[41] ของขวัญ
{ปลดล็อกสายอาชีพที่ 2 เส้นทางนักธุรกิจ (0%)...อาชีพของท่านได้เริ่มต้นขึ้นหลังจากทำการติดต่อและได้ทำสัญญาด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร จงฟันฝ่าเพื่อเป็นอันดับหนึ่งในสายงานแวดวงธุรกิจ เส้นทางนักธุรกิจแยกย่อยเป็น กิจการของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด และอื่นๆ ทั้งหมดเริ่มต้นที่ (0%)...ข้อมูลเพิ่มเติม}“อะไรล่ะเนี่ย ...ไร้สาระจริง”เซ็ทที่วางสายจากไลล่าฟังโรอ่านข้อความที่เด้งออกมาเบื้องหน้าแล้วอ้าปากหาว ไม่ได้สนใจหรอกว่าจะผ่านเควสอะไรของไอ้ระบบไร้ประโยชน์นั่น เขาล้มตัวลงนอนพักผ่อน ทว่าในขณะที่กำลังจะหลับเสียงของโรก็ปลุกเขาให้ต้องตื่นอีกครั้ง “...มีอะไรโร?”{ขออภัย ทว่าตรวจพบการใช้งานกิ๊ฟอย่างโจ่งแจ้งในบริเวณใกล้เคียง เป็นความสามารถประเภทที่หนึ่งหรือไม่ก็ประเภทที่สาม ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือการบิน แต่ไม่สามารถระบุได้ลึกไปมากกว่านี้ อีกทั้งไม่สามารถระบุจุดประสงค์ของบุคคลดังกล่าวได้}“ใช้กิ๊ฟ...บิน ในช่วงเวลาขนาดนี้เนี่ยนะ?”{คุณจะลองออกไปตรวจสอบหรือไม่?}เซ็ทลุกขึ้นจากกเตียง หยิบเสื้อคลุมมาใส่คลุมเสื้อยืด จากนั้นก็หยิบกางเกงขายาวมาสวมทับบ็อกเซอร์ใส่นอน ปิดท้ายด้วยหมวกและแว่นตาที่ซื้อจากระบบที่ไม่ได้หยิบมาใส่บ่อยนัก รูปลักษณ์ภายนอกของเซ็ทก็พลันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน“ลองไปดูสักหน่อยก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”{กำลังดำเนินการตามหาตัวบุคคล เปรียบเทียบตัวเป้าหมายกับทะเบียนราษฎร ดำเนินการตามติดเป้าหมาย กำลังแสดงตำแหน่งเป้าหมาย}“มุกิ้ววว~”อเล็กซ์ไต่ขากางเกงเซ็ทขึ้นมาเกาะที่บ่า ไม่ว่าจะดึงมันออกยังไงมันก็เกาะแน่นเหนียบหนึบ เซ็ทเลยได้แต่ปล่อยให้มันเกาะไปด้วย เขาเดินออกไปที่ประตูระเบียง มองตำแหน่งที่โรแสดงบนหน้าจอกลางอากาศ และแล้วลมกลางคืนพัดโชยมาอย่างแรง ก่อนที่ใครจะได้ทันรู้สึกตัว แล้วชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสามสิบก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย...{{‘แว่นตาหลอกลวง’ ออฟชั่นพิเศษคือเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกของผู้สวมใส่แบบสุ่ม ใช้ในการปลอมตัวหรือหลอกสายตาของผู้อื่น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงถึงระดับโครงสร้างดีเอ็นเอ ไม่สามารถหลอกเทคโนโลยีบางประเภท หากแว่นตาหลุดจากใบหน้า หรือตัวแว่นมีการชำรุดเสียหาย จะไม่สามารถใช้งานได้}}เซ็ทในรูปลักษณ์แปลกตาเพราะผลจากแว่นตากำลังเดินไปตามทางที่มีแสงไฟสลัว ดวงตากวาดมองลอบตัวและไม่ลืมเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า