Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่109 เก็บตัวบําเพ็ญเพียรอีกครั้ง

    “เข้าใจแล้ว’’ในเมื่อทุกอย่างเป็นเช่นนี้ หวงซื่อหลินก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องปฏิเสธอีกต่อไปเธอจึงพยักหน้าเข้าใจและเปลี่ยนท่าทีให้ดูเหมาะสมดั่ง CEO กาลก่อน

     

    เห็นหญิงกลับไปมีท่าทีสงบเสงี่ยมและเย็นชามู่หลินก็พึงพอใจ ดูเหมือนว่าเธอก็ไม่ใช่พวกคนบ้าที่ไม่รู้เรื่องอะไรซะทีเดียว

     

    “เอาล่ะงั้นต่อจากนี้อีกสองอาทิตย์ค่อยเจอกัน’’มู่หลินพูดแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนอย่างไม่สนใจอะไรอีก

     

    เห็นอย่างนั้นหวงซื่อหลินก็อดขดริมผีปากไม่ได้เธอไม่เข้าใจจริงๆว่าเขาต้านทานเสน่ห์สาวสวยอย่างเธอได้ยังไงกระทั่งอยู่กันสองต่อสองแบบนี้ เขายังเดินกลับเข้าห้องนอนไปได้หน้าตาเฉย

     

    นี่เขาคงไม่ใช่เกย์หรอกใช่ไหม?

     

    สุดท้ายหวงซื่อหลินก็เลิกสนใจเรื่องไร้สาระและออกจากอพาร์ทเม้นท์ไปตอนนี้เงินเธอก็ได้มาแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เธอต้องทําก็คือ พยายาม!

     

    พยายามทําหน้าที่ของCEO ให้ดีที่สุดเพื่อที่จะไม่ต้องถูกชายหนุ่มดูถูก!

     

    ด้านมู่หลินหลังจากที่กลับเข้าห้องนอนมาแล้วเขาก็โทรไปหาหวังคังเพื่อบอกให้อีกฝ่ายจัดการเรื่องสถานสงเคราะห์ให้ดีและได้โอนเงินไปให้อีกฝ่ายจํานวนพันล้านหยวนเพื่อจัดการเรื่องต่างๆทั้งนี้เขายังได้ฝากเรื่องป้าฉู่เอาไว้อีกด้วย

     

    ด้วยเหตุนี้เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นมู่หลินก็ยักไหล่ “ดูเหมือนว่าเงินของฉันตอนนี้จะเหลือเพียงแค่พันล้านหยวนกว่าๆเพราะงั้นเมื่อถึงสองอาทิตย์ข้างหน้า ฉันคงต้องหาเงินอีกครั้ง…’’

     

    วันนี้มู่หลินได้เงินมาทั้งหมดสามหมื่นสองพันล้านหยวนซึ่งปัจจุบันเขาก็ได้ให้หวงซื่อหลินไปสามหมื่นล้านหยวนแล้วและเมื่อรวมเข้ากับอีกพันล้านหยวนที่ให้หวังคังไปเขาจึงเหลืออยู่กับตัวเพียงแค่พันล้านหยวนกว่าๆดังนั้นด้วยเหตุนี้เขาจึงตั้งใจว่าจะหาเงินอีกครั้งในอีก 14 วันข้างหน้า

     

    ถูกต้อง!มู่หลินต้องการที่จะเก็บตัวบําเพ็ญเพียรอีกครั้ง!

     

    เพื่อการนั้นเวลาสองอาทิตย์นี้เขาจึงจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!

     

    อย่างไรก็ตามขณะที่มู่หลินหลับตาเตรียมเข้าฌานเพื่อบําเพ็ญเพียรด้วยฌานหยั่งรู้ของเขา เขาก็พบเข้ากับผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยซึ่งระหว่างทางที่กําลังเดินมา มันได้สนทนาผ่านโทรศัพท์กับใครบางคนและพูดถึงชื่อของเขาออกมาดังนั้นเขาจึงรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ได้มาดี

     

    “ตั้งแต่มาเมืองหลวงคนที่ฉันไปมีเรื่องด้วยมีแค่ลู่เฉินกับตู่โอหยันหากไม่ใช่คนของสองคนนี้ก็คงไม่ใช่ใครแล้ว…’’ มู่หลินพึมพําสงสัยก่อนที่เขาจะเก็บตัวบําเพ็ญเพียร เขาคงต้องจัดการไอ้คนน่าสงสัยคนนี้ก่อน

     

    โดยไม่รอช้ามู่หลินลุกขึ้นยืนแล้วย่างท้าวออกไป พริบตาร่างของเขาก็ข้ามผ่านประตูไปอย่างน่าอัศจรรย์

     

    “น่าจะเป็นที่นี่แหละ…’’มุมๆหนึ่ง หลังจากที่วางสายโทรศัพท์ไป ชายวัยกลางคนตู่ลั่วผู้เป็นคนรับใช้ของตระกูลตู่ก็พยักหน้าเขามาที่นี่เพราะได้รับมอบหมายให้มาสั่งสอนชายหนุ่มคนหนึ่งโดยการทําให้มันเป็นคนพิการซึ่งกรณีที่มันเป็นผู้ฝึกยุทธ์เหมือนกันก็สามารถฆ่ามันเพื่อความปลอดภัยและปกปิดเรื่องต่างๆได้เลย

     

    ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ตู่ลั่วได้รับมาชายหนุ่มคนแรกที่เขาต้องจัดการเป็นนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่งที่เพิ่งจบและตกงานไปไม่นานนี้ดังนั้นเขาจึงมองว่างานนี้ง่ายมากเพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่คนไร้ชื่อเสียงแบบนี้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์เพราะงั้นถ้าเสร็จจากชายหนุ่มแล้ว เขาก็จะไปจัดการอีกคนที่อยู่ในรายชื่อ

     

    อา…งานนี้มันหวานหมูชัดๆ!

