กำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท

    ตอนที่ 117 คลุ้มคลั่ง

         แอเรียสตะโกนออกมาราวกับเสียงคำรามของสัตว์อสูร ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างพากันถอยหนีออกมาอย่างไม่รู้ตัว  ร่างของเขาค่อยๆยืนขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับจิตสังหารที่ปลดปล่อยออกมาราวจะต้องการกลืนกินทุกสิ่ง ความรู้สึกอันชวนน่าขนลุกสัมผัสได้จากพลังของแอเรียส   ภายในแก่นเวทปรากฏกลุ่มก้อนพลังงานสีดำที่ค่อยๆรวมตัวกันภายในแก่นเวท ยิ่งความโกรธในจิตใจของแอเรียสมีมากขึ้นเท่าใดมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  มันแผ่กลิ่นไออสูรออกมาอย่างชัดเจน  พลังงานจากแก่นอสูรมันยังคงหลับใหลอยู่ในร่างของแอเรียสเพื่อรอวันที่จะตื่นขึ้นมา  สายฟ้าในร่างของแอเรียสกำลังปะทะกับพลังงานสีดำราวกับสัตว์ป่าที่ต่อสู้เพื่อแย่งถิ่น  แต่เพียงไม่นานพวกกลับกลับผสานกันจนกลายเป็นสายฟ้าอันดำมืดที่แผ่กลิ่นไอของอสูรออกมา 

     

        ทั่วร่างของแอเรียสเต็มไปด้วยสายฟ้าที่ปลดปล่อยออกมาราวกับอสรพิษสายฟ้าที่เลื้อยพันไปรอบร่างของเขา ดวงตาสีครามของแอเรียสกลับค่อยๆแปรเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ  โดยไม่รู้ตัวดวงตาข้างหนึ่งของแอเรียสกลับกลายเป็นสีแดงราวกับสีโลหิต มันไม่ใช่สิ่งที่ดวงตาของมนุษย์ทั่วไปควรจะมี  หากใครสังเกตในดวงตาสีแดงข้างนั้นจะเห็นว่ามันมีสายฟ้าสีดำที่กำลังวิ่งพล่านไปมาด้วยความบ้าคลั่ง 

     

         “ เนสโต้โผล่หัวออกมา!! “

     

        แอเรียสตะโกนออกมาด้วยเสียงดังพอที่จะสั่นไปในประสาทของผู้คน ดาบในมือของเขาชี้ไปยังเนสโต้ที่กำลังยืนแสยะยิ้มอยู่ฝั่งของศัตรู  

     

        เมื่อเห็นดาบในมือของแอเรียสกำลังสั่นไหวไปมาราวกับแขนของแอเรียสกำลังสั่นอยู่ นั่นทำให้เนสโต้ยกยิ้มขึ้นมาอย่างเหยียดหยาม แม้แต่แรงจับดาบให้มั่นคงยังไม่มีแต่บังอาจท้าทายมัน  แม้ตอนแรกมันจะหลงตกใจไปกับพลังของแอเรียสที่อยู่ๆก็เพิ่มขึ้นมาราวกับจะทัดเทียมนักเวทระดับอัศวิน แต่เมื่อดูที่ดาบในมือของมันแล้วนี่มันเป็นเพียงแค่เด็กอ่อนหัดที่คิดจะข่มขวัญศัตรูก็เท่านั้น ลูกแกะที่เอาหนังหมาป่ามาสวมแล้วพยายามคำรามออกมา สุดท้ายมันก็เป็นได้เพียงแค่ลูกแกะที่พร้อมจะถูกขย้ำ

     

