[ห้องปกรณ์]
หนุ่มน้อยวัยทีนรีบง่วนหาชุดลำลองในตู้เสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนที่เขาจะคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กมายื่นให้เหมันต์เช็ดผมก่อน
“รับไปสิครับ”
เหมันต์ก้มมองดูผ้าขนหนูในมือของปกรณ์ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า และไม่ยอมรับผ้าขนหนูจากเด็กหนุ่มเลย
"เหมันต์? งั้นคุณมานั่งตรงนี้ก่อนครับ เดี๋ยวผมจะช่วยเช็ดผมให้คุณเอง"
ปกรณ์จัดการฉุดแขนของเหมันต์ให้เดินตามตัวเอง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือขึ้นไปกดไหล่ของเหมันต์เพื่อบังคับให้นั่งลงบนเก้าอี้
“ผมเช็ดผมให้นะครับ”
ปกรณ์บอกเหมันต์ให้รู้ตัว แล้วเขาก็เริ่มบรรจงเช็ดผมที่เปียกชุ่มอย่างเบามือโดยที่เหมันต์เองก็ไม่ได้ทักท้วงการกระทำของเด็กหนุ่มแต่อย่างใดจนกระทั่งปกรณ์วางผ้าขนหนูผืนเล็กในมือลง
“แห้งสนิทแล้วครับ”
ปกรณ์บอกเหมันต์ แล้วเขาก็มองสำรวจตามเสื้อคลุมสีดำของเหมันต์ด้วยความสงสัย
“แปลกจังเลยนะครับ เมื่อกี้เสื้อคลุมของคุณยังเปียกฝนอยู่เลยแต่ตอนนี้กลับแห้งสนิทซะแล้ว”
เหมันต์ยังคงนิ่งเงียบเช่นเดิม แต่ปกรณ์ก็เลือกที่จะมองผ่านเลยไปเพราะเขาคิดว่าเหมันต์อาจจะแค่เป็บุคคลที่มนุษยสัมพันธ์ไม่ค่อยดี ก็เลยทำให้ไม่ค่อยพูด
"คุณเหมันต์ครับ? คุณหน้าซีดมากเลยนะครับ คุณไม่สบายหรือเปล่าครับ?"
ปกรณ์ถามเหมันต์เสียงเครียด เมื่อเขาแอบสังเกตเห็นว่าใบหน้าที่หล่อเหลาของเหมันต์ซีดมากผิดปกติและปกรณ์ก็ไม่รอให้เหมันต์ตอบอะไรกลับมาเลย เพราะเขาประเมินแล้วว่าเหมันต์ต้องไม่สบายแน่ๆ
จากนั้นปกรณ์ก็เอื้อมมือเรียวเล็กของเขาเข้าไปอังหน้าผากของเหมันต์อย่างถือวิสาสะเพื่อวัดไข้ให้อีกฝ่าย
“ตัวก็ไม่ร้อนนี่แล้วทำไมหน้าคุณซีดจังครับ”
ปกรณ์ใช้หลังมือของเขาแตะวัดไข้ไปตามข้างแก้มและลำคอของเหมันต์ต่อด้วยความไม่เข้าใจก่อนที่เหมันต์จะยกมือเย็นเฉียบของเขาขึ้นไปกุมมือของปกรณ์แนบไว้กับข้างแก้มของตัวเอง
หมับ!
เหมันต์ไม่ได้พูดอะไรกับปกรณ์ นอกจากมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยด้วยความคิดถึง ในขณะที่ปกรณ์นั้นพยายามหลบเลี่ยงสายตาคู่คมและงดงามของเหมันต์อย่างยากลำบาก
"แปลกจังเลยนะครับ ตัวคุณก็ไม่ได้ร้อนเลย แต่ว่าคุณหน้าซีดอย่างกับเป็ไข้น่ะครับ"
ปกรณ์พูดกับเหมันต์อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วเขาก็รีบก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบตาของอีกฝ่ายแต่เหมันต์ก็ไม่ปล่อยให้เด็กหนุ่มหลบพ้นสายตาตัวเองเพราะเขาเอื้อมมือที่เย็บเฉียบเข้าไปเชยคางของเด็กหนุ่มให้เชิดขึ้นมามองสบตากับเขาดังเดิม
"ถ้าร่างกายขาดเืก็จะซีดแบบนี้แหละ"
"คุณชอบทานเืเหรอครับ?"
