและเงียบหลับอยู่เมื่อได้ยินคำถามของเย่เฉิน เปลือกตาของเขาก็เปิดขึ้นครึ่งหนึ่งและมองไปยังเย่เฉิน “ยันต์ศักดิ์สิทธิ์แบ่งออกเป็นหลายชนิดเจ้าหมายถึงชนิดไหนกันล่ะ”
“ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ชนิดที่ปิดผนึกสร้างพลังวิญญาณคือยันต์ศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่งบรรจุไว้ในตัวหุ่นเชิด”
“เจ้ากำลังพูดถึงยันต์รวมวิญญาณหรือเปล่า!”
“ดูเหมือนจะใช่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ผางต้าชวนก็เลิกคิ้วขึ้นและมองไปยังเย่เฉินอีกครั้ง “มีแต่หุ่นเชิดเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้ เจ้าจะเอามันไปทำอะไรหรือว่าเจ้าก็มีหุ่นเชิดระดับลึกลับอยู่ในมือด้วยหรือ?”
“ข้าไม่มีหุ่นเชิดระดับลึกลับหรอกแต่ข้ามีหุ่นเชิดระดับมนุษย์อยู่หนึ่งตัว”เย่เฉินพูดจบก็เรียกหุ่นเชิดจื่อซวนออกมา
เอ๊ะ?
เมื่อเห็นหุ่นเชิดที่มีแขนเพียงข้างเดียวดวงตาที่แสนขี้เกียจของผางต้าชวนก็ฉายแววของความประหลาดใจขึ้นมาทันที“เหตุใดหุ่นเชิดตัวนี้จึงมาอยู่กับเจ้า”
“ผู้อาวุโสรู้จักหุ่นเชิดตัวนี้ด้วยหรือ?” เย่เฉินมองไปยังผางต้าชวนด้วยความประหลาดใจ
ผางต้าชวนได้แต่ลูบเคราของเขาเบาๆ“หุ่นเชิดตัวนี้เป็นหุ่นเชิดชุดแรกที่ได้รับการหลอมขึ้นมาโดยปรมาจารย์ยุคแรกแห่งสำนักเหิงเยว่แต่ด้วยความสามารถที่ยังไม่สมบูรณ์มากนัก มันจึงถูกปิดผนึกเอาไว้แล้วทำไมมันจึงมาอยู่ในมือเจ้าได้”
“ข้าซื้อมันมาจากหอหมื่นสมบัติของสำนักนอก”เย่เฉินตอบไปอย่างไม่ปิดบัง
“ไม่ต้องพูดแล้วข้าเข้าใจแล้ว” ผางต้าชวนโบกมือปัดไปมา จากนั้นก็ใช้นิ้วขยี้คิ้วของเขาอย่างแรงและบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “พี่ใหญ่นะพี่ใหญ่!ทำไมเจ้าถึงเอาทุกอย่างออกมาขายแบบนี้”
“ผู้อาวุโสสรุปว่ามียันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถใช้กับนางได้ไหม” อีกด้านหนึ่งเย่เฉินไม่ได้สนใจเรื่องระหว่างผางต้าไห่และผางต้าชวนสิ่งที่เขาสนใจคือเรื่องยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถใช้ได้
“ยันต์รวมวิญญาณมีเพียงหุ่นเชิดที่พัฒนาถึงระดับขั้นลึกลับแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้”ผางต้าชวนตอบไปอย่างส่งๆ “หุ่นเชิดของเจ้าเป็นแค่หุ่นเชิดระดับมนุษย์อีกอย่างก็ไม่สมบูรณ์ ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกายก็ยังห่างไกลแม้ว่าจะขายยันต์รวมวิญญาณให้กับเจ้า แต่เมื่อมีการใช้วิชาลึกลับออกไปนางก็อาจจะพังทลายได้อีกอย่างยันต์รวมวิญญาณและยันต์วิญญาณลึกลับจะต้องใช้ควบคู่กันเจ้ามียันต์วิญญาณลึกลับแล้วหรือ?”
