พลังิญญาถูกส่งเข้าไปในกระบี่ยาว เคล็ดวิชาชิงชางเริ่มโคจรทันที เซิ่งซีเพียงแค่ออกแรงเพียงนิดเดียว ก็รู้สึกได้ว่าปลายกระบี่ทิ่มทะลุผนังที่แข็งแกร่งเหนือศีรษะเข้าไปแล้ว
เสียง 'แกรก ๆ ' ของการแตกหักดังขึ้น ราวกับมิติทั้งมิติพังทลายลง
แสงสว่างจากท้องฟ้าสาดส่องลงมาจากรอยแตกเหนือหัว เซิ่งซีหรี่ตาลง พลางนั่งอยู่บนเมฆสีทองที่ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น นางได้เห็นท้องฟ้าสีครามใสสะอาด ได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของแมกไม้ และกำแพงสูงใหญ่ที่สร้างจากกิ่งไม้นับไม่ถ้วนที่อยู่รอบ ๆ
กำแพงกิ่งไม้เ่าั้ล้อมรอบเป็วงกลม ภายในไม่มีสิ่งปลูกสร้างใด ๆ มีเพียงใบอู๋ถงและขนนกสีสันสดใสที่ปูทับถมกันอยู่
นี่มัน... รังนกหรือ?
เซิ่งซีหันไปมองสถานที่ที่ขังนางไว้เมื่อครู่ มันคือไข่นกขนาดมหึมาใบหนึ่งชัด ๆ !
นางถูกส่งตัวมาอยู่ในไข่นกโดยตรง และเมื่อครู่ก็คือการเจาะเปลือกไข่ออกมานั่นเอง!
ช่างเป็แดนลับที่เล่นงานกันได้รุนแรงจริง ๆ
บนเปลือกไข่มีลวดลายเมฆมงคลจาง ๆ ส่องประกายอยู่ เซิ่งซีกำลังนึกสงสัยว่านกชนิดไหนจะไข่ใบใหญ่ขนาดนี้ ทันใดนั้นเงาขนาดใหญ่ก็ทอดทับลงมา รูม่านตาขนาดั์ปรากฏขึ้นเหนือหัวเซิ่งซี ทำเอานางใจนรีบมุดกลับเข้าไปในไข่ทันที
พลังิญญาอันเข้มข้นอบอวลอยู่ในไข่ เบื้องล่างมีเสียงน้ำไหลเอื่อย ๆ ซึ่งเกิดจากพลังิญญาจำนวนมหาศาลควบแน่นจนกลายเป็ของเหลว
คำบรรยายในนิยายต้นฉบับพรั่งพรูเข้ามาในหัวของเซิ่งซี ไข่ที่นางอยู่นี้ ดูเหมือนจะเป็ไข่เฟิ่งหวง
ในนิยายต้นฉบับ เซียวหลีลั่วและเซิ่งหรูเยว่เดินทางมาถึงที่นี่ในระหว่างร่วมกลุ่มสำรวจ เซิ่งหรูเยว่้าจะเอาไข่เฟิ่งหวงไปจึงถูกเฟิ่งหวงขัดขวาง
เนื่องจากแดนลับอันสุ่ยซานมีการจำกัดระดับพลังของผู้ที่เข้ามา สิ่งที่ปรากฏอยู่ที่นี่จึงเป็เพียงร่างจำลองของเฟิ่งหวง ไม่ใช่ร่างจริง พลังจึงมีขีดจำกัด
หลังจากที่เซียวหลีลั่วใช้วิชาต้องห้ามเผาผลาญอายุขัยไปกว่าร้อยปีเพื่อเอาชนะร่างจำลองเฟิ่งหวง เซิ่งหรูเยว่ก็อุ้มไข่เฟิ่งหวงไปอย่างมีความสุข
หากเวินเจ๋อิและลวี่เสี่ยงไม่มาถึงทันเวลา เซียวหลีลั่วที่พลังิญญาเหือดแห้งก็เกือบจะต้องทิ้งชีวิตไว้ในแดนลับแห่งนี้แล้ว แต่ตอนนี้ในไข่ไม่มีกลิ่นอายของเฟิ่งหวงตัวน้อยเลย มีเพียงพลังิญญาที่เข้มข้นสุดขีดเท่านั้น
