ณ ห้องประกายอัสนี พระราชวังอัสนีดารา
“เทพพิธีการขอเข้าพบ” เสียงทหารยามะโ
“เชิญ” เทพอัสนีย์กล่าว
“คารวะท่านมหาาาแห่งประจิม ข้าชื่อ “ภาวิตา” อายุ 20 ปี เป็เทพพิธีการที่ท่านมหาเทพจอมราชัน ส่งมาดูแลเื่พิธีการต่างๆในพระราชวังแห่งนี้ นับแต่นี้ต่อไปข้าเป็บ่าวของท่าน ขึ้นตรงต่อท่าน ท่านชี้เป็ชี้ตายข้าได้เลย ให้ข้าอยู่ข้าก็จะอยู่ให้ข้าตายข้าก็ตาย รับใช้ท่านเพียงผู้เดียว” เทพพิธีการกล่าว
“เรียกข้าว่าเทพอัสนีย์เถอะนะ ไม่ต้องมากพิธี ต่อไปนี้ข้าจะเรียกเ้าว่าเทพพิธีการละกันนะ” เทพอัสนีย์กล่าว
“รับทราบ ท่านเทพอัสนีย์” เทพพิธีการกล่าว
“เ้าจะภักดีต่อข้า ข้าชี้เป็ชี้ตายเ้าได้จริงๆหรือ” เทพอัสนีย์ถาม
“ถูกต้อง จะเป็หรือตายขึ้นกับท่านผู้เดียว” เทพพิธีการกล่าว
“มีใครบอกไหมว่าเ้าน่ารักไม่แพ้สาวงามในพิภพนี้เลย” เทพอัสนีย์ถาม
“ไม่มีใครบอก แต่ข้าย่อมรู้ตัวข้าเองอยู่แล้ว” เทพพิธีการตอบ
“เอางี้ ข้าจะเปลื้องผ้าเ้าแล้วจูบเ้า ดูซิว่ายังจะจงรักภักดีอยู่ไหม” เทพอัสนีย์กล่าว
“เชิญเลยท่านเทพ ถ้าท่านทำแบบนั้นแล้วสบายใจ” เทพพิธีการตอบ
“แล้วเ้าจะโกรธไหมล่ะ” เทพอัสนีย์ถาม
“ข้าไม่มีสิทธิ์โกรธเ้าชีวิตอยู่แล้ว ข้าจะเปลื้องผ้าเดี๋ยวนี้ละนะ หรือท่านจะทำเอง” เทพพิธีการตอบพลางถอดชุดออก
เทพอัสนีย์ตะลึงพูดไม่ออก “เรียบร้อยแล้ว ถ้าท่านยังไม่จูบข้างั้นข้าจูบท่านเองละนะ” เทพพิธีการกล่าว
เทพอัสนีย์โดนสาวปลุกปล้ำแบบนี้ก็ใสะดุ้งจนร่วงตกลงมาจากบัลลังก์อัสนี
“พอแล้วๆ ใส่เสื้อผ้าซะ ข้าไม่ทดสอบเ้าแล้ว” เทพอัสนีย์กล่าวอย่างใ
“ผู้หญิงอะไร โครตน่ารัก แถมจูบเก่งอีกต่างหาก” เทพอัสนีย์นึกในใจ
“ท่านไม่ต้องชมข้าขนาดนั้นก็ได้” เทพพิธีการกล่าว
“หาาา…นี่เ้าได้ยินที่ข้านึกในใจด้วยหรือ” เทพอัสนีย์กล่าวด้วยความใ
“นี่คือคุณสมบัติหนึ่งของเทพพิธีการ ดังนั้นท่านพูดกับข้าในใจได้เลยไม่ต้องเปล่งเสียงออกมา” เทพพิธีการกล่าว
“ขอข้าหายใจสักแป๊บ นี่ท่านพ่อส่งอะไรมาแกล้งข้าอีกแล้ว” เทพอัสนีย์กล่าว
“ท่านมหาเทพสั่งให้ข้ามาเตรียมความพร้อมพระสนม และก็ยังบอกอีกว่าถ้าท่านพอใจข้าก็ให้ข้าถวายตัวได้เลย แต่ท่านต้องตั้งข้าเป็พระสนมคุมกฏ เป็ผู้มีอำนาจควบคุมพระสนมทุกคน” เทพพิธีการกล่าว
“แล้วถ้าข้ารับเ้าเป็พระสนมข้าต้องทำยังไง” เทพอัสนีย์กล่าว