“เอ่อ...อะไรคือยันต์วิญญาณลึกลับ”เย่เฉินมองไปยังผางต้าชวนด้วยสีหน้างุนงง
“ในร่างกายของหุ่นเชิดระดับลึกลับจะมียันต์ศักดิ์สิทธิ์สองแผ่นคือยันต์รวมวิญญาณและยันต์วิญญาณลึกลับ ยันต์รวมวิญญาณใช้สำหรับผนึกพลังวิญญาณส่วนยันต์วิญญาณลึกลับใช้สำหรับวิชาลึกลับการใช้วิชาลึกลับจึงจำเป็นต้องใช้วิชาลึกลับจากยันต์วิญญาณลึกลับและพลังวิญญาณจากยันต์รวมวิญญาณเข้าด้วยกัน เรื่องพวกนี้เจ้าไม่รู้เลยหรือ?”
เย่เฉินเกาศีรษะของเขาอย่างเก้อเขินเขารู้ว่าในร่างกายของหุ่นเชิดระดับลึกลับจะมียันต์ศักดิ์สิทธิ์อยู่สองใบแต่ไม่มีใครบอกเขาเลยว่ายันต์ศักดิ์สิทธิ์อีกใบหนึ่งนั้นเรียกว่ายันต์วิญญาณลึกลับ!
“ที่แท้ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ผนึกวิชาลับและวิชาลึกลับเรียกว่ายันต์วิญญาณลึกลับ”เย่เฉินพึมพำในใจและอดไม่ได้ที่จะเปิดถุงเก็บของและเหลือบมองยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องแสงอยู่ในนั้นนั่นก็คือยันต์วิญญาณลึกลับ ซึ่งเขาได้มันมาจากหุ่นเชิดเฟิงอิ่ง
“ผู้อาวุโสผางแล้วถ้าจะยกระดับหุ่นเชิดระดับมนุษย์เป็นระดับลึกลับต้องทำอย่างไร” หลังจากหลับตาเขาก็ลืมตาไปมองผางต้าชวน
“เรื่องนี้ง่ายมาก”ผางต้าชวนกล่าวอย่างไม่ปิดบัง แล้วพูดออกมา“ความแตกต่างที่สุดของหุ่นเชิดระดับลึกลับและหุ่นเชิดระดับมนุษย์คือวัสดุที่ใช้หลอมมันขึ้นมาร่างกายของหุ่นเชิดระดับลึกลับจะมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากกว่าหุ่นเชิดระดับมนุษย์ถ้าต้องการจะยกระดับจหุ่นเชิดระดับมนุษย์ให้เป็นระดับลึกลับเจ้าก็ต้องทำการหลอมวัสดุที่มีคุณภาพสูงเข้าสู่ร่างกายของหุ่นเชิดระดับมนุษย์”
“ถ้าอย่างนั้นเพียงแค่ทำการหลอมร่างกายของหุ่นเชิดระดับมนุษย์ให้มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นเช่นเดียวกันกับหุ่นเชิดระดับลึกลับมันก็จะยกระดับเป็นหุ่นเชิดระดับลึกลับแล้วใช่ไหม?” เย่เฉินถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ
“มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก”ผางต้าชวนเหลือบมองไปยังเย่เฉิน “ร่างกายที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นเป็นเพียงแค่การคาดการณ์อย่างแรกเท่านั้นนอกจากสิ่งเหล่านี้ร่างกายของหุ่นเชิดระดับลึกลับยังมีตราเครื่องหมายที่ใช้จำกัดการใช้งานอยู่มากมายมันเลียนแบบมาจากร่างกายของผู้ฝึกตนฉะนั้นร่างกายของมันจึงมีเลือดเนื้อและกระดูกเช่นเดียวกันยันต์รวมวิญญาณก็คือจุดตันเถียนที่เอาไว้รวมพลังงานของพวกเขาและยันต์วิญญาณลึกลับก็คือการทำภารกิจของพวกเรา แต่เรียกว่าวิชาลับสำหรับพวกเขาเข้าใจไหม?”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ผางต้าชวนก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง และพูดต่อไป “การที่จะต้องให้หุ่นเชิดมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นได้ในระดับหนึ่งเสียก่อนก็เพราะขณะที่มันแสดงวิชาลับออกมา อาจจะทำให้ตัวมันเองได้รับบาดเจ็บและหากความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นไม่ได้ตามกำหนดหุ่นเชิดตัวนั้นก็อาจจะแตกหักได้”
