ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 115 ดอกขจร(สลิด)อาบลาวา.

    แจ๊คพยายามจะไม่คิดเรื่องนั้นแล้วใช้สมาธิในการหลอมธาตุทั้ง 2 ต่อ แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรก็ไม่สามารถหยุดคิดได้ทำให้ไม่มีสมาธิในการหลอมรวม

    “ในพื้นที่แก่นโลกที่ความร้อนขนาดนี้ใครมันจะมาฆ่าฉันได้อีก ถ้าไม่ใช้แก่นโลก แต่แก่นโลกถูกหยุดโดยแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาว”

    หลังจากที่แจ๊คสังเกตก็พบเรื่องน่าตกตะลึงคือ แม่น้ำสายนี้เป็นตัวหยุดความร้อนจากแก่นโลกไม่ให้ออกไปด้านนอกหรือออกไปด้านนอกได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น

    จากรูที่เห็นตอนเข้ามา เป็นเรื่องน่าตกใจมากที่ความร้อนจากด้านนอกทางเข้านั้น คือความร้อนส่วนเล็กน้อยจากแก่นโลก

    ตอนที่แจ๊คเข้าไปเอาเปลวไฟแก่นโลกนั้นในตัวแจ๊คได้เปียกน้ำแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวทำให้คลื่นความร้อนจากแก่นโลกลดลงไปมาก

    มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่รู้คือ ตอนที่เขาเข้ามาทำไมแก่นโลกถึงได้หยุดลง มันพักหรือว่าอะไร เรื่องนี้แจ๊คไม่ทราบ

    แจ๊คมองดูมือของตนเองที่เป็นดินแห้ง ๆ เรียบร้อยแล้ว เขาจึงหัวเราะขึ้นเสียงหัวเราะของแจ๊คในตอนนี้เอาดินแข็งมากระทบกัน กล่องเสียงของแจ๊คได้กลายเป็นดินเรียบร้อยทำให้พูดได้ลำบาก

    แม้แต่หัวใจและสมองก็เริ่มจะมีดินและไฟเข้ามา แต่ด้วยพลังของธาตุน้ำของแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวทำให้แจ๊คไม่ตาย

    แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนกับทหารดินเผาแต่ภายในนั้นยังคงรักษาอยู่ตลอดเวลา จากสงครามภายนอกตอนนี้เป็นสงครามภายในแจ๊คก็ไม่รู้จะหัวเราะกับโชคชะตายังไงดี

    แจ๊คได้ใช้เลือดมีชีวิตกับธาตุน้ำของแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาวทำให้สู้กับเปลวไฟแก่นโลกและแก่นแท้วิญญาณธาตุดินได้ ส่วนธาตุไม้ภายในร่างกายของเขานั้นเหลือแค่ 10 % เท่านั้น

    ถ้าธาตุไม้หมดเขาจะไม่มีพลังสำรอง เขาจึงตัดสินใจเก็บธาตุไม้เอาไว้

    ..............

    ภายนอกดวงดาวเคอเซอร์

    เสียงของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ดังขึ้น

    “ถ้าพวกเจ้าพร้อมแล้วจงตะโกนว่า ข้าจะเข้าร่วม ข้าจะคัดคนที่มีความสามารถเข้าไปเท่านั้นเพราะคนที่อ่อนแอเข้าไปมันเสียเวลาและสิทธิ์เปล่า ๆ แต่จงจำเอาไว้ว่าพวกเจ้าจงฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดให้เร็วที่สุด”

    ทุกคนที่เตรียมพร้อมได้ตะโกนขึ้นพร้อมกับ

    “ฉันเข้าร่วม”

    “ฉันจะไปฆ่าผู้นำพาแห่งความมืด”

    “กำจัดหายนะของดวงดาว” ………

    เสียงตะโกนดังขึ้นทั่วดวงดาวเคอเซอร์ ทุกคนที่ตะโกนนั้นมีหลายล้านคนมาก แต่น่าเสียดายที่เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ต้องการแค่ 300 คนเท่านั้น

    เจตนารมณ์แห่งสวรรค์เห็นทุกคนตั้งใจจะไปกำจัดผู้นำพาแห่งความมืดก็ถอนหายใจ ในความเป็นจริงในการกำจัดผู้นำพาแห่งความมืดสามารถนำคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ไปกำจัดผู้นำพาแห่งความมืดได้

    แต่ด้วยการที่แพ้และสูญเสียเต๋าไปถึง 3 เต๋า การเสียเต๋าของดวงดาวนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ไม่สามารถนำกลับมาจากหู่เสวียได้

    หู่เสวียแข็งแกร่งเกินไปจนตอนนี้ เจตนารมณ์แห่งสวรรค์เริ่มจะกลัวหู่เสวีย ถึงแม้หู่เสวียจะมีร่างกายและพลังที่ไม่สมบูรณ์ แต่ในสายตาของหู่เสวียเจตนารมณ์แห่งสวรรค์เป็นแค่กบตัวหนึ่งเท่านั้น