ท่ามกลางหมู่ดาว เซ็ทเห็นเงาร่างที่ลอยผ่านไป แต่ลอยผ่านตัวเขาไปได้ไม่ไกลนักก็ร่วงลงมาตรงไหนสักแห่ง อย่างไรก็ตามเซ็ททำทีเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เขายังคงเดินไปตามทางด้วยทีท่าสบายๆ เหมือนกำลังเดินไปร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน{เซ็ท สิบเอ็ดนาฬิกา ตรอกด้านหน้าอีกสามบล็อก กำลังมีประเด็นหนักเลยล่ะ}เซ็ทฟังเสียงของโรแล้วเดินต่อไปไปนิ่งๆ ทว่าในช่วงเวลากลางคืนที่มืดสนิท หูของเซ็ทนั้นฟังเสียงเอะอะโวยวายที่เล็ดลอดออกมาเบาๆ อย่างตั้งใจ“จะทำอะไร-ปล่อยนะ!!”“ผู้มีกิ๊ฟแบบเธอยอมไปกับเราซะโดยดีเถอะ ถ้ายอมไปดีๆ อาจจะไม่เจ็บตัวนะ”“กิ๊ฟเกิ๊ฟอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย ปล่อยสิ!!”“เฮ้ย! เอาตัวไป! อย่าดิ้นสิเดี๋ยวฆ่าเลยนะเว้ย!!”“ฆ่าเหรอ!? ไม่นะ ปล่อยสิ!!”เสียงของผู้หญิงลอยแว่วมา เซ็ทเดินผ่านตรอกนั้นไปเหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไร หากแต่หูยังคงฟังเสียง และตาก็ยังคงมองจอภาพที่อยู่ด้านหน้า เด็กผู้หญิงวัยไล่เลี่ยกันกำลังถูกชายชุดดำสามคนเข้าควบคุมตัว เซ็ทเห็นทุกอย่างหากแต่ไม่เข้าไปช่วย...จากที่ฟังผ่านๆ คงเป็นพวกที่พึ่งเกิดการกลายพันธุ์หรือไม่ก็พึ่งใช้พลังเป็น เป็นไปได้ว่าคงลองพลังมากไปจนไปเจอตอเข้า{เพราะเป็นข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้เลยไม่ยากต่อการหาข้อมูล ผู้ชายสามคนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ สังกัดหน่วยควบคุมและพัฒนาผู้มีกิ๊ฟ หากเด็กผู้หญิงคนนั้นถูกจับตัวไป อย่างดีก็คงจะถูกควบคุมตัวไว้ ปรับทัศนคติแล้วปล่อยออกมา แต่อย่างแย่คืออาจถูกนำตัวไปทดลอง จะเข้าไปช่วยรึเปล่า?}“ไม่ล่ะ ต่อให้เข้าไปช่วยแต่อีกฝ่ายก็ถูกพวกเจ้าหน้าที่รัฐรู้หน้าตาแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ถูกหมายหัว ต่อให้ตอนนี้ช่วยได้แต่อนาคตก็ช่วยไม่ได้ตลอดอยู่ดี แถมยังอาจจะถูกลากเข้าไปเอี่ยวด้วยอีกต่างหาก ถึงจะน่าสงสารอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเธอทำตัวเองนั่นแหละ”เซ็ทเดินผ่านรถสีดำไม่คิดป้ายทะเบียน เขาปรายตามองเล็กน้อย ก่อนจะมุ่งหน้าไปเซเว่น ไม่ต้องสั่งอะไรโรก็เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการ{ทำการระบุเป้าหมายใหม่ หากมีการเคลื่อนไหวจะดำเนินการติดตามและแจ้งให้ทราบทันที}“...อย่างน้อยก็ออกมาแบบไม่เสียประโยชน์ซะทีเดียวล่ะมั้ง” เซ็ทเปิดประตูตู้เย็นหยิบน้ำอัดลมแล้วเดินไปจ่ายเงิน ก่อนจะเดินออกจากร้านค้าเด็กสาวถูกจับมัดแล้วลากขึ้นรถไปในยามค่ำ เธอบังเอิญมองมาทางเซ็ท หากแต่เซ็ทกลับทำเป็นมองไม่เห็นทำทีไม่สนใจสายตาขอความช่วยเหลือดังกล่าว หากเธอคนนั้นรอดออกมาโดยไม่ถูกทำอะไรรุนแรง เซ็ทมีหวังได้โดนสาปแช่งเป็นแน่ จริงๆ ตอนนี้ก็คงโดนไปไม่ใช่น้อยแล้วล่ะ...