“หากท่านพูดแบบนี้ข้าก็เข้าใจแล้ว” เย่เฉินลูบคางของเขา เข้าไปข้างกายของผางต้าชวนอีกครั้งและถามขึ้น “ยันต์รวมวิญญาณนั้นแพงหรือเปล่า”
ผางต้าชวนหาวขึ้นมาหนึ่งฟอดบิดขี้เกียจอีกครั้ง จากนั้นจึงชูนิ้วขึ้นสองนิ้วอย่างเกียจคร้าน
“สองหมื่นหรือ?” เย่เฉินถามอย่างไม่แน่ใจ
“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่? สองหมื่นหินวิญญาณก็คิดจะซื้อยันต์รวมวิญญาณหรือ ล้อเล่นอยู่หรือเปล่า?” ผางต้าชวนส่งเสียงดังขึ้นมาทันที ทำให้เย่เฉินตกใจจนตัวสั่น
“เอ่อ...คงจะไม่ใช่สองแสนหินวิญญาณหรอกนะ!” เย่เฉินกระตุกมุมปากของเขา
“เหลวไหล”
“นี่มันจะแพงเกินไปไหม!” เย่เฉินแอบกลืนน้ำลาย
“นี่เป็นเพียงยันต์รวมวิญญาณระดับต่ำที่สุดเท่านั้นนะแต่ยันต์รวมวิญญาณระดับต่ำหนึ่งใบก็เพียงพอสำหรับให้หุ่นเชิดระดับลึกลับหนึ่งตัวใช้งานได้เป็นเวลานานหากเป็นยันต์รวมวิญญาณระดับสูง ก็สามารถใช้ได้เป็นเวลาหลายปีอย่างไม่มีปัญหาและยันต์รวมวิญญาณระดับสูงก็ต้องมีราคาแพงแน่นอน หกแสนหินวิญญาณ”พูดจบผางต้าชวนก็ยกนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อยขึ้นทันที
เย่เฉินกระตุกมุมปากเดิมทีคิดว่าการพกพาหินวิญญาณจำนวนหนึ่งแสนก็นับว่าเป็นเศรษฐีแล้วแต่ในหอหมื่นสมบัติของสำนักใน ยังจัดว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากๆเพียงแค่ยันต์รวมวิญญาณใบเดียวก็มีมูลค่าถึงสองแสนหินวิญญาณแล้วเขาจึงรู้สึกว่าตนเองน่าสงสารขึ้นมาทันที
ปังๆๆ!
อีกด้านหนึ่งผางต้าชวนก็ลุกขึ้นใช้มือเคาะไปบนตัวของหุ่นเชิดจื่อซวน และพึมพำเบาๆ“จะว่าไปหุ่นเชิดตัวนี้มีความแข็งแกร่งกว่าหุ่นเชิดระดับมนุษย์ทั่วๆ ไปมากแต่ก็ยังแตกต่างจากหุ่นเชิดระดับลึกลับอยู่มากแม้ว่าจะเอายันต์รวมวิญญาณและยันต์วิญญาณลึกลับให้กับเจ้าไปแต่ก็ยังไม่สามารถจะทนต่อแรงสะท้านของวิชาลึกลับได้ ถ้าหากต้องการยกระดับนางก็จำเป็นต้องยอมทุ่มเงินกันหน่อย”
“ผู้อาวุโสท่านมีวัสดุชั้นดีสำหรับการหลอมหุ่นบ้างหรือไม่”
“จะว่ามีมันก็มีอยู่หรอกแต่ข้ากลัวว่าเจ้าจะซื้อไม่ไหวนะสิ!”ผางต้าชวนพูดพลางยักคิ้วให้เย่เฉิน “หากลองประมาณราคาดูแล้วการจะยกระดับหุ่นเชิดตัวนี้เป็นระดับลึกลับอย่างน้อยก็มีค่าใช้จ่ายแปดแสนหินวิญญาณสำหรับซื้อวัสดุ”
“แปด...แปดแสน?” ดวงตาของเย่เฉินจ้องตรงไป
“แปดแสนหินวิญญาณยังเป็นเพียงการประเมินคร่าวๆ”ผางต้าชวนค่อยๆ กล่าวกับเย่เฉิน และยังช่วยเย่เฉินคำนวณ “เอ่อค่าวัสดุในการยกระดับหุ่นเชิดราคาแปดแสนหินวิญญาณค่ายันต์รวมวิญญาณราคาสองแสนหินวิญญาณ ค่ายันต์วิญญาณลึกลับราคาสามแสนหินวิญญาณรวมกันแล้วก็หนึ่งล้านสามแสนหินวิญญาณ เจ้าหนุ่ม เจ้าแน่ใจหรือเปล่าว่าเจ้ามีหินวิญญาณจำนวนมากมายขนาดนั้น?”