        เนสโต้กลับไม่รู้เลยว่าดาบในมือของแอเรียสนั้นคือดาบที่มีจิตวิญญาณ  สิ่งที่สั่นไม่ใช่ท่อนแขนของแอเรียส  แต่มันเป็นพลังของดาบที่กำลังจะตื่นขึ้นมา มันกำลังถูกปลุกขึ้นมาด้วยเพลิงโทสะของผู้เป็นนายมัน จิตวิญญาณของตัวดาบกำลังตอบรับเสียงเรียกของแอเรียสที่กำลังจะไขว่คว้าพลังอันแข็งแกร่ง  เดิมทีจิตวิญญาณของดาบอสูรมายาก็มีต้นกำเนิดมาจากเสี้ยวจิตวิญญาณของแอเรียสอยู่แล้ว  เมื่อพลังในร่างของแอเรียสพุ่งทะยานขึ้นด้วยกลิ่นไออสูร  ดาบอสูรมายาก็ระเบิดพลังอันแข็งแกร่งออกมา ดาบอสูรมายาได้เพิ่มระดับตัวเองเข้าสู่ระดับปฐพีโดยที่แม้แต่แอเรียสเองก็ไม่ทันรู้ตัว   แอเรียสไม่แม้แต่แสดงความยินดีใดๆออกมา ตอนนี้จิตใจเขามีเพียงความต้องการฆ่าฟันเท่านั้น

     

         “ ไม่คิดเลยจริงๆว่าเจ้าจะรนหาที่ตายด้วยตัวเอง แต่ก็ดีเหมือนกัน..ข้าจะได้ส่งเจ้าไปอยู่กับไอ้แก่นั่น เป็นถึงผู้นำตระกูลใหญ่แต่กลับไม่รู้เลยว่ามีผู้ลอบมาโจมตีจากด้านหลัง  ช่างกระจอกเสียจริง ฮ่าๆๆ “

     

        เนสโต้ก้าวออกมาด้านหน้าอย่างท้าทาย มันหัวเราะออกมาอย่างกักขฬะราวกับมันทิ้งคราบอัศวินของมันไปหมดแล้ว  มันไม่ได้สนใจแสดงกิริยาที่สง่างามอีกต่อไป มันต้องการเพียงยั่วยุแอเรียสให้เกิดโทสะเท่านั้น  มันอยากจะให้เจ้าเด็กนั่นอกแตกตายไปด้วยความโกรธแค้นที่ไม่อาจจะทำสิ่งใดได้  พลังที่แสนอ่อนแอของมันทำอย่างมากก็เพียงแสดงความเก่งกาจในงานประลองของนักเวทรุ่นเยาว์เท่านั้น  ยามสงครามมันก็ไม่ต่างจากมดแมลงอันอ่อนแอ

     

          “ ไปตายซะ!! “

     

         แอเรียสกำดาบอสูรมายาจนเส้นเลือดบนมือเขาปูดโปนออกมา  เขาขบกรามแน่นด้วยโทสะ ดวงตาของเขาตอนนี้มันมองเห็นเพียงแค่ภาพจินตนาการของการฆ่าฟัน  ในสมองมีเพียงคำว่าสังหาร  ทันใดนั้นเองพลังของอสูรในร่างของเขาก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์  พลังเวททั่วร่างของแอเรียสแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สายฟ้าที่ส่องสว่างกลับแปรเปลี่ยนไปสายฟ้าสีดำอันน่าหวาดกลัว พลังของดาบอสูรมายาถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด  เสียงคำรามของแอเรียสที่เปล่งออกมามันราวกับเสียงของสัตว์ร้าย

     

        การเคลื่อนที่อันรวดเร็วของแอเรียสทำให้เนสโต้ที่กำลังยั่วยุแอเรียสอยู่นั้นต้องเพ่งมองอย่างแปลกใจ เมื่อร่างของแอเรียสอยู่ๆก็ระเบิดพลังอันน่าหวาดกลัวออกมา ทันใดนั้นเองมันก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่แขนข้างซ้ายของมันแต่มันกลับมองเห็นเพียงเงาของดาบสีดำทมิฬที่ฟาดฟันลงไปบนแขนของเขามันเท่านั้น  ราวกับดาบนั้นถูกปาออกมาจากที่ห่างไกล  มันมองไม่เห็นร่างของแอเรียสที่เป็นเจ้าของดาบ เนสโต้รีบเคลื่อนที่หลบหนีออกมาอย่างรวดเร็ว 