รถสีดำแล่นออกไปเงียบๆ พร้อมๆ กับเสียงของโรที่ดังขึ้น{กำลังทำการตามติดเป้าหมาย}“...จริงๆ ไม่ต้องออกมาเองก็ได้นะเนี่ย” เซ็ทแอบจิกกัดโรเสียงเรียบ อย่าคิดว่ารู้ไม่ทันโรเชียว ที่เสนอให้เซ็ทออกมาลองตรวจสอบ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ติดตามผลเองได้ ก็แค่อยากหาเรื่องให้เขาต้องออกมาตะลอนข้างนอกจนไม่ได้นอนล่ะสิ...แต่จากที่เห็นวันนี้ก็คงต้องระวังตัวเพิ่มอีกสักหน่อย ถ้าทางรัฐบาลไม่มีคนที่มีกิ๊ฟที่ใช้คนหาผู้มีกิ๊ฟก็หลบเลี่ยงไม่ยาก แต่ถ้ามีขึ้นมาก็......เอาเถอะ ถึงยังไงสักวันก็คงเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับพวกนั้นไม่ได้อยู่ดี...
{ตื่นสายอีกแล้วนะ คุณคนขี้เกียจ}“...หนวกหูน่ะ ไม่ได้ขี้เกียจสักหน่อย ใครมันแกล้งฉันเมื่อคืนล่ะ”ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเซ็ทก็จำเป็นต้องตื่นนอนแต่เช้า เขาหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาพาดคอเพื่อจะไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสอย่างทุกที แต่วันนี้แปลกกว่าทุกทีก็ตรงที่อลิซมานั่งจ้องอยู่ที่หน้าประตูห้องเซ็ท ซึ่งพอเซ็ทเปิดประตูออกมา เด็กน้อยก็กระโดดกอดเอวเขาอย่างดีใจ“พี่จ๋า! เหมือนไม่ได้เจอพี่ตั้งนานแน่ะ อลิซคิดถึงพี่ชาย” อลิซกอดเอวเซ็ทแน่น ปากก็พูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อย แล้วน้ำตาก็หยดลงมา เสียงของอลิซพลันเปลี่ยนเป็นสั่นเครือ “...หนูคิดว่าพี่จะหายไปอีกแล้ว”“โอ๋ๆ ไม่เอาไม่ร้องนะ พี่ไม่ได้หายไปไหนหรอกนะครับคนดี พี่แค่กลับบ้านมาไม่ตรงเวลาเจออลิซเฉยๆ เองนะ” เซ็ทรวบตัวอลิซขึ้นอุ้ม ลูบหลังของเธอเบาๆ จนอลิซเผลอส่งเสียงร้องสะอื้นเบาๆ เซ็ทมองซ้ายมองขวาดูแล้วอดัมกับแม่อรน่าจะยังไม่ตื่น “เดี๋ยวพี่จะลงไปออกกำลังกาย อลิซจะไปด้วยมั้ย ออกกำลังร่างกายจะได้แข็งแรง หรือไม่ก็ไปนั่งดูพี่ออกกำลังก็ได้”“ไปค่ะ!”เซ็ทไม่ได้แปลกใจกับคำตอบ เขาเดินเลยไปเขียนข้อความทิ้วไว้ตรงกระดานไวท์บอร์ดหน้าตู้เย็น ก่อนจะผลุบเข้าห้องไปหยิบผ้าขนหนูอีกผืน แล้วอุ้มอลิซไปที่ฟิตเนสชั้นล่าง ช่วงเวลาเช้าๆ ในฟิตเนสมีผู้ใช้บริการไม่มาก ดังนั้นการที่เซ็ทจะพาเด็กน่ารักเรียบร้อยมาด้วยสักคนจึงไม่เป็นปัญหา“เล่นอะไรเบาๆ ไปก่อนเนอะ เดินระวังๆ ด้วยนะ ต่อให้ไม่เร็วแต่ถ้าล้มอลิซจะเจ็บนะ”อลิซพยักหน้ารับหนักแน่น เซ็ทให้อลิซเดินบนลู่วิ่งที่ปรับความเร็วไว้ที่ระดับต่ำเธอก็เดินโดยไม่ปริปากบ่น ส่วนเซ็ทเองก็วิ่งอยู่ลู่ข้างๆ ด้วยความที่คนน้อยทั้งยังใช้ลู่ด้านใน เซ็ทกับอลิซจึงพูดคุยกันไปขณะออกกำลังกายได้โดยไม่รบกวนรอบข้าง“...