7.ของมันต้องมี
บรรยากาศตลาดสองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาใช้ชีวิตประจำวันจับจ่ายใช้สอยพ่อค้าแม่ค้าเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้านรอยยิ้มที่ดูเป็มิตรของชาวเมืองสุ่ยทำให้นางสนใจวิถีชีวิตของคนผู้คนที่นี่นางเริ่มเดินสำรวจเส้นทางมาสักระยะ ก็ถึงเวลากินมื้อกลางวันอันเหลียนฮวาจับจูงบุตรชายเดินตรงเข้าไปที่ร้านน้ำชาเล็ก ๆแล้วสั่งน้ำชาหนึ่งกาและขนมโก๋หนึ่งจานนางให้บุตรชายกินรองท้องไปก่อนเพราะต้องเดินซื้อของอีกหลายอย่างเงินสี่สิบตำลึงทอง (สี่ร้อยตำลึงเงิน) คงรังสรรค์ความเป็อยู่ที่ดีให้กับนางและบุตรชายได้มากทีเดียว
เมื่ออันเหลียนฮวาและบุตรชายรู้สึกอิ่มท้องแล้วนางจึงเริ่มเดินหาร้านขายข้าว อาหารแห้ง วัตถุดิบ เครื่องปรุงต่าง ๆนางอยากเข้าร้านเดียวแล้วได้ของทุกอย่างครบเลยนางเดินหาอยู่สักพักก็เจอร้านใหญ่หัวมุมถนน ร้านค่อนข้างกว้างขวางจัดสินค้าเป็ระเบียบแลดูสะอาดสะอ้าน
"เอาอันใดนังหนู" เถ้าแก่จงเ้าของร้านค้าข้าวสารและอาหารแห้งเมื่อลูกค้าเดินเข้าร้านจึงออกมาต้อนรับ
"ข้าเอาข้าวสารหกชั่ง, น้ำมัน น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง ซีอิ้ว เกลืออย่างละสี่ชั่ง ,แป้งสาลี แป้งข้าวเ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพดแป้งหมี่อย่างละสามชั่ง , ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสงงาขาว งาดำอย่างละสองชั่ง , พริกแห้งกระเทียมอย่างละหนึ่งชั่ง ไข่ไก่ยี่สิบฟองเ้าค่ะ"
อันเหลียนฮวาเอ่ยรายการที่นาง้าให้เถ้าแก่ร้านฟังเมื่อเห็นว่านางสั่งหลายรายการ เถ้าแก่จึงให้หลงจู๊มาช่วยจดรายการสินค้า
"ได้ ๆรอสักครู่นะนังหนู" เถ้าแก่จงเดินเข้าไปหลังร้านอย่างอารมณ์ดีเขาเข้าไปกำชับคนจัดสินค้าด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้สินค้าตกหล่น
"เรียบร้อยแล้วนังหนูว่าแต่พวกเ้าจะเดินทางกลับอย่างไรกันข้าวของมากมายขนาดนี้"
เถ้าแก่จงเห็นว่าสินค้ามีหลายรายการและแต่ละอย่างก็หนักๆ ทั้งนั้นจึงอดถามไม่ได้
"พอดีข้ามากับเกวียนของหมู่บ้านเ้าค่ะเดี๋ยวสักครู่ ข้าจะให้คนขับเกวียนมารอรับที่ร้านเถ้าแก่นะเ้าคะ"
"ได้ ๆ"
"ราคาทั้งหมดเท่าไรเ้าคะ"
"ทั้งหมดสามตำลึงเงิน"
อันเหลียนฮวาจ่ายเงินให้เถ้าแก่จงจากนั้นจึงเดินไปหาคนขับเกวียนที่จอดเกวียนอยู่ตรงหัวโค้งสะพานข้ามแม่น้ำนางไหว้วานให้ไปรับของที่ร้านของเถ้าแก่จงและให้ตามไปที่ร้านอุปกรณ์เครื่องครัวซึ่งอยู่เยื้องกัน
อันเหลียนฮวาเดินเข้าร้านขายอุปกรณ์ทำครัวนางสั่งถ้วย ชาม ช้อน ตะเกียบอย่างละหกชุด กล่องไม้ ไห กระปุกใส่ชาอย่างละสามชุดหม้อ กระทะ มีด ชุดถ้วยน้ำชาอย่างละหนึ่งชุดทุกอย่างที่นางสั่งซื้อล้วนแต่สั่งแบบคุณภาพปานกลางส่วนลวดลายนางก็บรรจงเลือกแบบที่เรียบง่ายนางจ่ายเงินสำหรับอุปกรณ์ทำครัวทั้งหมดห้าตำลึงเงิน จากนั้นนางให้คนขับเกวียนมารับสินค้าไปอีกเช่นเดิม
