ขบวนพาเหรดตั้งแถวตามสี เสียงดนตรีวงค์ดุริยางค์โรงเรียนบรรเลงขึ้นในจังหวะคึกคัก ในเช้าของวันนึงในฤดูหนาว บรรดาสาวสวยในระดับแนวหน้าของโรงเรียนอยู่ในชุดดรัมเมเยอร์ของหน่วยสีต่างๆ บ้างก็ถือป้ายใส่ชุดไทยเดินนำหน้าขบวนสี ตามด้วยเชียร์ลีดเดอร์สาวมั่นดูเซ็กซี่ และกองทัพนักกีฬาทั้งบรรดากองเชียร์ต่างๆ
ระหว่างทางโค้งที่วงค์ดุริยางค์ต้องเลี้ยวย้อนกลับเพื่อเข้าสู่ลานกว้างของสนามฟุตบอล ก็เห็นเขาดาวเดือนโรงเรียน K ที่ชื่อ เจ ในชุดดรัมเมเยอร์ชายเต็มยศดูเท่ห์และหล่อเหลาราวเทพบุตร ทำเอาสาวๆและเพื่อนๆในแก๊งค์โป๊ยเซียนพากันแอบกรี๊ด!
"ที่รักของฉัน เพื่อนในแก๊งค์เพ้อเจ้อ อุ๊ย!ที่รักของเธอต่างหาก" เพื่อนแซวนุดีเล่น นุดีทำหน้าเฉยๆไม่อยากให้เพื่อนแซวเดี๋ยวจะเป็เื่เป็ราวขึ้นมาถ้าใครเข้าใจผิดโดยเฉพาะสาวๆเธอไม่อยากมีปัญหากับใคร
และเธออายเกินกว่าจะยอมรับเื่ระหว่างเธอกับเขา เพราะก็ไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่ที่เพื่อนๆแซว และปรักปรำว่าเขาชอบเธอ ถ้าไม่ใช่ขึ้นมาละก็น่าอายมาก กลายเป็ว่าพากันทึกทักมโนไปเอง และเธอไม่อยากให้ใครต้องคิดและเอาไปพูดว่า เธอแอบชอบเขา จะจริงหรือไม่ก็เป็สิทธิ์ของเธอที่จะไม่เปิดเผย เธอไม่กล้าไม่ใช่สาวใจกล้าที่จะจีบผู้ชายก่อน และเธอไม่เคยมีใครมาจีบ ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เธอกลายเป็คนขี้อายั้แ่มีเื่แบบนี้เข้ามา
เธอรู้สึกไม่ค่อยชอบสถานะที่เพื่อนๆยัดเยียดให้เลย และเธอกับเขาก็ดูช่างต่างกันเธอไม่กล้าคิดหรือฝัน เขาโดดเด่นเป็เดือนท่ามกลางหมู่ดาว ส่วนเธอก็เป็ผู้หญิงธรรมดาคนนึง คนสวยๆก็มากมายที่รายล้อมเเล้วเขาจะมาชอบเธอทำไม เขายิ้มให้และสนใจเธอเพียงเพราะเธอเป็เพื่อนกับ คิม ซึ่งเป็เพื่อนของเขาด้วย เธอตั้งสมมุติฐาน
พอขบวนพาเหรดจบลง แต่ละคนต่างก็เตรียมตัวไปทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้งนักกีฬา เชียร์ลีดเดอร์ และกองเชียร์ก็ขึ้นประจำสแตนเชียร์ นุดีไม่ได้ลงแข่งขันเธอช่วยงานรุ่นพี่ดูแลน้องๆช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆทั้งน้ำดื่มลูกอมยาดมยาหม่องให้กับนักกีฬาที่ลงแข่ง พอเพื่อนๆในแก๊งค์ต้องไปแข่งวอลย์เล่บอลเธอก็ต้องตามไปดูแลอีก เพื่อนในแก๊งค์ที่อยู่สีเดียวกันเหลือไม่กี่คนเพราะแยกไปอยู่สีอื่นๆตามที่จับสลากได้ในตอนแรก
ก่อนหน้านี้นุดีเห็นบรรดาสาวสวยทั้งหลายรุมทึ้งแย่งกันถ่ายรูปคู่กับเขา และสาวๆคนที่รอคิวถัดมาก็เขม่นคนที่ได้ถ่ายรูปก่อน ดูเขาไม่ค่อยยิ้มเลยอาจเพราะคงจะรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงแข่งขันกีฬาต่อนั่นเองแต่ปฏิเสธสาวๆไม่ได้
