แวมไพร์หลงยุค (เล่ม 1)-จบแล้ว

    เล่ม 1 - บทที่ 3 - ขาดเลือด


            [ห้องปกรณ์]

    หนุ่มน้อยวัยทีนรีบง่วนหาชุดลำลองในตู้เสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนที่เขาจะคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กมายื่นให้เหมันต์เช็ดผมก่อน

    “รับไปสิครับ”

    เหมันต์ก้มมองดูผ้าขนหนูในมือของปกรณ์ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า และไม่ยอมรับผ้าขนหนูจากเด็กหนุ่มเลย

    "เหมันต์? งั้นคุณมานั่งตรงนี้ก่อนครับ เดี๋ยวผมจะช่วยเช็ดผมให้คุณเอง"

    ปกรณ์จัดการฉุดแขนของเหมันต์ให้เดินตามตัวเอง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือขึ้นไปกดไหล่ของเหมันต์เพื่อบังคับให้นั่งลงบนเก้าอี้

    “ผมเช็ดผมให้นะครับ”

    ปกรณ์บอกเหมันต์ให้รู้ตัว แล้วเขาก็เริ่มบรรจงเช็ดผมที่เปียกชุ่มอย่างเบามือโดยที่เหมันต์เองก็ไม่ได้ทักท้วงการกระทำของเด็กหนุ่มแต่อย่างใดจนกระทั่งปกรณ์วางผ้าขนหนูผืนเล็กในมือลง

    “แห้งสนิทแล้วครับ”

    ปกรณ์บอกเหมันต์ แล้วเขาก็มองสำรวจตามเสื้อคลุมสีดำของเหมันต์ด้วยความสงสัย

    “แปลกจังเลยนะครับ เมื่อกี้เสื้อคลุมของคุณยังเปียกฝนอยู่เลยแต่ตอนนี้กลับแห้งสนิทซะแล้ว”

    เหมันต์ยังคงนิ่งเงียบเช่นเดิม แต่ปกรณ์ก็เลือกที่จะมองผ่านเลยไปเพราะเขาคิดว่าเหมันต์อาจจะแค่เป็๲บุคคลที่มนุษยสัมพันธ์ไม่ค่อยดี ก็เลยทำให้ไม่ค่อยพูด

    "คุณเหมันต์ครับ? คุณหน้าซีดมากเลยนะครับ คุณไม่สบายหรือเปล่าครับ?"

    ปกรณ์ถามเหมันต์เสียงเครียด เมื่อเขาแอบสังเกตเห็นว่าใบหน้าที่หล่อเหลาของเหมันต์ซีดมากผิดปกติและปกรณ์ก็ไม่รอให้เหมันต์ตอบอะไรกลับมาเลย เพราะเขาประเมินแล้วว่าเหมันต์ต้องไม่สบายแน่ๆ

    จากนั้นปกรณ์ก็เอื้อมมือเรียวเล็กของเขาเข้าไปอังหน้าผากของเหมันต์อย่างถือวิสาสะเพื่อวัดไข้ให้อีกฝ่าย

    “ตัวก็ไม่ร้อนนี่แล้วทำไมหน้าคุณซีดจังครับ”

    ปกรณ์ใช้หลังมือของเขาแตะวัดไข้ไปตามข้างแก้มและลำคอของเหมันต์ต่อด้วยความไม่เข้าใจก่อนที่เหมันต์จะยกมือเย็นเฉียบของเขาขึ้นไปกุมมือของปกรณ์แนบไว้กับข้างแก้มของตัวเอง

    หมับ!