เซิ่งซีค่อย ๆ โผล่หัวออกมาดู และพบว่าเ้าของดวงตาคู่นั้นคือเฟิ่งหวงที่มีขนสีแดงสดสวยงาม บนหัวมีเพลิงเฟิ่งหวงลุกโชนอยู่
การแอบมุดเข้าไปอยู่ในไข่ของผู้อื่นทำให้เซิ่งซีรู้สึกขยาดเล็กน้อย นางกำลังคิดว่าจะอธิบายอย่างไรดีถึงจะไม่ถูกเฟิ่งหวงเผาตาย
ทันใดนั้น เสียงทุ้มกังวานของชายหนุ่มก็ดังขึ้น "ลูกสาวที่น่ารักของพ่อ"
เซิ่งซีใ นี่เขากำลังเรียกนางอยู่หรือ?
เฟิ่งหวงก้มหน้าลงมา คลอเคลียศีรษะของเซิ่งซีเบา ๆ เปลวไฟบนหัวััโดนเซิ่งซี แต่แทนที่จะแผดเผานาง กลับมอบไออุ่นที่แสนสบายมาให้แทน
นี่ถึงขั้นจำลูกตัวเองผิดเลยหรือ?
นางเป็คนนะ ไม่ใช่นก!
เซิ่งซีไม่อยากหลอกลวงคุณพ่อผู้โดดเดี่ยว "ท่านลองมองข้าดูดี ๆ อีกทีดีหรือไม่เ้าคะ?"
เฟิ่งหวงมองพิจารณาอย่างตั้งใจ ก่อนจะเชิดหัวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ "สมกับเป็ลูกสาวของพ่อจริง ๆ ช่างงดงามยิ่งนัก!"
เซิ่งซี "..." เฟิ่งหวงตัวนี้ตาบอดถึงระดับไหนกันเนี่ย?
"ข้าไม่มีปีกนะเ้าคะ" เซิ่งซีขยับแขนเล็ก ๆ ของตัวเองไปมา พยายามแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างนางกับเฟิ่งหวง หวังให้เขาตาสว่างเสียที
เฟิ่งหวงยิ้มบาง ๆ ทันใดนั้นเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งก็กลืนกินร่างอันมหึมาของเขา จากนั้นเปลวไฟก็เล็กลงเรื่อย ๆ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งเดินออกมาจากกองเพลิง
ชายผู้นั้นสวมมงกุฎเพลิงแก้วสีแดง สวมชุดคลุมไหมสีแดงสด ประดับด้วยลวดลายเมฆมงคลสีทอง หน้าตาของเขางามล้ำจนแยกไม่ออกว่าเป็ชายหรือหญิง
เขายิ้มให้เซิ่งซี รอยยิ้มนั้นงดงามจนแทบจะสะกดิญญา
ชายหนุ่มกางแขนออกแล้วถามว่า "ตอนนี้พวกเราก็เหมือนกันแล้วไม่ใช่หรือ?"
เซิ่งซีที่ชมชอบคนงามมองจนตาค้าง
ท่านพ่อคนนี้ นางยอมรับ!
ชายหนุ่มลูบหัวนางอย่างอ่อนโยน ในดวงตาสีเพลิงใสกระจ่างมีหยาดน้ำตาแห่งความยินดีที่พยายามสะกดกลั้นไว้ "พวกผู้เฒ่าในเผ่าต่างก็บอกว่าไข่ใบนี้เป็ไข่ฝ่อ พ่อไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย เห็นหรือไม่ ลูกสาวที่น่ารักของพ่อก็เกิดมาอย่างปลอดภัยแล้วไม่ใช่รึ?"