“ตามกฏของพิภพเทพ ท่านต้องนอนกับข้าก่อนสนมทุกคน ข้าไม่ใช่สนมเอก แต่ข้าจะต้องเป็สนมคนแรกที่พระาานอนด้วย ข้าถึงจะเข้าสู่ตำแหน่งพระสนมคุมกฏ มีอำนาจรองจากพระชายาเพียงเท่านั้น ต่อจากนั้นข้าก็จะควบคุมดูแลสนมทุกคนให้เป็ไปตามกฎมณเฑียรบาล” เทพพิธีการกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว ที่แท้ท่านพ่อไม่ได้ส่งเ้ามาเป็ข้ารับใช้ แต่ส่งมาเป็เมียข้าสินะ” เทพอัสนีย์กล่าว
“ถูกต้อง ท่านช่างมากด้วยปัญญาสมดังคำร่ำลือจริงๆ” เทพพิธีการกล่าว
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ เรามาคุยกันอย่างเปิดอกเลยได้ไหม ไหนเ้าเป็ลูกเต้าใคร สถานะที่แท้จริงเ้าเป็อย่างไร” เทพอัสนีย์กล่าว
“ข้าชื่อ "ภาวิตา" เป็ลูกของภมรทักษิณ 1 ใน 4 คนโปรดแห่งพิภพเทพ” เทพพิธีการกล่าว
“เ้าก็เป็องค์หญิงน่ะสิ แล้วเหตุใดถึงมารับทำงานแบบนี้” เทพอัสนีย์ถาม
“ข้ากับบริวารอีก 6 คน เข้าไปขโมยมุกิญญาในพิภพเทพเพื่อมาแทนมุกิญญาเดิมที่กำลังจะสลายไป ถ้าพิภพภูติไม่มีมุกิญญา ภูติทุกคนจะไม่สามารถบรรลุเป็เทพได้อีก แต่ข้าทำไม่สำเร็จถูกจับตัวได้ ต้องโทษปะา ท่านพ่อจึงไปขอชีวิตข้ากับท่านมหาเทพจอมราชัน ท่านจึงมีเงื่อนไขให้ข้ามาเป็สนมคุมกฏให้ท่าน ถ้าทำสำเร็จภายใน 1 เดือน ข้าและบริวารจะรอดตาย และท่านมหาเทพจะยกมุกิญญาให้ด้วย” เทพพิธีการกล่าว
“ที่เ้ากล่าวว่า เ้าย่อมรู้ตัวเ้าเองอยู่แล้วว่างาม ข้าเดาว่าเ้าต้องมีตำแหน่งความงามในพิภพภูติเป็แน่” เทพอัสนีย์กล่าว
“ถูกต้อง ในพิภพภูติข้างามเป็อันดับ 1 แม้แต่พระชายา ถ้าแข่งกันข้าว่าข้าชนะแน่นอน” เทพพิธีการกล่าวอย่างมั่นใจ
“การที่เ้ารู้วาระจิตข้า สามารถฟังเสียงในใจผู้อื่นได้ ก็เพราะเ้าเป็เผ่าภูติสินะ” เทพอัสนีย์กล่าว
“ทรงพระปรีชายิงนัก” เทพพิธีการกล่าว
“เ้าอยู่ในระดับไหน เดาว่าเหนือกว่าข้าใช่ไหม” เทพอัสนีย์กล่าว
“ถูกต้อง ข้าเป็จอมเทพระดับ 6 แล้ว ข้าปกป้องท่านได้นะ” เทพพิธีการกล่าว
“ฆ่าข้าได้เช่นกัน” เทพอัสนีย์กล่าว
“ข้าฆ่าท่านไม่ได้ เพราะข้าเสียผีให้กับท่าน ตามกฏของเผ่าภูติท่านย่อมเป็สามีผู้เป็เ้าชีวิตข้าแล้ว” เทพพิธีการกล่าว
“เสียผียังไง” เทพอัสนีย์ถามอย่างงงๆ
“ก็เมื่อกี๊ที่ข้าเปลือยกายจูบกับท่านไง” เทพพิธีการกล่าว
“ท่านพ่อข้าสั่งมาให้ทำแบบนี้หรือ” เทพอัสนีย์ถาม
“ใช่ท่านมหาเทพจอมราชันสั่งให้รีบเสียผีให้ท่าน ข้าก็เลยจัดั้แ่แรกเจอเลย ข้าใจร้อน” เทพพิธีการกล่าว
“เ้าชอบข้าไหม” เทพอัสนีย์ถาม
“ไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้เกลียด ท่านก็ดูหล่อดี มีน้ำใจ คิดว่าต่อไปคงชอบท่านได้ไม่ยาก” เทพพิธีการกล่าว