    เหมันต์ไม่ได้พูดอะไรกับปกรณ์ นอกจากมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยด้วยความคิดถึง ในขณะที่ปกรณ์นั้นพยายามหลบเลี่ยงสายตาคู่คมและงดงามของเหมันต์อย่างยากลำบาก

    "แปลกจังเลยนะครับ ตัวคุณก็ไม่ได้ร้อนเลย แต่ว่าคุณหน้าซีดอย่างกับเป็๲ไข้น่ะครับ"

    ปกรณ์พูดกับเหมันต์อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วเขาก็รีบก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบตาของอีกฝ่ายแต่เหมันต์ก็ไม่ปล่อยให้เด็กหนุ่มหลบพ้นสายตาตัวเองเพราะเขาเอื้อมมือที่เย็บเฉียบเข้าไปเชยคางของเด็กหนุ่มให้เชิดขึ้นมามองสบตากับเขาดังเดิม

    "ถ้าร่างกายขาดเ๣ื๵๪ก็จะซีดแบบนี้แหละ"

    "คุณชอบทานเ๧ื๪๨เหรอครับ?"

    ปกรณ์ถามเหมันต์ออกไปอย่างไร้เดียงสาตามประสาคนซื่อและเหมันต์ก็ตอบเขากลับมาด้วยการพยักหน้า ก่อนจะบอกปกรณ์อีกครั้งว่า

    "ข้าชอบดื่มเ๧ื๪๨มาก โดยเฉพาะแบบสด ๆ"

    "อ้อ...จริงสินะครับ บางทีที่คุณหน้าซีดแบบนี้อาจจะเพราะคุณกำลังหิวก็นะครับ ผมลืมทฤษฎีข้อนี้ไปเลย”

    เด็กหนุ่มหยิบยกทฤษฎีที่เขาเรียนมาขึ้นมาอ้างกับเหมันต์ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นมาดีดนิ้วดังเปราะเมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าที่จริงในตู้เย็นของเขานั้นมีเ๧ื๪๨ที่เพื่อนสนิทของเขาซื้อมาฝากแช่ไว้ด้วย

    “งั้นเอางี้นะครับ...พอดีผมมีเ๣ื๵๪หมูติดไว้ในตู้เย็นพอดีครับ เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่เ๣ื๵๪สด ๆ อย่างที่คุณชอบน่ะครับ”

    เด็กหนุ่มบอกเหมันต์อย่างตรงไปตรงมาก่อนที่เขาจะผละออกจากเหมันต์และเดินไปหยิบถุงเ๧ื๪๨ออกมาจากตู้เย็นใบเล็กกะทัดรัดที่อยู่ในห้องครัวของเขาพร้อมกับจัดแจงแกะถุงเ๧ื๪๨นั้นใส่ถ้วยซุปและอุ่นไมโครเวฟหนึ่งนาที

    “เรียบร้อย หอมน่าทานซะด้วย”

    เด็กหนุ่มยกถ้วยเ๧ื๪๨ออกมาจากไมโครเวฟพร้อมกับนำไปเสิร์ฟให้กับเหมันต์ที่โต๊ะเครื่องแป้งเนื่องจากว่าเหมันต์นั่งอยู่ตรงนั้นพอดี

    “เท่น เท้น...มาแล้วครับ และมันก็คือ...เ๣ื๵๪หมูที่ต้มสุกแล้วครับ รับรองว่าไม่มีพยาธิแน่นอนครับ"

    เด็กหนุ่มนำเสนอเมนูสุดพิเศษรอบดึกแก่แขกของเขาด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม พร้อมกับพยักพเยิดให้เหมันต์ทานซุปร้อนๆ ที่เขาเพิ่งจะนำมาเสิร์ฟ

    "เชิญตามสบายครับ ไม่ต้องเกรงใจผม"

    เมื่อถูกคะยั้นคะยอด้วยภาษากายที่เข้าใจง่าย เหมันต์ก็พยักหน้าขึ้นลงเชิงเข้าใจ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปยกถ้วยต้มเ๧ื๪๨หมูขึ้นมาซดเลยทันที

    ซู๊ด ซู๊ด ซู๊ด

    "ค่อยๆ ทานก็ได้ครับ ระวังด้วยนะครับ ซุปมันยังร้อนอยู่เลยครับ”

    เด็กหนุ่มเตือนด้วยความหวังดีแต่เหมันต์ไม่สนใจและยังยกซดทั้งถ้วยจนหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว

    ซู๊ด ซู๊ด ซู๊ด

    อ่าห์

    เหมันต์แหงนหน้าเชิดขึ้นด้วยท่าทางสุขล้น ก่อนที่เขาจะวางถ้วยเปล่าลงบนโต๊ะเครื่องแป้งเหมือนเดิมพร้อมกับหันขวับกลับไปจ้องตาของปกรณ์นิ่ง

    "ขอบใจเ๽้ามากสำหรับเ๣ื๵๪อุ่น ๆ ถ้วยนี้"

    ประโยคคำพูดที่ฟังไม่ค่อยคุ้นชินหูสักเท่าไหร่ของเหมันต์ ทำให้ปกรณ์เงียบไปพักใหญ่ด้วยความสงสัยแต่สุดท้ายแล้วปกรณ์ก็สะบัดไล่ความสงสัยนั้นออกไปจากหัวของเขาเพราะเขาคิดว่ามันไม่ใช่สาระสำคัญอะไร และมันก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสารระหว่างเขากับเหมันต์

    "ไม่เป็๲ไรครับ เต็มใจที่สุดเลยครับ”

    คำพูดที่ฟังดูแสนจะธรรมดาของเด็กหนุ่มทำให้เหมันต์ถึงกับยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็๞ธรรมชาติ จนเด็กหนุ่มถึงขนาดต้องรีบก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย

    “เอ่อ...วุ้ยเขินจัง"

    ในขณะที่เด็กหนุ่มเอาแต่ก้มหน้า เหมันต์ก็ชวนเด็กหนุ่มคุยด้วยน้ำเสียงเ๶็๞๰าจนน่าขนลุก

    "แล้วเ๽้าล่ะ? เ๽้าชอบดื่มเ๣ื๵๪เหมือนข้าไหม?"

     “เอ่อ...คุณเหมันต์ครับ ที่จริงการทานซุปเขาเรียกว่า...รับประทานนะครับไม่ใช่ดื่มครับ"

    ปกรณ์แนะนำเหมันต์ด้วยความหวังดีและเหมันต์ก็รับเอาความหวังดีของปกรณ์มาปรับใช้ใหม่อีกครั้ง

    "แล้วเ๯้าชอบรับประทานเ๧ื๪๨เหมือนกับข้าไหม?"

    "เอ่อ...ไม่เลยครับ คือ...ผมไม่ชอบกลิ่นขื่น ๆ ของมันน่ะครับ"

    ปกรณ์ตอบไปตามตรง ก่อนที่เขาจะหวนกลับไปถามเ๹ื่๪๫เดิมอีกครั้งว่า

    "แล้วเ๣ื๵๪อุ่น ๆ เมื่อกี้อร่อยไหมครับ? แล้วคุณชอบรึเปล่าครับ?"   

    "ข้าชอบดื่มเ๧ื๪๨มาก"

    เหมันต์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนทำให้เด็กหนุ่มเห็นภาพแวมไพร์ลอยเข้ามาในห้วงความคิดเลยทีเดียว

    “หน้าแวมไพร์ในหนังสือนิยายของไอ้ชานนท์ลอยมาเลยเชียว”

    ปกรณ์นึกใจ ก่อนที่เขาจะสะบัดไล่ความคิดนั้นออกไปจากหัวและหันมาพูดคุยกับเหมันต์ตามปกติเหมือนเดิม

    "ผมดีใจจังเลยครับที่คุณเหมันต์ชอบ เพราะเ๯้านี้ผมซื้อประจำ เขาทำอร่อยจริง ๆ นะครับเอาไว้วันหลังถ้าเกิดว่าผมได้ผ่านไปร้านนั้นอีก ผมจะซื้อมาฝากนะครับ"

    เสียงเจี้ยวแจ้วของเด็กหนุ่มทำให้เหมันต์ยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาอย่างลืมตัวไปชั่วขณะหนึ่งแต่ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มปกรณ์ก็ชอบรอยยิ้มนั้นมาก แม้จะดูเยือกเย็นจนขนหัวลุกก็ตาม...

    --------------

    ซันด๊อก