บทที่ 34
ความโกรธของชายอ้วน
ถ้อยคำที่คอยกลั่นแกล้งพวกนั้นถูกเอ่ยออกมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เย่เหลียงจะหันหน้ามาอีกครั้ง ดวงตาของเขานั้นดูอาฆาตมาดร้ายแบบสุดๆ เขาจ้องมองอู๋ตี้ด้วยรอยยิ้มที่ดูโหดร้ายมากๆ
“เอ้อฮั่ว เล่าเฉียง ไปเอาตัวมันมา! แล้วก็ทำให้ไอ้อ้วนขี้แพ้นี่ยอมจำนนต่อหน้าฉัน! ให้มันคลานเข่าและอ้อนวอนขอความเมตตาจากฉัน ไม่งั้นก็กระทืบมันไปไม่ต้องหยุด!”
ทันทีที่สิ้นเสียงลง ร่างทั้งสองที่อยู่ด้านหลังเย่เหลียงก็เดินออกมา พวกเขากำหมัดแน่นก่อนจะค่อยๆเข้าไปหาอู๋ตี้
ขณะเดียวกันนั้น ภายในใจของซูหลี่เหยาแทบจะเป็นบ้าไปเพราะความสุขแล้ว อู๋ตี้ นายจะทำอวดเบ่งอะไรต่อหน้าสาวน้อยคนนี้อีกล่ะ? คิดอยู่หรือไง? จะรอให้ถูกกระทืบจนลงไปนอนกองกับพื้นก่อนหรือไง? ฉันล่ะอยากรู้จริงๆว่านายจะทำอะไรต่อ!
ถึงแม้ว่าซูหลี่เหยานั้นจะไม่เคยสนใจอู๋ตี้เลย แต่เธอก็ค่อนข้างชอบความมีน้ำใจของอู๋ตี้ไม่น้อยเลย และเธอคิดว่านี่เป็นเหตุผลเดียวที่เธอยังคงวนเวียนอยู่กับเขา
ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุที่หอประชุมเล็กขึ้น เมื่อเธอเห็นอู๋ตี้นั้นยอมเข้าชนเพื่อเอ้อซีซี มันทำให้เธอไม่พอใจมากๆรวมถึงทุกข์ใจด้วย
แม้จะไม่อยากจะยอมรับ แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเธออิจฉา
เธอนั้นไม่เคยมองว่าอู๋ตี้ดีพอเลยเพียงเพราะว่าเธอมองเขาว่าเป็นพวกขี้แพ้น่ารำคาญ แต่กระนั้นเพื่อตอบสนองความทระนงในศักดิ์ศรีของเธอเอง เธอจึงมักจะระแวงบ่อยๆว่าวันที่อู๋ตี้จะไม่ทำดีกับตนจะมาถึง
พวกขี้แพ้แบบนี้ มีสิทธิ์ก็แค่คุกเข่าลงไปและเลียเท้าเธอเท่านั้น แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับชีวิตนี้แล้ว แต่นี่นอกจากจะไม่ทำแล้วยังริอ่านไปมีหญิงอื่นอีกงั้นเหรอ? แบบนี้คิดว่าจะยอมให้อภัยง่ายๆหรือไง!
ในวันนี้นั้น จะเรียกว่าเป็นวันแห่งการล้างแค้นของ ซูหลี่เหยาเลยก็ว่าได้ เธอมั่นใจว่าเธอจะสามารถกำจัดอู๋ตี้ได้แน่ๆ เพราะยังไงซะเย่เหลียงนั้นไม่น่าจะเก็บอู๋ตี้ไว้หรอก
แล้วก็นะ สำหรับแม่สาวนี่ก็ไม่ได้คณามือเธอหรอก แค่ผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรดีเด่ แถมไม่มีประสบการณ์อีก
เมื่อไหร่ที่พี่เย่หันมามองเธอแล้วละก็ เธอจะแสดงให้เห็นเอง ถึง ‘18 ท่วงท่าพาข้าขึ้นสวรรค์โดยไม่ต้องตาย’ ที่อุตส่าห์สั่งสมมาตลอด 3 ปีที่อยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ รับรองเลยว่าถ้าโดนไปแล้วละก็เขาจะติดใจจนไม่รู้ลืมเลยล่ะ
ในอนาคต พี่เย่ได้เดินปกติในมหาวิทยาลัยตงหลิงแบบนี้ไม่ได้แหงๆ ฮิๆๆๆ!