อันเหลียนฮวาเดินผ่านตลาดขายผ้าจึงชวนบุตรชายเข้าร้านที่ขายชุดเครื่องนอนและชุดเสื้อผ้านางเลือกชุดสำเร็จให้บุตรชายเป็ผ้าฝ้ายสีน้ำเงิน สีฟ้าสีเขียวอ่อนอย่างละหนึ่งชุด ส่วนของนางเลือกสีม่วงอ่อนสีเขียวอ่อนและสีเปลือกไข่อย่างละหนึ่งชุดเช่นกันเพราะในตู้เสื้อผ้าที่บ้านมีชุดสีชมพู สีฟ้าที่ร่างเดิมแอบเก็บเงินซื้อไว้เมื่อครั้งยังอยู่กับบิดาและยังไม่เคยได้นำออกมาใส่เลยสักครั้งนางเดินเข้าไปด้านในฝั่งขวามือบริเวณชั้นวางผ้าสีพื้นนางเลือกผ้าโปร่งสีขาวความยาวหนึ่งจั้ง และถัดไปอีกด้านซ้ายนางสั่งชุดเครื่องนอนคุณภาพปานกลางขนาดหนึ่งคนนอนอีกสองชุดนางจ่ายเงินที่ร้านขายผ้าจำนวนสิบตำลึงเงินจากนั้นเ้าของร้านก็ให้คนงานในร้านยกผ้าทั้งหมดขึ้นเกวียนที่จอดอยู่หน้าร้าน
อันเหลียนฮวาและบุตรชายเดินข้ามไปอีกฝั่งของถนนเพื่อเข้าร้านขายอุปกรณ์การเกษตรนางแจ้งรายการเมล็ดพันธ์ุดอกไม้ที่นาง้าและอุปกรณ์ทำสวนแก่เ้าของร้านนางจ่ายเงินที่ร้านเกษตรราวสองตำลึงเงินและยืนรอคนงานในร้านจัดสินค้าขึ้นเกวียนให้เรียบร้อยและจึงเดินถัดไปอีกสองร้านเพื่อเลือกซื้อเนื้อหมูอย่างดีจำนวนสองชั่งนางยื่นเงินหนึ่งตำลึงเงินสำหรับค่าเนื้อหมูจากนั้นจึงเดินกลับไปยังเกวียนที่จอดรออยู่หน้าร้านอุปกรณ์การเกษตร
ข้าวของที่กองอยู่เต็มเกวียนทำให้ไม่สามารถรับผู้โดยสารคนอื่นได้นางจึงขอให้คนขับเกวียนออกเดินทางเลยบุตรชายตัวน้อยของนางผล็อยหลับไปั้แ่เกวียนเคลื่อนล้อออกจากเมืองสุ่ยแล้วนางลูบศีรษะบุตรชายอย่างอ่อนโยนมุมปากยกยิ้มเล็กน้อย...จะไม่ให้อ่อนเพลียได้เช่นไรในเมื่อตลอดทางที่นางเดินซื้อของ บุตรชายเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วโดยไม่หยุดพักหากนางไม่ซื้อน้ำตาลปั้นให้กินระหว่างเกรงว่าบุตรชายจะลมหมดเสียก่อนที่นางจะซื้อของครบ
ผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป เกวียนวัวก็ถึงทางเข้าหมู่บ้านแต่คนขับเกวียนเห็นข้าวของเต็มเกวียนจึงอาสาขับไปส่งที่ท้ายหมู่บ้านและช่วยขนของทั้งหมดมาวางไว้ที่หน้าประตูบ้านนางจึงให้ค่าเสียเวลากับค่าเสียลูกค้าคนอื่นจำนวนยี่สิบอีแปะ
"เหยียนเอ๋อร์เ้าไปล้างมือและล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นเสียก่อน"
"ขอรับท่านแม่"
นางเอ่ยกับบุตรชายที่กำลังช่วยนางเรียงของให้ไปจัดการล้างหน้าล้างมือ ส่วนนางก็จัดเก็บของทุกอย่างไว้ให้เป็สัดส่วนจนเวลาล่วงเลยเข้าปลายยามเซินนางจึงรุดเข้าไปในครัวและทำความสะอาดอุปกรณ์ทำครัวที่เพิ่งซื้อมาเพื่อเตรียมทำมื้อเย็นหลังจากบุตรชายล้างมือเรียบร้อยแล้วจึงเดินไปข้างบ้านและลงมือก่อกองไฟเพื่อต้มน้ำดื่มเติมใส่โอ่งดินให้เต็มอยู่ตลอดเวลา