“งั้นข้าจะเรียกท่านใหม่ว่าองค์หญิงภูติแล้วกันนะ คืนนี้ข้าจะทำให้ท่านรักข้าเอง เดี๋ยวข้าจะพาท่านไปที่ห้องของท่านชื่อว่าห้องเคียงนิทรา” เทพอัสนีย์กล่าว
“ท่านไม่บอกพระชายาก่อนหรือ” องค์หญิงภูติกล่าว
“บอกสิ” กล่าวจบเทพอัสนีย์ก็ใช้ปราณสร้างจดหมายขึ้นมาใจความว่า “คืนนี้พี่ไม่กลับนะปฏิบัติหน้าที่ให้เสด็จพ่อ วันหน้าจะอธิบายรายละเอียดให้ฟังนะ” แล้วก็ใช้พลังปราณขับเคลื่อนจดหมายไปส่งยังเทพเหมันต์
ณ ห้องเหมันต์อัสนี
เทพเหมันต์นั่งรอการกลับมาของเทพอัสนีย์พลันก็มีจดหมายลอยมาในอากาศ นางจึงรับไว้เปิดขึ้นอ่านก็พอจะเดาได้ว่ามันไม่ปกติ น่าจะแอบพาผู้หญิงเข้ามาเป็แน่ จึงใช้ปราณสำรวจผลึกเหมันต์ที่นางแอบไปใส่ไว้บนเพดานของทุกๆห้อง เพื่อบันทึกเหตุการต่างๆ สุดท้ายก็พบความผิดปกติที่ห้องประกายอัสนี นางจึงรีบวาร์ปเข้าไปในห้องนั้นทันที
ณ ห้องประกายอัสนี ในทันใดนั้นเทพเหมันต์ก็ปรากฏกายขึ้นภายในห้องประกายอัสนี ดึงภาพจากผลึกเหมันต์ขึ้นมานางก็ได้พบความจริงั้แ่ต้นจนจบโดยละเอียด นางโกรธจนหน้าแดงรำพึงออกมาว่า “หนอย….คืนนี้ข้าจะทำให้ท่านรักข้าเองงั้นหรือ” ว่าแล้วก็วาร์ปหายไป
ณ ห้องเคียงนิทรา ปรากฏร่างเปลือยเปล่าของคนสองคน ฝ่ายหญิงนอนกอดฝ่ายชายอยู่ด้านข้าง มีผ้าห่มปกปิดเพียงผืนเดียวเท่านั้น
“เ้ารักพี่ขึ้นมาหรือยังล่ะ” เทพอัสนีย์ถาม
“ท่านพี่อย่าแกล้งถามน้องแบบนี้สิน้องอายนะ” องค์หญิงภูติตอบ
“พี่แค่อยากได้ยินจากปากเ้าเท่านั้น” เทพอัสนีย์กล่าว
“รักสิข้ารักท่านพี่ที่สุดในโลกเลย” องค์หญิงภูติตอบ
“รักมากเลยใช่ไหม” มีเสียงผู้หญิงอีกคนดังขึ้นทั้งคู่สะดุ้ง ต่างคนต่างหันไปทางเสียงนั้น และภาพที่พบก็คือ ร่างของพระชายา
“ใส่เสื้อผ้าซะแล้วมาคุยกัน” เทพเหมันต์กล่าว
ทั้งสองคนรีบใส่เสื้อผ้าแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะน้ำชากลางห้อง
“ข้ามาไม่ทันใช่ไหม พวกท่านมีอะไรกันแล้วใช่ไหม” เทพเหมันต์ถาม
ทั้งสองทำสีหน้าสลดแล้วพยักหน้า
“พี่โก้ น้องไม่ชอบให้พี่โกหกนะ รีบมากหรือไงถึงเขียนอธิบายไม่ได้” เทพเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงดุ
“ข้าผิดเอง ขอพระชายาโปรดลงโทษ” องค์หญิงภูติกล่าวพลางนั่งคุกเข่าลงกับพื้นแล้วกอดขาเทพเหมันต์ไว้
“ข้าไม่โกรธเ้า ข้าโกรธพี่โก้” เทพเหมันต์กล่าว
“แต่ข้าอธิบายได้นะ” องค์หญิงภูติกล่าว