     

         “ ลูกไม้หลอกเด็..ก  อ๊ากกก แขน..แขนข้า “

     

        ยังไม่ทันที่เนสโต้จะได้กล่าวคำเยาะเย้ยออกมา มันก็ได้ยินเสียงราวกับผลไม้ที่หล่นมาจากต้น  แต่มันกลับเป็นท่อนแขนของมันเองที่ถูกตัดขาดออกมาจากร่างของมัน  มือยังคงกำดาบยาวสีเงินเอาไว้ราวกับแขนนั้นยังคงติดอยู่กับลำตัว ความรู้สึกเจ็บแปลบเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดอันเกินจะทน มันคิดว่านั่นเป็นเพียงลูกไม้หลอกเด็กที่แอเรียสใช้โจมตี  แต่มันไม่คิดเลยว่าเงาดาบนั่นจะสามารถฟันแขนของมันจนขาดออกมาได้ มันไม่ทันแม้แต่จะรู้สึกตัวว่าถูกโจมตีด้วยซ้ำไป 

     

         โลหิตทะลักออกมาจากบาดแผลของเนสโต้อย่างไม่มีหยุดหย่อน น้ำพุสีแดงที่พุ่งออกมาจากโคนแขนที่ถูกตัดออกไปนั้นย้อมไปทั่วชุดเกราะสีเงินของเนสโต้  เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของมันราวกับสุกรที่ถูกเชือด มันค่อยๆกัดฟันแน่นเพื่ออดทนต่อความเจ็บปวด  เสียงหายใจแรงๆของมันมาจากการที่เสียเลือดไปมากจนอ่อนแรง มันหันซ้ายขวาเพื่อมองหาร่างของแอเรียสด้วยความแค้น

     

         “ ออกมาไอ้ตัวบัดซบ!! ข้าจะฆ่าเจ้า  จะเผาทั้งตระกูลของเจ้าให้ตายทั้งเป็น  ผู้หญิงในตระกูลเจ้าทั้งหมดจะต้องถูกขายไปเป็นโสเภณี  ไสหัวออกมาสิ !! “

     

         เนสโต้ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ความแค้นในจิตใจของมันไม่อาจที่จะบรรยายใดๆออกมา  มันมองหาแอเรียสเพื่อที่จะระบายความแค้นออกมา  เจ้าเด็กนั่นเป็นใครกัน มันเป็นเพียงแค่เด็กน้อยที่อายุยังไม่พ้นยี่สิบปีด้วยซ้ำ  ระดับของมันก็เป็นเพียงแค่ระดับผู้ใช้มนตรา การระดับอัศวินอย่างมันถูกตัดแขนออกมาด้วยนักเวทระดับผู้มนตรานี่นับเป็นเรื่องน่าอับอายจนไม่อาจจะบรรยายออกมา 

     

          “ ไปลงนรกซะ“

     

        เสียงแอเรียสดังขึ้นที่ด้านหน้าของเนสโต้พร้อมกับร่างของเขา ประกายสายฟ้าสีนิลห่อหุ้มไปทั่วร่างของแอเรียส  ยามจ้องมองไปยังดวงตาสีครามและสีแดงคู่นั้นมันทำให้รู้สึกถึงความน่าหวาดกลัวบางอย่าง  อยู่ๆดาบในมือของแอเรียสก็แยกออกมาเป็นสามเล่ม เงาดาบสามสายฟันลงไปยังร่างของเนสโต้อย่างพร้อมเพียง 

     

         “ คิดว่ากลหลอกเด็กของแกจะใช้ซ้ำสองได้รึ!! ไปตายซะเจ้าเด็กบัดซบ “

     