พี่คะ...หนูเหนื่อยแล้วอ่ะ”อลิซทำหน้าหงอยลงที่ตัวเองเดินได้ไม่นานก็เหนื่อย เซ็ทจึงลงจากลู่ไปกดหยุดลู่วิ่งให้เธอ ร่างเล็กของเด็กสิบขวบมีเหงื่อออกประปราย อลิซมองดูเซ็ทที่แม้เหงื่อท่วมตัวเพราะวิ่งอย่างไวมาตลอดแต่ก็ยังคุยกับเธอได้เหมือนปกติ เธออดรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอไม่ได้ อลิซกำมือ กำลังจะอ้าปากขอเดินต่อเซ็ทก็ลูบหัวอลิซเบาๆ“ไม่ต้องรีบหรอก อลิซยังเด็ก นอกจากพึ่งเริ่มออกกำลังกาย อลิซยังเป็นผู้หญิงด้วย สู้พี่ไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอก ค่อยๆ ออกไปเบาๆ ไม่ต้องหักโหมหรอกนะ เดี๋ยวจะบาดเจ็บเอา”“...แต่ถ้าอลิซวิ่งตามพี่ไม่ทัน เดี๋ยวพี่จะหายไปอีก” อลิซก้มหน้าลง ใช้มือเล็กจับมือเซ็ทไว้แน่น เซ็ทยิ้มบางแล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าอลิซ ใช้มือที่อลิซจับไว้ชูนิ้วก้อยขึ้นมาแล้วเกี่ยวกับนิ้วก้อยเล็กๆ ของน้องสาวตัวน้อย“พี่จะไม่หายไปไหนหรอก อลิซเชื่อพี่สิ ต่อให้อลิซจะวิ่งไม่ไวเท่าพี่ หรือจะเดินตามพี่ไม่ทัน หรืออลิซจะหาพี่ไม่เจอ แต่ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะเดินกลับมาหาอลิซเองไม่ต้องห่วงนะ พี่สัญญา”“...สัญญาแล้วนะคะ” อลิซช้อนตามองว่าด้วยเสียงสั่นๆ“สัญญาแล้วไม่ผิดสัญญาหรอกครับ คนผิดสัญญาต้องกินเข็มพันเล่ม”“เข็มพันเล่มเลยเหรอ น่ากลัวอ่ะ ไม่ต้องสัญญาแล้ว” อลิซรีบส่ายหน้า จะดึงมือออกจากเซ็ท แต่ก็ถูกเซ็ทจับไว้แน่น“สัญญาได้สิ เพราะพี่จะไม่ผิดสัญญายังไงล่ะ”เซ็ทว่าด้วยเสียงอ่อนโยน เขย่ามือที่เกี่ยวก้อยกับนิ้วเล็กๆ ของอลิซช้าๆ หลังจากปล่อยให้อลิซงอแงไปได้สักครู่ บรรยากาศพี่น้องรักใคร่ชื่นมื่นก็กลับมาอีกครั้ง อลิซขอมาออกกำลังกับเซ็ททุกวันโดยไม่กลัวเหนื่อย ทั้งยังสัญญาว่าจะไม่หักโหม เซ็ทเลยได้แต่ให้โรเตรียมตารางออกกำลังกายเบาๆ ไว้ให้{ก็ดีแล้วนี่ อลิซจะได้แข็งแรง จะได้ดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่งด้วย ให้ดีคุณควรสอนศิลปะการต่อสู้ง่ายๆ ไว้ให้เธอป้องกันตัวนะ ถ้ามีใครมารังแกจะได้ปกป้องตัวเองได้}‘นั่นสินะ ถึงจะดูเร็วไปหน่อยแต่ฝึกไว้บ้างก็ไม่เสียหาย ถ้าอนาคตมีตัวผู้คนไหนมาเกาะแกะอลิซจะได้ไล่ทิ้งเองได้ด้วย’{พี่หวงน้อง}‘แล้วไง นี่น้องฉัน’เซ็ทคิดพลางยิ้มชั่วร้ายอยู่ในใจ หากแต่ภายนอกก็ยังฉีกยิ้มบางแสนนุ่มนวลให้อลิซ ในขณะที่เขาเปลี่ยนเครื่องออกกำลังเป็นเครื่องนั้นเครื่องนี้ อลิซก็เล่าเรื่องที่โรงเรียน เรื่องแม่อรกับอดัมไปเรื่อย