Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 95 รุกราน

    ตอนที่ 95 รุกราน

     

    2 สัปดาห์ก่อน

    ณ นางาตะ ประเทศญี่ปุ่น

    " ถึงสักทีนะญี่ปุ่น "

     

    จากนั้นภาพของชายหนุ่มร่างยักผมสีดำ กล้ามของเขามีเป็นมัดๆ แล้วรวมถึงผิวของเขาค่อนค้างคล้ำดำ เมื่อเรือเทียบฝั่งแล้ว เสียงของลูกเรือก็ร้องตะโกนด้วยความดีอกดีใจเป็นอย่างมาก

    " เรารอดแล้วนะครับหัวหน้าบัวขาว 55555 " 

    " กว่าเราจะผ่านพวกซอมบี้ สัตว์ทะเลมาได้เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่  " 

    " อย่าพูดบ้าๆ น่า แกแทบไม่ได้ช่วยอะไร " 

    เมื่อรู้สึกถึงความวุ่นวายชายร่างใหญ่ก็ตะโกนขึ้นทันที 

    " เงียบได้แล้วววว " 

    ได้ยินแบบนั้นก็ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่เล็กน้อย แต่มีชายร่างเล็กสูงแค่ประมาณ 1ุ60 เซนติเมตร ได้เดินเข้าไปหาชายร่างยัก 

    " ตอนนี้เราก็มาถึงแล้ว ต่อไปเราจะเอายังไงกันดี " 

    " ฉันยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้พวกเราก็มาถึงแล้ว ค่อยว่ากันทีหลัง " 

    หลังจากที่เขาได้ฟังคำตอบของหัวหน้า ชายร่างเล็กก็ได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับพูดขึ้น 

    " เฮ้อออ !! นายเนี่ยะน่า บัวขาว ไม่คิดหน้าคิดหลังเหมือนเดิมเลยนะ " 

    " เอาน่าา ตอนนี้เราเก็บของกันก่อนดีกว่า เสบียงอาหารของเราก็เริ่มจะหมดละ ตอนนี้เราต้องหาอาหารเพิ่ม ไปปลุกจูดี้ได้แล้ว" 

    " อาหารสำคัญเสมอ 5555 " 

    จากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปบนเรือทันที 

    " เฮ้ จูดี้ ตื่นนนนนนนน "

     

    พลั้ววววว 

    " สาระแนจริงๆ ฉันตื่นเองได้น่า แม็ก"

    ชายร่างเล็ก เขาดูเหมือนชินกับการโดนตบเสียแล้ว เขาตอบกลับเธอไปพร้อมกับหัวเราะ

    " ฮ่า ฮ่า ฝ่ามือกับปากยังรุนแรงเสมอ " 

    " เราถึงแล้ว " 

    จากนั่นแม็กก็ใช้นิวโป้งชี้ไปที่ข้างนอก แต่จูดี้เธอกลับไม่ตื่นเต้นสักนิดเดียว เธอลุกขึ้นมาใช้น้ำล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินออกไป 

    5 นาทีต่อมา 

    พวกเขาก็ลงมาจากเรือทั้งหมด พร้อมกับทอดสมอไว้เพื่อยึดเรือให้ติดกับฝั่ง 

     

    " เฮ้ พวกนายเป็นใคร " 

    ได้ยินเสียงของชายในเครื่องแบบทหาร คนนับพันที่กำลังเดินมา ก็ได้หันมามองตามเสียงทันที 

     

    " เอาละ! ถึงตาเธอแล้วละ จูดี้ "  

    บัวขาวได้โบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้กับจูดี้ จากนั้นหญิงสาวผมสีม่วงก็ได้สะบัดผมไปตามลม พร้อมกับเดินไปหาต้นเสียงทันที 

    เขาสังเกตเห็นหญิงสาวค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ๆ เขาก็ได้ย้ำและตะโกนขึ้นอีกครั้ง 

    " พวกคุณเป็นใครรร " 

    จากนั้นหญิงสาวก็ค่อยๆ เปิดปากขึ้น และสำเนียงที่เธอพูดก็เป็นภาษาญี่ปุ่นชัดเจน

    " เรามาจากประเทศไทย แถวนี้มีที่พักพอสำหรับพวกเรามั้ย " 

    " มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรขนาดนั้นหรอกเรื่องที่พัก แต่ในค่ายของเรามีกฏว่าถ้าไม่ได้เป็น Hunter จะไม่สามารถเข้าพักที่นี่ได้ " 

    " Hunter นี่หมายความว่าไงอย่างงั้นเหรอ " 

    " อ๋อใช่สิ คุณมาจากต่างประเทศอาจจะยังไม่เข้าใจ Hunter ก็คือคนที่ล่าซอมบี้เพื่อที่จะเอา Exp และสามารถต่อสู้กับพวกมันได้โดยไม่หวาดกลัวยังไงละ "

