ไฮด์ และเรนา ที่ตอนนี้เดินออกมานอกห้างก็ต้องใกับสภาพภายนอกที่เห็น มีคนาเ็ และโดนคำสาปมากมายแต่ละคนล้วนต่างก็ส่งเสียงร้องด้วยความทุกข์ทรมานจากคำสาปของตนบางคนทนไม่ไหวจนถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มีแต่บางคนที่สามารถทนจนเหล่านักบวชจากศาสนจักรเข้ามาช่วยถอดคำสาปไว้ได้ทัน
“เรากลับกันก่อนดีไหม” ไฮด์ถามเรนา
“อือ เรากลับกันก่อนดีกว่านะ” เรนาเห็นด้วยกับความคิดของไฮด์ ก่อนทั้งสองจะแยกย้ายกันกลับบ้านไป
เมื่อแยกกับเรนาแล้วไฮด์ก็เดินตรงกับบ้านไปในทันทีระหว่างทางเขาได้ยินแต่เสียงที่อย่างเ็ปของเหล่าคนที่โดนฝนตลอดทางทำให้ไฮด์ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองอีกเพราะตอนที่อยู่ที่ห้างไฮด์ได้ยินและเห็นมามากเกินพอแล้ว ไฮด์จึงได้รีบมุ่งตรงกลับบ้านไปในทันที
‘ทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้’ ไฮด์คิด
ณ ตึกแห่งหนึ่งในเมืองเทร่าหลังจากบรรยากาศแห่งความวุ่นวายกำลังค่อย ๆ คลี่คลายไป
“ดูเหมือนวงเวทย์จะทำงานได้ดีนะนะครับท่าน” อเล็กซ์เอ่ยขึ้น
“นั้นสินะ แต่นี้ก็แค่พึ่งเริ่มต้นเท่านั้น” ชายชราตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตากลับจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูบรรยากาศภายนอกอย่างภาคภูมิใจ
“ท่านคิดจะทำยังไงต่อไปครับ” อเล็กซ์ถาม
“อเล็กซ์ รู้สึกว่าวันนี้จะพูดเยอะไปนะ” ชรากล่าวขึ้นแต่กลับทำให้คนที่ฟังขนลุกซู่ขึ้นมาด้วยความกลัว
“ขอโทษครับ ผมจะไม่ถามอะไรแล้วครับ” อเล็กซ์เอ่ยพลางก้มหัวโค้งคำนับ
“ช่างเถอะยังไงตอนนี้เราก็ต้องรวบรวมพลังิญญาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไปจัดการซะ”ชายชราสั่ง
“ครับ” อเล็กซ์รับคำสั่งก็จะหายตัวไปปล่อยให้ชรายืนอยู่ริมหน้าต่างคนเดียว
“อ้าว อเล็กซ์ไปซะแล้วเหรอ ตาเฒ่าจิน” เสียงดังขึ้นมาด้านข้าง ทำให้ชายชราที่กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างต้องหันไปดูต้นตอของเสียง ทำให้เห็นชายสองคนที่เดินมาด้วยกันกำลังเดินมาตรงที่จนยืนอยู่
“พวกแกสองคนเองเหรอ เอ็ดดี้ เจค” จินพูดขึ้น
“อ่ะ นี่เอาของฝาก” เอ็ดดี้พูดพลางโยนลูกแก้วทรงกลมซึ่งภายในบรรจุิญญาของคนตายไว้
“ได้แค่ลูกเดียวเองเหรอ” จินมองลูกแก้วก่อนจะพูดออกไป
“นี่ ตาเฒ่าคิดว่ากว่าลูกแก้วจะมีพลังิญญาเต็มแก้วขนาดนี้มันต้องใช้ิญญาคนกี่คนกันห่ะ” เอ็ดดี้ตะคอกขึ้นมา
“เอ็ดดี้” เจคเรียกสติเอ็ดดี้ขึ้นมา
“อ่า นั้นน่ะสินะ เราต้องเคารพผู้าุโหน่อยต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาทนะลุงจิน” เอ็ดดี้พูดพลาง แล้วชำเลืองมองไปที่ผู้เฒ่าจินซึ่งกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาอยู่
“อย่างน้อย ๆ เจคมันก็ยังนิสัยน่าคบกว่าแกเยอะ”ผู้เฒ่าจินพูดขึ้น
“ว่าแต่แกมีอะไร ถึงได้มาหาฉันที่นี้เอ็ดดี้”ผู้เฒ่าจินถามต่อ
“เปล่าหรอก ก็แค่มาเยี่ยมเฉย ๆ นะ” เอ็ดดี้ตอบก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้ผู้เฒ่าจินยืนมองพวกเขาทั้งสองอย่างเงียบๆ ก่อนผู้เฒ่าจินจะหันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง
“นี่จะไม่เกินไปหน่อยเหรอ” เจคพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเดินมาพ้นระยะได้ยินของผู้เฒ่าจินแล้ว
“ไม่เอานะ ตาแก่นั้นจะทำอะไรได้ถ้าไม่ใช่เพราะเป็คนที่มีความสามารถในการเขียนวงเวทย์พวกเราคงไม่ต้องเก็บตาแก่นั้นไว้หรอกนะ” เอ็ดดี้พูดต่อ
“แต่อย่างน้อยตอนนี้เราก็ได้เห็นแล้วว่าวงเวทย์ที่ผู้เฒ่าจินเขียนนั้นทรงพลังขนาดไหน”เจคพูด
“นั้นสินะไม่คิดเลยว่าเวทย์นภากลืนกินจะทำให้เราเก็บพลังิญญาได้เยอะขนาดนี้” เอ็ดดี้พูดพลางหันมองออกไปนอกหน้าต่าง จ้องมองออกไปในเมืองหลังจากถูกเวทย์นภากลืนกินของผู้เฒ่าจินโจมตี
“ไปกันเถอะ เรายังมีเื่ต้องทำอีกนะ” เจคที่เห็นเอ็ดดี้ยืนมองหน้าต่างอยู่นาน จึงทักขึ้น
“นั้นสิน่ะ” เอ็ดดี้พูด แล้วทั้งสองก็เดินจากไป
ณ ห้องประชุมของโรงเรียนฝึกสอนเวทย์มนตร์มอเทรีย ภายในห้องตอนนี้มีเหล่าอาจารย์ของโรงเรียนฝึกสอนเวทย์มนตร์มอเทรียต่างมารวมตัวกันตามคำสั่งของอาจารย์ใหญ่
“ผมคิดว่าทุกคนน่าจะมากันครบแล้ว ถ้างั้นผมขอเริ่มการประชุมเลยก็แล้วกัน”อาจารย์ใหญ่กล่าวขึ้น
“เื่ที่ผมจะประชุมในวันนี้ผมคิดว่าทุกคนก็น่าจะรู้กันดีเื่เวทย์นภากลืนกิน ซึ่งเป็เวทย์มนตร์ที่อัดคำสาปแช่งลงไปในคาถาแล้วกระจายคำสาปแช่งเ่าั้ผ่านสายฝน ทำให้ผู้ที่โดนสายฝนนี้เขาไปต่างก็ทุกข์ทรมาน” อาจารย์ใหญ่พูด
“อีกทั้งจากการที่เวทย์นภากลืนกินถูกใช้โดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้นักเรียนและอาจารย์บางคนโดนคำสาปนี้ไป แต่โชคยังดีที่ยังไม่มีใครถึงขั้นเสียชีวิตและเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบครั้งนี้อีก เราจำเป็ที่จะต้องหาทางรับมือวันนี้ผมอยากให้ทุกคนเสนอหนทางที่จะช่วยป้องกันการเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก” อาจารย์ใหญ่กล่าว
“อาจารย์ใหญ่ครับผมมีข้อเสนอครับ” อาจารย์ท่านหนึ่งยกมือขึ้นมาแล้วพูดขึ้น
“ว่ามาเลยอาจารย์เปาโล” อาจารย์ใหญ่และบรรดาอาจารย์ท่านอื่นต่างหันไปมองอาจารย์ที่ร่างอวบอ้วนแต่กลับแต่งกายสุภาพ แถมยังมีกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ซึ่งทำให้อาจารย์เปาโลดูมีภูมิฐานเป็อย่างมาก
“ผมคิดว่าเราควรใช้เวทย์ม่านพลังครับเพราะมันช่วยป้องกันโรงเรียนและเหล่าคนในโรงเรียนไว้ได้ด้วยครับ” อาจารย์เปาโลพูด
“อาจารย์ใหญ่ค่ะ” รอบนี้อาจารย์หญิงอีกท่านยกมือขึ้น
“ครับ” อาจารย์ใหญ่หันไปยังต้นเสียง
“หนูคิดว่าจากความคิดของอาจารย์เปาโลควรมีการเสริมม่านพลังเพิ่มอีกสองชั้นด้วย” อาจารย์หญิงสาวเสนออกไป
“เป็ความคิดที่ดีแล้วมีอาจารย์ท่านไหนจะเสนออะไรเพิ่มอีกบ้าง” อาจารย์ใหญ่ถาม
“ถ้าเราใช้เวทย์แสงเพิ่มเข้าไปในขั้นตอนการสร้างม่านพลังด้วยดีไหมครับ”อาจารย์เซบูยกมือแล้วเสนอความคิดของตัวเอง
“เพราะยังไงเวทย์นภากลืนกินเดิมทีก็คือการรวมกันของเวทย์ธาตุความมืดและเวทย์ธาตุน้ำถ้าใช้ม่านพลังที่คุณสมบัติธาตุแสงจะช่วยหักล้างกับพลังเวทย์ธาตุมืดได้นะครับ”อาจารย์เชบูพูดต่อ
“เป็ความคิดที่น่าสนใจ” อาจารย์ใหญ่พูด
“แล้วคนอื่นละว่าไงบ้าง” อาจารย์ใหญ่ถามอีกครั้ง ก่อนจะมีการเสนอความคิดเกิดขึ้นมาอีกหลายครั้งทำให้การประชุมยังคงดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่