ซึ่งเซ็ทก็รับฟังทุกเรื่องที่อลิซพูดด้วยความตั้งใจ“แล้วก็นะ เพื่อนๆ ที่ห้องอยากเจอพี่ชายมากๆ เลยล่ะ พวกเขาอิจฉาหนูกันใหญ่เลย แต่พอหนูบอกว่าพี่มาไม่ได้เขาก็ว่าหนูเป็นคนขี้โกหกล่ะ”“อ้าว มาว่าอลิซของพี่เป็นคนขี้โกหกได้ยังไงกัน ไม่ได้แล้ว พี่ต้องไปหาอลิซที่โรงเรียนบ้างแล้วสิ” ว่าน้องเขาก็เรื่องนึงแต่ถ้ามีใครมารังแกน้องเขานี่ก็อีกเรื่องนึง{เด็กทะเลาะกันคนเป็นพี่ไม่ควรเข้าไปยุ่งนะ}‘นี่น้องฉัน’{คือจะเข้าไปยุ่งให้ได้สินะ ...ซิสค่อน}“ไม่ต้องมาหรอกค่ะ อลิซรู้ว่าพี่ชายยุ่ง หนูไม่อยากให้พี่เหนื่อย ...ถึงจริงๆ ปะป๊าจะเป็นคนบอกก็เถอะ” อลิซปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ประโยคท้ายๆ เบาลงนิดหน่อย “ไม่เป็นไร ไปหาอลิซพี่ไม่เหนื่อยหรอก”อลิซส่ายหน้าแล้วตอบเสียงเบา “...อลิซหวงพี่ ถ้าพี่มาที่โรงเรียนจริงๆ เพื่อนๆ ต้องพากันรุมล้อมพี่แน่เลยอ่ะ”เซ็ทหัวเราะกับท่าทางของอลิซ เขาลุกจากเครื่องออกกำลังกายแล้วเดินไปยื่นมือให้อลิซ เด็กสาวคว้ามือข้างนั้นของเซ็ทไว้โดยไม่ต้องให้บอก“อลิซเป็นเด็กดีจังน้า”“อลิซเป็นเด็กดี พี่ต้องรักหนูมากๆ” เธอว่าพลางฉีกยิ้มเต็มแก้ม “ส่วนหนูรักพี่มากๆ เลยนะคะ~”“ไม่ต้องบอกพี่ก็รักน้องอยู่แล้วครับ”เนื่องจากเซ็ทเหงื่อท่วมตัวเลยไม่ได้อุ้มอลิซแบบตอนขามา แต่ภาพพี่น้องที่เดินจูงมือกันแล้วก็หัวเราะไปด้วยกันก็เป็นภาพที่สวยงามไม่หยอก แน่นอนว่าโรเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดไว้ในหน่วยความจำไว้ให้เซ็ทแล้ว...“กลับมากันแล้วเหรอ ข้าวเช้าเสร็จพอดีเลย”“ไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมากินข้าวกัน”อรพูดทักจากในครัว ส่วนอดัมบอกตอนกำลังจัดโต๊ะกินข้าว สองพี่น้องจึงพากันรับคำก่อนจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำ พออาบน้ำเสร็จ เซ็ทที่นั่งเป่าผมอยู่ในห้องก็ใช้ช่วงเวลานั้นลองเลื่อนดูในร้านค้าระบบ ก่อนจะเลือกซื้อของที่แพงบรรลัยที่ออฟชั่นสะดุดตาออกมาสามชิ้น‘สร้อยหินอธิษฐาน’ หินสีฟ้าคล้ายๆ กันกับที่พันตรีซาร์ฟเคยมอบให้เขาก่อนที่เขาจะตาย รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนอัญมณีที่เจียรไนอย่างดี แต่ออฟชั่นจริงๆ ของมันเป็นเครื่องรับส่งสัญญาณ เป็นของที่จะทำให้เขารับรู้สถานที่อยู่ของผู้สวมได้ไม่ต่างจากติดจีพีเอส และที่พิเศษสุดๆ ของมันคือ มันสามารถใช้ปกป้องผู้สวมใส่จากเหตุไม่คาดฝันได้หนึ่งครั้งก่อนที่จะแตกเป็นเสี่ยงๆ และตอนนั้นเซ็ทจะรับรู้ได้ว่ามีอันตรายเกิดขึ้นกับเจ้าของมันแต่ก็อย่างว่า...มันแพงบรรลัย ถึงขนาดที่คนใช้เงินเป็นน้ำอย่างเซ็ทยังไม่อยากซื้อมาใช้อีก ถ้าถามถึงราคา ...