“ไม่ต้องข้ารู้ละเอียดแล้ว ก็เพราะมัวแต่ดูเื่พวกเ้าในผลึกเหมันต์ ข้าถึงมาไม่ทันสามีขาหื่นของข้าไง” เทพเหมันต์กล่าว
“พระชายาข้าก็ถือว่าเป็บ่าวเป็ทาสของท่าน ได้โปรดลงโทษข้าเถอะนะ เพื่อความสบายใจของท่าน” องค์หญิงภูติกล่าว
“ข้าไม่กล้าตีองค์หญิงภูติ จอมเทพระดับ 6 หลอกนะ” เทพเหมันต์กล่าว
“นายหญิงท่านไม่กล้าไม่เป็ไร ในเมื่อท่านอยากให้ข้าตาย ข้าก็จะตาย” พูดจบนางก็ซัดฝ่ามือเข้าใส่หน้าอกตัวเองกระอักเืออกมา เทพเหมันต์รีบเข้าไปตรวจชีพจร แล้วสกัดจุดมิให้พลังฝ่ามือทำร้ายแก่นิญญาได้ จากนั้นก็ส่งปราณน้ำแข็งอัสนีเข้าไปขับพลังฝ่ามือออกมากลายเป็ไอขาวไปทั้งห้อง
“ข้ายอมเ้าแล้ว ต่อไปนี้เ้าคือภรรยาคนนึงของพี่โก้ เ้าไม่ต้องทำร้ายตัวเองอีกแล้ว” เทพเหมันต์กล่าว
“ขอบคุณนายหญิง” องค์หญิงภูติกล่าว
“เ้าเรียกข้าพระชายาเช่นเดิมก็แล้วกัน ข้าจะกลับไปห้องเหมันต์อัสนีละนะ พี่โก้ดูแลนางให้ดีๆ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน” เทพเหมันต์กล่าวพลางวาร์ปหายไป
“พระชายาช่างใจดีกับข้าเสียจริง ต่อไปนี้ข้าจะทำเพื่อนางอย่างดีที่สุด พรุ่งนี้ข้าขอไปเยี่ยมคารวะนางตามกฏด้วยนะท่านพี่” องค์หญิงภูติกล่าว
“ได้ เ้านอนเถอะ” เทพอัสนีย์กล่าว
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องเหมันต์อัสนี
“เทพอัสนีย์เสด็จ” เสียงทหารยามะโ
เทพเหมันต์นั่งชันเข่าลงกับพื้น เทพอัสนีย์เดินมาหยุดตรงหน้า แล้วประคองนางขึ้นมา “ขอบพระทัยฝ่าา” เทพเหมันต์กล่าว
“น้องนี เ้าทำเหมือนเดิมได้ไหม ไม่ต้องมากพิธี” เทพอัสนีย์กล่าว
“จะให้เหมือนเดิม แต่พี่โก้ล่ะเหมือนเดิมหรือเปล่า” นางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนคนจะร้องไห้
“เ้านั่งที่โต๊ะก่อนนะ ต่อไปนี้ฝ่ายในเ้าเป็ใหญ่ เ้ามีหน้าที่ปกครองดูแลทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็สนมหรือบริวาร พี่ให้อำนาจเด็ดขาดที่เ้าผู้เดียวโดยพี่จะไม่ก้าวก่ายเด็ดขาด ตอนนี้มีคนจะมาคารวะเ้า เ้าพร้อมไหม” เทพอัสนีย์ถาม
เทพเหมันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพยักหน้า
“เชิญองค์หญิงภูติเข้ามา” เทพอัสนีย์กล่าวกับทหารยาม
“เชิญองค์หญิงภูติเข้าเฝ้า” ทหารยามะโ
องค์หญิงภูติเดินมาหยุดยืนด้านหน้าพระชายาแล้วนั่งชันเข่าพร้อมกล่าวว่า “คารวะพระชายาและองค์เทพอัสนีย์”
“ลุกขึ้นเถิด มานั่งใกล้ๆข้าซิ ขอข้าดูให้ชัดหน่อย มิน่าสามีข้าจึงหลงไหลเ้าขนาดนี้ เ้านี่ช่างงามยิ่งนัก ถ้าเ้ามาลงประกวดสาวงามเกรงว่าเ้าต้องได้ที่ 1 อย่างแน่นอน” เทพเหมันต์กล่าว
