ประมุขพรรคยาจก
“ห๊ะข้าน่ะรึประมุขพรรคยาจก เจ้าบ้าไปแล้ว” มี่หนิงหยางถามนางออกมาอย่างสงสัยเรื่องบ้าอะไรกันเรื่องนี้เขาเองยังไม่รู้มาก่อนแล้วนางผู้นี้เป็นใครมากล่าวหาเขาอย่างนี้ เขารึยาจกนางใช้ตาอะไรมอง
“ไม่บ้าเจ้าค่ะก็ถ้าไม่ใช่ประมุขพรรคยาจกจะกล้ามาสั่งของไปกินอย่างไม่มีเงินจ่ายหรือเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยตอบข้อสงสัยเขาออกไปอย่างทันทีซึ่งเรียกเสียงหัวเราะเสียงดังได้จากลูกค้าที่ฟังนางคุยกับอันธพาลน้อยอยู่ทันที
“นี่เจ้าใครเป็นประมุขพรรคยาจกกัน เจ้า เจ้าบังอาจนัก” เขาที่ได้ยินเช่นนั้นโกรธจนหน้าแดงแล้วเขารึจะเป็นยาจกเงินทองเขาของเขาเอาไปเทลงแม่น้ำก็กั้นน้ำให้หยุดไหลได้ด้วยซ้ำ
“ไม่บ้าเจ้าค่ะก็ท่านมาสั่งแล้วไม่ยอมจ่ายโดยไม่เกรงใจเจ้าของร้านจะต้องยิ่งใหญ่เป็นประมุขพรรคแน่”ชิงเถายังว่าเขาออกมาไม่ยอมหยุด นางไม่กลัวหรอกในเมืองนี้ถึงจะพูดเหมือนกลัวเขาแต่จริงๆก็เพียงไม่ยากเสียเวลายุ่งกับเขาเท่านั้น
“นี่เจ้า เจ้าได้ข้ามีเงิน ข้าจะจ่ายค่าอาหารเจ้า ไม่ให้เจ้าได้มาดูถูกข้าอีก” เขาเอ่ยออกมาอีกเขาจะไม่ยอมให้นางมาดูถูกหรอก
“เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะเช่นนั้นก็เริ่มจากตอนนี้เลยก็แล้วกัน” ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างพอใจกับผลลัพธ์ที่นางอุตส่าห์มาต่อปากต่อคำกับเขานางยื่นมือออกไปรับเงินค่าอาหารวันนี้ทันที
“ได้ข้าจะจ่ายลี่กันจ่ายเงินค่าอาหารที่ข้าสั่งไปเพิ่มให้เขาอีกด้วยพวกเขาจะได้รู้ว่าข้าไม่ได้เป็นยาจก”มี่หนิงหยางหันไปสั่งแก่เด็กรับใช้ที่ติดตามเขามาด้วย
“คุณชาย คือว่าเอ่อ” เด็กรับใช้นามลี่กันกลับอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ยอมควักเงินออกมาจ่ายเสียที
“มัวยืนอยู่ทำไมเอาเงินไปจ่ายนางสิ” เขาเร่งออกมาอีกเมื่อสั่งแล้วมิดั่งใจเลย
“เอ่อข้าน้อยไม่มีเงินขอรับ”เด็กหนุ่มผู้ติดตามเอ่ยสิ่งที่เขาเป็นออกมาให้เจ้านายได้ยินทันที
“ไม่มีไม่มีได้เช่นไร เจ้าเป็นผู้ติดตามข้าถ้าข้าต้องการใช้เงินจะทำอย่างไร” เขาหันไปบ่นกับผู้ติดตามของตนที่ไม่รอบคอบเอาเสียเลย
“ก็ทุกทีคุณชายไม่เคยต้องใช้เงินหนิขอรับท่านพ่อบ้านเลยไมได้ให้ข้าน้อยถือเงินไว้” เด็กหนุ่มตอบผู้เป็นนายออกมาอีกทันทีก็ตัวเขาเองไม่เคยจะร้องหาเงินมากก่อนอยากกินอะไรก็สั่งอยากได้อะไรก็หยิบแล้วปล่อยให้พ่อบ้านมาตามจ่ายเขารึจะเคยได้ถือเงินเยอะขนาดนั้น
“ไม่มีไม่มีก็กลับไปเอามาสิข้าจะรออยู่ที่นี่”เขาเมื่อได้ยินที่ผู้ติดตามเอ่ยออกมาเสียงสั่นกลัวจึงสั่งเขาให้รีบกลับไปเอามันมาก่อนที่จะเสียหน้าไปกว่านี้