    " อ๋อ แล้วค่ายที่บอกไปทางไหนอย่างงั้นเหรอ " 

    จากนั้นทหารก็ได้ชี้นิวไปข้างหลังของเขา 

    " ทางนั้นประมาณ 2 กิโลเมตร " 

    " ขอบคุณ " 

    " ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่เราต้องจำแนกคนก่อนนะครับก่อนจะเข้าไป " 

     

    ชั้ววววววว 

    คอของทหารก็ได้หลุดออกจากบ่าอย่างรวดเร็ว 

    " สาระแนนักนะ กล้ามาพูดอวดดีกับฉันงั้นเหรอ " 

     

    ทุกคนที่ลงมาจากเรือได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำ แต่มีสองคนที่เอามือกุมไปที่ขมับพร้อมกับ นั้นก็คือแม็กและบัวขาวว 

    " เป็นเรื่องอีกแล้วสิ " 

    จากนั้นเธอก็ค่อยๆ เดินกลับมาหาสองหนุ่มทันทีพร้อมกับพูดขึ้น 

    " คนญี่ปุ่นก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลยหนิ นายคิดมากไปนะ " 

    " จ้า แม่คนเก่ง ว่าแต่ได้ข้อมูลอะไรมาบ้างละ " 

    " แม็กสาระแนจริงๆ " จากนั้นเธอก็ได้หันไปพูดกับชายร่างยักก่อนจะพูดขึ้น 

    " ที่พักที่อยู่ใกล้ที่สุดดูเหมือนว่าจะอยู่ห่างจากตรงนี้ประมาณ 2 กิโลเมตร และเหมือนจะมีการคัดคนแปลกๆ ที่บอกว่าใครที่ไม่เป็น Hunter จะไม่สามารถเข้าไปได้ "

     

    บัวขาวได้ฟังที่จูดี้ร่ายยาวมาทั้งหมด 

    " อืม งั้นเราไปที่ค่ายกันก่อนเถอะ ที่เหลือค่อยคิดทีหลัง "

    ได้ยินแบบนั้นพวกเขาก็ได้เดินไปตามทิศที่จูดีได้บอกทันที 

     

    25 นาที ต่อมา 

    พวกเขาทั้งเกือบ 1 พันคนก็ได้มาถึงหน้าค่าย Hunter ทันที 

    จากนั้นก็ได้มีเสียงขึ้นอีกครั้ง 

    " หยุดดดดดด !! พวกนายเป็นใครมากจากไหนวะ " ปากเขาได้ถามไปแบบนั้น แต่เมื่อเขาพูดจบ เขาก็ได้สั่งลูกน้องของเขาให้ไปบอกกับคนในค่ายทันที เพราะนี่มันดูเหมือนว่ามันจะเป็นการบุกรุกสะมากกว่า

    ตามเดิมบัวขาวก็สั่งให้จูดี้ออกมารับหน้าแทนเหมือนเดิมตาม Step  เมื่อได้รับคำสั่งมา จูดี้ก็เดินเข้าไป และเธอก็ได้พูดคล้ายๆ เดิม ที่บอกว่าพวกเธอมาจากประเทศไทย และต้องการที่พักอาศัย สำหรับทุกคนที่นี่ 

    เมื่อได้ฟังที่หญิงสาวพูดแล้วนั้น เขาก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ที่เธออยู่ดีดีก็มาขอที่พักง่ายๆ แบบนี้ ถ้าไม่ติดว่าหน้าตาของเธอดี เขายังจะตะโกนด่ากลับไปแล้ว  แต่เขาก็ต้องอดใจเอาไว้พร้อมกับพูดขึ้น 

    " เรื่องนั้นผมไม่ใช่คนตัดสินใจ งั้นเดี๋ยวให้พวกคุณรออยู่ตรงนี้ก่อน " 

    และเมื่อชายคนนั้นได้เดินจากไป จูดี้ก็ได้ส่งเสียงหงุดหงิดออกมา

    " สาระแนจริงๆ "

    แต่เธอไม่ได้พูดเป็นภาษาญี่ปุ่น ทำให้ทหารแถวๆ นั้นไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด จากนั้นเธอก็ได้เดินไปบอกกับบัวขาวฟังเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น 

     

    30 นาทีต่อมา 

    ทานากะก็ได้มาถึงพร้อมกับชินตะที่ยืนอยู่ข้างๆ และเมื่อแม็กเห็นทานากะและชินตะ เขาก็ขำเสียงดังลั่นโดยไม่เกรงใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย 

    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกเขาหน้าเหมือนไอ้ตัวที่ติดอยู่ขวดซีอิ้วเลย 5555  " 