“พระชายาชมข้าเกินไปแล้ว ข้ามันก้แค่มดปลวก เป็บ่าวเป็ทาส ใยจะเสนอหน้ามาทัดเทียมเ้านายได้เล่า” องค์หญิงภูติกล่าว
“ต่อไปข้าไม่อนุญาตให้เ้ากล่าวว่าเป็บ่าวเป็ทาสข้าอีก ต่อไปนี้เ้าเป็เสมือนน้องสาวข้าอีกคนนึง เข้าใจไหม”เทพเหมันต์กล่าว
“ขอบพระทัยพระชายา” องค์หญิงภูติกล่าวทั้งน้ำตา พลันนางหยิบกาน้ำชาขึ้นมารินใส่แก้วส่งให้เทพเหมันต์พลางกล่าวว่า “คารวะพี่สาว น้องคนนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย”
เทพเหมันต์รับแก้วชามาดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วพูดว่า “ต่อไปนี้เราจะรักและดูแลกันเสมือนดังพี่น้อง ไม่ทรยศกัน หากใครคิดคดทรยศอีกฝ่าย ขอฟ้าดินลงทัณฑ์ผู้ทรยศนั้นอย่าได้ตายดี” กล่าวจบนางก็ดึงองค์หญิงภูติไปกอด ต่างคนต่างร่ำไห้
1 ชั่วยามผ่านไป
“ท่านพี่น้องต้องเข้าพิธีแต่งตั้งสนมคุมกฏ ต้องเรียกทุกคนเข้าประชุม ท่านพี่ว่าควรจะทำพิธีเมื่อไหร่ดี” องค์หญิงภูติกล่าวกับเทพเหมันต์
“พรุ่งนี้ 9.00 น. น่าจะดีนะ เดี๋ยวพี่จะทำเทียบเชิญสาวงามที่ปรึกษาทั้ง 5 คน เป็การภายใน พี่ว่าสุดท้ายต่อไปอาจจะเป็พระสนมหมดไม่เหลือสักคนก็ได้นะ สามีพวกเราเป็พวกขาหื่นนี่นะ” เทพเหมันต์กล่าวจบทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาด้วยความขบขัน
“ที่ท่านพี่กล่าวก็มีเหตุผล แต่พระสนมต้องมีให้ครบ 4 คน ตอนนี้ขาด 1 คน” องค์หญิงภูติกล่าวกับเทพเหมันต์
“เพราะเหตุใด” เทพอัสนีย์ถาม
“ท่านมหาเทพจอมราชันได้สั่งให้ข้าจัดการ แนะนำให้ท่านนำพระสนมทั้งสี่เข้าประจำตำหนักธาตุทั้งสี่ และแต่งตั้งเป็ “เ้าตำหนัก” เพื่อฝึกให้เป็เทพแท้ จะได้ช่วยท่านรบกับมารให้เร็วที่สุด” องค์หญิงภูติกล่าวกับเทพอัสนีย์
“ใครจะฝึกให้หรือ” เทพอัสนีย์ถาม
“ท่านปราชญ์ิญญา จะฝึกให้เฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งเ้าตำหนักเท่านั้น เพื่อบรรลุเป็เทพในธาตุที่ประจำตำหนักนั้น เช่นเ้าตำหนักดินเมื่อบรรลุแล้วจะได้เป็เทพปฐีอัสนี หรือเ้าตำหนักลมเมื่อบรรลุแล้วจะได้เป็เทพวายุอัสนี แต่ผู้ที่จะเป็เ้าตำหนักได้มีเพียงพระสนมของเทพอัสนีย์เท่านั้น เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้วท่านจะต้องไปฝึกกับท่านปราชญ์อุดรอันดับหนึ่งของคนโปรดแห่งพิภพเทพ เพื่อก้าวเข้าสู่ระดับมหาเทพต่อไป” องค์หญิงภูติกล่าวกับเทพอัสนีย์