         สำหรับเนสโต้ที่เป็นระดับอัศวินเพียงแค่ใช้พลังเวทตรวจสอบก็รู้แล้วว่าเล่มไหนคือดาบของจริง  เล่มไหนคือดาบที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเวทลวงตา มันเคลื่อนที่ไปทางขวาประมาณหนึ่งเมตรพร้อมเพื่อเบี่ยงตัวหลบดาบจริงที่ด้านซ้าย  เนสโต้แสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม  ‘เจ้าคงคิดว่าหากข้าไม่มีอาวุธก็คงไม่สามารถต่อสู้ได้สินะ  หึ !วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งว่านักเวทระดับอัศวินอย่างข้าแม้ไม่มีอาวุธอยู่ในมือก็ยังแข็งแกร่งกว่ามดปลวกอย่างเจ้านับพันเท่า’ในใจของเนสโต้กำลังแสยะยิ้มอย่างดูถูก

     

        ทันใดนั้นเองมือข้างที่เหลืออยู่ของเนสโต้ก็ร่ายเวทออกมา  อุณหภูมิรอบๆพลันสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของเนสโต้  รูปร่างของมันราวกับอสูรเพลิงที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิต เปลวไฟขนาดใหญ่กว่าห้าเมตรเคลื่อนที่เข้าหาแอเรียสอย่างรวดเร็ว มันเปลี่ยนต้นไม้ใบหญ้าบนพื้นดินให้กลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน เปลี่ยนดาบที่ตกอยู่บนพื้นให้กลายเป็นสีแดงราวกับดาบในโรงตีเหล็ก 

     

        แม้จะสัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงอันร้อนแรงแต่แอเรียสกลับไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด ความแค้นภายในใจทำให้เขาไม่หวาดกลัวแม้ความตาย ในดวงตาของเขามองเห็นเพียงสีแดงแห่งการฆ่าฟันเท่านั้น  สติของแอเรียสตอนนี้หาได้มีแต่อย่างใด ร่างกายของเขาทำเพียงเคลื่อนที่โดยมีความแค้นเป็นพลังขับเคลื่อนเท่านั้น

     

        เปลวไฟปะทะเข้ากับร่างของแอเรียสมันทำให้เขากระเด็นออกไปเกือบสิบเมตร แต่เงาของดาบทั้งสามเล่มยังคงพุ่งฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปโจมตียังร่างของเนสโต้ มันเบี่ยงตัวหลบเพียงเงาดาบจริงที่ด้านซ้ายเท่านั้น  มันหาได้กลัวภาพลวงตาแต่อย่างใด  แต่แล้วมันก็รู้ตัวว่ามันคิดผิดถนัดเมื่อโลหิตกระจายออกจากร่างของมัน  ที่กลางลำตัวมีบาดแผลยาวเป็นรอยดาบ โชคดีที่เกราะของมันเป็นอุปกรณ์เวทระดับกลางทำให้มีพลังป้องกันมากพอที่ทำให้มันไม่ถึงชีวิต  มันกุมไปที่บาดแผลบนร่างของมันด้วยความเจ็บปวด  หากไม่ได้เปลวเพลิงของมันที่ปะทะไว้แผลจากการฟันคงลึกกว่านี้มากนัก

     

        หากมันรู้จักพลังของดาบอสูรมายามันคงไม่มีความคิดโง่เขลาด้วยการยืนรับเงาดาบอีกสองเล่มที่เหลือเป็นแน่  ดาบอสูรมายานั้นสามารถสร้างภาพเงาลวงตาออกมาได้ แม้ภาพเงาเหล่านั้นจะไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับดาบอสูรมายาของจริงแต่มันก็สามารถโจมตีได้อย่างรุนแรงเช่นกัน โดยเฉพาะในเวลานี้ที่พลังของตัวดาบได้ตื่นขึ้นมาจากเพลิงโทสะของแอเรียส      


    คล้ายกับเรื่องกำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท ที่คุณอ่าน