    อีกอย่างหนึ่งหู่เสวียได้ทำให้มิติตรงประตูทางเข้าแก่นโลกปั่นป่วน คนที่จะเข้าไปได้และปลอดภัยมีแค่ระดับนักรบก่อตั้งจำนวน 300 คน

    แม้จะคิดอย่างนั้นแต่เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ไม่มีทางเลือกจะมีใครที่ปล่อยให้เชื้อไวรัสอยู่ในร่างกายกัน เจตนารมณ์แห่งสวรรค์เปรียบแจ๊คเหมือนกับเชื้อไวรัสในร่างกายของตนเอง

    คนที่มีระดับสูงกว่านักรบก่อตั้งถ้าเข้าไปจะมีแต่ตายกับตาย มิติไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแม้แต่เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ก็ไม่สามารถช่วยใครได้ถ้าไปติดอยู่ในมิติ

    เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ทำการเลือกคัดคนทันที ใครที่มีความสามารถในการกำจัดผู้นำพาแห่งความมืดและมีอาวุธหรือร่างกายดีนั้น เจตนารมณ์แห่งสวรรค์จะเลือกเขาเป็นส่วนแรก

    คนที่ได้รับแสงและเทเลพอร์ตไปคือคนที่ได้รับเลือก ทุกคนเห็นว่าคนได้รับเลือกเดินทางไปสนามรบก็อิจฉาแต่ไม่สามารถทำอะไรได้มันเป็นการตัดสินของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์

    ...........

    สถานที่แห่งหนึ่งที่เป็นพื้นดินและล้อมรอบไปด้วยลาวาที่ไหลตลอดเวลา พื้นดินก็ได้รับลาวาเหมือนกับทำให้ดินมีเส้นแดง ๆ ขยับไปมา

    บนพื้นดินนั้นมีดอกไม้สีแดงจำนวนมหาศาลกำลังขยับไปมาตามสายลม อยู่ ๆ ได้มีแสงขนาดใหญ่และมีคำจำนวนมากโผล่ขึ้น

    ทุกคนได้แตกตื่นตกใจ

    “ที่นี้ที่ไหน”

    “ฉันได้รับเลือก”

    “ผู้นำพาแห่งความมืดฉันจะตัดหัวแก”

    “คนที่จะตัดหัวผู้นำพาแห่งความมืดคือฉันไอโง่”

    “แกว่าไงนะ”

    ก่อนที่พวกเขาจะได้ทะเลาะกัน เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ได้พูดขึ้น

    “เงียบ พวกเจ้ามีเวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นก่อนที่ข้าจะนำตัวผู้นำพาแห่งความมืดมา ส่วนอีกอย่างหนึ่งดอกไม้นี้ทั้งหมดเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาและต่อต้านความร้อน มันมีชื่อว่า’ ดอกขจรอาบลาวา’ ดอกไม้ทั้งหมดพวกเจ้าสามารถกินไปได้แค่ 3 ต้นต่อหนึ่งคนเท่านั้นเพราะมากกว่านั้นร่างกายของเจ้าจะระเบิด ตอนนี้พวกเราไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนเพราะฉันเพิ่มการต้านทานและพลังทุกสิ่งอย่างให้กับพวกเจ้า 3 เท่า หลังจากพวกเจ้าฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดได้ จงรออีกเวลาที่จะได้ออกไป อย่าทำให้ฉันผิดหวัง”

    เสียงของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ราวกับคนแกที่กำลังสั่งเสียลูกหลานก่อนจะหมดลมหายใจ เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ได้เดิมพันในการต่อสู้ครั้งนี้

    หู่เสวียไม่สามารถเข้ามาภายในแก่นโลกได้ เวลานี้เหมาะสมที่จะกำจัดผู้นำพาแห่งความมืด ถ้าเวลานี้ไม่เหมาะสมคงไม่มีเวลาไหนเหมาะสมอีกแล้ว

    สิ้นสุดเสียงเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ ทุกคนที่ได้รับเลือกรู้สึกร่างกายแข็งแกร่งมากกว่าเดิมมากนัก มีผู้หญิงคนหนึ่งล้มตัวลงเด็ดดอกขจรอาบลาวาขึ้นพร้อมกับดม

    “มันเป็นสมุนไพรระดับอะไรกัน แต่ที่รู้ ๆ มันมากกว่าระดับ 6”

    พอทุกคนได้ยินว่าดอกขจรอาบลาวามีระดับมากกว่า 6 สายตาของทุกคนจ้องมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น

    “เธอรู้ได้ยังไง”

    มีคนหนึ่งได้ถามขึ้น ส่วนคนที่ได้รู้จักเธอตะโกนด่าคนถาม

    “เจ้าไม่รู้จัก ทิมูลูกศิษย์ของจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ธาโค หรือ”

    “อะไรนะ ลูกศิษย์ของจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ธาโค”

    คนที่ถามไปรู้สึกหวาดกลัวจนหลบหน้าทิมู เพื่อไม่ให้ทิมูเจอเขา ทิมูไม่ได้สนใจเขาความสนใจของทิมูส่วนใหญ่ตกมาอยู่กับดอกขจรอาบลาวาว่ามันน่ามหัศจรรย์แค่ไหนถ้าเธอนำไปมอบให้กับอาจารย์ของเธอ