เซิ่งซีพลันรู้สึกแสบร้อนที่จมูกขึ้นมา ในไข่ไม่มีเฟิ่งหวงน้อย มันเป็ไข่ฝ่อจริง ๆ นั่นแหละ นางอยากจะพูดความจริงออกไป แต่ร่างจำแลงของชายหนุ่มเริ่มจะเลือนลางลง
"พ่อคงอยู่กับเ้าได้ไม่นานนัก ในโลกใบเล็กแห่งนี้ผู้ที่มีระดับพลังสูงสุดก็คือขั้นแก่นพลังทองคำ เ้าไม่ต้องกลัวไป ตั้งใจบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่ รอจนทะลวงขั้นิญญาต้นกำเนิดแล้วค่อยออกไป ภายนอกล้วนมีแต่คนเลว จำไว้ อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด"
ในทุกคำที่ชายหนุ่มพูดออกมา ร่างของเขาก็ยิ่งจางลงไปเรื่อย ๆ เมื่อพูดจบ ร่างที่เกือบจะโปร่งใสก็พังทลายลง กลายเป็เปลวเพลิงนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาเซิ่งซี
เปลวเพลิงเ่าั้วนเวียนรอบกายนางหนึ่งรอบ ก่อนจะกลายเป็กำไลลูกปัดหยกแก้วสีแดงสวมอยู่ที่ข้อมือของนาง กำไลนี้ดูไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เมื่อเซิ่งซีลองใส่พลังิญญาเข้าไปเพียงเล็กน้อย นางก็ััได้ถึงพลังเฟิ่งหวงอันมหาศาลที่แสนจะทรงพลัง
กลิ่นอายของเฟิ่งหวงหายไปจนหมดสิ้น เซิ่งซีหงายหลังล้มลงนอนบนเมฆสีทอง เหม่อมองท้องฟ้าเหนือศีรษะ
ระดับพลังของท่านพ่อที่ได้มาแบบงง ๆ คนนี้ อย่างน้อยก็น่าจะอยู่ขั้นแปรเทวะขึ้นไป เซิ่งซีไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเข้าใจผิดคิดว่านางเป็ลูกสาว คิดไปคิดมาอยู่ครึ่งค่อนวันก็ตัดสินใจว่าหากมีโอกาสได้พบเขาอีกครั้ง นางจะบอกความจริงกับเขา
แม้การทำแบบนี้จะดูโหดร้ายกับท่านพ่อคนนี้ไปหน่อย แต่การรู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่ลูกเขาแล้วยังหลอกเขาต่อไป มันก็ดูไร้ยางอายเกินไป
กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้อู๋ถงลอยมา เฟิ่งหวงเฒ่าได้วางค่ายกลรวบรวมพลังิญญาไว้โดยรอบ แม้จะไม่ตั้งใจบำเพ็ญเพียร พลังิญญาก็จะพรั่งพรูเข้าสู่ค่ายกลอย่างไม่ขาดสาย เพื่อส่งต่อให้กับคนหรือสิ่งของที่เป็จุดศูนย์กลางของค่ายกล
ของดีขนาดนี้ จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้
เซิ่งซีเก็บเปลือกไข่เฟิ่งหวงที่นางเพิ่ง 'เจาะ' ออกมา แล้วรวบรวมขนเฟิ่งหวงที่นุ่มและอบอุ่นรอบ ๆ มาปูเป็เตียงนอน และเอนกายลงนอนอย่างสบายอารมณ์
อย่างไรเสียสุดท้ายศิษย์พี่ทั้งสามคนก็ต้องมาสมทบกันที่นี่อยู่ดี เช่นนั้นแทนที่จะออกไปเดินหาอย่างไร้จุดหมาย สู้รออยู่ที่นี่ไปเลยจะดีกว่า
อาจจะเป็เพราะเพิ่ง 'เกิด' มาใหม่ เซิ่งซีจึงรู้สึกเพลียนิดหน่อย นางหาวออกมาคำหนึ่งอย่างเกียจคร้านแล้วหลับตาลง
...