ขณะที่ซูหลี่เหยากำลังฝันกลางวันท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอยู่นั้น ผู้ติดตามทั้งสองของเย่เหลียงต่างก็ไปห้อมล้อมอู๋ตี้ไว้เรียบร้อยแล้ว
ทั้งสองคนนั้นหลังค่อมพร้อมกับสวมเสื้อกล้ามโชว์แขนกัน แขนของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆซึ่งต่างจากอู๋ตี้ที่เปี่ยมไปด้วยไขมันนุ่มนิ่ม
“เย่เหลียง! ถ้านายกล้าแตะต้องเอ้อซีซีล่ะก็ ฉันจะไม่ปล่อยนายไว้แน่!”
นัยน์ตาของอู๋ตี้นั้นแดงก่ำ เขานั้นไม่สนหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร แต่ถ้าเป้าหมายของอีกฝ่ายคือเอ้อซีซี ยังไงซะเขาก็ต้องกระวนกระวายอยู่แล้ว
“เอาความห่วงคนอื่นนั่นไปห่วงตัวเองก่อนจะดีกว่านะ”
เย่เหลียงหันไปยิ้มเยาะเย้ยและมองเขาด้วยความเยือกเย็น
“เอ้อซีซี วิ่ง!”
ทันทีที่สิ้นเสียง อู๋ตี้ก็รีบพุ่งตัวออกมาทันทีตามคติ เปิดก่อนได้เปรียบ
ด้วยเสียงตะโกนบอกนั้น อู๋ตี้อ้าแขนกว้าง เขาสามารถโอบเอวลูกน้องของเย่เหลียงได้ด้วยแขนแต่ละข้าง จากนั้นก็ใช้น้ำหนักของเขาเองกดร่างของทั้งสองให้ล้มลงไปนอนกับพื้น
น้ำหนักกว่า 100 กิโลนั้นเป็นพลังที่แข็งแกร่งระดับที่ไม่ควรมองข้าม ร่างทั้งสองที่โดนปะทะเข้าไปนั้น เพราะความเลินเล่อ พวกเขาจึงล้มลงไปกองกับพื้นแบบไม่เป็นท่า
อู๋ตี้ใช้จังหวะที่ได้เปรียบนี้พุ่งตรงไปยังเอ้อซีซี จากนั้นก็ต่อยเย่เหลียงไปตรงกลางท้อง
ในตอนนั้น สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของเขาก็คือเพื่อช่วยเธอก่อน หากจะเกิดอะไรขึ้นก็อยากให้เธอหนีไปก่อน แน่นอนว่าหนีที่ว่าก็คือหนีจากการจับของเย่เหลียงเนี่ยแหละ
ปิงปิงและหลิงหลิงที่จับตัวเอ้อซีซีไว้นั้น ด้วยความกลัวยามที่เห็นอู๋ตี้วิ่งเข้ามาเหมือนช้างตกมัน พวกเธอก็ปล่อยมือที่ ล็อกแขนเอ้อซีซีออกมาแบบอัตโนมัติและต่างฝ่ายต่างวิ่งไปแอบในทันที
ด้วยเสียงหอบเหนื่อย อู๋ตี้นั้นได้มายืนกันเอ้อซีซีออกจากพวกเย่เหลียงเรียบร้อยแล้ว
เย่เหลียงค่อยๆลุกขึ้นจากการทรุดลงไปจูบดินมา ใบหน้าของเขานั้นดูโกรธหนักกว่าเดิมอีก
“ฮึ่ม!! หน็อยแน่! แกกล้าต่อยฉันเหรอไอ้อ้วน! ชอบอวดจนเป็นนิสัยไปแล้วใช่ไหม! ได้! เห้ย พวกไม่ได้เรื่อง! ลุกขึ้นมา! ไปเอาตัวผู้หญิงมาก่อนแล้วถ้าเธอคิดจะหนีล่ะก็ ฉันจะฆ่ามัน!”
เย่เหลียงที่โกรธอยู่นั้น หากเอ้อซีซีกล้าวิ่งหนีเขา เขาก็กล้าที่จะฆ่าอู๋ตี้จริงๆด้วย
ทั้งสองที่อยู่ด้านหลังนั้นรีบลุกขึ้นมา และด้วยความที่พวกเขาต่างก็เป็นนักสู้เก่ากันทั้งคู่ และพวกเขานั้นเชื่อฟังเย่เหลียงด้วย คนหนึ่งจึงหยิบเอามีดพกขึ้นมาจากด้านหลัง
มีดเล่มนั้นสะท้อนแสงสีเงินออกมา และแสงนั้นก็วิ่งจากด้ามขึ้นไปยังปลายยอดจนทำให้มันดูน่ากลัวกว่าเดิมอีก ใช่แล้ว มันคือมีดพับที่เย่เหลียงมอบให้นั่นแหละ!