    “นั้นคือลูกศิษย์ของธาโค งั้นหรือก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง”

    ทิมูยกหน้าขึ้นจ้องมองคนที่พูด ฝูงชนได้แยกเป็นทางเผยให้เห็นคนที่พูดเมื่อครู่นี้ คนที่พูดไม่สิ ต้องเป็นเซนทอร์มากกว่า เพราะร่างกายส่วนล่างเป็นม้ากำยำแข็งแกร่ง ส่วนด้านบนเป็นผู้ชายหล่อคนหนึ่งกำลังถือธนู

    ทิมูเห็นเซนทอร์ตัวนี้ก็ขมวดคิ้ว เพราะว่าเซนทอร์ตัวนี้เป็นถึงองค์ชายลำดับที่ 23 ถึงแม้ว่าเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ จะไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนกับเผ่ามนุษย์แต่พวกเขารวมตัวกัน

    ทำให้ต่อต้านการบุกรุกของเผ่ามนุษย์ได้ยกเว้น เผ่ามนุษย์สัตว์ที่สามารถเท่าเทียบกับเผ่ามนุษย์ เผ่าเซนทอร์อยู่ใกล้กับอาณาจักรซาราโน ทำให้เกิดการปะทะกัน

    ก่อนที่ทิมูจะพูดกลับได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

    “เป็นแค่ม้า ก็อย่ามาสั่งกับเจ้านาย”

    องค์ชายเซนทอร์ได้ยินดังกล่าวจึงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว

    “แกเป็นใครแสดงตัวออกมา ถ้าไม่ออกมาจะหลบซ่อนตัวอย่างกับหนูหรือไง”

    หลังจากที่องค์ชายเซนทอร์พูดขึ้น ได้มีเสียงหัวเราะอันน่าขนลุก และมีชายคนหนุ่มคนหนึ่งแสดงตัว หน้าตาของเขามีรอยแผลเต็มไปหมด และที่ขอมือเขาได้ใส่กำไลสีแดง ที่กำไลมีเขียวว่าเลือด

    “นั้นมันพาวโบลูกของหัวหน้าองค์กรกำไลเลือด”

    ทุกคนได้ยินคำว่ากำไลเลือดได้กลัวจนตัวสั่น องค์กรกำไลเลือดเป็น 1 ใน 3 องค์ที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอาบูโนะ การจะเป็นใหญ่ในอาณาจักรอาบูโนะนั้นไม่ง่ายเลย

    องค์ชายเซนทอร์มองพาวโบและหัวเราะ

    “ก็แค่พวกหนูสกปรกที่หนีตายก็เท่านั้น”

    ดวงตาของพาวโบเป็นสีแดงหลังจากได้ยินพูดขององค์ชายเซนทอร์ พาวโบหยิบมีดสั้นขึ้น มีดสั้นของพาวโบนั้นมีหยดน้ำสีเขียวตกลงมาตามมีดสั้น แค่ดูก็รู้ได้ว่ามันคือพิษ

    “ตาย”

    พาวโบพุ่งตัวไปหาองค์ชายเซนทอร์ด้วยความรวดเร็วจนหายไปในสายตาของทุกคน ระหว่างที่พาวโบกำลังจะโจมตีองค์ชายเซนทอร์นั้นได้มีรากไม้หนึ่งพุ่งตรงมาบล็อกการโจมตีของพาวโบ

    พาวโบหันหน้าไปหาหญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดสีเขียว ผมของนางมีรากและดอกไม้จำนวนมาก

    “นางไม้”

    พาวโบเห็นหญิงสาวคนนั้นก็ตกตะลึงสักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้น

    “หมายความว่ายังไง”

    หญิงสาวชุดเขียวได้พูดขึ้นด้วยเสียงที่อ่อยโยนและนุ่มนวล ใครได้ฟังเสียงของนางก็รู้สึกดี

    “ฉันชื่อ จีเอโรที เป็นนางไม้ ฉันต้องการให้ทุกคนช่วยกันฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดที่เป็นภัยพิบัติในตอนนี้ แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือวางแผนและเก็บดอกขจรอาบลาวาให้หมด ท่านองค์ชายเซนทอร์คงจะไม่ว่าอะไรใช่ไหม”

    องค์ชายเซนทอร์รู้สึกดีกับคนที่ไม่ใช้มนุษย์จึงพยักหน้าตอบกลับไปแล้วหันไปเก็บดอกขจรอาบลาวาโดยไม่ให้ความสนใจพาวโบ พาวโบโกรธมากแต่แน่นอนว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้จึงหันมาเก็บดอกขจรอาบลาวาเช่นกัน

    ทิมูมองจีเอโรทีและองค์ชายเซนทอร์ก่อนจะเก็บดอกขจรอาบลาวาเช่นกัน ทุกคนเห็นว่าไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นจะถอนหายใจก่อนจะเก็บดอกขจรอาบลาวาเช่นกัน

    .........................................................................................................................................................................................................