    ถึงแม้ว่าทานากะจะไม่เข้าใจในภาษาไทย แต่พวกเขาก็ไม่โง่พอที่จะไม่รู้ว่า แม็กกำลังขำเขา เพราะเมื่อพวกเขาทั้ง 2 เดินเข้ามา แม็กเขาก็ขำขึ้นมาทันที พร้อมกับมองมาที่พวกเขาด้วย แต่ทานากะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก เขาได้รับบทเรียนมาจากริวจิมาแล้ว 1 ครั้ง และมันก็ทำให้เขาเข็ดหลาบไปมากจน จำเข้าถึงกระดูกดำเชียวละ และนั้นมันทำให้เขาต้องออกมาพบคนจำพวกนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำเดิมอีกรอบสอง เขาต้องการ Safe ไว้ก่อน เพราะตอนนี้ทุกชีวิตมีค่าแล้วตอนนี้ พวกเขาได้รับเมล็ดพันธุ์มาจากริวจิ และต้องการคนมาดูแลรวมถึงคนลดน้ำ และคนแบกน้ำซึ่งระยะมันไกลถึง 2 กิโลเมตรจากค่ายถึงน้ำ และถ้าไปกลับมันไกลถึง 4 กิโลเมตร 

    ทำให้ทานากะอยากรับพวกเขาไว้ แต่กฏของที่นี่ก็คือรับเฉพาะ Hunter เท่านั้น แถมภาษาที่ใช้คุยกันมันก็เป็นอุปสรรคเป็นอย่างมาก ทำให้เขาลังเลเล็กน้อย 

    " พวกนายมีล่ามรึเปล่า " 

    เขาพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น เพราะในค่าย Hunter นั้นไม่มีล่ามที่สามารถพูดภาษาไทยได้ เพราะมันเป็นภาษาที่หัดยากและพูดยากรองๆ มาจากภาษาจีนเลยทีเดียว

    ได้ยินเสียงพูดของทานากะคนอื่น ๆ ที่เป็นคนไทยแท้ก็อึ้งงงเป็นไก่ตาแตก เพราะเนื่องจากพวกเขาไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของต่างประเทศในยุคสมัยก่อน ทำให้ไม่มีวัฒนธรรมต่างประเทศเข้ามาเท่าที่ควร อย่าว่าแต่ภาษาญี่ปุ่นเลย ขนาดภาษาอังกฤษก็มีอยู่เป็นจำนวนน้อยมากแล้ว

      ก็ตามเดิมมีแค่ จูดี้คนเดียวที่สามารพูดญี่ปุ่นได้ แต่เธอไม่ได้พูดเพื่อแสดงตัวว่าเธอเป็นล่าม

    " นายเป็นหัวหน้าของที่นี่อย่างงั้นหรอ " 

    ได้ยินเสียงหวานๆ ของหญิงสาว ทานากะที่เป็นเสื้อผู้หญิงอยู่แล้ว ก็ได้อ่อนละทวยลงทันที 

    " โอ้ใช่ ! แล้วมีอะไรอย่างงั้นเหรอ " 

    " พวกเราต้องการที่พักรวมถึงอาหาร " 

    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใจเย็น ใจเย็น อาหารเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากในยุคสมัยนี่ เธอจะมาขอกันง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกจริงมั้ย " 

    เมื่อทานากะพูดจบ จูดี้เธอก็ไม่ได้พูดกลับมาแต่อย่างใด ทำให้ทานากะร่ายต่อทันที เพราะตอนนี้เขาก็รู้สึกเหมือนอยากได้เธอมานอนด้วย 

    " ค่ายของเรามีกฏไปตามที่บอกก็คือ ต้องเป็น Hunter ถึงจะสามารถเข้ามาอยู่ในค่ายนี้ได้ " 

    จากนั้นทานากะก็สังเกตไปที่หน้าของหญิงสาวพร้อมกับพูดขึ้นอีกครั้ง 

    " ดูเหมือนว่าลูกน้องของฉันจะบอกเธอแล้วสินะ งั้นก็ตามนั้นแหละ ต้องขอโทษด้วย ถ้าคนไหนไม่มีคุณสมบัติตามที่บอก และถ้าเป็นผู้หญิงสวยๆ ก็สามารถทำงานบนเตียงได้เป็นกรณีพิเศษ อย่างเช่นเธอเป็นต้น " 

    " อย่าหื่นนักเลย แต่ในส่วนนั้นเราคงไม่สามารถตอบรับได้หรอกนะ " 

    " อ้าาาา ช่วยไม่ได้ละนะ ถ้าอย่างงั้นก็คงขอให้พวกเธอกลับไปละนะ " 

     

    แต่ตอนนั้นเอง

    " หัวหน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา "

    " พวกมันคือกบฏ พวกมันฆ่าคนของเรา " 