ไม่ต้องอาศัยให้ผางต้าชวนมาช่วยคำนวณเย่เฉินก็คิดคำนวณไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว ถุงเก็บของของเขามียันต์วิญญาณลึกลับจึงขาดเพียงวัสดุที่ใช้ในการยกระดับและยันต์รวมวิญญาณเท่านั้น ซึ่งก็รวมเป็นเงินหนึ่งล้านหินวิญญาณแล้ว
เมื่อคิดเช่นนี้เย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองหุ่นเชิดจื่อซวนที่อยู่ข้างเขา
เขาเข้าใจดีถึงความแปลกประหลาดของหุ่นเชิดของตนเองมันมีอานุภาพที่แข็งแกร่ง การโจมตีที่ดุเดือดและยังสามารถดูดซับแสงจันทราและดวงดารา เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าหากทำการยกระดับนางให้กลายเป็นหุ่นเชิดระดับลึกลับละก็มั่นใจได้เลยว่านางจะต้องมีความแข็งแกร่งกว่าหุ่นเชิดเฟิงอิ่งตัวนั้นแน่นอน
“การจ่ายเงินหนึ่งล้านหินวิญญาณเพื่อแลกกับหุ่นเชิดระดับลึกลับที่เทียบได้กับขั้นพลังหยางดูคุ้มค่า” เย่เฉินได้ตัดสินใจอยู่ในใจแล้ว “เงินหมดก็หาใหม่ได้แต่การซื้อขายนี้ต้องคุ้มค่า”
“มาๆออกไปแล้วเลี้ยวซ้ายเลยนะ กลับบ้านไปเก็บเงินก่อนเลยไป!” ทางด้านนี้ ผางต้าชวนก็นิ่งเงียบ และผลักเขาเบาๆ
เมื่อถูกผางต้าชวนผลักเย่เฉินก็หันกลับมาอีกครั้ง
เขาโน้มตัวไปหาผางต้าชวนอีกครั้งและลูบมือพลางยิ้ม “ผู้อาวุโสผางข้าต้องการวัสดุเพื่อยกระดับหุ่นเชิดกับยันต์รวมวิญญาณท่านพอจะลดราคาให้ได้บ้างไหม”
“หนึ่งล้านหินวิญญาณไม่มีต่อรอง” ผางต้าชวนคัดค้าน
เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่เฉินก็ยิ้มมุมปาก “หากไม่สามารถลดราคาได้ท่านก็ช่วยให้อะไรบางอย่างกับข้าได้ไหม”
พูดจบเย่เฉินก็ไม่ลืมที่จะชี้นิ้วไปยังเตาปรุงยาที่มีความสูงกว่าหนึ่งจ้างชิ้นหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป“ถ้าอย่างนั้นท่านยกเตาปรุงยานั่นให้ข้าก็ได้!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผางต้าชวนก็หรี่ตาลงเหลือบมองไปยังเตาปรุงยา และมองไปยังเย่เฉินด้วยความไม่พอใจ“เจ้าก็ช่างเลือกจริงๆ เตาปรุงยานั่นราคาสองแสน จะว่าไปเจ้าก็ไม่ใช่นักปรุงยา เอาเตาปรุงยาไปจะมีประโยชน์อะไรเปลี่ยนเป็นอะไรที่ถูกกว่านี้เถอะ!บางทีหากข้าอารมณ์ดี อาจจะยกให้เจ้าก็ได้?”