หญิงสาวที่ได้เห็นนั้นรีบปิดปากไว้ขณะที่พวกเธอกำลังกรีดร้อง พวกเธอไม่คิดเลยว่าเรื่องจะบานปลายมาจนถึงระดับนี้
“ไอ้อ้วน! ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้ง ส่งผู้หญิงข้างหลังมา! ไม่งั้นฉันจะสับมือแกทิ้งซะวันนี้เลย!” เย่เหลียงจ้องอู๋ตี้ด้วยความโหดเหี้ยม
เมื่อมองแสงสีเงินที่แวบวับจากใบมีดนั้นแล้ว อู๋ตี้ก็เหงื่อท่วมตัวไปหมด แต่เมื่อเขาหันกลับไป เขาก็พบว่าเอ้อซีซีนั้นยังคงยืนอยู่ด้านหลังเขาอยู่ เธอปิดปากตนเองไว้ด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับมีน้ำตาไหลพรากออกมาจากดวงตากลมโตคู่นั้น
“ทำไมเธอยังไม่ไปอีก! หนีไปเร็ว!”
อู๋ตี้ตะโกนบอกอีกครั้ง เขานั้นอยากจะปกป้องเอ้อซีซีให้ได้ ทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะงั้นแล้วเขาต้องข่มความกลัวของตนเองไว้ แม้จะต้องแขนหักมือขาดในวันนี้ เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องปกป้องเอ้อซีซี
ในตอนที่เขาหันหลังกลับไปนั้นเอง ลูกน้องทั้งสองของเย่เหลียงก็รีบวิ่งเข้ามา การปะทะกันนั้นทำให้อู๋ตี้ล้มลงไปกับพื้นเพราะเขานั้นใช้ข้อมือกันมีดพับที่หมายจะแทงเขาเอาไว้
“อย่านะ!”
เอ้อซีซีร้องไห้หนักกว่าเดิมพร้อมตะโกนขอร้อง “อย่าทำร้ายเขา!”
ใช่แล้ว เอ้อซีซีน่ะอ่อนไหวและใจดี คิดว่าคนแบบเธอนั้นจะยอมทิ้งอู๋ตี้ไว้แล้วหนีไปเหรอ?
ตอนนั้นเอง เย่เหลียงก็เดินผ่านอู๋ตี้ที่นอนอยู่บนพื้นไปแล้วเข้าไปจับข้อมือของเอ้อซีซีไว้ จากนั้นเขาก็กัดฟันยิ้ม
“คิดได้หรือยังแม่ยอดยาหยี? ว่าจะตามฉันไปดีๆหรือเปล่า?”
เอ้อซีซีเม้มปากแน่น ใบหน้าของเธอนั้นเหมือนลูกแก้วที่กำลังแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“ก-ก็ได้ ฉันจะไปกับนาย แต่ห้ามทำร้ายเขานะ...”
“ไม่นะ!”
อู๋ตี้ที่ถูกกดลงไปกับพื้นรีบตะโกนขึ้นมาทันที “เอ้อซีซี! เธอห้ามไปกับหมอนั่นนะ!”
แววตาของเย่เหลียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความโกรธ เจ้าอ้วนขี้แพ้นี่กล้าที่จะมาสั่งคนอย่างฉันงั้นเหรอ? “เอ้อฮั่ว เหล่าเซียง จัดการมัน!”
เหล่าเซียงที่ถือมีดพกอยู่นั้นแสยะยิ้มด้วยสีหน้าโหดร้ายสุดๆ เขากดคมมีดให้ต่ำลง และมันทำให้คมมีดนั้นบาดเข้าไปที่ข้อมือของอู่ตี้จนเกิดเลือดไหลออกมา
“อ๊ากกกกกก!”
เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากปากของอู๋ตี้ คมมีดนั้นค่อยๆกดลงไปในเนื้อของเขาทีละนิดๆ ถ้ามันยังถูกกดลงไปเรื่อยๆแบบนี้ มีหวังได้ถึงกระดูกแน่ๆ
“ไม่ๆๆ ฉันจะไปกับนาย หยุดเถอะนะ!”
เอ้อซีซีร้องไห้ออกมาด้วยความกระวนกระวายแล้วมองไปยังอู๋ตี้ผู้ที่ซึ่งกำลังมีเลือดไหลท่วมออกมาจากข้อมือ ความเจ็บปวดที่สะท้อนออกมาจากตาของเขานั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องดีแน่ๆ
“หยุด!” เย่เหลียงยิ้มอย่างมีชัย
“ยาหยีของฉันบอกแล้วว่าจะไปกับฉัน เพราะงั้นฉันไม่ต้องการมือของไอ้หมูโสโครกนั่นแล้ว”
แต่ถึงปากจะบอกแบบนั้น แต่จู่ๆเขาก็หัวเราะออกมาและพูดด้วยสีหน้าที่ต่างออกไป “แต่ว่านะ ยาหยีของฉันดันรักเจ้าหมูโสโครกนี่ มันทำให้ฉันรู้สึกเศร้าสุดๆไปเลย เอ้อฮั่ว เหล่าเซียง จัดการมันต่อไป เอาให้มันลุกไม่ขึ้นไปเลย!”