เมื่ออันเหลียนฮวาทำความสะอาดเครื่องครัวครบทุกอย่างแล้วนางจึงเริ่มหุงข้าวและนำหมูส่วนหนึ่งมาสับให้ละเอียดหยิบไข่สองฟองตอกใส่ชามและนำหมูสับใส่ลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ้ว น้ำตาลทรายเล็กน้อยจากนั้นนำตะเกียบมาตีไข่กับเครื่องปรุงให้เข้ากัน เทน้ำมันลงกระทะรอจนกระทะร้อนได้ที่จึงค่อย ๆ เทไข่ในชามลงไปทอดในกระทะผ่านไปชั่วครู่ไข่เจียวหมูสับสีเหลืองกรอบก็ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบ้านนางตักใส่จานโรยหน้าด้วยผักชีและพริกไทยป่นเล็กน้อย
ก่อนจะทำอย่างอื่นต่อนางสั่งให้บุตรชายนำเสียมไปขุดดินเพื่อเตรียมดินไว้เพาะปลูกบนลานกว้างฝั่งตะวันออกจากนั้นนางก็ตั้งจิตถึง 'แหวนหยกขาวลายดอกบัว'และเริ่มสำรวจสิ่งของภายใน นางจัดการหยิบผักต่าง ๆมาหนึ่งตะกร้าชามะลิอีกหนึ่งห่อ สิ่งของทุกอย่างภายในคอนโดของนางตอนนี้ปรากฎเรียงกันแถว ๆนางปัดมือเปิดไปเรื่อย ๆ ทีละหน้าก็เจออุปกรณ์ตัดเย็บ ผ้าม้วนจากพาหุรัดที่นางมักไปซื้อเก็บไว้เพื่อมาตัดทำเป็ผ้าปูที่นอนปลอกหมอน ผ้าม่าน จากนั้นนางหยิบน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่เหลว แชมพู ครีมบำรุงผิว หากแต่นางกังวลอยู่ว่าสี่ห้าอย่างสุดท้ายนี้คงต้องเป็ที่สงสัยของบุตรชายเป็แน่แต่ตอนนี้นางไม่มีทางเลือกเพราะเสื้อผ้าทุกชุดต้องซักก่อนใส่ชุดเครื่องนอนก็ต้องซักก่อนนอน ไหนจะสบู่เหลว แชมพูครีมบำรุงอีกนางนิ่งคิดไปสักพักจึงตัดสินใจนำสิ่งของเ่าั้เก็บไว้ในห้องนอนตนเองก่อน เื่อื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง
เมื่อนางจัดการของในมิติเรียบร้อยแล้วนางก็เข้าครัวไปผัดผักรวมมิตรต่ออีกหนึ่งจาน มื้อเย็นก็ถือว่าเสร็จสิ้นแล้วบุตรชายเมื่อได้กลิ่นอาหารลอยฟุ้งไปยังข้างบ้าน รีบจัดการล้างมือและช่วยตักข้าวเตรียมน้ำดื่มและยกสำรับขึ้นโต๊ะ จากนั้นก็นั่งประจำที่ของตนเองอย่างรู้หน้าที่
"หืมท่านแม่หน้าตาอาหารน่ากินจังขอรับ กลิ่นไข่หอมฟุ้งเลยแต่เอ๊ะ..ท่านแม่ซื้อผักมาตอนไหนขอรับ ทำไมข้าถึงไม่รู้?"
นั่นไง..ว่าแล้ว
"แม่แวะซื้อตรงข้างๆ ร้านขายหมูนั่นแหละ ยามนั้นเ้าสะลึมสะลืองัวเงียง่วงนอนน่ะสิจึงไม่ทันสังเกตและเวลาแม่สั่งของแต่ละร้าน แม่ก็สั่งไปทีละหลายรายการหากเ้าจะจำไม่ได้ว่าแม่ซื้ออะไรไปบ้างก็ไม่ใช่เื่แปลกอันใด" อันเหลียนฮวาเอ่ยตอบพลางเอื้อมมือเทน้ำชาในกาลงถ้วยชาของตนเอง
"อ้อ...อย่างนั้นหรอกหรือขอรับ" อันฮ่าวเหยียนทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเลิกสนใจเื่ผักและหันมาสนใจอาหารบนโต๊ะแทน
"กินข้าวได้แล้วไม่ต้องสงสัยอันใดยามนี้เ้ามีหน้าที่กินให้อิ่มนอนให้หลับเป็พอเื่อื่นแม่ของเ้าจะจัดการเอง...รู้หรือไม่"
"ขอรับท่านแม่"
อันเหลียนฮวายกมือเรียวลูบผมสลวยของบุตรชายอย่างรักใคร่เอ็นดูจากนั้นจึงลงมือกินมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อย....เสียงพูดคุยหัวเราะคิกคักของสองแม่ลูกที่อยู่ภายในบ้านหลังเล็กลอยมาตามลมเข้าสู่ประสาทััการได้ยินของบุคคลที่สามที่สี่และที่ห้าของอีกฟากฝั่งลำธาร