ก็ไม่รู้ว่านุดีจะสนใจเขาไปทำไมนี่ ไม่น่ะเธอไม่ได้สนใจเขาสักหน่อย เธอก็แค่บังเอิญเห็น แหม!ก็ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางวงล้อมสาวสวยซะขนาดนั้นใครไม่เห็นก็ตาบอดละ
งานกีฬาสีก็ดีอย่างเพราะเป็การชื่อมสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องและเพื่อนต่างห้องมาร่วมอยู่ด้วยกันทำให้ได้รู้จักกันมากขึ้น คิม กับ เจ ก็ไม่ได้อยู่สีเดียวกันกับเธอ ต่างคนต่างอยู่
นุดียืนเชียร์ทีมวอลเล่ย์บอลหญิง หมายมั่นปั้นมือว่าต้องชนะแน่นอนเพราะชมพู่เพื่อนรัก เ้าของฉายามือตบเทวดามาั้แ่สมัยโรงเรียนเก่า ที่ฝั่งคู่แข่งไม่เคยมีใครรับลูกของเธอได้เลย และมักจะลงเส้นหลังเสมอ และแล้วก็เป็ไปตามคาดทุกคนเฮลั่นด้วยความดีใจเสียงกลองรัวสนั่น แต่กระนั้นก็ต้องไปลุ้นแข่งขันกับสีอื่นอีกต่อไป
ตอนนี้บรรยากาศคึกคักสนุกสนานทุกสนามแข่งขัน รุ่นพี่จะจัดกองเชียร์และคนไปดูแลนักกีฬาสีของตนเองในแต่ละสนามแข่งขันอย่างทั่วถึง ขณะวนกันไปก็เจอเพื่อนร่วมห้องเพื่อนร่วมแก๊งค์และแซวกันเล่นเพราะต่างคนต่างอยู่คนละทีมถือว่าเป็คู่แข่งกัน การจัดงานแข่งขันก็ทำให้รู้จักคำว่า รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้ 3 อย่างนี้นี่เองถึงว่ามีน้ำใจเป็นักกีฬา
"นุดี! นุดี! ช่วยไปเปลี่ยนใส่กางเกงกีฬาขาสั้นเลยตอนนี้ มาช่วยลงแข่งฟุตบอลหญิงที" เสียงเพื่อนเรียกและบอกเธอเพราะนักกีฬาแอคซิเดนจากการแข่งขันอีกที่นึง ซึ่งนักกีฬาของแต่ละทีมก็มีน้อย คนนึงก็แข่งขันหลายอย่างวนไปมาตามตาราง
นุดี กลายเป็นักกีฬาจำเป็ ก็ลงสนามไปเป็ตัวประกอบพอให้ได้ครบทีม แต่ลูกบอลมันดันพุ่งมาหาเธอแต่เธอดันเตะลูกไม่โดน ภาพนั้นทำให้เจแอบขำนุดีอยู่ที่ขอบสนาม และคนตัวเล็กก็วิ่งไม่ค่อยจะทันใครเขา เธอไม่เคยลงซ้อมแต่ก็ยังดีที่เคยเล่นในคาบวิชาพละศึกษาอยู่บ้าง ลูกฟุตบอลก็เหมือนกลั่นแกล้งเธอ ชอบพุ่งมาเสียจริงเธอแค่จะลงสนามให้ครบทีมแค่นั้นเอง แข่งเสร็จแทบลมจับปกติก็ไม่ได้เล่นออกกำลังกายอะไรขนาดนี้ รุ่นพี่ยังให้เธอช่วยร้องเพลงเชียร์ในลำดับต่อไป ตอนนี้บรรดาเชียร์ลีดเดอร์ของสีอยู่ที่สนามฟุตบอล
ดังนั้นสนามแข่งขันอื่นจึงเป็หน้าที่พวกเธอที่จะต้องไปเชียร์ให้กำลังใจและร้องเพลงเชียร์ออกสเตปกันสนุกสนานพร้อมกับเสียงกลอง
นุดี เธอเป็สาวน้อยสดใสดูเรียบร้อยแต่กล้าแสดงออก เธอมีหลายมุมในตัวเองและไม่ห่วงสวย งานนี้ทำให้เธอสนิทสนมกับรุ่นพี่ เพื่อนต่างห้องและรุ่นน้องมากขึ้นไม่ยึดว่าจะต้องเป็เพื่อนในแก๊งค์เท่านั้นที่เธอจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยทั้งวัน