     

    อย่างไรก็ตามขณะที่ตู่ลั่วกําลังยิ้มหวานวินาทีนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างโดยสัญชาตญาณ

     

    “ใครกัน!’’ตู่ลั่วรีบหันไปอย่างตื่นตะหนกเขามองซ้ายมองขวาเพื่อหาสิ่งที่ทําให้เขารู้สึกถึงอันตราย อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่พบมันเลย

     

    “ใครส่งแกมา?’’ทว่าวินาทีต่อมาเสียงเย็นเยียบสายหนึ่งก็ดังขึ้นก่อนปรากฏชายหนุ่มคนหนึ่งที่ปรากฏตัวออกมาราวกับภูติผี

     

    “แก!’’เห็นการปรากฏตัวของชายหนุ่มที่ราวกับภูติผีตู่ลั่วก็ตกใจก่อนรีบชักปืนสั้นที่มีจุกเก็บเสียงออกมาอย่างรวดเร็ว“ในเมื่อแกเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ฉันก็ไม่ควรปล่อยแกไว้ เพราะงั้นตายซะ!’’สําหรับเขาแล้วความเร็วเช่นนี้อีกฝ่ายจะต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างแน่นอนเพราะงั้นถ้าปล่อยอีกฝ่ายเอาไว้นั่นอาจมีคนมาสืบสาวเรื่องราวได้ดังนั้นต้องกําจัดให้สิ้นซาก

     

    พูดจบเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะเหนี่ยวไกล

     

    ปิ้ว!

     

    “กะเอากันถึงตายเลยรึ?ย่อมได้! ในเมื่อแกต้องการเช่นนั้นฉันก็จะจัดให้!’’ มองไปยังกระสุ่นที่พุ่งเข้ามามู่หลินก็รู้ได้ทันทีว่าครั้งนี้หากเขาไม่ตาย มันก็ต้องตาย!

     

    เพราะงั้นมันต้องตายสถานเดียว!

     

    วินาทีนั้นหลังที่ตู่ลั่วเหนี่ยวไกลออกไปเขาก็รอที่จะหัวเราะดั่งผู้ชนะทันที ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทําเช่นนั้นเขาก็ต้องตกใจเพราะในครู่ต่อมา เมื่อกระสุนกําลังที่จะสัมผัสเข้ากับร่างของชายหนุ่มมันก็กลับกลายเป็นผลึกนํ้าแข็งและสลายหายไป

     

    “อะไรกัน!’’มองไปยังภาพตรงหน้าที่ยากจะเข้าใจตู่ลั่วก็อุทานอย่างตื่นตะหนกและไม่ลังเลเลยที่จะกระหนํ่ายิงออกไปอีกครั้งในความคิดของเขาแม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ก็ไม่สามารถที่จะทําเช่นนี้ได้ดังนั้นถ้าปล่อยให้ชายหนุ่มรอดไปได้ คนที่ตายก็จะเป็นเขา

     

    แต่น่าเสียดายที่ตู่ลั่วประเมินมู่หลินตํ่าไป!

     

    ทุกๆกระสุนที่กําลังจะสัมผัสเข้ากับตัวของชายหนุ่มได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นผลึกนํ้าแข็งก่อนสลายหายไปไม่ช้า เมื่อกระสุนหมดลงขณะที่เขาตู่ลั่วกําลังจะเติมกระสุนเขาก็บังเอิญสัมผัสได้ถึงฝ่ามือที่ทาบลงมาบนบ่าของเขาเสียแล้ว

     

    “ไม่ต้องห่วงฉันจะส่งตระกูลตู่ตามไปอยู่กับนายทีหลัง…’’ เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้น พริบตาก่อนที่ตู่ลั่วจะได้ตอบสนอง เขาก็บังเกิดความเย็นยะเยือกที่หนาวเย็นไปถึงขั้วหัวใจ

     

    แคร็ก!

     

    ฉับพลันร่างของตู่ลั่วถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นนํ้าแข็งก่อนจะสลายหายไปในทันที

     

    ถูกต้อง!บัดนี้ตู่ลั่วได้ตกตายแล้ว!

     

    หลังจากที่เห็นว่าตู่ลั่วตายแล้วมู่หลินก็กลับเข้าห้องนอนของเขาแน่นอนว่าก่อนที่เขาจะเปลี่ยนตู่ลั่วให้เป็นนํ้าแข็งเขาย่อมต้องใช้ฌานหยั่งรู้สังเกตบัตรประจําตัวของอีกฝ่ายอยู่แล้วว่าเป็นใครเพราะอย่างนั้นเขาจึงรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากที่ถูกตระกูลตู่ส่งคนมาเพื่อที่จะฆ่าอย่างไม่ใยดี

     

    “ตระกูลตู่รอก่อนเถอะเมื่อฉันเก็บตัวบําเพ็ญเพียรในครั้งนี้เสร็จเมื่อไหร่...แค้นนี้ย่อมต้องชําระ!’’วินาทีต่อมา แววตาของมู่หลินประกายเย็นชาให้เห็นก่อนนั่งลงและเข้าฌานเพื่อบําเพ็ญเพียรทันที

     

    14 วัน!

     

    14 วันต่อจากนี้ เขาจะไปเยือนตระกูลตู่!