บ้านหลังหนึ่งยังถูกกว่า ถ้าอดัมรู้ว่าเซ็ทเสียเงินซื้อของแพงขนาดนี้คงเป็นลมล้มพับแน่“พี่ชาย กินข้าวกันค่า”“ไปแล้วครับๆ”เซ็ทที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้อง จากนั้นจึงเดินมานั่งลงที่โต๊ะกินข้าวที่นานๆ ทีครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน “ร่างกายเป็นไงบ้างครับแม่อร”“สบายดีจ้ะ ไม่มีปัญหาแข็งแรงดีเหมือนเดิม”ถึงจะบอกว่าแข็งแรงดี แต่อรต้องกินอาหารที่แยกประเภทต่างจากคนอื่นเพื่อสุขภาพ จะใช้แรงมากไม่ได้ ข้อจำกัดก็มีมากมายเต็มไปหมด เซ็ทรู้สึกสงสารเธอนิดหน่อย ก็ได้แต่รอให้ยาที่สั่งผลิตพร้อมใช้งานไวๆ เธอจะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติไม่ต้องระวังตัวไปซะทุกเรื่องแบบนี้อีก“เซ็ทนั่นแหละทำงานเป็นไงบ้าง อย่าหักโหมนะลูก”“รู้แล้ว ไม่หักโหมหรอกอดัม”อรนั่งฟังพ่อลูกคุยกันแล้วก็แอบยิ้มเศร้า เธอเคยถามอดัมแล้วว่าทำไมเซ็ทถึงเรียกอดัมแบบนั้น คำตอบที่ได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดมาก ทว่าก็ได้แต่ทำเป็นเหมือนไม่เป็นอะไร ช่วงที่เธออ่อนแอ ท้อแท้ ปวดร้าว ไม่กล้าเผชิญหน้า ช่วงที่เธออยู่ในความมืดมิดไร้ซึ่งแสง แม้จะต่างเรื่องราว แต่คนสำคัญของเธอก็เจ็บปวดเช่นกัน ...พวกเขาต่างก็เจ็บปวดเพราะตัวเธอเป็นต้นเหตุ...เธอไม่สามารถกลับไปแก้ไขความผิดเหล่านั้นได้ เธอได้แต่สัญญาว่าจะไม่ทำให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาอีก เธอจะไม่อ่อนแออีกต่อไป...“อดัม แม่อร อลิซ ของขวัญครับ ผมว่าจะให้นานแล้วแต่ดันยุ่งจนเผลอลืมไปเลย”{ตอแหล พึ่งซื้อเมื่อกี้แท้ๆ}‘หนวกหู นายจะกวนบ่อยไปละโร’เซ็ทวางกล่องที่หามาใส่สร้อยหินที่ซื้อจากร้านค้าระบบมาวางไว้บนโต๊ะ เมื่อเปิดฝาอดัมก็ตั้งท่าจะบ่น แต่เซ็ทนั้นยกมือแล้วพูดขัดเสียงเรียบ“ผมซื้อจากร้านค้าข้างทางที่เกาหลี มันเป็นหินขัดธรรมดาๆ ราคาไม่แพงหรอก พึ่งมาสังเกตทีหลังว่าเหมือนสีตาอดัมเลยแหะ”“...เป็นหินจริงๆ ด้วย สีแปลกดี สวยมาก”อดัมรับสร้อยไปถือ เขาเพ่งมองหินสีฟ้าใสเปล่งประกายระยิบระยับราวกับน้ำทะเลตอนที่แสงส่องผ่าน จากนั้นก็ส่งให้อรกับอลิซคนละเส้น สำหรับผู้หญิงที่ชอบของสวยๆ งามๆ จึงเผลอมองกันตาค้าง“...สวยมากเลยเซ็ท เส้นเท่าไหร่เหรอลูก?”“ไม่กี่ร้อยหรอกครับแม่อร เห็นเขาบอกว่ามันจะช่วยปกป้องผู้สวมให้ปลอดภัย จริงมั้ยไม่รู้แต่ก็ถือว่าเป็นเครื่องรางจากผมก็แล้วกันนะ”“แม่จะใส่ติดตัวไว้ไม่ถอดเลยจ้ะ” อรยิ้มอ่อนโยน น้ำตารื้น มือบางกำของขวัญที่ได้รับจากลูกชายอย่างยินดี หากเป็นเซ็ทให้ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรมันก็มีค่าสำหรับเธอทั้งนั้น“ทำไมมีแค่สามเส้นล่ะคะพี่ชาย แล้วของพี่ล่ะ พี่ไม่ใส่ด้วยเหรอ จะได้เหมือนกันทั้งครอบครัวนะ หนูอยากใส่เหมือนพี่นะ” เซ็ทยิ้มหลอกแม่อรได้ไม่นานก็ต้องหันมาเผชิญหน้าสายตาคาดหวังของอลิซ เธอทำตาเป็นประกายราวกับว่ารอที่จะดูสร้อยในส่วนที่เป็นของเซ็ท จนเซ็ทได้แต่ยิ้มบางๆ ตอบกลับ“ของพี่อยู่ในห้อง ถ้าอลิซอยากให้พี่ใส่ด้วยเดี๋ยวพี่ไปหยิบมาใส่นะ”เซ็ทได้แต่ลุกจากโต๊ะอาหารเดินเข้าไปในห้อง จิ้มร้านค้าระบบซื้อเพิ่มอีกเส้นมาใส่เอง ถึงปกติจะไม่ใช่คนงก แต่เห็นเงินที่ลดลงฮวบฮาบแล้วก็แอบปวดใจเบาๆ ถ้าอดัมไปเช็คยอดเงินในธนาคารได้รู้ทันทีแน่ว่าเซ็ทผลาญเงินเป็นน้ำ ใช้เงินเก่งยิ่งกว่าเททิ้ง{บอกว่าซื้อมาแค่สามเส้นก็จบแล้วแท้ๆ}‘อลิซทำตาแบบนั้นใส่แล้วจะตอบแบบนั้นลงมั้ยล่ะ’เซ็ทกลับมาพร้อมสร้อยคออีกเส้นบนคอเขา อลิซยิ้มกว้าง วิ่งมายื่นสร้อยให้เซ็ท แล้วออกปากขอให้เซ็ทช่วยใส่ให้บ้าง ซึ่งเซ็ทก็ย่อตัวไปใส่ให้โดยไม่ปฏิเสธ“ถ้าทางโรงเรียนไม่ให้ใส่อลิซต้องเก็บไว้กับตัวดีๆ ห้ามทำหายเด็ดขาดรู้มั้ย?”“อื้อ จะไม่ทำหายแน่ๆ”อลิซยิ้มหวาน ทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างมีรอยยิ้ม วันนี้ครอบครัวได้สัญลักษณ์เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างคือสร้อยคอหินสีฟ้าจากลูกชายคนโตของบ้าน แน่นอนว่าทุกคนในครอบครัวจะรักษามันไว้อย่างดีอเล็กซ์ที่แอบอยู่ในกระเป๋าเสื้อเซ็ทส่งเสียงร้องเบาๆ ด้วยความไม่พอใจ เห็นทุกคนมีของเหมือนๆ กันมันเองก็อยากได้บ้างนะ“...มุกิ้ว”
แล้วเจ๊เจสซี่ก็มารับเซ็ทเข้าบริษัทหลังมื้อเช้า พนักงานและเด็กฝึกหลายคนพร้อมใจกันมองเซ็ทจนตาแทบถลนออกจากเบ้า ความรังเกียจข้อหาเด็กเส้นน้อยลงทุกทีที่เซ็ททำอะไรสำเร็จสักอย่าง เซ็ทกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสามารถและเป็นเหมือนตัวอย่างของเหล่าเด็กฝึกที่ยังไม่ได้เดบิวต์พวกเขาต่างวาดหวังว่าจะทำให้ได้อย่างเซ็ท ต่อให้ไม่มีพรสวรรค์เทียบเท่าแต่ก็จะใช้ความพยายามเพื่อที่ว่าสักวันจะได้ขึ้นสู่จุดหมายเดียวกัน พวกเขาทุกคนล้วนเชื่อว่าหากตัวเองดีพอ ค่ายจะช่วยผลักดันให้ความฝันของพวกเขาเป็นความจริง“ครูโต๋ อยู่นี่เองเหรอครับ ครูฝนให้มาตามน่ะครับ”“ไงเซ็ท มาพอดี มานี่หน่อยสิ” โต๋กวักมือเรียกเซ็ทให้เดินเข้าไปในห้องฝึกที่เด็กฝึกหลายคนเต้นกันอยู่หน้ากระจก ไม่ต้องรอให้ถามว่าจะให้ทำอะไรโต๋ก็พูดขึ้น เป็นคำถามสั้นๆ ที่คนถามกับคนตอบเข้าใจกันอยู่แค่สองคน “นายคิดว่าไง?”