งานกีฬาสีสนุกสนานแล้วยังสอนอะไรเธอหลายๆอย่าง น้องๆปลื้มเธอที่คอยดูแลเป็กำลังใจให้ แม้ว่าตัวเธอเองจะรู้สึกเดียวดายในตอนแรกๆแต่คนเราก็ต้องรู้จักปรับตัวนี่เป็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น วันข้างหน้ายังอีกยาวไกลที่เธออาจต้องปรับตัว เธอไม่รู้ตัวหรอกว่ามีสายตาของใครบางคนเฝ้ามองเธออยู่เช่นกัน
วันสุดท้ายของงานกีฬาสี มีเพียงทีมที่ชนะของแต่ละสายเท่านั้นที่มาแข่งขันกันดังนั้นทีมที่แพ้ไปแล้วก็จะมาเชียร์ทีมสุดท้ายที่แข่งขันกันตามใจชอบ
ไฮไลท์ของงานก็จะเป็การแข่งขันฟุตบอล คู่สุดท้ายของวันนี้ในรอบการแข่งขันชิงชนะเลิศ คือทีมสีฟ้ากับสีส้ม
เจ อยู่ทีมสีฟ้า คิมกับแม็กซ์อยู่ทีมสีส้ม สาวๆต่างพากันกรี๊ด ไม่ได้เชียร์สีหรอกแต่ส่งเสียงเชียร์รายบุคคล
"พี่เจ สู้ๆ"
"เจ สู้ๆ"
"น้องเจ สู้ๆ"
เสียงดังกระหึ่มอะไรจะฮอตเบอร์นั้นนุดีคิดในใจ ส่วนคิมส่งยิ้มมาให้นุดีที่เกาะขอบสนามอยู่ใกล้ๆ
นุดียิ้มให้กำลังใจคิม "สีส้มสู้ๆ" นุดีร้องเชียร์ แต่ทุกอย่างอยู่ในสายตาของเจ
การแข่งขันเริ่มขึ้นนักกีฬาแต่ละทีมกำลังวิ่งไล่แย่งเ้าลูกกลมๆอยู่กลางสนาม เสียงของกองเชียร์ดังกระหึ่มโดยเฉพาะเมื่อทีมใดทีมนึงมีการเตะลูกบอลเข้าประตูอีกฝั่งนี่มีการไชโยโห่ร้องะโตีลังกาหลายตลบเสียงกลองก็ตีรัวๆอย่างคึกครื้น นุดีเลือกฝั่งชัดเจนว่าเชียร์ทีมสีส้ม
พอใกล้หมดเวลาใน่สุดท้ายยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆนับว่าเป็คู่ที่มันส์มากสมกับเป็คู่ชิงมีแต่คนเก่งๆทั้ง2ทีม นุดีอยากจะให้ติดทีมชาติจังไม่ว่าฝั่งไหนคนใดก็ตาม นุดีแอบคิดและชื่นชมในใจ
เจ วิ่งไล่ลูกฟุตบอลผ่านหน้านุดีไป พร้อมกับเสียงกองเชียร์สาวๆที่เรียกชื่อเขาดังกระหึ่ม คิมวิ่งมาแย่งลูกกันไปมากับ เจ
ทั้งคู่เป็เพื่อนสนิทกันแต่ว่าในสนามฟุตบอลมันคือการแข่งขันดังนั้นทั้งคู่จึงเต็มที่กับมันชนิดที่มันส์หยดติ๋งกันเลยทีเดียว
"คิม สู้ๆ คิม สู้ๆ"เสียงนุดีะโเชียร์ ขณะนั้นเจก็หันมามองนุดีแวบนึง แต่เสียงนั่นทำให้เขาถึงกับหัวเสียและเสียสมาธิอย่างมาก เขาเตะลูกบอลออกไปด้วยอารมณ์เก็บกดส่วนตัวและไม่รู้อะไรยังไงเขาเกือบจะมีเื่ชกต่อยกันกับทีมฝ่ายตรงข้ามกลางสนามบอลภาพนั้นไม่ค่อยจะงดงามสักเท่าไร
"หูย!สุดหล่อเป็ไรอ่ะไม่น่ารักเลยงานนี้เสียคะแนนนิยมแน่ๆ"ชมพู่พูดขึ้นมา นุดีได้แต่มองตาม เป็เพราะเธอหรือก็ไม่น่าจะเกี่ยวนะเธอคิดในใจและปฏิเสธทุกอย่างที่จะเกี่ยวข้องกับเขาใครจะกล้าคิดไปเองล่ะ
ผลออกมาในวันนั้นคือทีมสีส้มชนะห่างกัน1ประตูใน่เวลาสุดท้าย
มีการประกาศผลรางวัลและมอบรางวัลต่างๆให้กับนักกีฬา และกองเชียร์ ก็เป็อันสิ้นสุดฤดูกาลการแข่งขันกีฬาสีในปีนี้