“ข้าต้องการเตาปรุงยาชิ้นนั้น”
“ก็ได้เจ้าเพิ่มมาอีกหนึ่งแสน เตาปรุงยานั่นจะเป็นของเจ้า” ผางต้าชวนชูมือขึ้นอีกครั้ง
“ตกลง”เย่เฉินตอบตกลงทันที จากนั้นจึงรีบหยิบถุงเก็บของออกมาวางไว้บนชั้นวางพร้อมเสียงดังโครมคราม
“เจ้ามีหินวิญญาณมากมายขนาดนี้เชียวหรือ?” ผางต้าชวนเปิดถุงเก็บของออกด้วยท่าทางที่เหลือเชื่อ จากนั้นก็มองดูด้านในด้านในไม่ได้มีเพียงหินวิญญาณ แต่ยังมีน้ำยาวิญญาณและของจิปาถะอื่นๆเมื่อลองคะเนดูแล้วก็น่าจะมีมูลค่าหนึ่งล้านหนึ่งแสนหินวิญญาณ
“ศิษย์น้องฉู่ซวนเอ๋อร์เป็นคนใจกว้างโดยแท้นึกไม่ถึงว่าจะให้รางวัลเจ้าด้วยของมากมายขนาดนี้” ผางต้าชวนทำเสียงจุปาก“เจ้าหนุ่ม เจ้าช่างมีอาจารย์ที่ดีเยี่ยมเลยจริงๆ !”
ดีบ้าอะไรล่ะ!
เย่เฉินยิ้มมุมปากของพวกนี้ข้าต้องเสี่ยงชีวิตไปหามาด้วยตัวเองทั้งนั้น
เขากำลังพูดความจริงพวกหินวิญญาณและน้ำยาวิญญาณในถุงเก็บของนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่เขาปล้นมาจากพวกของข่งเฉาตอนทำการทดสอบในป่าร้างทั้งสิ้น
สำหรับอาจารย์แสนสวยของเขานั้นนางยังไม่เคยให้อะไรกับเขาเลยแม้แต่หินวิญญาณสักก้อนก็ไม่เคยมีมีแต่จะคอยทุบเขาให้ลงไปกองกับพื้นไม่เว้นแต่ละวัน เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เขาก็ยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าที่บวมของตนเองอย่างไม่รู้ตัว
“เดี๋ยวก่อนข้าจะไปเอาวัสดุมาให้เจ้า”ผางต้าชวนเก็บถุงเก็บของเรียบร้อยก็หันหลังกลับแล้วเดินเข้าไปด้านใน
หลังจากผางต้าชวนเดินเข้าไปเย่เฉินก็รีบเก็บเตาปรุงยาที่อยู่ไม่ไกลนั้นอย่างรวดเร็ว และไม่ลืมที่จะหยิบน้ำยาวิญญาณสองสามขวดไปด้วย
ไม่นานเขาก็เดินถือถุงเก็บของออกมาและยื่นให้กับเย่เฉิน “มีวัสดุที่ใช้ในการยกระดับยันต์รวมวิญญาณ และวิธีการตราของการจำกัดและควบคุมหุ่นเชิดบางส่วนอยู่ในนี้”
“ขอบคุณผู้อาวุโส”เย่เฉินหยิบถุงเก็บของออกมา และมองดูด้านในเขาพบว่าด้านในมีสิ่งของที่ส่องแสงประกายอยู่หลายชิ้นและยังมียันต์รวมวิญญาณที่กำลังส่องแสงสว่างอยู่ด้วย
“เจ้าหนุ่มศิษย์น้องฉู่หลิงเอ๋อร์ออกจากการเก็บตัวฝึกตนหรือยัง?”
“ฉู่หลิงเอ๋อร์? ใครคือฉู่หลิงเอ๋อร์” ขณะที่กำลังมองดูถุงเก็บของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองผางต้าชวนด้วยความสงสัย