“ก็ดีนะครับ ใช้ได้หลายคนเลย”โต๋พยักหน้ารับคำตอบ เขาเดินไปกดปิดเพลงแล้วตบมือเรียกความสนใจ กวาดตามองทุกคนในห้องตอนถามคำถาม “ทุกคนฟังทางนี้ ก่อนอื่นขอถามก่อนว่า เคยฟังซิงเกิ้ลเดบิวต์ของเซ็ทกันใช่มั้ย ครูจะให้พวกนายทุกคนเต้นเพลงนั้น โดยที่เซ็ทจะมาร่วมเต้นด้วย แสดงความสามารถที่มีกันให้เต็มที่ล่ะ”ว่าจบโต๋ก็เลือกเพลงแล้วกดเริ่ม แม้ว่าเพลงจะเริ่มแล้วแต่เด็กฝึกหลายคนก็ยังคงยืนงง เซ็ทไปยืนอยู่ด้านหน้าสุดแทบติดกับกระจกแล้วเริ่มเต้น บางคนยังคงสับสนแต่ก็มาเต้นตาม ไม่นานเด็กฝึกทั้งห้องก็ร่วมเต้นด้วยกัน บางส่วนเต้นในพาร์ทของเซ็ทและบางส่วนเต้นในพาร์ทแบ็กอัพเมื่อคนจำนวนมากเต้นในพาร์ทที่แตกต่างกัน ห้องที่กว้างขวางก็ดูจะคับแคบไปถนัดตา เด็กฝึกบางคนชนกันเองจนล้ม บางคนขัดกันไปมาจนเต้นต่อได้ไม่สมูท แต่ที่แน่ๆ ทุกคนพยายามกันเต็มที่เพื่อให้เข้าตาโต๋และเจ้าของเพลงที่ยืนเต้นนำอยู่ด้านหน้าเมื่อเพลงจบลง บางคนก็ล้มตัวลงบนพื้นด้วยความเหน็ดเหนื่อย บางคนก็เผลอถอนหายใจ ห้องฝึกที่กว้างขวางมีเด็กฝึกยืนกระจายอยู่ทั่วทุกมุมห้อง แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันมองไปทางคนสั่ง“มองอะไรกัน ก็แค่ให้ลองดู” โต๋ยักไหล่หัวเราะ แต่ไม่ทนจะได้แกล้งเด็กนาน เซ็ทก็ขัดขึ้นเสียก่อน หลายคนอาจมองว่าเซ็ทเห็นใจเด็กฝึกด้วยกัน แต่จริงๆ แล้วเซ็ทแค่ไม่อยากเสียเวลา“ก็บอกไปตรงๆ สิครับว่ามาหาแบ็กอัพให้ G-S ที่จำเป็นต้องหามาเสริมเพราะมีคนบาดเจ็บ มัวแต่อมพะนำแบบนี้ทุกคนก็สับสนแย่”“ก็ตามนั้น แต่จริงๆ เซ็ทพูดไม่จบก็ตรงที่ ครูมาหาคนเต้นแบ็กอัพให้ G-S แต่ก็มาหาคนที่จะเต้นแบ็กอัพให้ซิงเกิ้ลต่อไปของเซ็ทด้วย ได้ประสบการณ์ได้เงิน และถ้าทำได้ดีอาจเข้าตากรรมการ”คำพูดของโต๋ทำเอาเหล่าเด็กฝึกไฟลุก พวกเขามองกันเองว่าใครจะได้ ในขณะเดียวกันก็พร้อมใจกันจ้องไปทางครูโต๋ กระนั้นคำตอบที่อยากได้รับก็ถูกปัดตก“ไว้จะกลับมาประกาศผู้โชคดีในภายหลัง ส่วนใครที่ไม่อยากทำก็แจ้งชื่อไว้ก่อนได้เลยนะจะได้ไม่เอามาพิจารณา”บางคนเสียใจบางคนก็ดูจะโล่งอก เหล่าเด็กฝึกไม่รู้หรอกว่าทุกท่าทางทุกการกระทำของพวกเขา ต่างก็เป็นตัวตัดสินว่าเขาจะได้งานนี้หรือไม่ ไม่ใช่แค่ว่ามีความสามารถอย่างเดียวแล้วจะผ่านฉลุยสักหน่อย“งั้น...ไปหาฝนกันเถอะเซ็ท”
‘อดีตแก้ไขไม่ได้ ดังนั้นอย่ามัวแต่ยึดติดกับอดีตจนทำให้อนาคตต้องมืดมน เก็บอดีตไว้เป็นบทเรียนก็พอ’
-----------------อย่าว่าเซ็ทเป็นคนใจร้าย อย่าว่าเซ็ทเป็นซิสค่อน เซ็ทก็แค่เป็นเซ็ทเอ๊งงงงชื่อตอนว่าของขวัญแต่ตอนนี้ไม่ใช่ของขวัญละเด้อค่า ขออภัยด้วย กลับมาเก็บเหรียญตามเดิมแล้ว ตอนอาจจะดูสั้นๆ ยาวๆ ตามจำนวนตัวอักษรในแต่ละตอนและช่วงเนื้อหา แมวต้องขออภัยล่วงหน้า แต่ก็ยืนยันคำเดิมว่าอยู่ที่เจ็ดหน้าตลอดนะ //ร้องไห้ขอบคุณทุกการสนับสนุน ทุกการเปย์ ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ทุกรีวิว ขอบคุณนักอ่านทั้งหน้าเก่าและใหม่ทุกๆ คน ขอบคุณอีกครั้งค่ะ