    เขาพูดพร้อมกับโชว์หัวของทหารคนที่จูดี้ตัดขึ้นสูงทันที และเมื่อทานาได้ยินเสียงและหันไปมองเห็นหัวของลูกน้องของเขาถูกฆ่าของคนพวกนี้ทำให้เขาโกรธเป็นอย่างมาก 

    " พวกแกนะพวกแก ! " 

    ในขณะที่ทานากะโกรธเป็นฟื้นเป็นไฟ แต่จูดี้เธอกลับมีอาการไม่ทุกร้อนอะไรเลยด้วยซ้ำ เธอแค่หันไปพูดกับ แม็กและบัวขาว 

    " ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ยอม เตรียมตัวต่อสู้ได้ "  

    มันทำให้แม็กต้องตะโกนขึ้นมาทันที 

    " เฮ้ออ จบแบบนี้ทุกทีสินะ ถ้านายไม่อยากตายก็หยุดเถอะนะ ไอ้เด็กตราสมบูรณ์ " 

    ถึงจะพูดยังไงทานากะก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาจะสื่ออยู่ดี และตอนนี้มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากต่อสู้ 

     

    " พวกเราา พวกมันฆ่าพวกพ้องของพวกเรา ฆ่ามันนนนน " 

    ทานากะได้ตะโกนปลุกร้องพวกพ้องของพวกเขาทันที 

     

    ส่วนบัวขาวและแม็กรวมถึงจูดี้ พวกเขาหยิบสนับมือและกรงเล็บออกมาตามลำดับ และเมื่อบัวขาวได้สวมสนับมือเข้าไปที่มือของเขาแล้ว เขาก็ได้ตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่น พร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาทันที

    " โอ้วววววววววว " 

    มันเหมือนกับเสียงหมีควายยังไงอย่างงั้นมันดังไปทั่วรวมถึง Hunter ที่เป็นขั้นที่ที่อยู่รอบๆ ตัวของพวกเขาล้วนลงไปนั่งทรุดอยู่กับพื้น สาเหตุที่พวกเขาอ่อนแอถึงขนาดนี้ก็เป็นเพราะ หลายๆ เดือนผ่านมานี้แทบไม่มีซอมบี้อยู่แถมนี้ พวกมันถูกจัดการไปโดยริวจิหมดแล้ว และมันทำให้เลเวลของพวกเขา Bug อยู่กับที่โดยปริยาย

    แรงกดดันที่แผ่พุ่งออกมาจากชายร่างใหญ่นั้น มันไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับลูกน้องของเขาเท่านั้น ทานากะเขาก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน  และในใจลึกๆ ของเขา แค่สัมผัสแค่จิตสังหารของชายที่อยู่เบื้องหน้า มันก็สามารถประเมินได้แล้วว่าเขาแข็งแกร่งขนาดไหนและเขาไม่สามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน คิดได้ดังนั้นเขารีบจับไปที่ไหล่ของชินตะทันที 

    " ชินตะ หนีไป " 

    " หัวหน้า หัวหน้าจะให้ผมทิ้งคุณไปได้ยังไงกัน " 

    " ไร้สาระน่า ไป!! เร็วเข้า ไปโตเกียว เดี๋ยวฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้  " 

    ชินตะกลั้นน้ำตาเอาไว้แทบไม่อยู่ แต่เขาก็เคารพในสิ่งที่ทานากะตัดสินใจ จากนั้นก็เขาก็พุ่งออกมาจากตรงนั้นทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้แม็กที่กำลังมองดูอยู่หัวเราะขึ้นมาทันที 

     

    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่หนะเหรอ ญี่ปุ่น พวกเขาผ่านการทดสอบได้ยังไงนะ ทำไมถึงอ่อนแอจังละ แค่นี้ก็หนีหางจุกตูดแล้ว " 

     

     

    ปัจจุบัน 

    เช้าวันต่อมา 

    ริวจิอายูรวมถึงมิโกะได้ตกลงกันแล้วว่าจะให้โทชิโอะเป็นคนขับฮอในวันนี้เพื่อไปตามหา Gate และพาคนที่ 1 คนที่จะเป็นหัวหน้าจัดการติดต่อสื่อสารทั้งหมดหลังจากนี้ ซึ่งริวจิตกลงกับมิโกะและอายูรวมถึงโทชิโอะแล้วว่า สถานที่แรกที่พวกเขาจะไปนั่นก็คือ เยี่ยมโจเซฟ ซึ่งมันอยู่ใกล้ๆ นางาตะไม่ไกลสักเท่าไหร่ 

     

    " พวกเรากำลังจะไปเยี่ยมนายนะ โจ "

     

     

     

    ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังให้ผมด้วยนะครับ 

    ขอบคุณครับ