ปกรณ์ถามเหมันต์ออกไปอย่างไร้เดียงสาตามประสาคนซื่อและเหมันต์ก็ตอบเขากลับมาด้วยการพยักหน้า ก่อนจะบอกปกรณ์อีกครั้งว่า
"ข้าชอบดื่มเืมาก โดยเฉพาะแบบสด ๆ"
"อ้อ...จริงสินะครับ บางทีที่คุณหน้าซีดแบบนี้อาจจะเพราะคุณกำลังหิวก็นะครับ ผมลืมทฤษฎีข้อนี้ไปเลย”
เด็กหนุ่มหยิบยกทฤษฎีที่เขาเรียนมาขึ้นมาอ้างกับเหมันต์ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นมาดีดนิ้วดังเปราะเมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าที่จริงในตู้เย็นของเขานั้นมีเืที่เพื่อนสนิทของเขาซื้อมาฝากแช่ไว้ด้วย
“งั้นเอางี้นะครับ...พอดีผมมีเืหมูติดไว้ในตู้เย็นพอดีครับ เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่เืสด ๆ อย่างที่คุณชอบน่ะครับ”
เด็กหนุ่มบอกเหมันต์อย่างตรงไปตรงมาก่อนที่เขาจะผละออกจากเหมันต์และเดินไปหยิบถุงเืออกมาจากตู้เย็นใบเล็กกะทัดรัดที่อยู่ในห้องครัวของเขาพร้อมกับจัดแจงแกะถุงเืนั้นใส่ถ้วยซุปและอุ่นไมโครเวฟหนึ่งนาที
“เรียบร้อย หอมน่าทานซะด้วย”
เด็กหนุ่มยกถ้วยเืออกมาจากไมโครเวฟพร้อมกับนำไปเสิร์ฟให้กับเหมันต์ที่โต๊ะเครื่องแป้งเนื่องจากว่าเหมันต์นั่งอยู่ตรงนั้นพอดี
“เท่น เท้น...มาแล้วครับ และมันก็คือ...เืหมูที่ต้มสุกแล้วครับ รับรองว่าไม่มีพยาธิแน่นอนครับ"
เด็กหนุ่มนำเสนอเมนูสุดพิเศษรอบดึกแก่แขกของเขาด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม พร้อมกับพยักพเยิดให้เหมันต์ทานซุปร้อนๆ ที่เขาเพิ่งจะนำมาเสิร์ฟ
"เชิญตามสบายครับ ไม่ต้องเกรงใจผม"
เมื่อถูกคะยั้นคะยอด้วยภาษากายที่เข้าใจง่าย เหมันต์ก็พยักหน้าขึ้นลงเชิงเข้าใจ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปยกถ้วยต้มเืหมูขึ้นมาซดเลยทันที
ซู๊ด ซู๊ด ซู๊ด
"ค่อยๆ ทานก็ได้ครับ ระวังด้วยนะครับ ซุปมันยังร้อนอยู่เลยครับ”
เด็กหนุ่มเตือนด้วยความหวังดีแต่เหมันต์ไม่สนใจและยังยกซดทั้งถ้วยจนหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว
ซู๊ด ซู๊ด ซู๊ด
อ่าห์
เหมันต์แหงนหน้าเชิดขึ้นด้วยท่าทางสุขล้น ก่อนที่เขาจะวางถ้วยเปล่าลงบนโต๊ะเครื่องแป้งเหมือนเดิมพร้อมกับหันขวับกลับไปจ้องตาของปกรณ์นิ่ง
"ขอบใจเ้ามากสำหรับเือุ่น ๆ ถ้วยนี้"
ประโยคคำพูดที่ฟังไม่ค่อยคุ้นชินหูสักเท่าไหร่ของเหมันต์ ทำให้ปกรณ์เงียบไปพักใหญ่ด้วยความสงสัยแต่สุดท้ายแล้วปกรณ์ก็สะบัดไล่ความสงสัยนั้นออกไปจากหัวของเขาเพราะเขาคิดว่ามันไม่ใช่สาระสำคัญอะไร และมันก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสารระหว่างเขากับเหมันต์
"ไม่เป็ไรครับ เต็มใจที่สุดเลยครับ”
คำพูดที่ฟังดูแสนจะธรรมดาของเด็กหนุ่มทำให้เหมันต์ถึงกับยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ จนเด็กหนุ่มถึงขนาดต้องรีบก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย
“เอ่อ...วุ้ยเขินจัง"
ในขณะที่เด็กหนุ่มเอาแต่ก้มหน้า เหมันต์ก็ชวนเด็กหนุ่มคุยด้วยน้ำเสียงเ็าจนน่าขนลุก
"แล้วเ้าล่ะ? เ้าชอบดื่มเืเหมือนข้าไหม?"
“เอ่อ...คุณเหมันต์ครับ ที่จริงการทานซุปเขาเรียกว่า...รับประทานนะครับไม่ใช่ดื่มครับ"
ปกรณ์แนะนำเหมันต์ด้วยความหวังดีและเหมันต์ก็รับเอาความหวังดีของปกรณ์มาปรับใช้ใหม่อีกครั้ง
"แล้วเ้าชอบรับประทานเืเหมือนกับข้าไหม?"
"เอ่อ...ไม่เลยครับ คือ...ผมไม่ชอบกลิ่นขื่น ๆ ของมันน่ะครับ"
ปกรณ์ตอบไปตามตรง ก่อนที่เขาจะหวนกลับไปถามเื่เดิมอีกครั้งว่า
"แล้วเือุ่น ๆ เมื่อกี้อร่อยไหมครับ? แล้วคุณชอบรึเปล่าครับ?"
"ข้าชอบดื่มเืมาก"
เหมันต์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนทำให้เด็กหนุ่มเห็นภาพแวมไพร์ลอยเข้ามาในห้วงความคิดเลยทีเดียว
“หน้าแวมไพร์ในหนังสือนิยายของไอ้ชานนท์ลอยมาเลยเชียว”
ปกรณ์นึกใจ ก่อนที่เขาจะสะบัดไล่ความคิดนั้นออกไปจากหัวและหันมาพูดคุยกับเหมันต์ตามปกติเหมือนเดิม
"ผมดีใจจังเลยครับที่คุณเหมันต์ชอบ เพราะเ้านี้ผมซื้อประจำ เขาทำอร่อยจริง ๆ นะครับเอาไว้วันหลังถ้าเกิดว่าผมได้ผ่านไปร้านนั้นอีก ผมจะซื้อมาฝากนะครับ"
เสียงเจี้ยวแจ้วของเด็กหนุ่มทำให้เหมันต์ยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาอย่างลืมตัวไปชั่วขณะหนึ่งแต่ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มปกรณ์ก็ชอบรอยยิ้มนั้นมาก แม้จะดูเยือกเย็นจนขนหัวลุกก็ตาม...
--------------
ซันด๊อก