“ขะ ขอรับ”ผู้ติดตามเขาตอบรับแล้วรีบวิ่งออกไปทันที
“เดี๋ยวเขาก็จะนำเงินมาแล้วเช่นนั้นข้าก็ไม่เป็นประมุขยาจกแล้วไม่ไหม เช่นนั้นก็ทำตามที่ข้าสั่งเถอะข้าจะนั่งกินที่นี่แหละ” เขาเอ่ยมาเองจนจบสั่งให้คนงานไปทำตามที่เขาสั่งแล้วนำมาส่งบนโต๊ะ
“เช่นนั้นข้าฝากด้วยเจ้าค่ะพี่หานตงข้าไปดูในครัวก่อน” ชิงเถาที่พอใจกับผลงานแล้วจึงเดินเลี่ยงออกมาดูส่วนอื่นต่อ
ชิงเถาเมื่อกลับจากร้านก็มาฝึกปราณต่อที่จวนต่อตอนนี้นางอยู่ระดับ 3 ขั้นต้นแล้วถ้าเทียบกับคนทั่วไปในระยะเวลาเท่านี้นางถือว่าฝึกฝนไปได้เร็วอย่างมากแต่จะไม่ให้เร็วได้เยี่ยงไรกันตอนหลับตอนนอนนางก็ยังฝึกต่ออยู่มิได้หยุดหย่อน
“นี่ขอรับท่านอาจารย์ซุยที่จะมาสอนวิชายุทธ์ให้กับพวกเรา” เยว่สือที่ออกไปรับอาจารย์ที่เขากับจิ้นสิงไปติดต่อมาให้มาสอนพวกเขาที่จวนวันนี้จึงเป็นวันแรกที่เขาจะเริ่มมาสอนพวกเขาที่นี่
“คารวะท่านอาจารย์ซุย”พวกนางทุกคนจึงรีบทำความเคารพอาจารย์คนต่อไปทันที
“ตามสบายเถอะข้าก็ได้รับค่าจ้างตอบแทนแล้วมิต้องเกรงอกเกรงใจกันไป อย่างไรก็มาเริ่มกันเลยเถอะ”อาจารย์วัยสี่สิบกว่าปีเอ่ยกับพวกนางออกมา ดังนั้นพวกนางจึงเดินนำเขาไปยังด้านหลังเรือนที่ยังพอมีพื้นที่ว่างไว้ให้พวกเขาได้ฝึกกันอยู่
“ข้าอยากจะถามว่าหนังสือที่ข้าให้มาก่อนพวกเจ้าอ่านกันแล้วหรือยัง”เขาเอ่ยถามพวกนางออกมาเพราะก่อนที่เขาจะได้เริ่มมาสอนเขาได้ให้หนังสือมาให้พวกนางได้มาศึกษากันไปก่อนแล้วตอนนี้ที่เขาพอจะว่างจากงานสอนที่อื่นจึงได้เริ่มมาสอนได้
“อ่านแล้วขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบออกมาเสียงดังฟังชัดแสดงถึงความอยากจะเรียนกันเต็มที่
“เช่นนั้นก็ดีอย่างแรกที่ข้าจะสอน คือท่าเท้า การเดิน การวิ่ง เดินได้เงียบสงบ วิ่งได้เร็วดังสายลม”เขาเอ่ยเรื่องที่จะสอนเป็นสิ่งแรกออกมาซึ่งก็เรียกดวงตาพวกนางให้กระจ่างใสสนใจเป็นอย่างมาก
“เช่นนั้นก็มาเริ่มกันเถิดจะได้ไม่เสียเวลา” เขาเอ่ยออกมา ก็เริ่มทำการสอนทันทีโดยเริ่มตั้งแต่ท่าการก้าวขาการผ่อนลมหายใจจังหวะการก้าวย่างต่างๆ ซึ่งดูๆ แล้วเรื่องนี้ไม่กี่วันทุกคนก็คงจะทำได้ดีให้ได้ไปบทเรียนอื่นกันต่อแล้ว
“ดีๆเช่นนั้นแหละ ต่อไปก็จดจำท่านี้ให้ดี”เขาเอ่ยออกมาเมื่อพากันทำตามที่เขาสอนกันได้แล้ว
“เช่นนั้นก็พอแค่นี้ก่อนแล้วกันครั้งหน้ามาต่อกันใหม่ แต่ระหว่างนี้ก็ตั้งใจฝึกกันด้วย”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับคำสั่งของเขาก่อนจะเดินอออกไปส่งยังหน้าจวน โดยมีเยว่สือขับรถม้าไปส่งเขา