ได้ยินดังนั้นทั้งสองก็ดูจะตื่นเต้นมากๆ ทั้งสองเก็บมีดลงและเริ่มรุมกระทืบร่างของอู๋ตี้อย่างบ้าคลั่ง
“ไม่นะ! หยุด ห้ามทำร้ายเขานะ! ฉันสัญญาว่าจะไปด้วยแล้วนี่ ทำไมยังทำร้ายเขาอีกล่ะ!”
เธอมองไปยังอู๋ตี้ที่กำลังโดนรุมกระทืบอยู่มันก็อดทำให้เธอร้องไห้หนักกว่าเดิมและเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันแหบพร่าไม่ได้ ใจเธอตอนนั้นอยากจะเข้าไปปกป้องเขาเหลือเกิน
แต่เพราะเย่เหลียงนั้นโอบเอวเธอไว้แน่น มันทำให้เธอไปไหนไม่ได้ นอกจากนั้นเขายังพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่น่ากลัวออกมาด้วย “ดี ยิ่งเธอรักเจ้านั่นมากเท่าไหร่ ฉันก็จะสั่งให้คนจัดการมันให้หนักกว่าเดิม จนกว่าเธอจะยอมเป็นผู้หญิงของฉันต่อหน้าทุกๆคน ฉันถึงจะปล่อยมันไป โอเคหรือเปล่า?”
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้น่ะ...” ในแววตาของเอ้อซีซีนั้น มีแต่ความสิ้นหวังเต็มไปหมด
“เอ้อซีซี อย่า แม้แต่จะคิดเชียว...”
อู๋ตี้ที่กำลังโดนกระทืบอยู่นั้นร้องเรียกเธอด้วยน้ำเสียงเลือนรางลงไปทุกที ตั้งแต่ที่เขาล้มลงไปกับพื้นนั้น เขาก็ใช้มือทั้งสองข้างคอยป้องกันหัวตัวเองไว้ตลอด แต่กระนั้นแรงปะทะที่ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆมันก็เริ่มทำให้สติของเขาหลุดลอยลงไปทุกทีแล้ว
ทั้งสองที่กำลังรุมทำร้ายอู๋ตี้นั้นใช้ทั้งหมัดทั้งเท้า พวกเขานั้นแทบจะฆ่าอู๋ตี้อยู่แล้ว เอาจริงๆต่อให้ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงกว่านี้แต่ถ้ายังทำแบบนี้ นานไปอู๋ตี้ก็น่าจะอยู่ในสภาวะวิกฤตเหมือนกัน
“ฉัน..ฉัน...”
เอ้อซีซีนั้นยังคงร้องไห้อยู่เช่นนั้น เธอไม่สามารถช่วยอะไรใครได้เลย และมันทำให้ความสิ้นหวังก่อตัวในใจเธอโดยสมบูรณ์ หัวใจของเธอกำลังแตกสลาย เพราะเธอนั้นไม่สามารถช่วยอู๋ตี้ได้ แถมเรื่องทั้งหมดมันก็เกิดขึ้นเพราะเธอด้วย
“ฉ-ฉันตกลง...” น้ำเสียงของเอ้อซีซีนั้นเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดแบบสุดๆ
“ไม่นะ...” อู๋ตี้ที่เกือบจะสลบไปแล้วได้ยินเช่นนั้นมันก็ทำให้หัวใจของเขาแตกสลายเช่นกัน
ชายทั้งสองคนหยุดลงเมื่อเห็นว่าอู๋ตี้เองก็ยืนไม่ไหวแล้ว แต่กระนั้นสติของอู๋ตี้ก็ไม่ได้หมดไปซะทีเดียว เพียงแค่เกือบ
ความเจ็บปวดตามร่างกายของเขามันถึงที่สุดแล้ว มันอันตรายระดับโคม่า จะมีก็แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดเท่านั้นที่ปกป้องร่างกายไว้
และในจังหวะสุดท้ายก่อนที่ตาจะปิดลง สิ่งที่เขาเห็นนั่นก็คือเย่เหลียงนั้นกำลังมองขึ้นไปบนฟ้าและหัวเราะเสียงดังตรงหน้าเขา