ทางมุมตะวันตกเฉียงใต้ของแดนลับ เซียวหลีลั่วกำลังถูกงูั์สองหัวไล่ล่า
งูั์มีความกว้างถึงสามจั้ง ลำตัวอวบอ้วนทว่ายังคงเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไว ร่างอันมหึมาพุ่งผ่านหุบเขา ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินสั่นะเืไม่หยุด ฝุ่นคลุ้งตลบไปทั่ว
หัวทั้งสองของงูั์นั้น หัวหนึ่งพ่นไฟ อีกหัวหนึ่งพ่นพิษ ทุกครั้งที่เซียวหลีลั่วตั้งใจรับมือกับหัวหนึ่ง อีกหัวก็จะคอยลอบโจมตี
หลังจากหลบลูกไฟที่งูั์พ่นมาได้ เซียวหลีลั่วก็แอบชำเลืองมองเซิ่งหรูเยว่
เซิ่งหรูเยว่กำลังรับมือกับพวกหนูมุดดินที่โผล่ออกมาเพราะแรงสั่นะเืของงูั์ ทำเอาเซียวหลีลั่วโมโหจนอยากจะด่าสักที "เลิกสนใจหนูพวกนั้นได้แล้ว! รีบมาโจมตีงูตัวนี้เร็วเข้า ช่วยดึงความสนใจของหัวมันไปสักหัวหนึ่ง!"
เซิ่งหรูเยว่ยืนอยู่บนศาสตราวิเศษ มองงูั์ที่กำลังไล่ตามเซียวหลีลั่วด้วยสายตาขลาดกลัว "แต่ข้าอยู่แค่ขั้นรวบรวมปราณระดับห้าเองนะเ้าคะ งูตัวนี้อยู่ขั้นแก่นพลังทองคำตอนปลาย..."
ขั้นรวบรวมปราณระดับห้าแล้วมันยังไงล่ะ?
ศิษย์น้องเล็กของเขาอยู่ขั้นรวบรวมปราณระดับสองยังสู้กับขั้นแก่นพลังทองคำได้เลย!
เซียวหลีลั่วรู้สึกว่าคำขอของเขานั้นเล็กน้อยมากแล้ว "เ้าแค่โจมตีมัน ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจมันสักนิดก็พอ ตอนนี้หัวมันจ้องข้าอยู่ทั้งสองหัว ข้ารับมือมันไม่ไหว!"
ทว่าเมื่อเซิ่งหรูเยว่มองไปที่งูจอมคลั่งตัวนั้น นางก็รีบบังคับศาสตราวิเศษให้ถอยห่างออกไปอีก "ข้าจะพยายามเ้าค่ะ สหายเซียว ท่านอย่าเพิ่งท้อแท้นะเ้าคะ"
"อย่าคิดว่าข้ามองไม่ออกนะว่าเ้าคิดจะหนี!" เซียวหลีลั่วฟันกระบี่ออกไปหนึ่งที โดยไม่สนใจว่าจะไปโดนเซิ่งหรูเยว่หรือไม่ เขาหลบเปลวไฟและพิษที่งูั์พ่นตามหลังมาแล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หายลับเข้าไปในหมู่เมฆที่หนาทึบ
เซิ่งหรูเยว่หน้าถอดสีทันที เซียวหลีลั่วหนีไปแล้วหรือ?
นางรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจเมื่องูั์หาตัวเซียวหลีลั่วไม่เจอ และเปลี่ยนเป้าหมายมาจ้องมองที่นางแทน ก่อนจะพุ่งเข้าหานางอย่างไม่คิดชีวิต!